Christian Siam

 

 

 

 

Christian Siam - เว็บสำหรับคนอยากรู้จักพระเจ้า

 
 :: สำหรับผู้สนใจพระเจ้า ::
Christian Siam คำถาม - คำตอบ
Christian Siam พระเยซูคือใคร
Christian Siam พระเยซูเกิดจริงหรือ?
Christian Siam เราเกิดมาทำไม
Christian Siam เราตายแล้วไปไหน
Christian Siam ทฤษฎีวิวัฒนาการ...จริง?
Christian Siam เป็นคริสเตียนได้อย่างไร
Christian Siam คำพยานชีวิต

Christian Siam
H O M E
:: สำหรับคริสเตียนใหม่ ::
:: สื่อคริสเตียนออนไลน์ ::
Christian Siam ทีวีคริสเตียน - CGNTV
Christian Siam มานาประจำวัน
Christian Siam วิทยุคริสเตียน
Christian Siam เพลงนมัสการพร้อมคอร์ด
Christian Siam เพลงจาก Youtube
 

                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN

         CHRISTIAN SIAM.COM
         CHRISTIAN SIAM.COM
         CHRISTIAN SIAM.COM

                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN




web counter code

As of 8 Aug 08

โยบ

1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |

16 | 17 |
18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |

31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42

โยบ 1
1 มีชายคนหนึ่งในแผ่นดินอูส ชื่อโยบ ชายคนนั้นเป็นคนดีรอบคอบและเที่ยงธรรม เป็นผู้เกรงกลัวพระเจ้าและหันเสียจากความชั่วร้าย
2 ท่านมีบุตรชายเจ็ดคนและบุตรหญิงสามคน
3 ส่วนสัตว์เลี้ยงของท่าน มีแกะเจ็ดพันตัว อูฐสามพันตัว วัวห้าร้อยคู่ และลาตัวเมียห้าร้อยตัว และท่านมีคนใช้มากมาย ดังนั้นชายผู้นี้จึงใหญ่โตที่สุดในบรรดาชาวตะวันออก
4 บุตรของท่านเคยจัดการเลี้ยงในบ้านของแต่ละคน ตามวันกำหนดของตน เขาจะใช้ให้ไปเชิญน้องสาวทั้งสาม คนของเขามารับประทานและดื่มกับเขาด้วย
5 และเมื่อการเลี้ยงเวียนครบรอบแล้ว โยบจะใช้ให้ไปทำพิธีชำระตัวเขาทั้งหลายให้บริสุทธิ์ และท่านจะตื่นแต่เช้ามืดถวายเครื่องเผาบูชาตามจำนวน ของเขาทั้งหมด เพราะโยบกล่าวว่า "ชะรอยบุตรของข้าพเจ้าได้กระทำบาปและแช่งพระเจ้า อยู่ในใจของเขา" โยบกระทำดังนี้เรื่อยมา
6 อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อเทพบุตรทั้งหลายมารายงานตัวต่อพระเจ้า ซาตาน ได้มาในหมู่เขาด้วย
7 พระเจ้าตรัสถามซาตานว่า "เจ้ามาจากไหน" ซาตานทูลตอบพระเจ้าว่า "จากไปๆมาๆ อยู่บนแผ่นดินโลก และจากเดินขึ้นเดินลงบนนั้น"
8 และพระเจ้าตรัสกับซาตานว่า "เจ้าได้ไตร่ตรองดูโยบผู้รับใช้ของเราหรือไม่ ว่าในแผ่นดินโลกไม่มีใครเหมือนเขา เป็นคนดีรอบคอบและเที่ยงธรรม เกรงกลัวพระเจ้าและหันเสียจากความชั่วร้าย"
9 แล้วซาตานทูลตอบพระเจ้าว่า "โยบยำเกรงพระเจ้าเปล่าๆหรือ
10 พระองค์มิได้ทรงกั้นรั้วรอบตัวเขา และครัวเรือนของเขา และทุกสิ่งที่เขามีอยู่เสียทุกด้านหรือ พระองค์ได้ทรงอำนวยพระพรงานน้ำมือของเขา และฝูงสัตว์ของเขาได้ทวีขึ้นในแผ่นดิน
11 แต่ขอยื่นพระหัตถ์เถิด และแตะต้องสิ่งของทั้งสิ้น ที่เขามีอยู่ และเขาจะแช่งพระองค์ต่อพระพักตร์พระองค์"
12 และพระเจ้าตรัสกับซาตานว่า "ดูเถิด บรรดาสิ่งที่เขามีอยู่ก็อยู่ในอำนาจของเจ้า เพียงแต่อย่ายื่นมือแตะต้องตัวเขาเท่านั้น" ซาตานจึงออกไปจากพระพักตร์ของพระเจ้า
13 อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อบุตรชายหญิงของท่านกำลังรับประทานและดื่มเหล้าองุ่นอยู่ในเรือนของพี่ชายหัวปีของเขา
14 มีผู้สื่อสารมาหาโยบเรียนว่า "วัวกำลังไถนาอยู่ และลากำลังกินหญ้าในที่ข้างๆ
15 และคนเสบามาโจมตีเอามันไป และฆ่าคนใช้เสียด้วยคมดาบ และข้าพเจ้าผู้เดียวได้หนีรอดมาเรียนท่าน"
16 ขณะที่เขากำลังพูดอยู่ก็มีอีกคนหนึ่งมาเรียนว่า "เพลิงของพระเจ้าตกลงมาจากฟ้าสวรรค์ไหม้แกะ และคนใช้และเผาผลาญเสียหมด และข้าพเจ้าแต่ผู้เดียวได้หนีรอดมาเรียนท่าน"
17 ขณะที่เขากำลังพูดอยู่ มีอีกคนหนึ่งมาเรียนว่า "ชาวเคลเดียจัดเป็นสามกองทำการปล้นเอาอูฐไป และฆ่าคนใช้เสียด้วยคมดาบ และข้าพเจ้าผู้เดียวได้ หนีรอดมาเรียนท่าน"
18 ขณะที่เขากำลังพูดอยู่ มีอีกคนหนึ่งมาเรียนว่า "บุตรชายหญิงของท่านกำลังรับประทานและดื่ม เหล้าองุ่นอยู่ในเรือนของพี่ชายหัวปีของเขา
19 และดูเถิด มีพายุใหญ่ข้ามถิ่นทุรกันดาร มากระทบเรือนทั้งสี่มุม และเรือนนั้นพังทับคนหนุ่มสาว และเขาก็ตาย และข้าพเจ้าผู้เดียวได้หนีรอดมาเรียนท่าน"
20 แล้วโยบก็ลุกขึ้น ฉีกเสื้อคลุมของตน โกนศีรษะ กราบลงถึงดินนมัสการ
21 ท่านว่า "ข้าพเจ้ามาจากครรภ์มารดาของข้าพเจ้าตัวเปล่า และข้าพเจ้าจะกลับไปตัวเปล่า พระเจ้าประทาน และพระเจ้าทรงเอาไปเสีย สาธุการแด่พระนามพระเจ้า"
22 ในเหตุการณ์นี้ทั้งสิ้นโยบมิได้ทำบาปหรือกล่าวโทษพระเจ้า

โยบ 2
1 และอยู่มาวันหนึ่งเมื่อ เทพบุตรทั้งหลายมารายงานตัวต่อพระเจ้า ซาตานก็มาในหมู่พวกเขา เพื่อรายงานตัวต่อพระเจ้าด้วย
2 และพระเจ้าตรัสถามซาตานว่า "เจ้ามาจากไหน" ซาตานทูลตอบพระเจ้าว่า "จากไปๆมาๆอยู่บนแผ่นดินโลก และจากเดินขึ้นเดินลงบนนั้น"
3 และพระเจ้าตรัสกับซาตานว่า "เจ้าได้ไตร่ตรองดูโยบผู้รับใช้ของเราหรือไม่ว่า บนแผ่นดินโลกไม่มีใครเหมือนเขา เป็นคนดีรอบคอบและเที่ยงธรรม ผู้เกรงกลัวพระเจ้าและหันเสียจากความชั่วร้าย เขายังยึดมั่นในความสัตย์ซื่อของเขาอยู่ ถึงแม้เจ้าชวนเราให้ต่อสู้กับเขา เพื่อทำลายเขาโดยไม่มีเหตุ"
4 แล้วซาตานทูลตอบพระเจ้าว่า "หนังแทนหนัง คนย่อมให้ทุกอย่างที่เขามีอยู่แทนชีวิตของเขา
5 แต่บัดนี้ขอพระองค์เหยียดพระหัตถ์ของพระองค์ และแตะต้องกระดูกและเนื้อของเขา และเขาจะแช่งพระองค์ต่อพระพักตร์ของพระองค์"
6 และพระเจ้าตรัสกับซาตานว่า "ดูเถิด เขาอยู่ในอำนาจของเจ้า จงไว้ชีวิตของเขาเท่านั้น"
7 ซาตานจึงออกไปจากเบื้องพระพักตร์ของพระเจ้า และได้ให้โยบเป็นฝีร้าย ตั้งแต่ฝ่าเท้าของท่านจนถึงกระหม่อมที่ศีรษะ
8 และท่านก็เอาชิ้นหม้อแตกขูดตัวของท่าน และนั่งอยู่ในกองขี้เถ้า
9 แล้วภรรยาท่านเรียนว่า "ท่านยังจะยึดมั่นในความซื่อสัตย์ของท่านอีกหรือ จงแช่งพระเจ้าและตายเสียเถอะ"
10 แต่ท่านตอบนางว่า "เธอพูดอย่างหญิงโฉดจะพึงพูด เราจะรับสิ่งดีจากพระหัตถ์ของพระเจ้า และจะไม่รับของไม่ดีบ้างหรือ" ในเหตุการณ์นี้ทั้งสิ้นโยบมิได้กระทำผิดด้วยริมฝีปากของตน
11 เมื่อสหายทั้งสามของโยบได้ยินถึงภัยพิบัตินี้ทั้งสิ้นที่ได้ เกิดขึ้นกับท่าน ต่างก็มาจากที่ของตน คือ เอลีฟัสชาวเทมาน บิลดัด ตระกูลชูอาห์ และโศฟาร์ชาวนาอาเมห์ เขาได้นัดมาพร้อมกันเพื่อร่วมทุกข์กับท่านและเล้าโลมใจท่าน
12 เมื่อเขาเห็นท่านแต่ไกลเขาก็จำท่านไม่ได้ ก็เปล่งเสียงร้องไห้ต่างก็ฉีกเสื้อคลุมของตน และซัดผงคลีดินเหนือศีรษะของตนขึ้นไปยังฟ้าสวรรค์
13 และนั่งกับท่านบนดินเจ็ดวันเจ็ดคืน ไม่มีสักคนหนึ่งพูดกับท่านสักคำ ด้วยเขา เห็นว่าความทุกข์ระทมของท่านนั้นใหญ่ยิ่งนัก

โยบ 3
1 ต่อมาโยบอ้าปากของท่านแช่งวันกำเนิดของ ท่าน
2 และโยบว่า
3 "ขอให้วันซึ่งข้าเกิดนั้นพินาศ ทั้งคืนที่พูดว่า 'ตั้งครรภ์เด็กชายคนหนึ่งแล้ว' นั้นด้วย
4 ขอให้วันนั้นเป็นความมืด ขอพระเจ้าจากเบื้องบน อย่าแสวงหาวันนั้น หรืออย่าให้แสงสว่างส่องในวันนั้น
5 ขอความมืดทึบยึดเอาวันนั้นไว้ ขอให้เมฆคลุมมันไว้ ขอให้สิ่งที่ทำให้วันดำทะมึน ทำให้มันหวาดกลัว
6 คืนนั้นน่ะ ขอให้ความมืดทึบฉวยมันไว้ อย่าให้มันเข้าส่วนท่ามกลางบรรดาวันของปี อย่าให้นับมันเข้าเป็นส่วนของเดือนต่อไปเลย
7 เออ ขอให้คืนนั้นเป็นหมัน ขออย่าให้เสียงร้องอันชื่นบาน ได้ยินในคืนนั้น
8 ขอให้บรรดาผู้ที่สาปวัน ได้สาปคืนนั้นด้วย ผู้มีฝีมือที่จะปลุกเลวีอาธาน ขึ้นมา
9 ขอให้ดาวเวลารุ่งสางของมันมืด ขอให้มันหวังความสว่าง แต่ไม่พบ อย่าให้เห็นแสงอรุณรุ่งเช้า
10 เพราะว่ามันมิได้ปิดประตูแห่งครรภ์มารดาของข้า หรือซ่อนความยากลำบากจากตาของข้า
11 "ทำไมข้าไม่ตายเสียแต่กำเนิด ทำไมข้าไม่ขาดใจเสีย เมื่อข้าออกมาจากครรภ์แล้วก็สิ้นไป
12 ทำไมหัวเข่าจึงรับข้าไว้ หรือทำไมหัวนมมีให้ข้าดูด
13 ถ้าหาไม่แล้ว ข้าจะนอนเงียบสงบอยู่ ข้าจะหลับ แล้วข้าจะได้หยุดพักอยู่
14 กับบรรดาพระราชาและที่ปรึกษาของแผ่นดินโลก ผู้ได้สร้างที่ปรักหักพังขึ้นใหม่สำหรับตัวเอง
15 หรือกับเจ้านายผู้มีทองคำ ผู้บรรจุเงินไว้เต็มบ้าน
16 หรือทำไมข้าไม่เป็นอย่างลูกที่แท้ง ซึ่งซ่อนไว้ อย่างทารกซึ่งไม่เคยเห็นแสงสว่าง
17 ที่นั่นคนชั่วร้ายหยุดดิ้นรน และที่นั่นผู้ที่เหนื่อยอ่อนได้หยุดพัก
18 ที่นั่นผู้ถูกจำจองก็สบายด้วยกัน เขาทั้งหลายไม่ได้ยินเสียงของนายงาน
19 ผู้น้อยและผู้ใหญ่ก็อยู่ที่นั่น และทาสก็เป็นอิสระพ้นจากนายของเขา
20 "ไฉนหนอผู้ที่ทนทุกข์เวทนาอย่างนี้ ยังได้รับแสงสว่าง และผู้ที่มีใจระทมทุกข์ได้รับชีวิต
21 ผู้คอยความตาย แต่มันก็ไม่มา และขุดหามันมากกว่าหาทรัพย์ ที่ซ่อนอยู่
22 ผู้ซึ่งเปรมปรีดิ์อย่างยิ่ง และยินดี เมื่อเขาพบหลุมฝังศพ
23 ไฉนจึงประทานความสว่างแก่ผู้ที่ ทางของเขาซ่อนอยู่ ผู้ซึ่งพระเจ้าทรงล้อมรั้วกั้นไว้
24 เพราะการถอนหายใจของข้ามีมาก่อนอาหารของข้า และการครวญครางของข้า ก็เทออกมาเหนือข้า
25 เพราะสิ่งที่ข้ากลัวก็มาเหนือข้า และสิ่งที่ข้าครั่นคร้ามก็ตกแก่ข้า
26 ข้าไม่สบายใจเลย ทั้งข้าก็ไม่สงบ ข้าไม่ได้หยุดพัก แต่ความทรมาน ก็มาหา"

โยบ 4

1 แล้วเอลีฟัสชาวเทมานตอบว่า
2 "ถ้าจะลองพูดสักคำ ท่านจะทนไหวไหม ถึงกระนั้นใครจะอดพูดได้
3 ดูเถิด ท่านได้แนะนำคนมามากมายแล้ว และท่านได้เสริมมือที่อ่อนเปลี้ยให้มีกำลัง
4 ถ้อยคำของท่านหนุนใจคนที่กำลังสะดุด และท่านได้ทำเข่าที่อ่อนเปลี้ยให้มั่นคง
5 แต่บัดนี้มาถึงท่านแล้ว และท่านก็ท้อใจ มันแตะต้องท่านเข้า และท่านก็ลำบากใจ
6 ความยำเกรงพระเจ้าเป็นความไว้วางใจของท่านมิใช่หรือ และการประพฤติดีรอบคอบของท่านเป็นความหวัง ของท่านมิใช่หรือ
7 "ขอคิดหน่อยซิว่า ผู้ที่ไร้ความผิดเคยพินาศหรือ หรือคนเที่ยงธรรมถูกตัดออกที่ไหน
8 ตามที่ข้าได้เห็น บรรดาผู้ที่ไถความ บาปผิด และหว่านความลำบาก ก็ได้เกี่ยวอย่างนั้น
9 เขาพินาศด้วยลมหายใจของพระเจ้า และเขาต้องสิ้นไปด้วยลมแห่งพระพิโรธของพระองค์
10 เสียงคำรามของสิงห์ และเสียงของสิงห์ดุร้าย ฟันของสิงห์หนุ่มก็หักเสียแล้ว
11 สิงห์แข็งแรงพินาศเพราะขาดเหยื่อ และลูกของแม่สิงห์ก็กระจัดกระจายไป
12 "มีคำหนึ่งมาถึงข้าอย่างเงียบๆ หูของข้าได้ยินเสียงกระซิบคำนั้น
13 ท่ามกลางความคิดจากนิมิตกลางคืน เมื่อคนหลับสนิท
14 ความครั่นคร้ามมาเหนือข้าและตัวสั่น ซึ่งกระทำให้กระดูกทั้งสิ้นของข้าสั่นสะเทือน
15 มีลมพัด ผ่านหน้าของข้า ขนที่เนื้อของข้าลุกชัน
16 สิ่งนั้นนิ่งอยู่ แต่ข้าพิเคราะห์รูปร่างของสิ่งนั้นไม่ได้ มีสัณฐานอย่างหนึ่งข้างหน้าตาของข้า เงียบอยู่ แล้วข้าได้ยินเสียงหนึ่งว่า
17 'คนเราจะชอบธรรมจำเพาะพระพักตร์พระเจ้าได้หรือ มนุษย์จะบริสุทธิ์ต่อหน้าผู้สร้างเขาได้หรือ
18 ดูเถิด แม้ผู้รับใช้ของพระองค์ พระองค์ก็ไม่ทรงวางพระทัย และทูตสวรรค์ของพระองค์ พระองค์ทรงกล่าวโทษที่เขาโง่
19 ผู้ที่อาศัยในเรือนดินจะยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด รากฐานของเขาอยู่ในผงคลีดิน ผู้ถูกขยี้เหมือนอย่างแมลงเม่า
20 เขาถูกทำลายระหว่างเวลาเช้าและเย็น เขาพินาศไปเป็นนิตย์โดยไม่มีผู้ใดสนใจ
21 ถ้าสายโยงเต็นท์ของเขาถูกถอดเสียภายในเขา เขาจะไม่ตายหรือ และด้วยปราศจากปัญญา'

โยบ 5
1 "ร้องเรียกเดี๋ยวนี้ซิ มีผู้ใดจะตอบท่าน ท่านจะหันไปหาเทพเจ้าองค์ใด
2 แน่ละ ความร้อนใจฆ่าคนโฉด และความริษยาฆ่าคนเขลา
3 ข้าเคยเห็นคนโฉดหยั่งราก แต่ทันใดนั้นเขาก็แช่งที่อาศัยของเขา
4 บุตรของเขาห่างไกลจากความปลอดภัย เขาถูกบีบคั้นที่ประตูเมือง และไม่มีผู้ใดช่วยกู้เขาได้
5 ผลการเกี่ยวของเขาคนหิวก็กินเสีย แม้ส่วนที่เอาหนามสะไว้ เขาก็เอาออกไป และคนกระหายก็หอบฮักๆติดตามความมั่งคั่งของเขา
6 เพราะความทุกข์ใจมิได้มาจากผงคลี หรือความยากลำบากงอกออกมาจากดิน
7 แต่มนุษย์เกิดมาเพื่อแก่ความยากลำบาก อย่างประกายไฟย่อมปลิวขึ้นบน
8 "ส่วนข้า ข้าจะแสวงหาพระเจ้า และข้าจะมอบเรื่องราวของข้ากับพระเจ้า
9 ผู้ทรงกระทำการใหญ่เหลือที่จะหยั่งรู้ได้ และการอัศจรรย์อย่างนับไม่ถ้วน
10 พระองค์ประทานฝนบนแผ่นดินโลก และทรงส่งน้ำมาบนไร่นา
11 พระองค์ทรงตั้งคนต่ำไว้บนที่สูง และบรรดาคนที่ไว้ทุกข์ก็ทรงยกขึ้นให้ปลอดภัย
12 พระองค์ทรงขัดขวางอุบายของเจ้าเล่ห์ เพื่อมือของเขาจะได้ทำไม่สำเร็จ
13 พระองค์ทรงจับคนฉลาดด้วยอุบายของเขา เอง และโครงการของคนหลักแหลมก็สิ้นลงโดยด่วน
14 เขาประสบความมืดในเวลากลางวัน และคลำไปในเที่ยงวันเหมือนอย่างกลางคืน
15 แต่พระองค์ทรงช่วยจากดาบปากของเขา และคนขัดสนจากมือของคนมีกำลัง
16 คนจนจึงมีความหวัง และความอยุติธรรมก็ปิดปากของตน
17 "ดูเถิด มนุษย์คนใดที่พระเจ้าทรงติเตือนก็เป็นสุข เพราะฉะนั้นอย่าดูหมิ่นการตีสอนขององค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์
18 เพราะพระองค์ทรงให้บาดเจ็บ แต่พระองค์ทรงพันแผลให้ พระองค์ทรงโบยตี แต่พระหัตถ์ของพระองค์ทรงรักษา
19 พระองค์จะทรงช่วยกู้ท่านจากความยากลำบาก หกประการ เออ เจ็ดประการ จะไม่มีเหตุร้ายมาแตะต้องท่าน
20 ในคราวกันดารอาหาร พระองค์จะทรง ไถ่ท่านออกจากความตาย และในการสงคราม จากอานุภาพของดาบ
21 จะทรงซ่อนท่านไว้จากการใส่ร้ายของลิ้น และจะไม่กลัวการทำลายเมื่อมันมาถึง
22 ท่านจะเยาะการทำลายและการกันดารอาหาร และจะไม่กลัวสัตว์ป่าดิน
23 ท่านจะญาติดีกับหินแห่งทุ่งนา และสัตว์ป่าทุ่งจะอยู่ดีๆกับท่าน
24 ท่านจะทราบว่าเต็นท์ของท่านปลอดภัย และท่านจะตรวจดูคอกแกะของท่านและ ไม่ขาดไปสักตัวเดียว
25 ท่านจะทราบด้วยว่าพงศ์พันธุ์ของท่านจะมากมาย และลูกหลานของท่านจะเป็นอย่างหญ้าแห่งแผ่นดินโลก
26 ท่านจะมาที่หลุมศพของท่านเมื่อแก่หง่อม อย่างฟ่อนข้าวที่นำมาสู่ลานตามฤดู
27 นี่แหละ เป็นข้อที่เราตรองออกมาเป็นความจริง จงฟังและทราบ เพื่อประโยชน์ของตนเถิด"

โยบ 6
1 แล้วโยบตอบว่า
2 "โอ ข้าอยากให้ชั่งดูความร้อนใจของข้า และเอาความลำบากยากเย็นของข้าใส่ไว้ในตราชู
3 ก็จะหนักกว่าทรายในทะเล เพราะเหตุนี้คำพูดของข้าก็หุนหัน
4 เพราะธนูขององค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ก็อยู่ในตัวข้า จิตใจของข้าดื่มพิษของมัน ความน่าหวาดเสียวจากพระเจ้าขยายแนวเข้าใส่ข้า
5 ลาป่าร้องเมื่อมันมีหญ้าหรือ วัวผู้ร้องบนกองหญ้าของมันหรือ
6 จะรับประทานสิ่งที่จืดโดยไม่ใส่เกลือได้หรือ หรือมะเขือมอญมีรสอะไรบ้าง
7 สิ่งที่จิตใจของข้าไม่ยอมแตะต้องนั้น กลับเป็นอาหารที่เบื่อหน่ายของข้า
8 "โอ ข้าอยากจะได้สมดังที่ทูลขอ และขอพระเจ้าทรงประทานตามความปรารถนาของข้า
9 ว่าพระเจ้าพอพระทัยที่จะขยี้ข้า ว่าพระองค์จะใช้พระหัตถ์ของพระองค์อย่างเต็มที่ และตัดข้าออกเสีย
10 นี่จะเป็นการปลอบโยนใจของข้า ข้าคงเต้นโลดแม้ในความเจ็บปวดจะขาดใจ เพราะข้ามิได้ปฏิเสธพระวจนะขององค์ผู้บริสุทธิ์นั้น
11 ข้ามีกำลังอะไร ที่ข้าจะคอย และอะไรเป็นอวสานของข้าที่ข้าจะต้องอดทน
12 กำลังของข้าเป็นกำลังของหินหรือ เนื้อของข้าเป็นเนื้อทองสัมฤทธิ์หรือ
13 ที่จริงข้าไม่มีความช่วยเหลือในตัวข้าเลย ข้าจนปัญญาเสียแล้ว
14 "บุคคลผู้ใด หน่วงเหนี่ยวความกรุณาไว้จากเพื่อน ก็ทอดทิ้งความยำเกรงองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์
15 พี่น้องของข้าทรยศอย่างห้วย อย่างห้วยที่น้ำไหลล้น
16 ซึ่งดำไปเหตุด้วยน้ำแข็ง และที่หิมะซ่อนตัวอยู่ในนั้น
17 ในคิมหันต์มันก็หายไป เมื่อร้อน มันก็สูญไปจากที่ของมัน
18 หมู่คนเดินทางหันออกจากทางของเขา เขาขึ้นไปยังที่ร้างเปล่า และพินาศ
19 หมู่คนเดินทางของตำบลเทมามองดู คนเดินทางของเมืองเชบารอคอยหมู่คนเหล่านั้น
20 เพราะเขาทั้งหลายหวังใจ เขาจึงต้องผิดหวัง เขามาถึงที่นั่นและต้องยุ่งใจ
21 บัดนี้ ท่านทั้งหลายเป็นอย่างนั้นแก่ข้า ท่านเห็นความลำบากยากเย็นและท่านก็กลัว
22 ข้าพูดว่า 'ขอของกำนัลข้าหน่อย' หรือ 'ขอสินบนจากทรัพย์สินของท่าน ให้ข้า'
23 หรือว่า 'ขอช่วยกู้ข้าจากมือของปฏิปักษ์' หรือว่า 'ขอไถ่ข้าจากมือของผู้บีบบังคับ' หรือ
24 "สอนข้าซี และข้าจะเงียบ ขอทำให้ข้าเข้าใจว่าข้าผิดตรงไหน
25 คำซื่อตรงมีอำนาจมากจริงๆ แต่คำติเตือนของท่านติเตือนอะไร
26 ท่านคิดว่าท่านติเตือนถ้อยคำได้หรือ เมื่อคำปราศรัยของคนสิ้นหวังเป็นแต่ลม
27 เออ ท่านทั้งหลายคงจะได้จับฉลากเอาลูกกำพร้าพ่อ และต่อรองเอาเพื่อนของท่านเหมือนเป็นสินค้า
28 "แต่บัดนี้ ขอมองดูข้า เพราะข้าจะไม่มุสาต่อหน้าของท่าน
29 ขอทีเถอะ ขอหันคิดใหม่ อย่าผิดธรรมเลย เออ กลับคิดใหม่เถอะ ข้ายังถูกอยู่
30 มีความผิดสิ่งใดบนลิ้นข้าหรือ ข้าน่ะหรือ ไม่รู้ถึงภัยพิบัติ

โยบ 7
1 "มนุษย์ไม่มีการเข้าประจำการบนแผ่นดินโลกหรือ และชีวิตของเขาไม่เหมือนของลูกจ้างดอกหรือ
2 เหมือนอย่างทาสที่คิดถึงเวลาเย็น และเหมือนอย่างลูกจ้างผู้มองหาค่าจ้าง
3 เช่นเดียวกัน ข้าต้องได้รับส่วนความอนิจจังเป็นเดือนๆ และเขาแบ่งคืนแห่งความน่าสังเวชแก่ข้า
4 เมื่อข้านอนลง ข้าว่า 'เมื่อไรหนอข้าจะลุกขึ้น' แต่กลางคืนก็ยาว และข้าก็พลิกไปพลิกมาจนรุ่งเช้า
5 เนื้อของข้าห่มหนอนและฝุ่น หนังของข้าแข็งขึ้น แล้วก็แยะออกใหม่
6 วันคืนของข้าเร็วกว่ากระสวยของช่างทอ และสิ้นสุดลงด้วยไร้ความหวัง
7 "ขอทรงจำไว้ว่า ชีวิตของข้าพระองค์เป็นแต่ลมหายใจ ตาของข้าพระองค์จะไม่เห็นสิ่งใดอีกเลย
8 ตาของผู้ที่เห็นข้าพระองค์จะไม่ได้ดูข้าพระองค์อีกต่อไป ฝ่ายพระเนตรของพระองค์มองหาข้าพระองค์ ข้าพระองค์ก็ไปเสียแล้ว
9 เมฆจางและหายไปฉันใด บุคคลที่ลงไปยังแดนคนตายก็มิได้กลับมาฉันนั้น
10 เขาไม่กลับไปเรือนของเขาอีก หรือที่อยู่ของเขาก็ไม่รู้จักเขาอีกเลย
11 "เพราะฉะนั้น ข้าพระองค์จึงไม่ยับยั้งปากของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะพูดด้วยความแสนระทมแห่งจิตใจของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะบ่นด้วยความขมขื่นแห่งจิตใจของข้าพระองค์
12 ข้าพระองค์เป็นทะเล หรือเป็นมังกรหรือ พระองค์จึงทรงวางยามเฝ้าข้าพระองค์
13 เมื่อข้าพระองค์พูดว่า 'เตียงของข้าจะเล้าโลมข้า ที่นอนของข้าจะบรรเทาการร้องทุกข์ของข้า'
14 แล้วพระองค์ก็ทำให้ข้าพระองค์กลัวด้วยความฝัน และทำให้ข้าพระองค์หวาดเสียวด้วยนิมิต
15 จิตใจข้าพระองค์จึงเลือกที่จะอึดอัดตาย ยิ่งกว่าเหลือแต่กระดูกอย่างนี้
16 ข้าพระองค์เบื่อชีวิต ข้าพระองค์จะไม่อยู่ค้ำฟ้า ปล่อยข้าพระองค์แต่ลำพังเถิดเพราะวันคืนของ ข้าพระองค์เป็นแต่เพียงลมหายใจ
17 มนุษย์เป็นอะไร พระองค์จึงทรงถือว่าเขาสำคัญนัก และที่พระองค์ใส่พระทัยเขา
18 ทรงเยี่ยมเขาทุกเช้า ทรงลองดูเขาทุกขณะ
19 อีกนานเท่าใดพระองค์จึงจะไม่ทรงมองข้าพระองค์ หรือปล่อยข้าพระองค์แต่ลำพัง จนข้าพระองค์จะกลืนน้ำลายของตนได้
20 ข้าแต่พระองค์ผู้เฝ้ามนุษย์ ถ้าข้าพระองค์ทำบาป ข้าพระองค์ทำอะไรแก่พระองค์เล่า ทำไมพระองค์จึงทรงทำให้ข้าพระองค์เป็น เป้าหมายของพระองค์ ทำไมข้าพระองค์จึงเป็นภาระของพระองค์
21 ทำไมพระองค์ไม่ทรงประทานอภัย แก่การทรยศของข้าพระองค์ และนำเอาบาปของข้าพระองค์ไปเสีย เพราะบัดนี้ข้าพระองค์จะนอนลงในผงคลีดิน พระองค์จะทรงเสาะหาข้าพระองค์ แต่ข้าพระองค์จะไม่อยู่แล้ว"

โยบ 8
1 แล้วบิลดัดตระกูลชูอาห์ตอบว่า
2 "ท่านจะพูดอย่างนี้อยู่นานเท่าใด และคำปากของท่านจะเป็นพายุนานสักเท่าใด
3 พระเจ้าทรงผันแปรความยุติธรรมหรือ หรือ องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ผันแปรความชอบธรรมหรือ
4 ถ้าลูกของท่านได้กระทำบาปต่อพระองค์ พระองค์ก็ทรงมอบเขาทั้งหลายไว้ในอำนาจ ของการทรยศของเขา
5 ถ้าท่านจะหมั่นแสวงหาพระเจ้า และวิงวอนต่อองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์
6 ถ้าท่านบริสุทธิ์และเที่ยงธรรม แน่ละ แล้วพระองค์จะทรงตื่นขึ้น เพื่อท่าน และทรงคืนที่อาศัยแห่งความ ชอบธรรมให้
7 ถึงแม้การเริ่มต้นชีวิตของท่านจะเล็กน้อย แต่ต่อไปปลายๆจะใหญ่โตมากยิ่ง
8 "ข้าขอร้อง ให้ท่านถามคนโบราณดู และคิดดูว่า บรรพบุรุษค้นพบสิ่งใดบ้าง
9 เพราะส่วนเรา ชีวิตสั้นเหมือนอย่างเกิดวานนี้ จะรู้อะไรก็หาไม่ เพราะวันคืนของเราบนแผ่นดินโลกเปรียบเหมือนเงา
10 เขาจะไม่สอนท่านและบอกท่าน และกล่าวคำจากความเข้าใจ ของเขาหรือ
11 "ต้นกกจะงอกขึ้น ในที่ที่ไม่มีตมได้หรือ ต้นอ้อจะงอกงาม ในที่ที่ไม่มีน้ำได้หรือ
12 ขณะที่มีดอกยังไม่ได้ตัดลง มันก็เหี่ยวแห้งไปก่อนต้นไม้อื่นๆ
13 ทางของบรรดาผู้ที่ลืมพระเจ้าก็เป็นอย่างนั้นแหละ ความหวังของคนที่ไม่นับถือพระเจ้าจะพินาศไป
14 สิ่งที่เขาไว้ใจหักสะบั้น และสิ่งที่เขาวางใจจะยุ่ยเหมือน ใยแมงมุม
15 เขาพิงเรือนของเขา แต่มันทานไม่ไหว เขายึดมันไว้ แต่มันก็หาทนอยู่ไม่
16 เขาเขียวสดอยู่ต่อหน้าดวงอาทิตย์ และแขนงของเขาก็แผ่ออกเหนือสวนของเขา
17 รากของเขาเลื้อยไปเกาะกองหิน และหยั่งลงไปในซอกก้อนหิน
18 ถ้าเขาถูกทำลายไปจากที่ของเขา แล้วที่นั้นจะปฏิเสธเขาว่า 'ข้าไม่เคยเห็นเจ้า'
19 ดูเถิด นี่เป็นความชื่นบานแห่งทางของเขา และผู้อื่นจะงอกออกมาจากดิน
20 "ดูเถิด พระเจ้าจะไม่ทรงทอดทิ้งคนดีรอบคอบ หรือ ค้ำจุนผู้กระทำความชั่วร้าย
21 พระองค์ยังจะทรงให้ปากของท่านหัวเราะร่วน และทำให้ริมฝีปากของท่านโห่ร้องเสมอ
22 คนเหล่านั้นที่เกลียดชังเจ้าจะห่มความอับอาย และเต็นท์ของคนอธรรมจะไม่มีต่อไปอีกเลย"

โยบ 9

1 แล้วโยบตอบว่า
2 "จริงทีเดียว ข้าทราบว่าเป็นอย่างนั้น แต่คนเราจะชอบธรรมจำเพาะพระพักตร์พระเจ้าได้อย่างไร
3 ถ้าคนหนึ่งคนใดปรารถนาจะโต้แย้งกับพระองค์ ในพันครั้งผู้นั้นก็ตอบพระองค์ไม่ได้สักครั้งเดียว
4 พระองค์ฉลาดอยู่ในพระทัย และพระกำลังก็แข็งแรง ผู้ใดเคยได้แข็งต่อพระองค์และชนะได้เล่า
5 พระองค์ผู้ทรงเคลื่อนภูเขา และภูเขาทั้งหลายก็ไม่รู้ เมื่อพระองค์ทรงคว่ำมันเสียด้วยพระพิโรธของพระองค์
6 ผู้ทรงสั่นแผ่นดินโลกให้ออกจากที่ของมัน และเสาของมันก็สั่นสะเทือน
7 ผู้ทรงบัญชาดวงอาทิตย์ และมันไม่ขึ้น ผู้ทรงผนึกเก็บบรรดาดวงดาวไว้
8 ผู้ทรงขึงฟ้าสวรรค์ออกแต่พระองค์เดียว และทรงย่ำคลื่นของทะเล
9 ผู้ทรงสร้างดาวจระเข้และดาวไถ ดาวลูกไก่และหมู่ดาวทิศใต้
10 ผู้ทรงกระทำมหกิจเหลือที่จะเข้าใจได้ และการอัศจรรย์อย่างนับไม่ถ้วน
11 นี่แน่ะ พระองค์ทรงผ่านไป และข้าหาเห็นพระองค์ไม่ พระองค์ทรงเลยไป และข้าหาสังเกตเห็นไม่
12 ดูเถิด พระองค์ทรงฉวยไป ใครจะห้ามพระองค์ได้ ใครจะทูลพระองค์ว่า 'พระองค์ทรงกระทำอะไรนั่น'
13 "พระเจ้าจะไม่ทรงหันพระพิโรธของพระองค์กลับ ต่อพระองค์ เหล่าสมุนของความอหังการต้องกราบอยู่
14 แล้วข้าจะตอบพระองค์ได้อย่างไร จะเลือกถ้อยคำอะไรมาโต้ตอบพระองค์
15 แม้ว่าข้าไร้ผิด ข้าก็ตอบพระองค์ไม่ได้ ข้าจะต้องขอพระกรุณาต่อโจทก์ของข้า
16 ถ้าข้าร้องทูลต่อพระองค์ และพระองค์ทรงตอบข้า ข้าจะไม่เชื่อว่า พระองค์ทรงฟังเสียงของข้า
17 เพราะพระองค์ทรงขยี้ข้าด้วยพายุ และทวีบาดแผลของข้าโดยไม่มีเหตุ
18 พระองค์จะไม่ทรงให้ข้าหายใจได้ แต่เติมความขมขื่นให้ข้าเต็ม
19 ถ้าเป็นการประลองกำลัง ก็ดูพระองค์ซิ ถ้าเป็นเรื่องการพิพากษา ใครจะนัดฟ้องพระองค์ได้
20 ถึงแม้ข้าชอบธรรม ปากของข้า จะกล่าวโทษข้า แม้ว่าข้าจะดีรอบคอบ พระองค์จะพิสูจน์ว่าข้าบกพร่อง
21 ข้าดีรอบคอบ ข้าไม่ไยดีในตัวข้า ข้าเกลียดชีวิตของข้า
22 ก็เหมือนกันหมด เพราะฉะนั้นข้าจึงว่า พระองค์ทรงทำลายทั้งคนดีรอบคอบและคนอธรรม
23 เมื่อภัยพิบัตินำความตายมาโดยฉับพลัน พระองค์ทรงเยาะเย้ยความลำบากยากเย็นของผู้ไร้ผิด
24 แผ่นดินโลกนี้ทรงมอบไว้ในมือของคนอธรรม พระองค์ทรงปิดหน้าบรรดาผู้วินิจฉัยโลก ถ้าไม่ใช่พระองค์ แล้วใครเล่า
25 "วันทั้งหลายของข้าพระองค์เร็วกว่านักวิ่ง มันพ้นไป มันไม่เห็นสิ่งดีอะไร
26 มันผ่านไปอย่างกับเรือเร็ว ดังนกอินทรีโฉบลงบนเหยื่อ
27 ถ้าข้าพระองค์ว่า 'ข้าจะลืมคำร้องทุกข์ของข้า ข้าจะทิ้งหน้าเศร้าของข้าเสียและเบิกบาน'
28 ข้าพระองค์เกิดกลัวบรรดาความทุกข์ของข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์ทราบว่า พระองค์จะไม่ถือว่าข้าพระองค์ไร้ผิด
29 ข้าพระองค์จะถูกกล่าวโทษ ข้าพระองค์ตรากตรำเปล่าๆทำไม
30 ถ้าข้าพระองค์ชำระตัวของข้าพระองค์ด้วยหิมะ และล้างมือของข้าพระองค์ด้วยน้ำด่าง
31 พระองค์ยังจะทรงจุ่มข้าพระองค์ลงไปในบ่อ แม้เสื้อผ้าของข้าพระองค์จะรังเกียจข้าพระองค์
32 พระองค์มิใช่มนุษย์อย่างข้า ที่ข้าจะตอบพระองค์ ซึ่งเราจะมาสู้คดีด้วยกัน
33 ไม่มี คนกลางระหว่างเรา ผู้ซึ่งจะไกล่เกลี่ยเราทั้งสองได้
34 ขอให้พระองค์ทรงนำไม้เรียว ไปจากข้าเสียที และขออย่าให้ความครั่นคร้ามจากพระองค์ กระทำให้ข้ากลัว
35 แล้วข้าจะพูดและไม่กลัวพระองค์ เพราะใจจริงของข้าไม่เป็นอย่างนั้น

โยบ 10
1 "ข้าเบื่อชีวิตของข้า ข้าจะร้องทุกข์อย่างไม่ยับยั้ง ข้าจะพูดด้วยจิตใจขมขื่นของข้า
2 ข้าจะทูลพระเจ้าว่า ขออย่าทรงกล่าวโทษข้าพระองค์ ขอให้ข้าพระองค์ทราบว่า ไฉนพระองค์ทรงโต้แย้งกับข้าพระองค์
3 พระองค์ทรงเห็นชอบแล้วหรือที่จะบีบบังคับ ที่จะหมิ่นพระหัตถกิจของพระองค์ และทรงโปรดแผนการของคนอธรรม
4 พระองค์ทรงมีพระเนตรอย่างตาคนหรือ พระองค์ทรงเห็นอย่างมนุษย์เห็นหรือ
5 วันของพระองค์เหมือนวันของมนุษย์หรือ ปีของพระองค์เหมือนวันคืนของคนเราหรือ
6 ที่พระองค์ทรงคอยจับผิดข้าพระองค์ และค้นหาบาปของข้าพระองค์
7 แม้พระองค์ทรงทราบว่าข้าพระองค์มิได้เป็นคนอธรรม และไม่มีใครช่วยกู้ให้ออกจากพระหัตถ์ของพระองค์ได้
8 พระหัตถ์ของพระองค์ปั้นและทรงสร้างข้าพระองค์ และบัดนี้พระองค์ทรงหันมาทำลายข้าพระองค์
9 ขอทรงระลึกว่าพระองค์ทรงสร้างข้าพระองค์ด้วยดิน พระองค์จะทรงนำข้าพระองค์ให้กลับเป็นผงคลีดินอีกหรือ
10 พระองค์มิได้ทรงเทข้าพระองค์ออกอย่างน้ำนม และทำข้าพระองค์ให้แข็งเหมือนเนยแข็งหรือ
11 พระองค์ทรงห่มข้าพระองค์ไว้ด้วยหนังและเนื้อ และทรงสานข้าพระองค์ด้วยกระดูกและเส้นเอ็น
12 พระองค์ทรงประสาทชีวิตและความรักมั่นคงแก่ข้าพระองค์ และความดูแลรักษาของพระองค์ได้สงวนจิตวิญญาณ ข้าพระองค์ไว้
13 แต่สิ่งต่อไปนี้พระองค์ทรงซ่อนไว้ในพระทัยของพระองค์ ข้าพระองค์ทราบว่านี่เป็นพระประสงค์ของพระองค์
14 ถ้าข้าพระองค์ทำบาป พระองค์ทรงหมายข้าพระองค์ไว้ และไม่ทรงปล่อยตัวข้าพระองค์ให้พ้นโทษความบาปผิด ของข้าพระองค์
15 ถ้าข้าพระองค์ชั่วร้าย วิบัติแก่ข้าพระองค์ ถ้าข้าพระองค์ชอบธรรม ข้าพระองค์ยังผงกศีรษะของข้าพระองค์ขึ้นไม่ได้ เพราะข้าพระองค์เต็มด้วยความอดสู และมองดูความทุกข์ใจของข้าพระองค์
16 และถ้าข้าพระองค์จะยกตัวขึ้น พระองค์จะทรงล่าข้าพระองค์อย่างสิงห์ดุร้าย และทรงทำการอัศจรรย์สู้ข้าพระองค์อีก
17 พระองค์ทรงฟื้นพยานของพระองค์ปรักปรำข้าพระองค์ใหม่ และทรงเพิ่มความร้อนพระทัยของพระองค์ในข้าพระองค์ พระองค์ทรงนำพลโยธาใหม่ๆมาสู้ข้าพระองค์
18 "ไฉนพระองค์ทรงนำข้าพระองค์ออกมาจากครรภ์ มิฉะนั้นข้าพระองค์คงตายก่อนตาใดๆได้เห็นข้าพระองค์
19 เหมือนอย่างกับว่าข้าพระองค์มิได้เกิดมา ข้าพระองค์คงถูกนำจากครรภ์ไปถึงหลุมฝังศพแล้ว
20 วันคืนชีวิตของข้าพระองค์ไม่น้อยหรือ ขอให้ข้าพระองค์อยู่ลำพัง เพื่อข้าพระองค์จะชื่นใจสักหน่อย
21 ก่อนที่ข้าพระองค์จะไปยังที่ที่ข้าพระองค์ไม่กลับ ถึงแผ่นดินแห่งความมืดและเงามัจจุราช
22 แผ่นดินแห่งความมืดทึบดังตัวความมืดทีเดียว เป็นแผ่นดินแห่งเงามัจจุราชไม่มีระเบียบ ที่ความสว่างเป็นเหมือนความมืด"

โยบ 11
1 แล้วโศฟาร์ชาวนาอาเมห์ตอบว่า
2 "ควรที่จะฟังมวลถ้อยคำโดยไม่มีใครตอบหรือ และคนที่พูดมากควรจะนับว่าชอบธรรมหรือ
3 ควรที่คำพูดอันไร้สาระของท่าน ทำให้คนนิ่ง และเมื่อท่านเยาะเย้ย ไม่ควรมีผู้ใดทำให้ท่านอายหรือ
4 เพราะท่านว่า 'คำสอนของข้าบริสุทธิ์ และข้าก็สะอาดในสายพระเนตรพระเจ้า'
5 แต่ โอ ใคร่จะให้พระเจ้าตรัส และทรงเปิดริมพระโอษฐ์ของพระองค์ตรัสกับท่าน
6 ใคร่จะให้พระองค์ทรงสำแดงเคล็ดลับของสติปัญญาให้ท่าน เพราะความเข้าใจของพระองค์เอนกอนันต์ จงทราบเถิดว่าพระเจ้าทรงเรียกร้องจากท่าน น้อยกว่ากรรมชั่วของท่านพึงได้รับ
7 "ท่านจะหยั่งรู้สภาพของพระเจ้าได้หรือ ท่านหยั่งรู้องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ได้หมดหรือ
8 นั่นสูงกว่าฟ้าสวรรค์ ท่านจะทำอะไรได้ ลึกกว่าแดนคนตาย ท่านจะทราบอะไรได้
9 วัดดูก็ยาวกว่าโลก และกว้างกว่าทะเล
10 ถ้าพระองค์ทรงผ่านไป และทรงคุมขัง และทรงเรียกมาพิพากษา ใครจะขัดขวางพระองค์ได้
11 เพราะพระองค์ทรงทราบคนไร้ค่า เมื่อพระองค์ทรงเห็นความบาปผิด พระองค์จะไม่ทรงพิจารณาหรือ
12 แต่คนโง่จะได้ความเข้าใจ ก็ต่อเมื่อลูกลาป่าเกิดมาเป็นคน
13 "ถ้าท่านเตรียมใจของท่านไว้ และท่านเหยียดแขนของท่าน ออกไปหาพระองค์
14 ถ้าความบาปชั่วอยู่ในมือของท่าน ทิ้งเสียให้ไกล และอย่าให้ความอธรรมอาศัยอยู่ในเต็นท์ของท่าน
15 แล้วแน่ละ ท่านจะเงยหน้าขึ้นโดยปราศจากตำหนิ ท่านจะปลอดภัย และไม่ต้องกลัว
16 ท่านจะลืมความทุกข์ยากของท่าน ท่านจะจดจำได้เหมือนน้ำที่ได้ไหลผ่านพ้นไป
17 แล้วชีวิตของท่านจะสุกใสยิ่งกว่าเวลาเที่ยงวัน แม้จะมีความมืดก็จะเหมือนเวลาเช้า
18 และท่านจะรู้สึกปลอดภัย เพราะมีความหวัง เออ ท่านจะตรวจตราดู และนอนพักอย่างปลอดภัย
19 ท่านจะนอนลง และไม่มีใครทำให้ท่านกลัว เออ คนเป็นอันมากจะมาวอนขอความช่วยเหลือจากท่าน
20 แต่ตาของคนอธรรมจะมืดมัว หนทางที่รอดพ้นจะอันตรธานไป จากเขา และความหวังของเขาก็คือ ความตายนั่นเอง"

โยบ 12

1 แล้วโยบตอบว่า
2 "ไม่ต้องสงสัยเลย ที่ท่านทั้งหลายเป็นเสียงของประชาชน และสติปัญญาจะตายไปพร้อมกับท่าน
3 แต่ข้าก็มีความเข้าใจอย่างกับท่าน ข้าไม่ด้อยกว่าท่าน เออ เรื่องอย่างนี้ใครจะไม่ทราบ
4 ข้าเป็นที่ให้เพื่อนของข้าหัวเราะเยาะ ข้า ผู้ร้องทูลพระเจ้าและพระองค์ทรงตอบข้า คนชอบธรรมและคนดีรอบคอบเป็นที่ให้เขาหัวเราะเยาะ
5 ในความคิดของผู้ที่อยู่อย่างสบายมีความประมาท ต่อการเคราะห์ร้าย ซึ่งมีพร้อมอยู่สำหรับบรรดา ผู้ที่เท้าพลาด
6 เต็นท์ของโจรก็อยู่อย่างสงบสุข และบุคคลที่ยั่วเย้าพระเจ้าก็ปลอดภัย คือผู้ที่นำพระของเขาติดมือมา
7 "แต่ ขอถามสัตว์เดียรัจฉาน และมันจะสอนท่าน ถามนกในอากาศดู และมันจะบอกท่าน
8 หรือพูดกับแผ่นดินโลก และมันจะสอนท่าน และถามปลาทะเล มันจะประกาศแก่ท่าน
9 ในสิ่งเหล่านี้มีสิ่งใดที่ไม่ทราบว่า พระหัตถ์ของพระเจ้าทรงกระทำให้เป็นไปอย่างนั้น
10 ชีวิตของสิ่งที่มีชีวิตทุกอย่างอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ ทั้งลมหายใจของมนุษย์ทั้งปวง
11 หูไม่ได้ทดลองถ้อยคำ อย่างเพดานปากชิมรสอาหารหรือ
12 สติปัญญาอยู่กับคนมีอายุมาก และอายุยืนยาวทำให้เกิดความเข้าใจ
13 "สติปัญญาและฤทธานุภาพอยู่กับพระเจ้า พระองค์ทรงมีคำแนะนำและความเข้าใจ
14 ถ้าพระองค์ทรงพังทลายลง ก็ไม่มีผู้ใดสร้างใหม่ได้ ถ้าพระองค์ทรงกักขังมนุษย์คนหนึ่งไว้ ก็ไม่มีผู้ใดเปิดได้
15 ถ้าพระองค์ทรงยึดน้ำไว้ มันก็แห้งไป ถ้าพระองค์ทรงส่งมันออกไป มันก็ท่วมแผ่นดิน
16 พระกำลังและพระสติปัญญาอยู่กับพระองค์ ผู้ถูกลวงทั้งผู้ลวงเป็นของพระองค์
17 พระองค์ทรงนำที่ปรึกษาตัวล่อนจ้อนไป และพระองค์ทรงกระทำผู้พิพากษาให้เป็นคนโง่
18 พระองค์ทรงแก้พันธนาการของพระราชา และทรงผูกมัดเอวของกษัตริย์เหล่านั้น
19 พระองค์ทรงนำปุโรหิตตัวล่อนจ้อนไป และทรงคว่ำผู้มีกำลังเสีย
20 พระองค์ทรงเอาคำพูดไปเสียจากผู้ที่เขาวางใจ และทรงนำการพินิจพิจารณาไปเสียจากพวกผู้ใหญ่
21 พระองค์ทรงเทความเหยียดหยามบนเจ้านาย และขยายเข็มขัดของผู้ที่แข็งแรง
22 พระองค์ทรงเปิดสิ่งที่ลึกออกมาจากความมืด และทรงนำเงามัจจุราชมาสู่ความสว่าง
23 พระองค์ทรงกระทำประชาชาติให้ใหญ่โต และพระองค์ทรงทำลายเสีย พระองค์ทรงขยายบรรดาประชาชาติ และทรงนำเขาทั้งหลายไปเป็นเชลย
24 พระองค์ทรงนำความเข้าใจไปเสียจากหัวหน้าชาวโลก และทรงกระทำให้เขาพเนจรไปในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งไม่มีหนทาง
25 เขาทั้งหลายคลำอยู่ในความมืด ปราศจากความสว่าง และพระองค์ทรงทำให้เขาโซเซ อย่างคนเมา

โยบ 13
1 "นี่แน่ะ ตาของข้าได้เห็นสิ่งทั้งหมดนี้แล้ว หูของข้าได้ยินและเข้าใจเรื่องนี้แล้ว
2 อะไรที่ท่านทั้งหลายรู้ ข้าก็รู้ด้วย ข้าไม่ด้อยกว่าท่าน
3 แต่ข้าจะใคร่ทูลต่อองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ และปรารถนาจะสู้คดีของข้ากับพระเจ้า
4 ส่วนท่าน ท่านฉาบเสียด้วยการมุสา ท่านทั้งปวงเป็นแพทย์ที่ใช้ไม่ได้
5 โอ ท่านน่าจะนิ่งเสีย และความนิ่งนั้นจะเป็นสติปัญญาของท่าน
6 บัดนี้ขอฟังการหาเหตุผลของข้า และขอฟังคำวิงวอนแห่งริมฝีปากของข้า
7 ท่านทั้งหลายจะพูดเท็จเพื่อพระเจ้าหรือ และพูดลวงเพื่อพระองค์หรือ
8 ท่านทั้งหลายจะแสดงความลำเอียงเข้าข้างพระองค์หรือ ท่านจะว่าความฝ่ายพระเจ้าหรือ
9 เมื่อพระองค์ทรงค้นท่านพบ จะดีแก่ท่านไหม หรือท่านจะลวงพระองค์ได้ อย่างผู้หนึ่งผู้ใดลวงมนุษย์หรือ
10 พระองค์จะทรงตำหนิท่านทั้งหลายแน่ ถ้าท่านแสดงความลำเอียงอย่างลับๆ
11 ความโอ่อ่าตระการของพระองค์จะไม่กระทำ ให้ท่านคร้ามกลัว และความครั่นคร้ามต่อพระองค์จะไม่ตกเหนือท่านหรือ
12 คำเป็นคติของท่านเป็นทุภาษิต เครื่องกันตัวของท่านเป็นเครื่องดิน
13 "ขอนิ่งเถอะ และข้าจะพูด และอะไรจะเกิดแก่ข้า ก็ขอให้เกิดเถิด
14 ทำไมน่ะหรือ ข้าจะงับเนื้อของข้าไว้ และเสี่ยงชีวิตของข้า
15 ดูเถิด พระองค์จะทรงประหารข้าเสีย ข้าไม่มีความหวังใจ แต่ข้ายังจะแก้ตัวของข้าจำเพาะพระพักตร์พระองค์
16 ข้อนี้จะเป็นความรอดของข้าด้วย คือคนที่ไม่นับถือพระเจ้าจะไม่ได้เข้ามาต่อเบื้อง พระพักตร์พระองค์
17 ขอฟังถ้อยคำของข้าอย่างระมัดระวัง และให้คำกล่าวของข้าอยู่ในหูของท่าน
18 ดูเถิด ข้าเตรียมคดีของข้าแล้ว ข้าทราบว่า จะปรากฏว่าข้าบริสุทธิ์
19 ใครนะจะสู้คดีกับข้า ถ้าอย่างนั้นข้าจะนิ่งเสียและตาย
20 ขอทรงประสาทสองสิ่งแก่ข้าพระองค์ แล้วข้าพระองค์จะไม่ซ่อนตัวจากพระพักตร์พระองค์
21 ขอทรงหดพระหัตถ์ให้ไกลจากข้าพระองค์ และขออย่าให้ความครั่นคร้ามพระองค์ทำให้ ข้าพระองค์คร้ามกลัว
22 ขอพระองค์ทรงเรียกเถิด แล้วข้าพระองค์จะทูลตอบ หรือขอให้ข้าพระองค์ทูล และขอพระองค์ทรงตอบแก่ข้าพระองค์
23 บรรดาความบาปผิดของข้าพระองค์มีเท่าใด ขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์ทราบถึงการทรยศและบาป ของข้าพระองค์
24 ทำไมพระองค์ทรงเมินพระพักตร์เสีย และทรงนับว่าข้าพระองค์เป็นศัตรูของพระองค์
25 พระองค์จะทรงให้ใบไม้ที่ถูกลมพัดตกใจหรือ และจะทรงไล่ติดตามฟางแห้งหรือ
26 เพราะพระองค์ทรงจารึกสิ่งขมขื่น ต่อสู้ข้าพระองค์ และทรงกระทำให้ข้าพระองค์รับโทษความบาปผิด ที่ข้าพระองค์กระทำเมื่อยังรุ่นๆอยู่
27 พระองค์ทรงใส่เท้าของข้าพระองค์ไว้ในคา และทรงเฝ้าดูทางทั้งสิ้นของข้าพระองค์ พระองค์ทรงจำกัดเขตให้แก่ฝ่าเท้าของข้าพระองค์
28 มนุษย์ก็ทรุดโทรมไปเหมือนของเน่า เหมือนเครื่องแต่งกายที่ตัวแมลงกิน

โยบ 14

1 "มนุษย์ที่เกิดมาโดยผู้หญิงก็อยู่แต่น้อยวัน และเต็มไปด้วยความยุ่งยากใจ
2 เขาออกมาเหมือนดอกไม้ แล้วก็เหี่ยวแห้งไป เขาลี้ไปอย่างเงา และไม่อยู่ต่อไปอีก
3 และพระองค์ทรงลืมพระเนตรมองคนอย่างนี้หรือ และนำเขามาในการพิพากษาของพระองค์หรือ
4 ใครจะเอาสิ่งสะอาด ออกมาจากสิ่งไม่สะอาดได้ ไม่มีใครสักคน
5 วันเวลาของเขาถูกกำหนดไว้เสียแล้ว และจำนวนเดือนของเขาก็อยู่กับพระองค์ พระองค์ทรงกำหนดขอบเขตของเขาไม่ให้เขาผ่านไปได้
6 ฉะนั้น ขอทรงหันพระพักตร์ไปจากเขา และทรงเลิกเถิดพระเจ้าข้า เพื่อให้เขาชื่นบานด้วยวันของเขาอย่างลูกจ้าง
7 "เพราะสำหรับต้นไม้ก็มีความหวัง ถ้ามันถูกตัดลง มันก็แตกหน่ออีก และหน่ออ่อนของมันจะไม่หยุดยั้ง
8 ถึงรากของมันจะแก่อยู่ในดิน และตอของมันจะตายอยู่ในผงคลีดิน
9 แต่พอได้กลิ่นไอของน้ำ มันจะงอก และแตกกิ่งออกเหมือนต้นไม้อ่อน
10 แต่มนุษย์ตาย และล้มพังพาบ เออ มนุษย์สิ้นลมหายใจและเขาอยู่ที่ไหนเล่า
11 น้ำขาดจากทะเลสาบไป และแม่น้ำก็เหือดและแห้งไปฉันใด
12 ฉันนั้นแหละ มนุษย์ก็นอนลงและไม่ลุกขึ้นอีก จนท้องฟ้าไม่มีอีก เขาก็ไม่ตื่นขึ้น และปลุกเขาก็ไม่ได้
13 โอ หากพระองค์ทรงซ่อนข้าพระองค์ไว้ใน แดนคนตายก็จะดี ใคร่จะให้พระองค์ทรงปกปิดข้าพระองค์ไว้จน พระพิโรธพระองค์พ้นไป ใคร่จะให้พระองค์ทรงกำหนดเวลาให้ข้าพระองค์ และทรงระลึกถึงข้าพระองค์
14 ถ้ามนุษย์ตายแล้ว เขาจะมีชีวิตอีกหรือ ข้าพระองค์จะคอยอยู่ตลอดวันประจำการของข้าพระองค์ จนกว่าการปลดปล่อยของข้าพระองค์จะมาถึง
15 พระองค์จะทรงเรียก และข้าพระองค์จะทูลตอบพระองค์ พระองค์จะทรงอาลัยอาวรณ์ พระหัตถกิจของพระองค์
16 แต่พระองค์ทรงนับก้าวของข้าพระองค์ พระองค์มิได้ทรงจ้องจับผิดข้าพระองค์หรือ
17 การทรยศของข้าพระองค์นั้นทรงใส่ไว้ในถุงที่ผนึกตรา และพระองค์ทรงมัดความบาปผิดของข้าพระองค์ไว้
18 "แต่ภูเขาก็ทลายลงและผุพังไป และก้อนหินก็ถูกย้ายไปจากที่ของมัน
19 น้ำเซาะหินไปเสีย กระแสน้ำพัดพาดินแห่งแผ่นดินโลกไป พระองค์ทรงทำลายความหวังของมนุษย์เช่นกัน
20 พระองค์ทรงชนะเขาเสมอ และเขาก็ล่วงลับไป พระองค์ทรงเปลี่ยนใบหน้าของเขา และทรงส่งเขาไปเสีย
21 บรรดาบุตรของเขาได้รับเกียรติและเขาก็ไม่ทราบ เขาทั้งหลายตกต่ำลง แต่เขาหาหยั่งรู้ไม่
22 เขารู้สึกเพียงความเจ็บในร่างกายของตน และเขาคร่ำครวญเพื่อตัวเขาเอง"

โยบ 15
1 แล้วเอลีฟัสชาวเทมานตอบว่า
2 "ควรที่คนมีปัญญาจะตอบด้วยความรู้ลมๆแล้งๆหรือ และบรรจุลมตะวันออกให้เต็มตัว
3 ควรที่เขาจะโต้แย้งกันในการพูดอันไร้ประโยชน์ หรือด้วยถ้อยคำซึ่งไม่ได้ผลหรือ
4 แต่ท่านกำลังขจัดความยำเกรงพระเจ้าเสีย และขัดขวางการภาวนาต่อพระพักตร์พระเจ้า
5 เพราะความบาปชั่วของท่านสอนปาก ของท่าน และท่านเลือกเอาลิ้นของคนฉลาด แกมโกง
6 ปากของท่านกล่าวโทษท่านเอง ไม่ใช่ข้าพเจ้า และริมฝีปากของท่านปรักปรำท่านเอง
7 "ท่านเป็นมนุษย์คนแรกที่เกิดมาหรือ หรือท่านคลอดมาก่อนเนินเขาหรือ
8 ท่านได้ฟังในหมู่ชาวสวรรค์คนสนิทของพระเจ้าหรือ และท่านจำกัดสติปัญญาไว้ เฉพาะตัวท่านหรือ
9 ท่านทราบอะไรที่พวกเราไม่ทราบบ้าง ท่านเข้าใจอะไรที่ไม่กระจ่างแก่เราเล่า
10 ในพวกเรามีคนผมหงอกและคนสูงอายุ แก่ยิ่งกว่าบิดาของท่าน
11 ท่านเห็นคำเล้าโลมของพระเจ้าเป็นของเล็กน้อยไปหรือ คือถ้อยคำที่พูดกับท่านอย่างสุภาพนั้น
12 เหตุไฉนท่านจึงปล่อยตัวไปตามใจ ทำไมตาของท่านจึงลุกเป็นไฟ
13 คือที่ท่านหันจิตใจของท่านต่อสู้พระเจ้า และให้ถ้อยคำอย่างนี้ออกจากปากของท่าน
14 มนุษย์เป็นอะไรเล่า เขาจึงจะสะอาดได้ หรือเขาผู้เกิดมาโดยผู้หญิงเป็นอะไร เขาจึงชอบธรรมได้
15 ดูเถิด พระเจ้ามิได้ทรงวางใจในเทพเจ้าของพระองค์ เออ ในสายพระเนตรของพระองค์ ฟ้าสวรรค์ก็ไม่สะอาด
16 ผู้ที่น่าเกลียดน่าชังและเสื่อมทราม ผู้ดื่มความผิดบาปเหมือนดื่มน้ำ จะสะอาดน้อยยิ่งกว่านั้นเท่าใด
17 "ฟังข้าซิ ข้าจะแสดงแก่ท่าน สิ่งใดที่ข้าได้เห็น ข้าจะกล่าว
18 (สิ่งที่คนมีปัญญาได้บอกกันมา ตั้งแต่บรรพบุรุษของเขา และมิได้ปิดบังไว้
19 ผู้ที่ได้รับพระราชทานแผ่นดินแต่พวกเดียว และไม่มีคนต่างด้าวผ่านไปท่ามกลางเขาทั้งหลาย)
20 คนอธรรมทนทุกข์ทรมานตลอดอายุของเขา ตลอดปีทั้งปวงที่ได้กำหนดไว้สำหรับผู้บีบบังคับ
21 เสียงที่น่าคร้ามกลัวอยู่ในหูของเขา ผู้ทำลายจะมาเหนือเขาในยามมั่งคั่ง
22 เขาไม่เชื่อว่าเขาจะกลับออกมา จากความมืด เขาจะต้องตายด้วยดาบ
23 เขาพเนจรไปเพื่อหาอาหาร กล่าวว่า 'อยู่ที่ไหนนะ' เขาทราบอยู่ว่า วันแห่งความมืดอยู่แค่เอื้อม
24 ความทุกข์ใจและความแสนระทมทำให้เขาคร้ามกลัว มันชนะเขาเหมือนอย่างพระราชาเตรียมพร้อมแล้วสำหรับการศึก
25 เพราะเขาได้เหยียดมือของเขาออก สู้พระเจ้า และตั้งตัวท้าทายองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์
26 เขาวิ่งเข้าใส่พระองค์อย่างดื้อดึง พร้อมกับโล่ปุ่มหนา
27 เพราะว่าเขาได้คลุมหน้าของเขา ด้วยความอ้วนของเขาแล้ว และรวบรวมไขมันมาไว้ที่บั้นเอว ของเขา
28 และได้อาศัยอยู่ในหัวเมืองร้างเปล่า ในเรือนซึ่งมนุษย์ไม่ควรจะอยู่ ซึ่งทรงกำหนดไว้ให้เป็นกองปรักหักพัง
29 เขาจะไม่มั่งมี และทรัพย์สมบัติของเขาจะไม่ทนทาน และข้าวของของเขาจะไม่เพิ่มพูนในแผ่นดิน
30 เขาจะหนีจากความมืดไม่พ้น เปลวเพลิงจะทำให้หน่อของเขาแห้งไป และโดยลมพระโอษฐ์เขาจะต้องจากไปเสีย
31 อย่าให้เขาวางใจในความอนิจจัง ลวงตัวเขาเอง เพราะความอนิจจังเป็นสิ่งตอบแทนเขา
32 จะชำระให้เขาเต็มก่อนเวลาของเขา และกิ่งของเขาจะไม่เขียว
33 เขาจะเป็นประดุจเถาองุ่นที่ลูกองุ่นดิบหล่น และเป็นดังต้นมะกอกเทศ ที่ดอกบานร่วง
34 เพราะว่าพวกอธรรมนั้นเป็นหมัน และไฟเผาผลาญเต็นท์แห่งสินบน
35 เขาทั้งหลายตั้งท้องความชั่วและคลอดความร้ายออกมา และจิตใจของเขาทั้งหลายตระเตรียมการล่อลวง"

โยบ 16
1 แล้วโยบตอบว่า
2 "ข้าเคยได้ยินเรื่องอย่างนี้มามากแล้ว ท่านทุกคนเป็นผู้เล้าโลมที่กวนใจ
3 คำลมๆแล้งๆจะจบสิ้นเมื่อไรหนอ ท่านเป็นอะไรไปท่านจึงตอบอย่างนี้
4 ข้าก็พูดอย่างท่านทั้งหลายพูดได้ เหมือนกัน ถ้าจิตใจท่านอยู่ในที่ของจิตใจข้า ข้าร้อยกรองถ้อยคำต่อสู้ท่านทั้งหลายได้ และสั่นศีรษะของข้าเย้ยท่าน
5 ข้าจะหนุนกำลังของท่านทั้งหลาย ด้วยปากของข้าก็ได้ และเครื่องบรรเทาทุกข์แห่งริมฝีปากของข้า จะระงับความเจ็บปวดของท่านก็ได้ด้วย
6 "ถ้าข้าพูด ความเจ็บปวดของข้าก็ไม่ระงับ และถ้าข้านิ่งไว้ จะบรรเทาไปสักเท่าใด
7 แต่นี่แหละ เดี๋ยวนี้พระเจ้าทรงให้ข้าเหนื่อยยาก พระองค์ทรงกระทำให้พรรคพวกทั้งสิ้นของข้าเริศร้าง
8 และพระองค์ได้ให้ข้าหดหู่ลง ซึ่งสภาพนี้เป็นพยานปรักปรำข้า และความผ่ายผอมของข้าลุกขึ้นปรักปรำข้า มันเป็นพยานใส่หน้าข้า
9 พระองค์ทรงฉีกข้าด้วยพระพิโรธของ พระองค์และทรงเกลียดชังข้า พระองค์ทรงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันใส่ข้า ปรปักษ์ของข้าถลึงตาสู้ข้า
10 มีคนอ้าปากใส่ข้า เขาตบแก้มประจานข้า เขาสุมหัวกันปรักปรำข้า
11 พระเจ้าทรงมอบข้าให้แก่คนอธรรม และทรงเหวี่ยงข้าไว้ในมือของคนชั่วร้าย
12 ข้าอยู่สบาย และพระองค์ทรงหักข้าสะบั้น เออ พระองค์ทรงฉวยคอข้า และฟาดข้าลงเป็นชิ้นๆ พระองค์ทรงตั้งข้าให้เป็นเป้าของพระองค์ นักธนูของพระองค์ล้อมข้า
13 พระองค์ทรงทะลวงเปิดไตของข้า และไม่เพลามือเลย พระองค์ทรงเทน้ำดีของข้าลงบนดิน
14 พระองค์ทรงพังเข้าไปเป็นช่องๆ พระองค์ทรงวิ่งเข้าใส่ข้าอย่างนักรบ
15 ข้าเย็บผ้ากระสอบติดหนังของข้า และวางกำลังของข้าลงในผงคลีดิน
16 หน้าของข้าแดงด้วยการร่ำไห้ เงาแห่งความตายอยู่ที่หนังตาของข้า
17 แม้ว่าในมือของข้าไม่มีความทารุณเลย และคำอธิษฐานของข้าก็บริสุทธิ์
18 "โอ แผ่นดินโลกเอ๋ย อย่าปิดบังโลหิตของข้านะ อย่าให้เสียงร้องของข้ามีที่หยุดพัก
19 ดูเถิด เดี๋ยวนี้เองพยานของข้าก็อยู่ในฟ้าสวรรค์ และท่านที่รับรองข้าก็อยู่ในที่สูง
20 เพื่อนของข้าด่าข้า ตาของข้าเทน้ำตาออกถวายพระเจ้า
21 ขอให้พยานนั้นยันความชอบธรรมของมนุษย์ต่อพระเจ้า อย่างที่มนุษย์กระทำต่อเพื่อนบ้าน ของเขา
22 เพราะว่าต่อไปอีกไม่กี่ปี ข้าจะไปตามทางที่ข้าจะไม่กลับ

โยบ 17
1 จิตวิญญาณของข้าได้แตกดับ วันเวลาของข้าก็จบลง หลุมฝังศพพร้อมสำหรับข้าแล้ว
2 แน่ละ คนมักเยาะเย้ยก็อยู่รอบข้านี่เอง และตาของข้าก็จ้องอยู่ที่การยั่วเย้า ของเขา
3 "โปรดทรงวางประกันไว้สำหรับ ข้าพระองค์กับพระองค์ ใครอยู่ที่นั่นที่จะให้ประกันสำหรับข้าพระองค์ได้
4 เพราะพระองค์ทรงปิดใจของเขาทั้งหลายไว้จาก ความเข้าใจ ฉะนั้นพระองค์จะไม่ทรงหนุนเขา
5 ผู้ที่ปรักปรำเพื่อนของเขาเพื่อจะได้ส่วนแบ่ง นัยน์ตาของลูกหลานของเขามัวมืดไป
6 "พระองค์ทรงกระทำให้ข้าเป็นขี้ปากของชนชาติทั้งหลาย และเขาถ่มน้ำลายรดหน้าของข้า
7 นัยน์ตาของข้าได้มืดมัวไปด้วยความโศกสลด และอวัยวะทั้งสิ้นของข้าก็เหมือนกับเงา
8 คนเที่ยงธรรมก็จะตกตะลึงด้วยเรื่องนี้ และคนไร้ผิดก็จะเร้าตัวขึ้นปรักปรำ คนอธรรม
9 คนชอบธรรมยังจะยึดมั่นอยู่กับ ทางของเขา และผู้ที่มีมือสะอาดก็จะแข็งแรงยิ่งขึ้นๆ
10 แต่ท่าน ท่านทุกคนมาอีกซี ข้าจะไม่พบคนที่มีปัญญาในพวกท่าน
11 วันของข้าก็ผ่านพ้นไป แผนงานของข้าก็แตกหัก คือความคิดในใจของข้านั้น
12 เขาเหล่านั้นทำกลางคืนให้เป็นกลางวัน ความสว่างนั้นก็ใกล้เป็นความมืด
13 ถ้าข้าจะมองแดนคนตายให้เป็นบ้าน ของข้า ถ้าข้าจะกางที่นอนออกในความมืด
14 ถ้าข้าพูดกับปากแดนคนตายว่า 'เจ้าเป็นพ่อของข้า' และพูดกับหนอนว่า 'แม่ของข้า' และ 'พี่สาวของข้า'
15 แล้วก็ความหวังของข้าอยู่ที่ไหนเล่า ส่วนความหวังของข้านั้นใครจะเห็นได้
16 ความหวังนั้นจะลงไปที่ดาลประตู แดนคนตาย เราจะลงไปด้วยกันในผงคลีดิน

โยบ 18
1 แล้วบิลดัดตระกูลชูอาห์ตอบว่า
2 "ท่านทั้งหลายจะค้นหาถ้อยคำนานเท่าใด จงใคร่ครวญแล้วพวกเราจะพูด
3 ทำไมเราจึงถูกนับให้เป็นสัตว์ ทำไมเราจึงเป็นคนโฉดในสายตาของท่านทั้งหลาย
4 ท่านผู้ฉีกตัวของท่านด้วยความโกรธของท่าน จะให้แผ่นดินโลกถูกทอดทิ้ง เพราะเห็นแก่ท่านหรือ หรือจะให้ก้อนหินโยกย้ายจากที่ของมัน
5 "เออ ความสว่างแห่งคนอธรรมจะถูกดับเสีย และเปลวไฟของเขาไม่ส่องแสงอีก
6 ดวงสว่างในเต็นท์ของเขามืด และตะเกียงที่อยู่เหนือเขาก็ดับ
7 ก้าวอันแข็งแรงของเขาก็สั้นเข้า และความคิดอ่านของเขาเอง ก็คว่ำเขาลง
8 เพราะเขาถูกเหวี่ยงเข้าไปในข่าย ด้วยเท้าของเขาเอง และเขาเดินอยู่บนหลุมพราง
9 กับอันหนึ่งฉวยส้นเท้าของเขาไว้ แร้วจะรัดเขาไว้
10 มีบ่วงซ่อนอยู่ในดินไว้ดักเขา มีกับอยู่ในทางไว้ดักเขา
11 สิ่งน่าหวาดเสียวทำให้เขาตกใจอยู่รอบด้าน และไล่ติดส้นเท้าของเขาอยู่
12 กำลังของเขาก็กร่อนไปเพราะความหิว และภัยพิบัติก็คอยพร้อมอยู่ที่ข้างเขา
13 ผิวหนังของเขาโรคก็กินเสีย เออ โรคระบาดก็กินแขนขาของเขา
14 เขาถูกถอนออกจากเต็นท์ที่เขาไว้วางใจ ถูกนำมายังพระราชาแห่งความน่าหวาดเสียว
15 สิ่งที่ไม่ใช่ของเขาอาศัยอยู่ในเต็นท์ของเขา มีกำมะถันเกลื่อนกลาดอยู่เหนือที่อยู่ของเขา
16 รากของเขาแห้งไป และกิ่งของเขาเหี่ยวไป
17 การระลึกถึงเขาพินาศไปจากโลก และเขาไม่มีชื่ออยู่ในถนน
18 เขาถูกผลักไสจากความสว่างเข้าสู่ความมืด และถูกไล่ออกไปจากแผ่นดินโลก
19 เขาไม่มีลูกหรือหลานท่ามกลางวงศ์ตระกูลของเขา และไม่มีคนรอดตายในที่ซึ่งเขาเคยอาศัยอยู่
20 ชาวตะวันตกก็ตกตะลึงด้วยวันของเขา และชาวตะวันออกก็หวาดกลัวด้วย
21 แน่ละ ที่อยู่ของคนอธรรมเป็นอย่างนี้แหละ และที่อยู่ของคนซึ่งไม่รู้จักพระเจ้าก็เป็นอย่างนี้แหละ"

โยบ 19
1 แล้วโยบตอบว่า
2 "ท่านทั้งหลายจะทรมานจิตใจข้านานสักเท่าใด ทั้งบดข้าให้ย่อยยับด้วยถ้อยคำ
3 ท่านทั้งหลายพูดสบประมาทข้าสิบหนแล้ว และที่ทำผิดแก่ข้านั้นท่านก็ไม่อายเลย
4 ถ้าแม้ว่าข้าหลงทำผิดจริง ความผิดของข้าก็อยู่กับข้า
5 ถ้าท่านทั้งหลายผยองเพราะข้า และใช้ความต่ำต้อยของข้าปรักปรำข้า
6 จงทราบเถิดว่าพระเจ้าทรงวางข้าไว้ในที่ที่ผิด และได้ทรงเอาตาข่ายของพระองค์ล้อมข้าไว้
7 ดูเถิด ข้าร้องออกมาว่า 'ทารุณจริง' แต่ไม่มีใครฟัง ข้าร้องให้ช่วย แต่ไม่มีความยุติธรรมที่ไหน
8 พระองค์ทรงก่อกำแพงกั้นทางข้าไว้ ข้าจึงข้ามไปไม่ได้ และพระองค์ทรงให้ทางของข้ามืดไป
9 พระองค์ทรงปลดศักดิ์ศรีของข้าไปจากข้าเสีย และทรงถอดมงกุฎจากศีรษะของข้า
10 พระองค์ทรงพังข้าลงเสียทุกด้าน และข้าก็สิ้นไป พระองค์ทรงทึ้งความหวังของข้าขึ้นเหมือนถอนต้นไม้
11 พระพิโรธของพระองค์พลุ่งขึ้นใส่ข้า และทรงนับข้าว่าเป็นปรปักษ์ของพระองค์
12 กองทหารของพระองค์เข้ามาพร้อมกัน เขาทั้งหลายก่อเชิงเทินต่อสู้ข้า และตั้งค่ายล้อมเต็นท์ของข้า
13 "พระองค์ทรงให้พี่น้องของข้าห่างไกลจากข้า ผู้ที่คุ้นเคยของข้าก็หันไปจากข้าเสีย
14 ญาติของข้าและเพื่อนสนิทของข้าได้ละลืมข้าเสียแล้ว
15 บรรดาแขกในบ้านของข้า และสาวใช้ของข้า นับข้าเป็นคนต่างถิ่น ข้ากลายเป็นคนต่างด้าวในสายตาของเขา
16 ข้าเรียกคนใช้ของข้า แต่เขาไม่ตอบข้า ข้าต้องวิงวอนเขาด้วยปากของข้า
17 ข้าเป็นที่ขยะแขยงแก่ภรรยาของข้า เป็นที่น่าเกลียดแก่ลูกชายแห่งมารดาของข้าเอง
18 แม้เด็กๆดูหมิ่นข้า เมื่อข้าลุกขึ้นเขาก็ว่าข้า
19 สหายสนิททั้งสิ้นของข้ารังเกียจข้า และคนเหล่านั้นที่ข้ารัก เขาหันหลังให้ข้า
20 กระดูกของข้าเกาะติดหนังและติดเนื้อของข้า และข้ารอดได้อย่างหวุดหวิด
21 ข้าแต่ท่าน สหายของข้า สงสารข้าเถิด สงสารข้าเถิด เพราะพระหัตถ์ของพระเจ้าได้แตะต้องข้า
22 ทำไมท่านทั้งหลายจึงไล่ตามข้าอย่างกับเป็นพระเจ้า ทำไมท่านไม่พอใจกับเนื้อของข้า
23 "โอ ข้าอยากให้ถ้อยคำของข้าได้ถูกบันทึกไว้ โอ ข้าอยากให้จารึกไว้ในหนังสือ
24 โอ ข้าอยากให้สลักไว้ในศิลาเป็นนิตย์ ด้วยปากกาเหล็กและตะกั่ว
25 แต่ส่วนข้า ข้าทราบว่า พระผู้ไถ่ของข้าทรงพระชนม์อยู่ และในที่สุดพระองค์จะทรงปรากฏบน แผ่นดินโลก
26 และหลังจากผิวหนังของข้าถูกทำลายไปอย่างนี้ แล้วใน เนื้อหนังของข้า ข้าจะเห็นพระเจ้า
27 ผู้ซึ่งข้าจะได้เห็นเอง และนัยน์ตาของข้าจะได้เห็นไม่ใช่คนอื่น จิตใจในตัวข้าก็อ่อนโหย
28 ถ้าท่านทั้งหลายว่า 'ต้อนเขาให้อยู่' และ 'สมุฏฐานของเรื่องก็พบอยู่ในเขา'
29 จงกลัวดาบ เพราะพระพิโรธนำโทษของดาบมา เพื่อท่านจะทราบว่ามีการพิพากษา"

โยบ 20

1 แล้วโศฟาร์ชาวนาอาเมห์ตอบว่า
2 "เพราะฉะนั้นความคิดของข้าตอบข้า เหตุด้วยอารมณ์ภายในข้า
3 ข้าต้องฟังคำติเตียนที่สบประมาท และท่านตอบข้าอย่างลมๆแล้งๆ ปราศจากความเข้าใจ
4 ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์มา ตั้งแต่มนุษย์ถูกวางไว้บนแผ่นดินโลก ท่านไม่ทราบหรือว่า
5 เสียงไชโยของคนอธรรมนั้นสั้น และความชื่นบานของคนที่ไม่นับถือพระเจ้านั้นเป็นแต่ครู่เดียว
6 แม้ความสูงของเขาเด่นขึ้นไปถึงฟ้าสวรรค์ และศีรษะของเขาไปถึงหมู่เมฆ
7 เขาจะพินาศเป็นนิตย์อย่างอุจจาระของเขาเอง บรรดาคนที่เคยเห็นเขา จะพูดว่า 'เขาอยู่ที่ไหน'
8 เขาจะบินไปเสียเหมือนความฝันและจะไม่มีใครพบอีก เขาจะถูกไล่ไปเสียอย่างนิมิต ในกลางคืน
9 นัยน์ตาซึ่งได้เห็นเขาจะไม่เห็นเขาอีก หรือที่ของเขาจะไม่เห็นเขาอีกเลย
10 ลูกหลานของเขาจะเสาะหาความช่วยเหลือจากคนยากจน และมือของเขาจะคืนทรัพย์สมบัติของเขา
11 กระดูกของเขาเต็มไปด้วยเรี่ยวแรงของคนหนุ่ม แต่เรี่ยวแรงนั้นจะนอนลงกับเขาในผงคลีดิน
12 "แม้ว่าความอธรรมจะหวานอยู่ในปากของเขา แม้เขาซ่อนไว้ใต้ลิ้นของเขา
13 แม้เขาไม่อยากจะปล่อย และอมไว้ในปากของเขา
14 อาหารของเขายังเปลี่ยนในท้องของเขา เหมือนพิษของงูเห่าในตัวเขา
15 เขากลืนทรัพย์สมบัติลงไป แต่จะอาเจียนมันออกมาอีก พระเจ้าทรงเหวี่ยงมันออกมาจากท้องของเขา
16 เขาจะดูดพิษของงูเห่า ลิ้นของงูปากกะบะจะฆ่าเขา
17 เขาจะไม่มองชมลำน้ำ คือลำธารที่มีน้ำผึ้งและนมข้นไหลอยู่
18 เขาจะคืนผลงานของเขา และจะไม่กลืนกินเสีย เขาจะไม่ได้ความชื่นบานเลย จากกำไรแห่งการค้าของเขา
19 เพราะเขาได้ขยี้และทอดทิ้งคนจน เขาได้ชิงบ้านซึ่งเขาไม่ได้สร้าง
20 "เพราะความโลภของเขาไม่รู้จักหยุดยั้ง เขาจะเก็บสิ่งที่เขาพอใจไว้ไม่ได้เลย
21 เมื่อเขากินแล้วก็ไม่มีอะไรเหลือ เหตุฉะนั้นความเจริญของเขาจะไม่ถาวร
22 ในขณะที่เขาอิ่มหนำสำราญ เขาจะตกในสภาพขัดสน ฤทธิ์เดชของความทุกข์ยากจะมายังเขา
23 เพื่อเติมท้องของเขาให้เต็ม พระเจ้าจะทรงส่งความพิโรธ อันดุเดือดมาถึงเขา  และหลั่งลงมาบนเขาให้เป็นอาหารของเขา
24 เขาจะลี้จากอาวุธเหล็ก ธนูทองสัมฤทธิ์จะแทงเขาทะลุ
25 เขาดึงมันออก และมันออกมาจากร่างกายของเขา เออ ปลายอันวับแวบออกมาจากน้ำดีของเขา ความน่าหวาดเสียวมายังเขา
26 ความมืดมนอันเหลือล้นได้สะสมไว้เป็นทรัพย์ศฤงคารของเขา ไฟที่ไม่ต้องเป่าจะกลืนเขาเสีย สิ่งใดที่เหลืออยู่ในเต็นท์ของเขาจะถูกเผาผลาญ
27 ฟ้าสวรรค์จะสำแดงความผิดบาปของเขา และแผ่นดินโลกจะลุกขึ้นปรักปรำเขา
28 ข้าวของแห่งครัวเรือนของเขาจะถูกนำไปเสีย ถูกกวาดไปในวันแห่งพระพิโรธของพระเจ้า
29 นี่เป็นส่วนของคนอธรรมจากพระเจ้า และเป็นมรดกที่พระเจ้าทรงกำหนดให้เขา"

โยบ 21
1 แล้วโยบตอบว่า
2 "ขอฟังถ้อยคำของข้าอย่างระมัดระวัง และให้คำนี้ปลอบใจท่าน
3 ขออดทนหน่อยและข้าจะพูด และเมื่อข้าพูดแล้ว ก็เยาะต่อไปเถอะ
4 ส่วนข้านี้ จะต่อว่ามนุษย์หรือ ทำไมข้าจึงไม่ควรหุนหัน
5 มองดูข้าซี และจงตกตะลึงเถิด และท่านจงเอามือปิดปากของท่าน
6 เมื่อข้าระลึกถึงเรื่องที่ข้าจะพูดนี้ ข้าก็ตระหนกตกใจ และความสั่นสะท้านก็จับเนื้อของข้า
7 ทำไมคนอธรรมจึงมีชีวิตอยู่ เออ จนถึงแก่ และเจริญมีกำลังมากขึ้น
8 ลูกหลานของเขาก็ตั้งมั่นคงอยู่ต่อหน้าเขา และเชื้อสายของเขาก็อยู่ต่อหน้าต่อตาเขา
9 เรือนของเขาทั้งหลายก็ปลอดภัยอยู่เย็นเป็นสุข และไม้เรียวของพระเจ้าก็ไม่อยู่บนเขา
10 วัวผู้ของเขาเกิดพันธุ์ไม่มีขาด วัวเมียของเขาตกลูก และไม่มีแท้ง
11 เขาส่งเด็กๆออกไปอยู่อย่างฝูงแพะแกะ และลูกหลานเล็กของเขาก็เต้นรำ
12 เขาร้องเพลงประสานเสียงรำมะนาและพิณเขาคู่ และเปรมปรีดิ์ตามเสียงปี่
13 ตลอดวันเวลาของเขา เขาก็เจริญ และเขาลงไปที่แดนคนตายในพริบตาเดียว
14 เขาทูลพระเจ้าว่า 'ขอจากเราไปเสีย เพราะเราไม่ปรารถนาความรู้ในทางของท่าน
15 องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์คืออะไร ที่เราจะต้องปรนนิบัติเขา ถ้าเราอธิษฐานต่อเขา เราจะได้ประโยชน์อะไร'
16 ดูเถิด ความจำเริญของเขาทั้งหลายไม่อยู่ ในกำมือของเขาหรือ คำปรึกษาของคนอธรรมอยู่ห่างไกลจากข้า
17 "ตะเกียงของคนอธรรมดับบ่อยเท่าใด ความยากลำบากมาเหนือเขาบ่อยเท่าใด พระเจ้าทรงแจกจ่ายความเจ็บปวดด้วยพระพิโรธบ่อยเท่าใด
18 เขาเป็นเหมือนฟางข้าวหน้าลม และเป็นเหมือนแกลบที่พายุพัดไปบ่อยเท่าใด
19 ท่านว่า 'พระเจ้าทรงสะสมความบาปชั่วของเขาไว้ให้ลูกหลานของเขา' ขอพระองค์ทรงตอบแทนแก่เขาทั้งหลายเอง เพื่อเขาทั้งหลายจะได้ทราบ
20 ขอให้นัยน์ตาของเขาเห็นความพินาศของเขา และให้เขาดื่มพระพิโรธขององค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์
21 เพราะเขาสนใจอะไรในเรื่องวงศ์วานที่ตามเขามา เมื่อจำนวนเดือนของเขาถูกตัดขาดเสียแล้ว
22 มีผู้ใดจะสอนพระเจ้าได้หรือ เมื่อพระองค์ทรงพิพากษาเทวชีพ
23 คนหนึ่งตายเมื่อยังแข็งแรงเต็มที่ สบายและปลอดภัยทั้งสิ้น
24 ถังกายของเขาเต็มด้วยน้ำนม และมันกระดูกของเขาก็ชุ่ม
25 อีกคนหนึ่งตายด้วยใจขมขื่น ไม่เคยได้ชิมของดี
26 เขาทั้งสองนอนลงในผงคลีดินเหมือนกัน และตัวหนอนก็คลุมเขาทั้งสองไว้
27 "ดูเถิด ข้ารู้ความคิดของท่าน และอุบายของท่านที่จะทำผิดต่อข้า
28 เพราะท่านว่า 'วังของเจ้านายอยู่ที่ไหน เต็นท์ซึ่งคนอธรรมอาศัยนั้นอยู่ที่ไหน'
29 ท่านมิได้ถามนักท่องเที่ยว และท่านไม่ได้รับสักขีพยานของเขาหรือ
30 ว่าในคราวที่เกิดภัยพิบัตินั้นคนอธรรมมักรอดได้ และเขาได้รับการช่วยเหลือให้พ้นในวันแห่งพระพิโรธ
31 ใครแจ้งวิธีการของเขาให้เขาฟัง และผู้ใดสนองเขาในสิ่งที่เขาได้กระทำ
32 และเมื่อคนหามเขาไปยังหลุมศพ ก็มียามเฝ้าที่อุโมงค์
33 สำหรับเขาก้อนดินที่หุบเขาก็เบาสบาย คนทั้งปวงก็ตามเขาไป และคนที่ไปข้างหน้าก็นับไม่ถ้วน
34 แล้วทำไมท่านจะมาเล้าโลมใจข้าด้วยสิ่งว่างเปล่า คำตอบของท่านไม่มีอะไรเหลือแล้ว นอกจากหลอกลวง"

โยบ 22
1 แล้วเอลีฟัสชาวเทมานตอบว่า
2 "คนจะเป็นประโยชน์อะไรแก่พระเจ้าได้หรือ แน่ละ ผู้ใดฉลาดก็เป็นประโยชน์แก่ตนเองต่างหาก
3 ถ้าท่านเป็นคนชอบธรรม จะเป็นที่พอพระทัยแก่องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์หรือ หรือถ้าท่านเป็นคนดีรอบคอบจะเป็นประโยชน์ อะไรแก่พระองค์
4 เป็นเพราะท่านยำเกรงพระองค์หรือ พระองค์จึงทรงตักเตือนท่าน และทรงสู้ความกับท่าน
5 ความอธรรมของท่านใหญ่โตมิใช่หรือ ความบาปผิดของท่านไม่มีที่สิ้นสุด
6 เพราะท่านยึดของประกันไปจากพี่น้องเปล่าๆ และริบเสื้อผ้าของคนที่เปลือยกาย
7 ท่านมิได้ให้น้ำแก่คนอิดโรยดื่ม และท่านหน่วงเหนี่ยวขนมปังไว้มิให้คนที่หิว
8 คนที่มีอำนาจบาทใหญ่ย่อมได้ที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ และคนที่มีหน้ามีตาก็ได้เข้าอาศัยอยู่
9 ท่านไล่แม่ม่ายออกไปมือเปล่า และแขนของลูกกำพร้าพ่อก็หัก
10 เพราะฉะนั้นกับดักอยู่รอบท่าน และความสยดสยองอันฉับพลันก็ท่วมทับท่าน
11 ความสว่างของท่านก็มืดลง จนท่านไม่เห็นอะไร และน้ำที่ท่วมก็คลุมท่านไว้
12 "พระเจ้ามิได้ทรงสถิตอยู่ณที่สูงในฟ้าสวรรค์หรือ ดูดาวที่สูงที่สุดเถิด มันสูงจริงๆ
13 เพราะฉะนั้นท่านว่า 'พระเจ้าทรงรู้อะไร พระองค์จะทรงทะลุความมืดทึบไปพิพากษาได้หรือ
14 เมฆทึบคลุมพระองค์ไว้ พระองค์ทรงมองอะไรไม่เห็น และพระองค์ทรงดำเนินอยู่บนพื้นฟ้า'
15 ท่านจะเดินทางเก่าหรือ ซึ่งคนอธรรมเคยดำเนินนั้น
16 ผู้ถูกฉวยเอาไปก่อนเวลากำหนดของเขา รากฐานของเขาถูกกวาดล้างไป
17 ผู้ทูลพระเจ้าว่า 'ขอทรงไปจากข้าทั้งหลาย' และ 'องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์จะทรงทำอะไรแก่ข้าทั้งหลายได้'
18 แต่พระองค์ทรงให้เรือนของเขา เต็มด้วยของดี แต่คำปรึกษาของคนอธรรมห่างไกลจากข้า
19 คนชอบธรรมเห็นและยินดี คนไร้ผิดหัวเราะเยาะ
20 กล่าวว่า 'ปฏิปักษ์ของเราถูกตัดขาดแน่ทีเดียว อะไรที่เขามีเหลือ ไฟก็เผาเสีย'
21 "จงปรองดองกับพระเจ้าและอยู่อย่างศานติ ดังนั้นสิ่งที่ดีจะมาถึงท่าน
22 ขอจงรับคำสั่งสอนจากพระโอษฐ์ของพระองค์ และเก็บพระวจนะของพระองค์ไว้ในใจของท่าน
23 ถ้าท่านกลับมายังองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์และถ่อมตัวลง ถ้าท่านทิ้งความอธรรมให้ไกลจากเต็นท์ของท่าน
24 ถ้าท่านวางแร่ทองคำไว้ในผงคลีดิน และทองคำเมืองโอฟีร์ไว้ท่ามกลางหินในลำละหาน
25 และถ้าองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์เป็นสมบัติของท่าน และเป็นเงินที่ประเสริฐของท่าน
26 แล้วท่านจะปีติยินดีในองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ และเงยหน้าของท่านหาพระเจ้า
27 ท่านจะอธิษฐานต่อพระองค์ และพระองค์จะทรงฟังท่าน และท่านจะแก้บนของท่าน
28 ท่านจะตัดสินใจในเรื่องใด และเรื่องนั้น จะสำเร็จสมประสงค์ และจะมีแสงสว่างส่องทางให้ท่าน
29 เพราะพระเจ้าทรงลดผู้ที่เย่อหยิ่งลงมา แต่พระองค์ทรงช่วยคนถ่อมใจให้รอด
30 พระองค์ทรงช่วยกู้ผู้ไร้ความผิด เออ ท่านจะได้รับการช่วยกู้ โดยความสะอาดแห่งมือของท่าน

โยบ 23

1 แล้วโยบตอบว่า
2 "คำร้องทุกข์ของข้าก็ขมขื่นในวันนี้ด้วย มือของข้าก็หนัก เพราะการร้องครางของข้า
3 โอ ข้าอยากทราบว่าจะพบพระองค์ได้ที่ไหน เพื่อข้าจะมาถึงพระที่นั่งของพระองค์
4 ข้าจะยื่นคดีของข้าต่อพระพักตร์พระองค์ และบรรจุข้อโต้แย้งให้เต็มปากข้า
5 ข้าจะทราบว่า พระองค์จะตอบข้าว่ากระไร และเข้าใจสิ่งที่พระองค์จะตรัสกับข้า
6 พระองค์จะทรงโต้แย้งกับข้าด้วยฤทธานุภาพ อันยิ่งใหญ่ของพระองค์หรือ เปล่าน่ะ พระองค์จะทรงฟังข้า
7 ณที่นั่นคนเที่ยงธรรมจะสู้ความกับพระองค์ได้ และข้าจะรับการช่วยกู้ให้พ้นจากผู้พิพากษา ของข้าเป็นนิตย์
8 ดูเถิด ข้าเดินไปข้างหน้า แต่พระองค์มิได้ทรงสถิตที่นั่น และข้างหลัง แต่ข้าก็ไม่สังเกตเห็นพระองค์
9 ข้างซ้ายมือที่พระองค์ทรงกระทำกิจ ข้าก็ไม่เห็นพระองค์ ข้างขวามือพระองค์ทรงซ่อนอยู่ ข้าหาพระองค์ไม่พบ
10 ด้วยว่าพระองค์ทรงทราบทางที่ข้าไป เมื่อพระองค์ทรงทดสอบข้าแล้ว ข้าก็จะเป็นอย่างทองคำ
11 เท้าของข้าติดรอยพระบาทของพระองค์แน่น ข้าตามมรรคาของพระองค์ และมิได้หันไปข้างๆเลย
12 ข้ามิได้พรากไปจากพระบัญญัติแห่งริม พระโอษฐ์ของพระองค์ ข้าตีราคาพระวจนะแห่งพระโอษฐ์ของพระองค์ สูงกว่าเจตนาของข้า
13 แต่พระองค์ทรงผันแปรมิได้ และผู้ใดจะหันพระองค์ได้ พระองค์มีพระประสงค์สิ่งใด พระองค์ก็ทรงกระทำสิ่งนั้น
14 เพราะว่าพระองค์จะทรงกระทำสิ่งที่พระองค์ทรง กำหนดให้ข้านั้นครบถ้วน และสิ่งอย่างนั้นเป็นอันมากอยู่ในพระดำริของพระองค์
15 เพราะฉะนั้นข้าจึงสะทกสะท้านต่อพระพักตร์พระองค์ เมื่อข้าตรึกตรอง ข้าก็ครั่นคร้ามต่อพระองค์
16 พระองค์ทรงกระทำให้ใจของข้าอ่อนเปลี้ย องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ได้กระทำให้ข้าสะทกสะท้าน
17 เพราะข้ามิได้ถูกตัดขาดจากความมืด และพระองค์มิได้ทรงปิดความมืดทึบไว้จากหน้าข้า

โยบ 24
1 "เมื่อวาระกำหนดไม่ปิดบังไว้ จากองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ ทำไมบรรดาผู้ที่รู้จักพระองค์ไม่เห็นวันกำหนดของ พระองค์
2 มีคนที่ย้ายหลักเขต เขายึดฝูงแพะแกะพาไปเลี้ยง
3 เขาไล่ต้อนลาของคนกำพร้าไป เขาเอาวัวของหญิงม่ายไปเป็นประกัน
4 เขาผลักคนขัดสนออกนอกถนน คนยากจนแห่งแผ่นดินโลกต่างก็ซ่อนตัวหมด
5 ดูเถิด ดังลาป่าอยู่ในถิ่นทุรกันดาร คนยากจนนั้นออกไปทำงาน พยายามหาอาหาร ถิ่นแห้งแล้งให้อาหารแก่บุตรของเขา
6 เขาทั้งหลายเก็บหญ้าแห้งที่ในทุ่ง และเขาเล็มสวนองุ่นของคนอธรรม
7 เขานอนเปลือยกายไม่มีเสื้อผ้าตลอดคืน และไม่มีผ้าห่มกันหนาว
8 เขาเปียกฝนแห่งภูเขา และเกาะหินอยู่เพราะขาดที่กำบัง
9 มีผู้ฉวยเด็กกำพร้าไปจากอก และเอาทารกของคนยากจนไปเป็นประกัน
10 เขาทั้งหลายจึงเดินเปลือยกายไป ไม่มีเสื้อผ้า ทั้งๆที่หิว เขาก็แบกฟ่อนข้าวไป
11 เขาทำน้ำมันอยู่ท่ามกลางแถวต้นมะกอกเทศของคนอธรรม เขาย่ำอยู่ที่บ่อย่ำองุ่น แต่เขาต้องทนความกระหาย
12 คนที่กำลังจะตายคร่ำครวญออกมาจากที่ในเมือง และจิตใจของคนบาดเจ็บร้องขอความช่วยเหลือ แต่พระเจ้ามิได้สนพระทัยในคำอธิษฐานของเขา
13 "มีผู้ที่กบฏต่อความสว่าง ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับทางของความสว่างนั้น และมิได้อยู่ในทางของความสว่างนั้น
14 ผู้ทำฆาตกรรมลุกขึ้นมาแต่เช้าตรู่ เขาฆ่าคนยากจนและคนขัดสน และในกลางคืนเขาเป็นเหมือนขโมย
15 ตาของผู้ล่วงประเวณีคอยเวลาพลบค่ำ กล่าวว่า 'ไม่มีตาใดจะเห็นข้า' และเขาก็ปลอมหน้าของเขา
16 ในยามมืดเขาขุดเข้าไปในเรือน กลางวันเขาก็เก็บตัว เขาไม่รู้จักความสว่าง
17 เพราะความมืดทึบเป็นเหมือนเวลาเช้าแก่เขาทุกคน เพราะเขาคุ้นเคยกับความสยดสยองของความมืดทึบ
18 "เขาลอยละลิ่วไปบนผิวน้ำ ส่วนแบ่งของเขาถูกสาปในแผ่นดิน เขาไม่หันหน้าไปสู่สวนองุ่นของเขา
19 ความแห้งแล้งและความร้อนฉวยเอาน้ำหิมะไปฉันใด แดนคนตายก็ฉวยเอาผู้กระทำบาปไปฉันนั้น
20 ครรภ์จะลืมเขา ตัวหนอนจะกินเขาอย่างอร่อย ไม่มีใครจำชื่อเขาได้ต่อไป ความอธรรมจึงหักลงเหมือนต้นไม้
21 "เขารีดเอาจากหญิงหมันที่ไม่มีลูก และไม่ทำดีอะไรให้แก่หญิงม่าย
22 พระเจ้ายังทรงธำรงชีวิตของคนมี กำลังด้วยฤทธานุภาพของพระองค์ แม้เขาสิ้นหวังในชีวิต เขาก็ลุกขึ้นได้
23 พระองค์ประทานความปลอดภัยให้เขา และเขาก็พึ่งอยู่ และพระเนตรของพระองค์อยู่บนหนทางของเขา
24 เขาทั้งหลายถูกยกย่องขึ้นครู่หนึ่งแล้วก็สิ้นไป เขาเหี่ยวแห้งและสิ้นไปเหมือนคนอื่นๆ เขาถูกตัดออกเหมือนยอดรวงข้าว
25 ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น ใครจะพิสูจน์ได้ว่าข้ามุสา และสำแดงว่าสิ่งที่ข้ากล่าวนั้นไร้สาระ"

โยบ 25
1 แล้วบิลดัดตระกูลชูอาห์ตอบว่า
2 "พระเจ้าทรงอำนาจในการครอบครองและทรงให้ยำเกรง พระองค์ทรงกระทำศานติภาพในสวรรค์เบื้องสูงของพระองค์
3 กองทัพของพระองค์มีจำนวนหรือ ความสว่างของพระองค์มิได้ส่องมาเหนือผู้ใดบ้าง
4 แล้วมนุษย์จะชอบธรรมต่อพระพักตร์พระเจ้าได้อย่างไร คนที่เกิดจากผู้หญิงจะสะอาดได้อย่างไร
5 ดูเถิด ถึงแม้ดวงจันทร์ก็ไม่มีความสุกใส และดวงดาวก็ไม่สะอาดในสายพระเนตรของพระองค์
6 มนุษย์จะยิ่งสะอาดน้อยกว่านั้นเท่าใด ผู้เป็นเพียงตัวดักแด้ และบุตรของมนุษย์เล่า ผู้เป็นเพียงตัวหนอน"

โยบ 26
1 แล้วโยบตอบว่า
2 "ท่านได้ช่วยผู้ไม่มีกำลังมากจริงหนอ ท่านได้ช่วยแขนที่ไม่มีแรงแล้วหนอ
3 ท่านให้คำปรึกษาแก่คนที่ไม่มีสติปัญญา และได้ให้ความรู้มากที่สัมฤทธิ์ผล จริงหนอ
4 ท่านเปล่งวาจาออกมาด้วยความช่วยเหลือของใคร และวิญญาณของใครได้ออกมาจากท่าน
5 ชาวแดนคนตายเบื้องล่างสะทกสะท้าน ใต้น้ำและชาวน้ำนั้น
6 แดนคนตายเปลือยอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้า และแดนพินาศไม่มีผ้าห่ม
7 พระองค์ทรงคลี่อุดรออกคลุมที่เวิ้งว้าง และแขวนโลกไว้เหนือที่ว่างเปล่า
8 พระองค์ทรงมัดน้ำไว้ในเมฆทึบของพระองค์ และเมฆนั้นก็ไม่ขาดวิ่นไป
9 พระองค์ทรงคลุมหน้าของพระที่นั่ง และคลี่เมฆของพระองค์ออกคลุมมันไว้
10 พระองค์ทรงขีดปริมณฑลไว้บนพื้นน้ำ ณเขตระหว่างความสว่างและความมืด
11 เสาฟ้าก็หวั่นไหว และหลากใจเมื่อพระองค์ทรงขนาบ
12 พระองค์ทรงปราบทะเลให้สงบด้วยอานุภาพของพระองค์ พระองค์ทรงตีราหับด้วยความเข้าพระทัยของพระองค์
13 พระองค์ทรงกระทำให้ฟ้าสวรรค์ ผ่องใสด้วยวายุของพระองค์ พระหัตถ์ของพระองค์แทงพญานาคที่กำลังหนีไป
14 นี่แน่ะ เหล่านี้เป็นเพียงพระราชกิจผิวเผินของพระองค์ เราทราบถึงพระองค์ก็เป็นเพียงเสียงกระซิบ ใครจะเข้าใจถึงฤทธิ์กัมปนาทอันเกรียงไกรของพระองค์ได้"

โยบ 27
1 และโยบได้กล่าวกลอนภาษิตของตนอีกว่า
2 "พระเจ้าทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด คือพระองค์ผู้ทรงนำความยุติธรรมอันควรตกแก่ข้าไปเสีย และองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด คือผู้ทรงทำใจข้าให้ขมขื่น
3 เพราะลมหายใจยังอยู่ในตัวข้าตราบใด และลมปราณจากพระเจ้ายังอยู่ในรูจมูกของข้าตราบใด
4 ริมฝีปากของข้าจะไม่พูดความเท็จ และลิ้นของข้าจะไม่เปล่งคำหลอกลวง
5 จงเมินเสียเถิดที่ข้าจะพูดว่าท่านถูก ข้าจะไม่ทิ้งความสัตย์จริงของข้าจนข้าตาย
6 ข้ายึดความชอบธรรมของข้าไว้มั่นไม่ยอมปล่อยไป จิตใจของข้าไม่ตำหนิข้า ไม่ว่าวันใดในชีวิตของข้า
7 "ขอให้ศัตรูของข้าเป็นเหมือนคนอธรรม และขอให้ผู้ที่ลุกขึ้นต่อสู้ข้าเป็นเหมือนคนไม่ชอบธรรม
8 เพราะอะไรจะเป็นความหวังของคนที่ไม่นับถือพระเจ้า ในเมื่อพระเจ้าทรงตัดเขาออกไปเสีย เมื่อพระเจ้าทรงเอาชีวิตของเขาไป
9 พระเจ้าจะทรงฟังเสียงร้องของเขาหรือ เมื่อความยากลำบากมาสู่เขา
10 เขาจะปีติยินดีในองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์หรือ เขาจะกราบทูลพระเจ้าทุกเวลาหรือ
11 ข้าจะสอนท่านทั้งหลายถึงเรื่องพระหัตถ์ของพระเจ้า ข้าจะไม่ปิดบังพระดำริขององค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์
12 ดูเถิด ท่านทุกคนได้เห็นเองแล้ว ทำไมท่านจึงเหลวไหลสิ้นเชิงทีเดียวเล่า
13 "ต่อพระเจ้า นี่เป็นส่วนของคนอธรรม และมรดกซึ่งผู้บีบบังคับได้รับจากองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์
14 ถ้าลูกหลานของเขาเพิ่มขึ้น ก็เพื่อถูกดาบ และพงศ์พันธุ์ของเขาก็หาไม่พอกิน
15 คนของเขาที่รอด โรคระบาดก็จะฝังเขาเสีย และเมียม่ายของเขาจะไม่คร่ำครวญ
16 ถึงเขาจะกอบโกยเอาเงินไว้มากอย่างผงคลีดิน และกองเสื้อผ้าไว้ดังดินเหนียว
17 เขาจะกองไว้ก็ได้ แต่คนชอบธรรมจะสวม และคนไร้ผิดจะแบ่งเงินกัน
18 บ้านที่เขาสร้างจะเหมือนรังไหมของดักแด้ เหมือนอย่างเพิงที่คนยามสร้าง
19 เขานอนลงเป็นคนมั่งคั่ง แต่เขาก็เก็บอะไรไว้ไม่ได้ เขาลืมตาของเขาขึ้น และทรัพย์ศฤงคารของเขาหมดไปแล้ว
20 ความสยดสยองท่วมเขาเหมือนน้ำท่วม ในกลางคืนพายุหอบเขาไป
21 ลมตะวันออกหอบเขาขึ้น และเขาก็จากไป มันกวาดเขาออกไปจากที่ของเขา
22 พระเจ้าจะทรงเหวี่ยงเขาอย่างไม่ปรานี เขาจะหนีจากพระหัตถ์ของพระองค์
23 คนตบมือเยาะเย้ยเขา และเฉดเขาออกไปจากที่ของเขา

โยบ 28
1 "แน่ละ ต้องมีเหมืองสำหรับแร่เงิน และมีที่สำหรับทองคำที่เขาถลุง
2 เขาเอาเหล็กมาจากพื้นดิน และถลุงทองแดงจากแร่ดิบ
3 มนุษย์กำจัดความมืด และค้นหาไปยังเขตไกลที่สุด ค้นแร่ดิบในที่มืดครึ้มและที่มืดทึบ
4 เขาขุดปล่องไกลจากที่ฝูงคนอาศัยอยู่ คนสัญจรไปมาลืมเขาแล้ว เขาแขวนอยู่แกว่งไปแกว่งมาไกลจากฝูงคน
5 ฝ่ายแผ่นดินนั้นมีอาหารออกมา แต่ภายใต้ก็สับสนอย่างถูกไฟไหม้
6 ก้อนหินของที่นั่นเป็นที่อยู่ของแก้วไพฑูรย์ และมันมีผงทองคำ
7 "ทางนั้นไม่มีเหยี่ยวรู้ และไม่มีตาเหยี่ยวดำมองเห็น
8 สัตว์ป่าที่สง่าไม่เคยเดินที่นั่น สิงห์ดุร้ายไม่ผ่านมาที่นั่น
9 "คนยื่นมือที่หินแข็ง และทำลายภูเขาลงถึงราก
10 เขาขุดลำรางไว้ในหิน และตาของเขาเห็นของประเสริฐทุกอย่าง
11 เขากันตาน้ำไว้ เพื่อมิให้มีน้ำย้อย และสิ่งที่ปิดบังไว้ เขานำมาให้แจ้ง
12 "แต่จะพบพระปัญญาที่ไหน และที่ของความเข้าใจอยู่ที่ไหน
13 มนุษย์ไม่รู้จักค่าของพระปัญญา และในแผ่นดินของคนเป็นก็หาไม่พบ
14 บาดาลพูดว่า "ที่ข้าไม่มี" และทะเลกล่าวว่า "ไม่อยู่กับข้า"
15 จะเอาทองคำซื้อก็ไม่ได้ และจะชั่งเงินให้ตามราคาก็ไม่ได้
16 จะตีราคาเป็นทองคำโอฟีร์ก็ไม่ได้ หรือเป็นโกเมนหรือแก้วไพฑูรย์ประเสริฐก็ไม่ได้
17 จะเทียบเท่าทองคำและแก้วก็ไม่ได้ หรือจะแลกกับเครื่องทองคำนพคุณก็ไม่ได้
18 อย่าเอ่ยถึงปะการังและแก้วผลึกเลย ค่าของพระปัญญาสูงกว่ามุกดา
19 บุษราคัมน้ำอ่อนแห่งเมืองเอธิโอเปีย ก็เปรียบกับพระปัญญาไม่ได้ หรือจะตีราคาเป็นทองคำบริสุทธิ์ก็ไม่ได้
20 "ดังนั้นพระปัญญามาจากไหนเล่า และที่ของความเข้าใจอยู่ที่ไหน
21 เป็นสิ่งที่ซ่อนพ้นจากตาของสิ่งที่มีชีวิตทั้งปวง และปิดบังไว้จากนกในอากาศ
22 แดนพินาศและมัจจุราชกล่าวว่า 'เราได้ยินเสียงลือเรื่องพระปัญญากับหูของเรา'
23 "พระเจ้าทรงทราบทางไปหาพระปัญญานั้น และพระองค์ทรงทราบที่อยู่ของพระปัญญาด้วย
24 เพราะพระองค์ทอดพระเนตรไปถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก และทรงเห็นทุกสิ่งที่ใต้ฟ้าสวรรค์
25 ในเมื่อพระองค์ทรงกำหนดน้ำหนักให้แก่ลม และทรงกะน้ำด้วยเครื่องตวง
26 เมื่อพระองค์ทรงสร้างกฎให้ฝน และสร้างทางไว้ให้แสงแลบของฟ้าผ่า
27 แล้วพระองค์ทอดพระเนตรพระปัญญาและทรงชันสูตร ทรงสถาปนาไว้และทรงวิจัย
28 และพระองค์ตรัสกับมนุษย์ว่า 'ดูเถิด ความยำเกรงพระเจ้า นั่นแหละคือพระปัญญา และที่จะหันจากความชั่ว คือความเข้าใจ'"

โยบ 29
1 แล้วโยบก็กล่าวกลอนภาษิตของท่านอีกว่า
2 "โอ ข้าอยากจะอยู่อย่างแต่เก่าก่อน อย่างในสมัยเมื่อพระเจ้าทรงพิทักษ์ข้า
3 เมื่อประทีปของพระองค์ส่องเหนือศีรษะข้า และข้าเดินฝ่าความมืดไปด้วยความสว่างของพระองค์
4 อย่างข้าเมื่อครั้งยังหนุ่มแน่นอยู่ เมื่อพระเจ้าทรงปกป้องเต็นท์ของข้าไว้
5 เมื่อองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ยังอยู่กับข้า และลูกหลานห้อมล้อมข้า
6 เมื่อเขาล้างย่างเท้าของข้าด้วยนมข้น และก้อนหินเทธารน้ำมันออกให้ข้า
7 เมื่อข้าออกมายังประตูเมือง เมื่อข้าเตรียมที่นั่งของข้าณลานเมือง
8 คนหนุ่มๆเห็นข้าแล้วก็หลีกไป คนสูงอายุลุกขึ้นยืน
9 เจ้านายหยุดพูด เอามือปิดปากของตนไว้
10 เสียงของขุนนางก็สงบลง และลิ้นของเขาก็เกาะติดเพดานปาก
11 เมื่อหูได้ยินแล้ว ต่างก็ว่าข้าเป็นสุข และเมื่อตาดู ก็ยกย่องข้า
12 เพราะว่าข้าช่วยคนยากจนที่ร้องให้ช่วย และเด็กกำพร้าที่ไม่มีใครอุปถัมภ์เขา
13 พรของคนที่จวนพินาศก็มาถึงข้า และข้าเป็นเหตุให้จิตใจของหญิงม่าย ร้องเพลงด้วยความชื่นบาน
14 ข้าสวมความชอบธรรม และมันก็ห่อหุ้มข้าไว้ ความยุติธรรมของข้าเหมือนเสื้อคลุมและผ้าโพกศีรษะ
15 ข้าเป็นนัยน์ตาให้คนตาบอด และเป็นเท้าให้คนง่อย
16 ข้าเป็นบิดาให้คนขัดสน และข้าสอบสวนเรื่องของผู้ที่ข้าไม่รู้จัก
17 ข้าหักเขี้ยวเล็บของคนที่ไม่ชอบธรรม และได้ดึงเอาเหยื่อจากฟันของเขา
18 แล้วข้าคิดว่า 'ข้าจะตายในรังของข้า และข้าจะทวีวันเวลาของข้าอย่างทราย
19 รากของข้าจะแผ่ไปถึงน้ำ มีน้ำค้างบนกิ่งของข้าตลอดคืน
20 ศักดิ์ศรีของข้าสดชื่นอยู่กับข้า และคันธนูของข้าใหม่เสมออยู่ในมือข้า'
21 "คนทั้งหลายฟังข้าและคอยอยู่ และเงียบอยู่ฟังคำปรึกษาของข้า
22 หลังจากที่ข้าพูดแล้ว เขาก็ไม่พูดอีกเลย และคำของข้าก็กลั่นลงมาเหนือเขา
23 เขาคอยข้าเหมือนคอยฝน เขาอ้าปากของเขาเหมือนอย่างรอรับน้ำฝนชุกปลายฤดู
24 ข้ายิ้มแย้มต่อเขาเมื่อเขาท้อถอย และใบหน้ายิ้มแย้มของข้า เขามิได้ทำให้หม่นหมอง
25 ข้าเลือกทางให้เขา และนั่งเป็นหัวหน้า และอยู่อย่างกษัตริย์ท่ามกลางกองทหาร  อย่างผู้ที่ปลอบโยนคนที่คร่ำครวญ

โยบ 30
1 "แต่เดี๋ยวนี้เขาเยาะข้า คือคนที่อ่อนกว่าข้าน่ะ คนที่ข้าจะเหยียดหยามพ่อของเขา  ถึงกับไม่ยอมให้อยู่กับสุนัขที่เฝ้าฝูงแพะแกะของข้า
2 ข้าจะได้อะไรจากกำลังมือของเขาทั้งหลาย คือของคนที่เรี่ยวแรงเขาหมดไปแล้ว
3 โดยที่ขาดแคลนและหิวโหย เขาแทะดินที่แห้งและทิ้งร้าง
4 เขาเก็บผักชะครามและใบไม้ และเอารากต้นซากมาเป็นอาหาร
5 เขาถูกขับไล่ออกไปจากท่ามกลางคน มีคนตะโกนตามเขาไปอย่างตามโจร
6 ฉะนั้น เขาต้องพักอยู่ที่ลำละหาน ในโพรงดินและซอกหิน
7 เขาร้องอยู่ท่ามกลางพุ่มไม้ เขาเบียดกันอยู่ภายใต้ต้นเหงือกหนาม
8 เป็นพวกคนถ่อย เออ เป็นพวกคนเสียชื่อ เขาถูกกวาดออกไปเสียจากแผ่นดิน
9 "และบัดนี้ข้ากลายเป็นเพลงเยาะเย้ยของเขา เออ ข้าเป็นขี้ปากของเขา
10 เขาทั้งหลายสะอิดสะเอียนข้า และเหินห่างจากข้า เขาไม่รั้งรอที่จะถ่มน้ำลายลงพอเขาเห็นข้า
11 เพราะพระเจ้าทรงหย่อนสายธนูของข้า และให้ข้าตกต่ำ เขาทั้งหลายก็เหวี่ยงความยั้งคิดเสียต่อหน้าข้า
12 คนพาลลุกขึ้นข้างขวามือของข้า เขาผลักดันข้าออกไป เขาเหวี่ยงทางแห่งความพินาศไว้ต่อสู้ข้า
13 เขาพังทางเดินของข้า เขาเสริมภัยพิบัติให้ข้า ไม่มีผู้ใดช่วยไว้เลย
14 เขามาอย่างกับมาทางช่องโหว่ เขากลิ้งเข้ามาท่ามกลางสิ่งปรักหักพัง
15 ความสยดสยองต่างๆหันมาใส่ข้า เกียรติของข้าถูกเขาติดตามอย่างลมตาม และความเจริญรุ่งเรืองของข้าศูนย์ไปเสียอย่างเมฆ
16 "บัดนี้จิตใจของข้าก็ละลายไปด้วยความเศร้าสลด วันแห่งความทุกข์ใจยึดตัวข้าไว้
17 กลางคืนกระดูกข้าผุไป และความเจ็บปวดที่แทะข้านั้นไม่หยุดพักเลย
18 เครื่องแต่งกายของข้าเสียรูปไปด้วยความรุนแรง มันมัดข้าอย่างผ้าคอเสื้อรัดข้า
19 พระเจ้าทรงเหวี่ยงข้าลงในปลัก และข้าก็กลายเป็นเหมือนผงคลีและขี้เถ้า
20 ข้าพระองค์ร้องทูลพระองค์ และพระองค์หาทรงตอบข้าพระองค์ไม่ ข้าพระองค์ยืนขึ้น และพระองค์หาทรงมองไม่
21 พระองค์กลับทรงดุร้ายต่อข้าพระองค์ พระองค์ทรงข่มเหงข้าพระองค์ ด้วยพระหัตถ์ทรงฤทธิ์ของพระองค์
22 พระองค์ทรงชูข้าพระองค์ขึ้นเหนือลม และทรงให้ข้าพระองค์ขี่ลม และทรงให้ข้าพระองค์ละลายไปในพายุ
23 ข้าพระองค์ทราบแล้วว่าพระองค์จะทรง ให้ข้าพระองค์ตายเสีย และให้ไปสู่ที่กำหนดของคนเป็นทั้งปวง
24 "ถึงกระนั้นคนในกองปรักหักพังไม่ยื่นมือของเขาออก ร้องขอความช่วยเหลือในท่ามกลางภัยพิบัติของเขาหรือ
25 ข้ามิได้ร้องไห้เพื่อผู้ที่วันเวลาของเขายากเย็นหรือ จิตใจของข้ามิได้โศกสลดเพื่อคนขัดสนหรือ
26 แต่เมื่อข้ามองหาของดี ของร้ายก็มาถึง และเมื่อข้าคอยความสว่าง ความมืดก็มาถึง
27 จิตใจของข้าสับสนไม่เคยสงบเลย วันแห่งความทุกข์ใจมาพบข้า
28 ข้าหมองคล้ำไป มิใช่ด้วยแดด ข้ายืนขึ้นในที่ชุมนุมชน และร้องขอความช่วยเหลือ
29 ข้าเป็นพี่น้องกับหมาป่า และเป็นเพื่อนกับนกกระจอกเทศ
30 ผิวหนังของข้าดำและร่วงไปจากข้า กระดูกของข้าร้อนอย่างไฟไหม้
31 เพราะฉะนั้นเสียงพิณเขาคู่ของข้า กลายเป็นเสียงโหยไห้ และเสียงปี่ของข้า กลายเป็นเสียงของผู้ที่ร้องไห้

โยบ 31

1 "ข้าได้กระทำพันธสัญญากับนัยน์ตาของข้า แล้วข้าจะมองหญิงพรหมจารีได้อย่างไร
2 อะไรจะเป็นส่วนของข้าจากพระเจ้าเบื้องบน และเป็นมรดกของข้าจากองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ณที่สูง
3 มิใช่ภยันตรายสำหรับคนไม่ชอบธรรม และภัยพิบัติสำหรับคนที่กระทำความบาปผิดดอกหรือ
4 พระองค์มิทรงเห็นทางที่ข้าไป และนับฝีก้าวของข้าดอกหรือ
5 "ถ้าข้าได้ดำเนินไปกับความเท็จ และเท้าของข้าเร่งไปสู่ความหลอกลวง
6 (ก็ขอให้เอาข้าชั่งด้วยตราชูยุติธรรม และขอพระเจ้าทรงทราบความสัตย์ซื่อของข้า)
7 ถ้าย่างเท้าของข้าหันออกไปจากทาง และจิตใจของข้าไปตามนัยน์ตาของข้า และถ้าด่างพร้อยใดๆเกาะติดมือข้า
8 ก็ขอให้ข้าหว่าน และให้คนอื่นกิน และขอให้สิ่งที่งอกขึ้นเพื่อข้าถูกถอนรากเอาไป
9 "ถ้าใจของข้าถูกล่อชวนไปหาผู้หญิง และข้าได้ซุ่มอยู่ที่ประตูเพื่อนบ้านของข้า
10 แล้วก็ขอให้ภรรยาของข้าโม่แป้งให้คนอื่น และให้คนอื่นโน้มทับนาง
11 เพราะนั่นเป็นความผิดที่ร้ายกาจ และเป็นความบาปผิดที่ผู้พิพากษาต้องปรับโทษ
12 เพราะนั่นจะเป็นไฟผลาญให้ไปถึงแดนพินาศ และจะถอนรากผลเพิ่มพูนของข้า
13 "ถ้าข้าไม่รับเรื่องของทาสหรือทาสหญิงของข้า เมื่อเขานำมาร้องทุกข์ต่อข้า
14 เมื่อพระเจ้าทรงลุกขึ้น แล้วข้าจะทำอะไรได้ เมื่อพระองค์ทรงสอบถาม ข้าจะทูลตอบพระองค์อย่างไร
15 พระองค์ผู้ทรงสร้างข้าในครรภ์ มิได้ทรงสร้างเขาหรือ มิใช่พระองค์องค์เดียวเท่านั้นหรือ ที่ทรงสร้างเราทั้งสองในครรภ์
16 "ถ้าข้าได้หน่วงเหนี่ยวสิ่งใดๆที่คนยากจนอยากได้ หรือได้กระทำให้นัยน์ตาของหญิงม่ายมองเสียเปล่า
17 หรือข้ารับประทานอาหารของข้าแต่ลำพัง และคนกำพร้าไม่ได้ร่วมรับประทานอาหารนั้นด้วย
18 (แต่ความจริง ตั้งแต่เด็กมา เขาเติบโตขึ้นกับข้า อย่างอยู่กับพ่อ และข้าได้เป็นผู้แนะนำเธอตั้งแต่ครรภ์มารดาของข้า)
19 ถ้าข้าเห็นคนหนึ่งคนใดพินาศเพราะขาดเสื้อผ้า หรือเห็นชายขัดสนไม่มีผ้าคลุมกาย
20 ถ้าบั้นเอวของเขามิได้อวยพรแก่ข้า และถ้าเขามิได้อบอุ่นด้วยขนแกะของข้า
21 ถ้าข้ายกมือขึ้นแตะต้องคนกำพร้า เพราะข้าเห็นความสนับสนุนที่ประตูเมือง
22 แล้วก็ให้กระดูกไหปลาร้าหลุดจากบ่าของข้า และให้แขนของข้าหักหลุดจากข้อต่อเสียเถิด
23 เพราะข้าสยดสยองด้วยภัยพิบัติที่มาจากพระเจ้า และด้วยเหตุความโอ่อ่าตระการของพระองค์ ข้าทำอะไรไม่ได้
24 "ถ้าข้ากระทำให้ทองคำเป็นที่ไว้ใจ หรือพูดกับทองคำนพคุณว่า 'ท่านเป็นที่วางใจของข้า'
25 ถ้าข้าเปรมปรีดิ์เพราะสมบัติของข้ามากมาย หรือเพราะมือของข้าได้มามาก
26 หรือข้าเพ่งดวงอาทิตย์เมื่อส่องแสง หรือดวงจันทร์เมื่อเคลื่อนไปอย่างสง่า
27 และจิตใจของข้าถูกล่อชวนอยู่อย่างลับๆ และปากของข้าจุบมือของข้า
28 นี่เป็นความบาปผิดด้วย ที่ผู้พิพากษาจะต้องปรับโทษ เพราะข้าคงต้องทุจริตต่อพระเจ้าเบื้องบน
29 "ถ้าข้าเปรมปรีดิ์เมื่อผู้ที่เกลียดชังข้านั้นพินาศ หรือลิงโลดเมื่อเหตุร้ายมาทันเขา
30 (ข้าไม่ยอมให้ปากของข้าบาปไป โดยขอชีวิตของเขาด้วยคำแช่งสาป)
31 ถ้าคนแห่งเต็นท์ของข้ามิได้กล่าวว่า 'ยังมีใครที่ไหนที่กินเนื้อของนายไม่อิ่ม'
32 (คนต่างถิ่นมิได้พักอยู่ในถนน ข้าเปิดประตูให้แก่คนเดินทาง)
33 ถ้าข้าปิดบังการทรยศของข้าอย่างอาดัม ด้วยซ่อนความบาปผิดของข้าไว้ในอกของข้า
34 เพราะข้ากลัวมวลชน และกลัวที่วงศ์ตระกูลจะเหยียดหยามข้า ข้าจึงนิ่งเสีย ไม่ออกไปพ้นประตูบ้าน
35 โอ ข้าอยากให้สักคนหนึ่งฟังข้า (นี่แหละ ลายเซ็นต์ของข้า ขอองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ตอบข้า) โอ ข้าอยากได้คำสำนวนฟ้องข้า ซึ่งคู่ความเขียนขึ้น
36 ข้าจะใส่บ่าแบกไปแน่ทีเดียว ข้าจะมัดมันไว้ต่างมงกุฎ
37 ข้าจะแจ้งทุกฝีก้าวของข้า ข้าจะเข้าไปเฝ้าพระองค์อย่างเป็นเจ้านาย
38 "ถ้าที่ดินของข้าร้องกล่าวโทษข้า และร่องไถในนั้นร้องไห้ด้วยกัน
39 ถ้าข้ากินผลิตผลของมันด้วยมิได้เสียเงิน และกระทำให้เจ้าของที่ดินเดิมนั้นเสียชีวิต
40 ก็ขอให้มีต้นกระชับงอกแทนข้าวสาลี และหญ้าสาบแร้งแทนข้าวบารลี" จบถ้อยคำของโยบ

โยบ 32

1 ดังนั้น บุรุษทั้งสามก็หยุดตอบโยบ เพราะโยบชอบธรรมในสายตาของตนเอง
2 แล้วเอลีฮู บุตรบาราเคล คนบุชี ตระกูลราม ก็โกรธ เขาโกรธโยบ เพราะท่านอ้างตัวว่าชอบธรรมหาใช่พระเจ้าไม่
3 เขาโกรธสหายสามคนของโยบด้วย เพราะเขาทั้งหลายตอบไม่ได้ ทั้งๆที่เขาหาว่าโยบผิด
4 ฝ่ายเอลีฮูคอยจะพูดกับโยบ เพราะเขาทั้งสามแก่กว่าตน
5 และเมื่อเอลีฮูเห็นว่าไม่มีคำตอบในปากของ บุรุษทั้งสามนี้แล้ว เขาจึงโกรธ
6 และเอลีฮู บุตรบาราเคล ชาวบุชี ตระกูลราม ว่า "ข้าพเจ้ายังเยาว์วัย และท่านสูงอายุแล้ว เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าเกรงกลัว ที่จะกล่าวความคิดเห็นของข้าพเจ้าแก่ท่าน
7 ข้าพเจ้าว่า 'ขอให้วัยพูดเถิด และให้ปีหลายปีสอนสติปัญญา'
8 แต่เป็นวิญญาณจิตในมนุษย์ ลมหายใจขององค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ ที่กระทำให้เขาเข้าใจ
9 ไม่ใช่คนแก่เท่านั้นที่เป็นคนฉลาด หรือคนสูงอายุเข้าใจความยุติธรรม
10 เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงว่า 'ขอฟังข้าพเจ้า ขอให้ข้าพเจ้ากล่าวความคิดเห็นของข้าพเจ้าด้วย'
11 "ดูเถิด ข้าพเจ้าได้คอยฟังคำของท่านทั้งหลาย ข้าพเจ้าคอยฟังเหตุผลของท่าน ขณะที่ท่านสรรหาว่าจะพูดว่ากระไร
12 เออ ข้าพเจ้าสนใจฟังท่าน และดูเถิด ไม่มีผู้ใดให้เหตุผลอันควรแก่โยบ ในพวกท่านไม่มีผู้ใดที่ตอบคำของโยบได้
13 อย่าเพ่อพูดนะว่า 'เราได้พบพระปัญญาแล้ว พระเจ้าจะทรงให้เอาชนะเขาได้ มิใช่มนุษย์'
14 เขามิได้เพ่งเล็งถ้อยคำของเขาใส่ข้าพเจ้า และข้าพเจ้าจะไม่ตอบถ้อยคำของเขาด้วยคำพูดของท่าน
15 "เขาทั้งหลายก็ตกตะลึง เขาไม่ตอบอีก เขาไม่มีถ้อยคำจะพูดสักคำเดียว
16 และข้าพเจ้าจะคอยหรือ เพราะเขาทั้งหลายไม่พูด เพราะเขายืนอยู่ที่นั่น ไม่ตอบอีก
17 ข้าพเจ้าด้วยคน จะให้คำตอบของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะสำแดงความคิดเห็นของข้าพเจ้าด้วย
18 เพราะข้าพเจ้ามีถ้อยคำเต็มตัว จิตใจภายในข้าพเจ้าบังคับข้าพเจ้าอยู่
19 ดูเถิด จิตใจของข้าพเจ้าเหมือนเหล้าองุ่นซึ่งไม่มีที่ระบายออก เหมือนถุงหนังเหล้าองุ่นใหม่ จะระเบิดอยู่รอมร่อแล้ว
20 ข้าพเจ้าต้องพูดจึงจะได้ความบรรเทา ข้าพเจ้าต้องเปิดริมฝีปากขึ้นตอบ
21 ข้าพเจ้าจะไม่แสดงอคติต่อบุคคลใดๆ หรือใช้การประจบสอพลอต่อผู้ใด
22 เพราะข้าพเจ้าประจบสอพลอไม่ได้ ถ้าทำอย่างนั้น ผู้สร้างของข้าพเจ้าก็จะกำจัดข้าพเจ้าเสียในไม่ช้า

โยบ 33

1 "ท่านโยบเจ้าข้า บัดนี้ขอฟังคำของข้าพเจ้า และฟังถ้อยคำทั้งสิ้นของข้าพเจ้า
2 ดูเถิด ข้าพเจ้าอ้าปาก ลิ้นภายในปากของข้าพเจ้าก็พูด
3 ถ้อยคำของข้าพเจ้าสำแดงความเที่ยงธรรมแห่งจิตใจ และริมฝีปากของข้าพเจ้ารู้อะไรก็พูดออกมาอย่างจริงใจ
4 พระวิญญาณของพระเจ้าได้ทรงสร้างข้าพเจ้า และลมปราณขององค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ได้ให้ชีวิตแก่ข้าพเจ้า
5 ถ้าท่านตอบข้าพเจ้าได้ ก็ตอบซี จงลำดับถ้อยคำของท่านต่อหน้าข้าพเจ้า เชิญเถอะ
6 ดูเถิด ข้าพเจ้าอยู่อย่างท่านตรงพระพักตร์พระเจ้า พระองค์ทรงปั้นข้าพเจ้าขึ้นมาจากดินก้อนหนึ่งด้วยเหมือนกัน
7 ดูเถิด อย่าให้ความกลัวข้าพเจ้า กระทำให้ท่านตกใจ ข้าพเจ้าจะไม่ชักชวนท่านหนักเกินไป
8 "แน่ละ ท่านพูดให้ข้าพเจ้าฟัง และข้าพเจ้าได้ยินเสียงถ้อยคำของท่าน
9 ท่านว่า 'ข้าพเจ้าสะอาด ปราศจากการทรยศ ข้าพเจ้าบริสุทธิ์ ไม่มีความบาปผิดในข้าพเจ้าเลย
10 ดูเถิด พระองค์ทรงหาเรื่องกับข้าพเจ้า พระองค์ทรงนับว่าข้าพเจ้าเป็นศัตรูกับพระองค์
11 พระองค์ทรงเอาเท้าของข้าพเจ้าใส่ขื่อไว้ และทรงเฝ้าดูทางของข้าพเจ้าทั้งสิ้น'
12 "ดูเถิด ในเรื่องนี้ท่านไม่ยุติธรรมเลย ข้าพเจ้าจะตอบท่าน พระเจ้าใหญ่ยิ่งกว่ามนุษย์
13 ทำไมท่านจึงโต้แย้งกับพระองค์ ว่า 'พระองค์จะไม่ทรงตอบถ้อยคำของเขาเลย'
14 เพราะพระเจ้าตรัสวิธีหนึ่ง เออ สองวิธี แต่มนุษย์ไม่หยั่งรู้ได้
15 ในความฝัน ในนิมิตกลางคืน เมื่อคนหลับสนิท เมื่อเขาเคลิบเคลิ้มอยู่บนที่นอนของเขา
16 แล้วพระองค์ทรงเบิกหูของมนุษย์ และทรงสั่งสอนอย่างลับๆ
17 เพื่อว่าพระองค์จะได้หันให้มนุษย์กลับจากกิจการของเขา และตัดความเย่อหยิ่งออกเสียจากมนุษย์
18 พระองค์ทรงยึดเหนี่ยววิญญาณของเขาไว้จากปาก แดนคนตาย และยึดชีวิตของเขาไว้จากการที่จะพินาศด้วยดาบ
19 "มนุษย์ยังถูกตีสอนด้วยความเจ็บปวดบนที่นอนของเขาด้วย และด้วยการขัดแย้งเสมอในกระดูกของเขา
20 ชีวิตของเขาจึงได้เบื่ออาหาร และจิตใจจึงได้เบื่ออาหารโอชะ
21 เนื้อของเขาทรุดโทรมไปมากจนมองไม่เห็น กระดูกของเขาซึ่งแลไม่เห็นนั้นก็โผล่ออกมา
22 เออ วิญญาณของเขาเข้าไปใกล้ปากแดนคนตาย และชีวิตของเขา เข้าใกล้ผู้ที่นำความตายมา
23 ถ้ามีทูตสวรรค์องค์หนึ่งมาเพื่อเขา เป็นล่าม หนึ่งในพัน เพื่อแถลงแก่มนุษย์ว่าอะไรถูกเพื่อเขา
24 และทูตนั้นกรุณาเขา ทูลว่า 'ขอทรงปล่อยเขาให้พ้นจากที่จะไปยังปากแดนคนตาย ข้าพระองค์พบค่าไถ่แล้ว
25 เนื้อของเขาจะอ่อนกว่าเนื้อเด็ก ขอให้เขากลับไปสู่กำลังเหมือนเมื่อยังหนุ่ม'
26 เขาจึงอธิษฐานต่อพระเจ้า และพระองค์จะทรง พอพระทัยเขา เขาจะเข้ามาเฝ้าต่อพระพักตร์พระองค์ด้วยความชื่นบาน
27 แล้วพระองค์จะทรงให้มนุษย์กลับสู่สภาพความชอบธรรม และเขาจะร้องเพลงต่อหน้าประชาชน กล่าวว่า 'ข้าบาปแล้ว และเห็นผิดเป็นชอบ และมิได้ทรงลงโทษสนองข้า
28 พระองค์ทรงไถ่วิญญาณจิตของข้า ให้พ้นจากการลงไปสู่ปากแดนคนตาย และชีวิตของข้าจะเห็นความสว่าง'
29 "ดูเถิด พระเจ้าทรงกระทำสิ่งเหล่านี้ทั้งสิ้น กับมนุษย์สองครั้ง สามครั้ง
30 เพื่อจะนำวิญญาณจิตของเขามาจากปากแดนคนตาย เพื่อให้เขาเห็นความสว่างแห่งชีวิต
31 ท่านโยบเจ้าข้า ขอตั้งใจฟังข้าพเจ้า ขอเงียบ และข้าพเจ้าจะพูด
32 ถ้าท่านมีอะไรพูดก็ตอบข้าพเจ้ามาเถอะ เพราะข้าพเจ้าปรารถนาแก้คดีให้ท่าน
33 ถ้าหาไม่ ก็ขอฟังข้าพเจ้า ขอเงียบ และข้าพเจ้าจะสอนปัญญาให้แก่ท่าน"

โยบ 34

1 เอลีฮูพูดต่อไปว่า
2 "ท่านผู้มีปัญญา ขอฟังถ้อยคำของข้าพเจ้า ท่านผู้มีความรู้ ขอเงี่ยหูฟังข้าพเจ้า
3 เพราะหูก็ชิมถ้อยคำ อย่างกับเพดานปากชิมอาหาร
4 ขอให้เราเลือกสิ่งที่ถูก ขอให้เราเรียนรู้ในพวกเราเอง ว่าอะไรดี
5 เพราะโยบกล่าวว่า 'ข้าพเจ้าเป็นคนชอบธรรม และพระเจ้าทรงเอาความยุติธรรมที่ควรตก แก่ข้าพเจ้าไปเสีย'
6 ข้าพเจ้าถูกนับเป็นคนมุสา ถึงแม้ข้าพเจ้าชอบธรรม แผลของข้าพเจ้ารักษาไม่หาย แม้ว่าข้าพเจ้าไม่มี การทรยศเลย
7 ใครหนอที่จะเหมือนโยบ ผู้ดื่มความเหยียดหยามเหมือนดื่มน้ำ
8 ผู้เข้าสังคมกับคนกระทำชั่ว และเดินไปกับคนอธรรม
9 เพราะท่านได้กล่าวว่า 'ไม่เป็นประโยชน์อะไรแก่มนุษย์เรา ที่เขาจะปีติยินดีในพระเจ้า'
10 "เพราะฉะนั้น ท่านผู้มีความเข้าใจ ขอฟังข้าพเจ้า เมินเสียเถิดที่พระเจ้าจะทรงกระทำความอธรรม และที่องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์จะทรงกระทำผิด
11 เพราะพระเจ้าทรงสนองตามการกระทำของ มนุษย์ และพระองค์ทรงให้เกิดแก่เขา ตามการกระทำของเขา
12 แน่นอนทีเดียว พระเจ้าจะไม่ทรงกระทำชั่ว และองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์จะไม่ทรงผันแปรความยุติธรรม
13 ใครแต่งตั้งให้พระองค์ปกครองโลก หรือใครเล่ามอบหมายทั้งโลกไว้กับพระองค์
14 ถ้าพระองค์ทรงให้วิญญาณของพระองค์กลับสู่พระองค์ และทรงรวบรวมลมปราณของพระองค์กลับมาหาพระองค์
15 เนื้อหนังทั้งสิ้นก็จะพินาศไปด้วยกัน และมนุษย์ก็จะกลับไปเป็นผงคลีดิน
16 "ถ้าท่านมีความเข้าใจ ขอฟังข้อนี้ ขอฟังเสียงถ้อยคำของข้าพเจ้า
17 ผู้ที่เกลียดชังความยุติธรรมควรจะปกครองหรือ ท่านจะประณามผู้ที่ชอบธรรมและทรงอานุภาพหรือ
18 ผู้ตรัสแก่พระราชาว่า 'ท่านผู้ไร้ค่า' และแก่เจ้านายว่า 'ท่านทั้งหลายผู้อธรรม'
19 ผู้ไม่ทรงแสดงอคติแก่เจ้านาย หรือไม่ทรงเห็นแก่คนมั่งคั่งมากกว่าคนยากจน เพราะคนทั้งหมดนี้เป็นพระหัตถกิจของพระองค์
20 สักครู่เดียวเขาทั้งหลายก็ตาย เวลาเที่ยงคืน ประชาชนตัวสั่นและตายไป และผู้มีอานุภาพก็ถูกเอาไปเสีย มิใช่ด้วยมือมนุษย์
21 "เพราะพระเนตรของพระองค์มองดูทางของคน พระองค์ทรงเห็นย่างเท้าของเขาหมด
22 ไม่มีที่มืดครึ้มหรือที่มืดทึบ ซึ่งคนชั่วจะซ่อนตัวได้
23 เพราะพระองค์ไม่ต้องทรงกำหนดเวลาให้แก่ใคร ให้เข้าเฝ้าพระเจ้ารับการพิพากษา
24 พระองค์ทรงสังหารผู้มีอานุภาพโดยไม่ต้องสอบสวน และทรงตั้งคนอื่นไว้แทน
25 เช่นนี้แหละ ด้วยทรงทราบกิจการของเขาแล้ว จึงทรงคว่ำเขาเสียในกลางคืน เขาก็แหลกไป
26 พระองค์ทรงตีเขาเพราะความอธรรมของเขา ต่อหน้าต่อตามนุษย์
27 เพราะว่าเขาทั้งหลายหันกลับเสียจากการติดตามพระองค์ และไม่นับถือมรรคาของพระองค์แต่อย่างใดเลย
28 เหตุนี้เขาจึงกระทำให้เสียงร้องของคนยากจน มาถึงพระองค์ และพระองค์ทรงฟังเสียงร้องของผู้รับความทุกข์ใจ
29 เมื่อพระองค์ทรงนิ่งเสีย ใครจะกล่าวโทษพระองค์ได้ เมื่อพระองค์ทรงซ่อนพระพักตร์ของพระองค์ ใครจะเห็น พระองค์ได้ ไม่ว่าจะทำแก่ประชาชาติหรือแก่บุคคลก็เหมือนกัน
30 เพื่อว่าคนชั่วจะไม่ได้ครอบครอง และเขาจะไม่วางกับดักประชาชน
31 "เพราะมีผู้ใดร้องทูลพระเจ้าว่า 'ข้าพระองค์ได้รับการตีสอนแล้ว ข้าพระองค์จะไม่ทำผิดต่อไปอีก
32 ขอทรงโปรดสอนข้าพระองค์ถึงสิ่ง ที่ข้าพระองค์มองไม่เห็น ถ้าข้าพระองค์กระทำบาปชั่ว ข้าพระองค์จะไม่กระทำอีก'
33 การตอบสนองของพระองค์จะต้องเป็นอย่าง ที่ท่านต้องการหรือ ท่านจึงไม่รับ ท่านเองต้องเลือก และไม่ใช่ข้าพเจ้า เหตุฉะนั้นท่านมีความคิดเห็นอย่างไร ก็พูดไปเถิด
34 คนที่เข้าใจจะพูดกับข้าพเจ้า คือคนฉลาดที่ฟังข้าพเจ้า จะพูดว่า
35 'โยบพูดอย่างไม่มีความรู้ ถ้อยคำของเขาไม่มีแก่นสารเสียเลย'
36 อยากจะให้โยบถูกทดลองต่อไปถึงที่สุด เพราะว่าเขาตอบเหมือนอย่างคนอธรรม
37 เพราะเขาเพิ่มความทรยศเข้ากับบาปของเขา เขาตบมือเย้ยอยู่ท่ามกลางเรา และทวีถ้อยคำของเขากล่าวร้ายพระเจ้า"

โยบ 35

1 เอลีฮูพูดต่อไปว่า
2 "ท่านคิดว่า นี่ยุติธรรมหรือ ท่านพูดหรือว่า 'ความชอบธรรมของข้าพเจ้ายิ่งกว่าของพระเจ้า'
3 ที่ท่านถามว่า 'ข้าพเจ้าจะได้ประโยชน์อะไร ข้าพเจ้าจะดีอะไรขึ้นกว่าข้าพเจ้าทำบาป'
4 ข้าพเจ้าจะตอบท่าน กับมิตรสหายของท่านด้วย
5 จงมองดูท้องฟ้าเถิด ดูเมฆซึ่งอยู่สูงกว่าท่าน
6 ถ้าท่านทำบาป ท่านจะได้อะไรที่กระทบกระเทือนพระองค์ ถ้าการทรยศของท่านทวีขึ้น ท่านทำอะไรแก่พระองค์
7 ถ้าท่านเป็นคนชอบธรรม ท่านถวายอะไรแก่พระองค์ หรือพระองค์ทรงรับอะไรจากมือของท่าน
8 ความอธรรมของท่านก็เป็นอันตรายแก่คนอย่างท่าน และความชอบธรรมของท่านก็เป็นประโยชน์แก่มนุษย์
9 "เหตุด้วยการถูกบีบบังคับเป็นอันมาก เขาได้ร้องทุกข์ เขาร้องขอความช่วยเหลือเนื่องด้วยแขนของผู้ทรงอำนาจ
10 แต่ไม่มีสักคนพูดว่า 'พระเจ้าผู้ทรงสร้างข้าพเจ้า ผู้ทรงประทานเพลงในเวลากลางคืน ทรงอยู่ที่ไหน
11 ผู้ทรงสอนเรามากกว่าสอนสัตว์แห่งแผ่นดินโลก และทรงกระทำให้เราฉลาดกว่านกในฟ้าอากาศ'
12 เขาร้องทุกข์ ณ ที่นั่น แต่พระองค์มิได้ทรงตอบ เหตุความเย่อหยิ่งของคนชั่ว
13 แน่ละ พระเจ้ามิได้ฟังเสียงลมๆแล้งๆ และองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ก็มิได้ทรงนับถือเสียงนั้น
14 จะยิ่งน้อยกว่านั้นสักเท่าใด เมื่อท่านว่า ท่านไม่เห็นพระองค์ และเมื่อว่า คดีนั้นก็อยู่ต่อพระพักตร์พระองค์ และท่านคอยพระองค์อยู่
15 บัดนี้ เพราะพระพิโรธของพระองค์มิได้ลงโทษ และพระองค์มิได้สนพระทัย การละเมิดเสียมากมาย
16 เพราะฉะนั้น โยบจึงอ้าปากพูดคำลมๆแล้งๆ และทวีคำพูดโดยปราศจากความรู้"

โยบ 36
1 และเอลีฮูพูดต่อไปด้วยว่า
2 "ขอทนอยู่กับข้าพเจ้าสักหน่อย และข้าพเจ้าจะสำแดงแก่ท่าน เพราะข้าพเจ้ามีบางสิ่งที่จะพูดแทนพระเจ้าอีก
3 ข้าพเจ้าจะเอาความรู้มาจากที่ไกล และถวายความชอบธรรมแก่ผู้ทรงสร้างข้าพเจ้า
4 เพราะที่จริงถ้อยคำของข้าพเจ้ามิใช่เท็จ ท่านผู้ทรงความรู้รอบคอบสถิตกับท่าน
5 "ดูเถิด พระเจ้าทรงอานุภาพ และมิได้ทรงเหยียดหยาม ผู้ใดเลย พระองค์ทรงอานุภาพในเรื่องกำลังแห่งความเข้าใจ
6 พระองค์มิได้สงวนชีวิตคนอธรรม แต่ทรงประทานความยุติธรรมแก่ผู้ทุกข์ใจ
7 พระองค์มิได้ทรงหันพระเนตรของพระองค์จากคนชอบธรรม แต่กับบรรดาพระราชาบนพระที่นั่ง พระองค์ทรงตั้งเขาไว้เป็นนิตย์ และเขาก็อยู่ในที่สูง
8 และถ้าเขาถูกจำด้วยพันธนาการ และติดอยู่ในบ่วงแห่งความทุกข์ใจ
9 พระองค์ก็ทรงสำแดงกิจกรรมของเขาทั้งหลายแก่เขา และการทรยศของเขา ว่าเขาได้ประพฤติตัวด้วยความยโส
10 พระองค์ทรงเบิกหูของเขาให้ฟังคำเตือนสอน และทรงบัญชาให้เขากลับจากความบาปผิดของเขา
11 ถ้าเขาทั้งหลายเชื่อฟัง และปรนนิบัติพระองค์ เขาจะอยู่ครบอายุของเขาด้วยความเจริญรุ่งเรือง และอยู่ครบปีของเขาด้วยความสุขใจ
12 แต่ถ้าเขาทั้งหลายไม่เชื่อฟัง เขาทั้งหลายจะพินาศด้วยดาบ และตายโดยปราศจากความรู้
13 "คนใจไม่นับถือพระเจ้าก็สะสมพระพิโรธ เมื่อพระองค์ทรงมัดเขา เขาไม่ร้องให้ช่วย
14 เขาตายเมื่อยังหนุ่มอยู่ และชีวิตของเขาสิ้นสุดลงท่ามกลางพวกเทวทาส
15 พระองค์ทรงช่วยกู้ผู้ที่ทุกข์ใจไว้ด้วยความทุกข์ใจของเขา และทรงให้ความลำเค็ญเบิกหูของเขา
16 เออ พระองค์ทรงชวนท่านให้ออกมาจากความคับใจ มายังที่กว้างที่ไม่มีการบีบ และสิ่งที่วางไว้ในสำรับของท่านก็มีแต่สิ่งอ้วนพี
17 "แต่ท่านก็สมกับการพิพากษาคนชั่ว การพิพากษาและความยุติธรรมมาทันจับท่าน
18 จงระวังเถิด เกรงว่าพระพิโรธจะล่อชวนท่านให้เย้ยหยัน และอย่าให้ค่าอันยิ่งใหญ่ของการไถ่ทำให้ท่านหลบหลีกไป
19 เสียงร้องจะช่วยให้ท่านพ้นจากความทุกข์ใจหรือ หรือเรี่ยวแรงทั้งสิ้นของท่านจะช่วยท่านได้หรือ
20 อย่าอาลัยถึงกลางคืน เมื่อชนชาติทั้งหลายถูกตัดขาดในที่ของเขา
21 ระวังให้ดี อย่าหันไปหาความบาปผิด เพราะท่านเลือกสิ่งนี้มากกว่าเลือกความทุกข์ใจ
22 ดูเถิด พระเจ้าทรงสำแดงความยิ่งใหญ่ด้วย ฤทธานุภาพของพระองค์ ผู้ใดเป็นผู้สั่งสอนเหมือนอย่างพระองค์เล่า
23 ผู้ใดเป็นผู้บงการพระองค์ หรือผู้ใดจะพูดได้ว่า 'พระองค์ทรงกระทำผิดแล้ว'
24 "จงระลึกถึงที่จะยกย่องพระราชกิจของพระองค์ ซึ่งมนุษย์ได้ร้องเพลงกล่าวถึงนั้น
25 มนุษย์ทั้งปวงเพ่งดูสิ่งนั้นอยู่แล้ว มนุษย์เห็นสิ่งนั้นได้แต่ไกล
26 ดูเถิด พระเจ้านั้นใหญ่ยิ่ง และเราก็หาหยั่งรู้ ถึงพระองค์ไม่ อายุของพระองค์เป็นสิ่งที่ค้นหากันไม่ได้
27 เพราะพระองค์ทรงดึงหยดน้ำขึ้นไป ซึ่งกลั่นเป็นฝนจากเมฆของพระองค์
28 ซึ่งฟ้าก็เทลงมา และหยดลงที่มนุษย์อย่างอุดม
29 เออ มีคนใดเข้าใจการแผ่ของเมฆหรือ และการคะนองแห่งพลับพลาของพระองค์หรือ
30 ดูเถิด พระองค์ทรงกระจายฟ้าแลบออกไปรอบพระองค์ และคลุมก้นของทะเล
31 เพราะพระองค์ทรงพิพากษาชนชาติทั้งหลายด้วยสิ่งนี้ พระองค์ประทานอาหารอย่างอุดมสมบูรณ์
32 พระองค์ทรงคลุมพระหัตถ์ของพระองค์ด้วยฟ้าแลบ และทรงบัญชาให้มันผ่าจุดที่หมาย
33 เสียงครืนๆของมันประกาศเกี่ยวกับพระองค์ และฝูงสัตว์ก็ประกาศเกี่ยวกับพายุซึ่งจะมาถึง

โยบ 37
1 เรื่องนี้กระทำให้หัวใจของข้าพเจ้าสั่นรัว สะทกสะท้านขวัญหนีดีฝ่อ
2 จงฟัง จงฟังเสียงกัมปนาทของพระองค์ และเสียงกระหึ่มที่ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระองค์
3 พระองค์ทรงปล่อยให้ไปทั่วใต้ฟ้าทั้งสิ้น และฟ้าแลบของพระองค์ไปถึงสุดปลายแผ่นดินโลก
4 พระสุรเสียงของพระองค์ครางกระหึ่มตามไป พระองค์ทรงแผดพระสุรเสียงอันโอฬารึกของพระองค์ พระองค์มิได้ทรงหน่วงเหนี่ยวฟ้าแลบ เมื่อได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์
5 พระเจ้าทรงสำแดงกัมปนาทอย่างประหลาดด้วยพระสุรเสียงของ พระองค์ พระองค์ทรงกระทำการใหญ่โตซึ่งเราเข้าใจไม่ได้
6 เพราะพระองค์ตรัสกับหิมะว่า 'ตกลงบนแผ่นดินซี' และในทำนองเดียวกันก็ตรัสกับฝน และกับห่าฝนอันหนักของพระองค์
7 พระองค์ทรงมัดมือของมนุษย์ทุกคน เพื่อทุกคนซึ่งพระองค์ทรงสร้างจะรู้ได้
8 แล้วสัตว์ป่าจึงเข้าไปสู่รังของมัน และพักอยู่ในถ้ำของมัน
9 พายุออกมาจากห้องทิศใต้ และความหนาวมาจากลมเหนือ
10 พระเจ้าประทานน้ำแข็งด้วยลมหายใจของพระองค์ และน้ำกว้างใหญ่ก็แข็งตัว
11 พระองค์ทรงบรรทุกความชุ่มชื้นไว้ที่เมฆทึบ พระองค์ทรงกระจายเมฆแห่งฟ้าแลบออกไป
12 มันหันไปๆตามการนำของพระองค์ เพื่อให้สำเร็จกิจทั้งสิ้นซึ่งพระองค์ทรงบัญชามัน ที่เหนือผิวพิภพที่มนุษย์อาศัยอยู่ได้
13 ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการตีสอน หรือเพื่อแผ่นดินของพระองค์ หรือเพื่อความรักมั่นคง พระองค์ทรงกระทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น
14 "ท่านโยบเจ้าข้า ขอฟังข้อนี้ จงนิ่งพิจารณาการกระทำอันอัศจรรย์ของพระเจ้า
15 ท่านทราบหรือว่าพระเจ้าทรงกำชับมันอย่างไร และกระทำให้ฟ้าแลบแห่งเมฆของพระองค์มีแสง
16 ท่านทราบถึงการทรงตัวของเมฆหรือ เป็นพระราชกิจอันประหลาดของพระองค์ผู้สมบูรณ์ในความรู้
17 ตัวท่าน ผู้ที่เสื้อผ้าของตนร้อน เมื่อแผ่นดินโลกซบเซาเพราะลมทิศใต้
18 ท่านแผ่ฟ้าออกไปอย่างพระองค์ได้หรือ ให้แข็งอย่างคันฉ่องหลอม
19 จงสอนเรามาว่าเราควรจะทูลพระองค์อย่างไร เพราะความมืดเราจึงร่างสำนวนของเราไม่ได้
20 จะทูลพระองค์ได้ไหมว่า ข้าพเจ้าอยากจะทูล มีใครเคยคิดไหมว่าเขาอยากจะตาย
21 "ฝ่ายมนุษย์เพ่งดูแสงสว่างไม่ได้ เมื่อมันสุกใสอยู่ในท้องฟ้า เมื่อลมผ่านไปกวาดให้กระจ่าง
22 แสงทองส่องมาจากทิศเหนือ พระเจ้าทรงฉลองพระองค์ด้วยความโอ่อ่าตระการ อย่างน่าคร้ามกลัว
23 องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์นั้น เราจะค้นพบพระองค์ไม่ได้ พระองค์ใหญ่ยิ่งในเรื่องฤทธานุภาพ ความยุติธรรมและความชอบธรรมอันมากยิ่งพระองค์ จะไม่ทรงฝ่าฝืน
24 เพราะฉะนั้นมนุษย์จึงยำเกรงพระองค์ พระองค์ไม่ทรงนับถือผู้ใดที่ถือตัวว่ามีปัญญา"

โยบ 38
1 แล้วพระเจ้าทรงตอบโยบออกมาจากพายุว่า
2 "นี่ใครหนอที่ให้คำปรึกษา มืดมนไปด้วยถ้อยคำอันปราศจากความรู้
3 จงคาดเอวไว้อย่างกับลูกผู้ชายหน่อยซิ เราจะถามเจ้า ขอเจ้าตอบเรา
4 "เมื่อเราวางรากฐานของแผ่นดินโลกนั้น เจ้าอยู่ที่ไหน ถ้าเจ้ามีความเข้าใจก็บอกเรามา
5 ผู้ใดได้กำหนดขนาดให้โลก แน่นอนละ เจ้าต้องรู้ซี หรือใครขึงเชือกวัดบนนั้น
6 รากฐานของโลกจมไปอยู่บนอะไร หรือผู้ใดวางศิลามุมเอกของมัน
7 ในเมื่อดาวรุ่งแซ่ซ้องสรรเสริญ และบรรดาบุตรพระเจ้าโห่ร้องด้วยความชื่นบาน
8 "หรือผู้ใดเอาประตูปิดทะเลไว้ เมื่อมันระเบิดออกมา ดังออกมาจากครรภ์
9 เมื่อเราสร้างเมฆให้เป็นเสื้อ และความมืดทึบเป็นผ้าอ้อมของมัน
10 แล้วกำหนดเขตให้มัน และวางดาลและประตู
11 และกล่าวว่า 'เจ้าไปได้ไกลแค่นี้แหละ อย่าเลยไปอีก และคลื่นคะนองของเจ้าหยุดเพียงแค่นี่แหละ'
12 "เจ้าได้บังคับบัญชาอรุณตั้งแต่เจ้าเกิดมา และเป็นเหตุให้อรุโณทัยรู้จักที่ของมันหรือ
13 เพื่อมันจะจับปลายแผ่นดินโลก และสลัดคนชั่วออกไปเสียจากโลก
14 โลกก็เปลี่ยนไปเหมือนดินเหนียวถูกตราประทับ และทุกสิ่งเด่นออกมาเหมือนเสื้อผ้า
15 แสงสว่างของคนชั่วถูกยึดไว้เสียจากคนชั่วร้าย และแขนของเขาที่เงื้อขึ้นก็ถูกหักเสีย
16 "เจ้าเข้าไปในตาน้ำแห่งทะเลแล้วหรือ หรือเดินเข้าไปในซอกมหาสมุทรแล้วหรือ
17 เขาเผยประตูความตายแก่เจ้าแล้วหรือ หรือเจ้าได้เห็นประตูเงามัจจุราชแล้วหรือ
18 เจ้าหยั่งรู้ความกว้างใหญ่ของแผ่นดินโลกหรือ ถ้าเจ้ารู้ทั้งหมดนี้ก็จงบอกมา
19 "ทางที่จะนำไปสู่สำนักของความสว่างอยู่ที่ไหน และส่วนที่มืด สถานที่นั้นอยู่ที่ไหน
20 เพื่อเจ้าจะได้พามันไปยังแดนของมัน และเพื่อเจ้าจะได้เห็นทางไปบ้านของมัน
21 เจ้าคงรู้เพราะเจ้าเกิดมาแล้ว อายุของเจ้าก็มากเหลือหลาย
22 "เจ้าเข้าไปในคลังหิมะแล้วหรือ หรือเจ้าเห็นคลังลูกเห็บแล้วหรือ
23 ซึ่งเราสงวนไว้เพื่อเวลายากลำบาก เพื่อวันศึกและสงคราม
24 ทางที่จะไปสู่ที่ซึ่งความสว่างแจกจ่ายออกไปนั้น อยู่ที่ไหน หรือที่ซึ่งลมตะวันออกกระจายไปบนแผ่นดินโลกอยู่ที่ไหน
25 "ใครเซาะช่องให้กระแสฝน และทำทางให้ฟ้าผ่า
26 ให้นำฝนมาบนแผ่นดินที่ไม่มีคนอยู่ และบนถิ่นทุรกันดารซึ่งไม่มีมนุษย์ที่นั่น
27 เพื่อให้ดินที่เปล่าและแผ่นดินที่เริศร้างได้อิ่ม และกระทำให้แผ่นดินมีหญ้าอ่อนงอก
28 "ฝนมีพ่อหรือ หรือผู้ใดได้กระทำให้เกิดหยาดน้ำค้าง
29 น้ำแข็งมาจากครรภ์ของผู้ใด ผู้ใดให้กำเนิดแก่ปุยน้ำค้างแข็งแห่งฟ้าสวรรค์
30 น้ำกลายเป็นของแข็งเหมือนหิน และผิวมหาสมุทรแข็งตัว
31 "เจ้ามัดดาวลูกไก่ให้เป็นกลุ่มได้หรือ หรือแก้เครื่องผูกดาวไถได้หรือ
32 เจ้านำดาวนักษัตรออกมาตามฤดูของมันได้หรือ หรือเจ้านำทางของดาวจระเข้และลูกของมันได้ไหม
33 เจ้ารู้กฎของฟ้าสวรรค์หรือเปล่า เจ้าตั้งฟ้าสวรรค์ให้ครอบครองแผ่นดินได้หรือ
34 "เจ้าตะเบ็งเสียงไปถึงเมฆได้ไหมล่ะ เพื่อน้ำมากมายจะลงมาคลุมเจ้า
35 เจ้าใช้ฟ้าแลบออกไปเพื่อให้มันไป และพูดกับเจ้าว่า 'เราอยู่ที่นี่' ได้ไหม
36 ใครให้สติปัญญาแก่นกกุลา หรือให้ความเข้าใจแก่พ่อไก่
37 ใครจะนับเมฆด้วยสติปัญญาได้ หรือใครจะเอียงถุงน้ำของท้องฟ้าได้
38 เมื่อผงคลีแข็งอย่างโลหะหลอม เมื่อก้อนดินเกาะกันแน่นหรือ
39 "เจ้าล่าเหยื่อให้สิงห์ได้หรือ หรือให้สิงห์หนุ่มที่หิวอิ่มได้ไหมล่ะ
40 เมื่อมันหมอบอยู่ในถ้ำของมัน หรือนอนคอยอยู่ในที่กำบัง
41 ใครจัดหาเหยื่อให้กา เมื่อลูกอ่อนของมันร้องต่อพระเจ้า และระเหระหนไปเพราะขาดอาหาร

โยบ 39
1 "เจ้ารู้ไหมว่าเลียงผาตกลูกเมื่อไร เจ้าเคยเฝ้าดูกวางตัวเมียตกลูกหรือ
2 เจ้านับเดือนที่มันท้องครบได้หรือ และเจ้ารู้เวลาเมื่อมันตกลูกไหม
3 คือเมื่อมันฟุบลงตกลูกของมัน แล้วก็ตกลูกอ่อนของมันออกมา
4 ลูกอ่อนของมันแข็งแรงขึ้น มันเติบใหญ่ในกลางแจ้ง มันออกไป แล้วไม่กลับมาหาอีก
5 "ใครปล่อยให้ลาป่าวิ่งกระเจิงไป ใครแก้เชือกผูกลาเปลี่ยว
6 ซึ่งเราได้ให้ถิ่นแห้งแล้งเป็นบ้านของมัน และให้ดินเค็มเป็นที่อาศัยของมัน
7 มันเย้ยเสียงอึกทึกของเมือง มันไม่ได้ยินเสียงของผู้ขับขี่ตะโกนบอก
8 มันตระเวนภูเขาอันเป็นลานหญ้าของมัน และมันแสวงหญ้าเขียวทุกอย่าง
9 "วัวกระทิงยอมรับใช้เจ้าหรือ มันจะนอนค้างคืนอยู่ที่รางหญ้าของเจ้าหรือ
10 เจ้าเอาเชือกผูกวัวกระทิงให้ลากไถได้หรือ หรือมันจะยอมคราดที่ลุ่มตามเจ้าไปหรือ
11 เจ้าจะพึ่งมัน เพราะแรงมันมากได้หรือ หรือจะมอบงานของเจ้าไว้กับมัน
12 เจ้าไว้ใจว่ามันจะกลับมา และนำข้าวของเจ้ามาที่ลานนวดข้าวหรือ
13 "ปีกของนกกระจอกเทศกระพือไปด้วยความภาคภูมิ แต่ปีกและขนของมันเหมือนของนกกระสาดำหรือ
14 เพราะมันละไข่ของมันไว้กับดิน ให้มันอบอุ่นอยู่ในดิน
15 ลืมไปว่าตีนหนึ่งอาจจะเหยียบมันแหลก และสัตว์ป่าทุ่งจะย่ำมัน
16 มันรุนแรงต่อลูกอ่อนของมันอย่างกับว่าไม่ใช่ลูกของมัน ถึงมันจะเหนื่อยเปล่า มันก็ไม่ไยดี
17 เพราะพระเจ้าทรงกระทำให้มันลืมสติปัญญา และมิได้ทรงให้มันมีความเข้าใจ
18 เมื่อมันเร่งตัวเองให้หนี มันหัวเราะเยาะม้าและคนขี่
19 "เจ้าให้พลังแก่ม้าหรือ เจ้าเอาขนห่มคอของมันหรือ
20 เจ้าทำให้มันกระโดดอย่างตั๊กแตนหรือ เสียงหายใจอันดังของมันน่าสะพรึงกลัว
21 มันตะกุยไปในหุบเขา และเต้นโลดด้วยกำลังของมัน มันออกไปปะทะคนถืออาวุธ
22 มันหัวเราะเยาะความกลัว และไม่ถอยหนี มันไม่หันกลับหนีดาบ
23 แล่งธนูกวัดแกว่งกระทบมัน หอกใหญ่ที่แวบวาบและหอกซัดกระแทกมัน
24 มันโกยดินด้วยความดุร้ายและเดือดดาล พอได้ยินเสียงเขาสัตว์ มันยืนนิ่งอยู่ต่อไปไม่ได้
25 เมื่อเป่าเขาสัตว์ขึ้น มันร้อง 'ฮีแฮ่' มันได้กลิ่นสงครามแต่ไกล ทั้งเสียงตะโกนของผู้บังคับบัญชาและเสียงโห่ร้อง
26 "เหยี่ยวนกเขาโผไปมาด้วยสติปัญญาของเจ้าหรือ และกางปีกของมันตรงไปทางทิศใต้
27 นกอินทรีทะยานขึ้นตามบัญชาของเจ้าหรือ ทั้งทำรังของมันบนที่สูง
28 มันอยู่ที่หน้าผาและทำรังของมัน บนชะโงกผาและบนที่เข้มแข็ง
29 มันส่ายหาเหยื่อจากที่นั่น ตาของมันเห็นเหยื่อได้แต่ไกล
30 ลูกอ่อนของมันดูดเลือด และมีอะไรถูกฆ่าตายที่ไหนมันอยู่ที่นั่นแหละ"

โยบ 40

1 และพระเจ้าตรัสกับโยบว่า
2 "คนมักติจะโต้แย้งกับองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์หรือ เขาผู้โต้แย้งกับพระเจ้า ขอให้เขาตอบหน่อยเถอะ"
3 แล้วโยบทูลตอบพระเจ้าว่า
4 "ดูเถิด ข้าพระองค์นี้ก็กระจิริด จะทูลพระองค์ว่ากระไรได้ ข้าพระองค์เอามือปิดปาก
5 ข้าพระองค์ได้กราบทูลครั้งหนึ่งแล้ว และจะไม่กราบทูลอีก สองครั้งแล้ว แต่ข้าพระองค์จะไม่ทูลต่อไป" ฤทธานุภาพของพระเจ้าปรากฏ
6 แล้วพระเจ้าทรงตอบโยบ ออกมาจากพายุว่า
7 "จงคาดเอวไว้อย่างลูกผู้ชายหน่อยซี เราจะถามเจ้า ขอเจ้าตอบเรา
8 เจ้ายังจะให้เราอยู่ฝ่ายผิดหรือ เจ้าจะหาว่าเราผิด เพื่อเจ้าจะเป็นฝ่ายชอบหรือ
9 เจ้ามีแขนเหมือนพระเจ้าหรือ และเจ้าทำเสียงกัมปนาทเหมือนเสียงของพระองค์ได้หรือ
10 "จงเอาความโอ่อ่าตระการและความ สง่าผ่าเผยประดับตัว จงเอาศักดิ์ศรีและความสง่างามห่มตัว
11 เทความกริ้วที่ล้นของเจ้านั้นออกมา จงดูทุกคนที่เย่อหยิ่ง และทำให้เขาตกต่ำลง
12 จงดูทุกคนที่เย่อหยิ่งและดึงเขาลงมา และเหยียบคนอธรรมไว้ตรงที่ที่เขายืนอยู่นั้น
13 ซ่อนเขาไว้ในผงคลีด้วยกัน มัดหน้าของเขาไว้ด้วยกันในโลกบาดาล
14 แล้วเราเองจะสรรเสริญเจ้าว่า มือขวาของเจ้าอาจช่วยเจ้าได้
15 "ดู เบเฮโมท เถิด ซึ่งเราได้สร้างอย่างที่เราได้สร้างเจ้า  มันกินหญ้าเหมือนวัว
16 ดูเถิด กำลังของมันอยู่ในเอว และฤทธิ์ของมันอยู่ในกล้ามเนื้อท้อง
17 มันขยับหางของมันให้แข็งเหมือนไม้สนสีดาร์ เอ็นโคนขาของมันก็สานเข้าด้วยกัน
18 กระดูกของมันเหมือนท่อทองสัมฤทธิ์ และแข้งขาของมันเหมือนท่อนเหล็ก
19 "มันเป็นพระราชกิจชิ้นที่หนึ่งของพระเจ้า ผู้ทรงสร้างมันนำดาบมาให้
20 ภูเขาผลิตอาหารให้มันแน่ เป็นที่ที่สัตว์ป่าทุ่งทุกชนิดเล่น
21 มันนอนอยู่ใต้ต้นตะครอง ในเพิงอ้อและในบึง
22 ต้นตะครองเป็นเงาคลุมมัน ต้นไค้แห่งธารน้ำล้อมมันไว้
23 ดูเถิด ถ้าแม่น้ำไหลเชี่ยว มันก็ไม่ตกใจ มันวางใจแม้ว่าแม่น้ำจอร์แดนจะพุ่งเข้าใส่ปากมัน
24 ผู้หนึ่งผู้ใดอาจจับนัยน์ตามันลากไป หรือจะเอาบ่วงสนตะพายมันได้หรือ

โยบ 41

1 "เจ้าจะลากเลวีอาธานออกมาด้วยเบ็ดได้หรือ  หรือจะเอาเชือกกดลิ้นของมันลงได้
2 เจ้าเอาเชือกสนตะพายมันได้หรือ หรือเอาขอเจาะคางมันได้
3 มันจะวิงวอนต่อเจ้าเป็นอันมากหรือ มันจะพูดด้วยคำอ่อนหวานกับเจ้าหรือ
4 มันจะทำพันธสัญญากับเจ้า เพื่อเจ้าจะรับมันเป็นบ่าวตลอดไปหรือ
5 เจ้าจะเล่นกับมันเหมือนนกกระต้อยตีวิด หรือเจ้าจะผูกมันไว้ให้สาวๆของเจ้าเล่นหรือ
6 พ่อค้าจะมาต่อราคาซื้อมันไปหรือ เขาทั้งหลายจะแบ่งกันท่ามกลางพวกพ่อค้าหรือ
7 เจ้าเอาฉมวกปักหนังของมัน หรือเอาหลาวแทงหัวของมันได้หรือ
8 ลงมือจับมันดู เมื่อคิดถึงการต่อสู้กับมันแล้ว เจ้าจะไม่คิดทำอีก
9 ดูเถิด ความหวังของคนที่อาจสู้มันนั้นก็เป็นของเปล่า เมื่อเห็นมันเข้าเท่านั้น จะไม่ล้มลงหรือ
10 ไม่มีใครดุพอที่จะไปยั่วเย้ามัน แล้วใครเล่าจะยืนมั่นต่อเราได้
11 ใครเล่าที่ให้อะไรเรา ซึ่งเราจะต้องตอบสนองเขา สิ่งใดๆที่อยู่ใต้ฟ้าสวรรค์ทั้งสิ้นก็เป็นของเรา
12 "เราจะไม่งดพูดถึงแข้งขาของมัน หรือกำลังอันแข็งกล้าของมัน หรือโครงร่างอันดีของมัน
13 ใครจะถลกเสื้อชั้นนอกของมันออกได้ ใครจะแทงเข้าไปในเสื้อเกราะสองชั้นของมันได้
14 ใครจะเปิดประตูหน้าของมันได้ ฟันของมันนั้นน่าสยดสยองโดยรอบ
15 ที่หลังของมันทำด้วยโล่เป็นแถวๆ แนบตัวมันสนิทเหมือนอย่างตราผนึก
16 มันอยู่ชิดกันมาก ไม่มีลมผ่านเข้าไปได้
17 เกล็ดเหล่านั้นต่อซึ่งกันและกัน มันเกาะติดหมด และแยกจากกันไม่ได้
18 การจามของมันปล่อยแสงสว่างออกมา ตาของมันเหมือนอย่างแสงอรุณรุ่งเช้า
19 คบเพลิงออกมาจากปากของมัน ประกายไฟกระโดดออกมา
20 ควันออกมาทางรูจมูกของมัน อย่างกับมาจากหม้อที่เดือด และอ้อเล็กที่ไหม้
21 ลมหายใจของมันจุดถ่านลุก เปลวเพลิงออกมาจากปากของมัน
22 กำลังอยู่ในลำคอของมัน และความสยดสยองเต้นอยู่ข้างหน้ามัน
23 หลืบเนื้อของมันเกาะติดกัน หล่อติดกันแน่น ทำอะไรมันไม่ได้
24 หัวใจของมันแข็งอย่างกับหิน เออ แข็งเหมือนอย่างแท่นหินโม่
25 เมื่อมันลอยขึ้นมา ผู้ทรงอานุภาพก็กลัวมัน พอมันแว้ง เขาทั้งหลายก็มีใจฝ่อเสียแล้ว
26 ถึงคนใดเอาดาบลองแทงมัน ก็ต่อต้านมันไม่ได้ ไม่ว่าหอก หรือแหลน หรือหอกซัด
27 มันนับเหล็กว่าเป็นฟาง และทองสัมฤทธิ์ว่าเป็นไม้ผุ
28 ลูกธนูทำให้มันหนีไปไม่ได้ หินลูกสลิ่งก็กลายเป็นตอข้าว
29 ไม้กระบองก็นับเป็นตอข้าวด้วย มันหัวเราะเยาะเสียงหอกซัด
30 เบื้องล่างของมันคมอย่างกับเศษหม้อแตก มันเหยียดตัวออกบนเลนเหมือนเลื่อนนวดข้าว
31 มันทำให้น้ำลึกเดือดเหมือนหม้อ มันทำให้ทะเลเหมือนหม้อน้ำมันทา
32 มันละทางแวบวาบไว้ข้างหลัง ทำให้ใครๆคิดว่ามหาสมุทรผมหงอก
33 บนแผ่นดินโลกไม่มีอะไรเหมือนมัน เป็นสิ่งที่ถูกสร้างไม่ให้รู้จักความกลัว
34 มันเห็นทุกสิ่งที่อยู่สูง มันเป็นราชาเหนือบรรดาสัตว์ที่สง่า"

โยบ 42

1 แล้วโยบทูลพระเจ้าว่า
2 "ข้าพระองค์ทราบแล้วว่า พระองค์ทรงกระทำทุกสิ่งได้ และพระประสงค์ของพระองค์ จะไม่หดหู่ไปได้เลย
3 'นี่ใครหนอที่ซ่อนคำปรึกษาด้วยไร้ความรู้' เพราะฉะนั้น ข้าพระองค์จึงกล่าวถึงสิ่งที่ข้าพระองค์ไม่เข้าใจ สิ่งที่ประหลาดเกินแก่ข้าพระองค์ ซึ่งข้าพระองค์ไม่ทราบ
4 'ฟังซี เราจะพูด เราจะถามเจ้า ขอเจ้าตอบเรา'
5 ข้าพระองค์เคยได้ยินถึงพระองค์ด้วยหู แต่บัดนี้ตาของข้าพระองค์เห็นพระองค์
6 ฉะนั้นข้าพระองค์จึงเกลียดตนเอง และกลับใจอยู่ในผงคลีและขี้เถ้า"
7 เมื่อพระเจ้าตรัสพระวจนะเหล่านี้แก่โยบแล้ว พระเจ้าตรัสกับเอลีฟัสชาวเทมานว่า "ความพิโรธของเราพลุ่งขึ้นต่อเจ้า และต่อสหายทั้งสองของเจ้า เพราะเจ้ามิได้พูดถึงเราอย่างที่ถูก ดังโยบผู้รับใช้ของเราได้พูด
8 เพราะฉะนั้นจงเอาวัวผู้เจ็ดตัว และแกะผู้เจ็ดตัว ไปหาโยบผู้รับใช้ของเรา และถวายเครื่องเผาบูชาสำหรับเจ้าทั้งหลาย และโยบผู้รับใช้ของเราจะอธิษฐานเพื่อเจ้า เพราะเราจะรับคำอธิษฐานของเขา เราจะไม่กระทำกับเจ้าตามความโง่ของเจ้า เพราะเจ้าทั้งหลายมิได้พูดถึงเราอย่างที่ถูก ดังโยบผู้รับใช้ของเราได้พูด"
9 ฝ่ายเอลีฟัสชาวเทมานและบิลดัด ตระกูลชูอาห์และโศฟาร์ชาวนาอาเมห์ ได้ไปกระทำตามที่พระเจ้าตรัสสั่ง และพระเจ้าทรงรับคำอธิษฐานของโยบ
10 และพระเจ้าทรงให้โยบกลับสู่สภาพดี เมื่อท่านอธิษฐานเผื่อสหายของท่าน และพระเจ้าประทานให้โยบมีมากเป็นสองเท่าของที่มีอยู่ก่อน
11 และพี่น้องชายหญิงของท่าน และบรรดาผู้ที่รู้จักท่านมาก่อนได้มาหาท่าน และรับประทานอาหารกับท่านในบ้านของท่าน และเขาทั้งหลายสำแดงความเห็นอกเห็นใจและเล้าโลมท่าน ด้วยเรื่องเหตุร้ายทั้งสิ้น ซึ่งพระเจ้าทรงนำมาเหนือท่าน และต่างก็ให้เงินแผ่นหนึ่งกับแหวนทองคำวงหนึ่งแก่ท่าน
12 และพระเจ้าทรงอำนวยพระพรชีวิตบั้นปลายของโยบมาก ยิ่งกว่าบั้นต้นของท่าน และท่านมีแกะหนึ่งหมื่นสี่พัน อูฐหกพัน วัวผู้พันคู่ และลาตัวเมียหนึ่งพัน
13 ท่านมีบุตรชายเจ็ดคน และบุตรหญิงสามคนด้วย
14 และท่านเรียกชื่อคนแรกว่า เยมีมาห์ และชื่อ คนที่สองเคสิยาห์ และชื่อคนที่สามเคเรนหัปปุค
15 และในแผ่นดินนั้นทั้งสิ้นไม่มีหญิงใดงดงามเท่า บรรดาบุตรสาวของโยบ และบิดาของเขาได้ให้มรดกแก่เธอพร้อมกับพวก พี่ชายและน้องชายของเธอ
16 ต่อจากนี้ไป โยบมีชีวิตอยู่อีกหนึ่งร้อยสี่สิบปี และได้เห็นบุตรชายของท่าน หลานเหลนของท่านสี่ชั่วอายุ
17 และโยบก็สิ้นชีวิตเป็นคนแก่หง่อมทีเดียว


 © Copyright 2009. Christian Siam.com