Christian Siam

 

 

 

 

Christian Siam - เว็บสำหรับคนอยากรู้จักพระเจ้า

 
 :: สำหรับผู้สนใจพระเจ้า ::
Christian Siam คำถาม - คำตอบ
Christian Siam พระเยซูคือใคร
Christian Siam พระเยซูเกิดจริงหรือ?
Christian Siam เราเกิดมาทำไม
Christian Siam เราตายแล้วไปไหน
Christian Siam ทฤษฎีวิวัฒนาการ...จริง?
Christian Siam เป็นคริสเตียนได้อย่างไร
Christian Siam คำพยานชีวิต

Christian Siam
H O M E
:: สำหรับคริสเตียนใหม่ ::
:: สื่อคริสเตียนออนไลน์ ::
Christian Siam ทีวีคริสเตียน - CGNTV
Christian Siam มานาประจำวัน
Christian Siam วิทยุคริสเตียน
Christian Siam เพลงนมัสการพร้อมคอร์ด
Christian Siam เพลงจาก Youtube
 

                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN

         CHRISTIAN SIAM.COM
         CHRISTIAN SIAM.COM
         CHRISTIAN SIAM.COM

                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN




web counter code

As of 8 Aug 08

อาโมส

1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9

อาโมส 1
1 ถ้อยคำของอาโมสผู้อยู่ในหมู่ผู้เลี้ยงแกะใน เมืองเทโคอา ซึ่งท่านได้เห็นเกี่ยวกับอิสราเอล ในรัชกาลอุสซียาห์ กษัตริย์แห่งยูดาห์ และในรัชกาลเยโรโบอัม ราชโอรสของโยอาชกษัตริย์แห่งอิสราเอล ก่อนแผ่นดินไหวสองปี
2 ท่านกล่าวว่า "พระเจ้าทรงเปล่งพระสิงหนาทจากศิโยน และทรงเปล่งพระสุรเสียงของพระองค์จากเยรูซาเล็ม ลานหญ้าของผู้เลี้ยงแกะโศกเศร้า และยอดภูเขาคารเมลก็เหี่ยวไป"
3 พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า "การละเมิดของดามัสกัส สามครั้งและสี่ครั้ง เราจะไม่ยอมกลับการลงทัณฑ์ เพราะว่าเขาทั้งหลายได้นวดกิเลอาด ด้วยเลื่อนเหล็กสำหรับนวดข้าว
4 ดังนั้น เราจะส่งไฟมาบนเรือนของฮาซาเอล และไฟนั้นจะกินวังป้อมของเบนฮาดัดเสีย
5 เราจะหักดาลประตูเมืองดามัสกัส และตัดชาวเมืองออกเสียจากหุบเขาอาเวน และผู้นั้นที่ถือคทาจากเบธเอเดน และประชาชนซีเรียจะต้องถูกกวาดไปเป็นเชลยยังเมืองคีร์" พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ
6 พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า "การละเมิดของกาซาสามครั้ง และสี่ครั้ง เราจะไม่ยอมกลับการลงทัณฑ์ เพราะเขากวาดประชาชนทั้งหมดไปเป็นเชลย เพื่อจะมอบให้แก่เอโดม
7 ดังนั้น เราจะส่งไฟมาบนกำแพงเมืองกาซา และไฟจะกินวังป้อมของเมืองนั้นเสีย
8 เราจะตัดชาวเมืองออกเสียจากอัชโดด และผู้นั้นที่ถือคทาออกจากเมืองอัชเคโลน เราจะหันมือของเรากลับสู้เอโครน ชาวฟีลิสเตียที่เหลืออยู่จะพินาศ" พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ
9 พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า "การละเมิดของเมืองไทระ สามครั้ง และสี่ครั้ง เราจะไม่ยอมกลับการลงทัณฑ์ เพราะเขาได้มอบประชาชนทั้งหมด ให้แก่เอโดม และไม่ได้ระลึกถึงพันธสัญญา แห่งภราดรภาพ
10 ดังนั้น เราจะส่งไฟมาบนกำแพงเมืองไทระ และไฟจะกินวังป้อมของเมืองนั้นเสีย"
11 พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า "การละเมิดของเมืองเอโดม สามครั้ง และสี่ครั้ง เราจะไม่ยอมกลับ การลงทัณฑ์ เพราะเขาได้ไล่ตามน้องของเขาด้วยดาบ และสลัดความสงสารทิ้งเสียสิ้น ความโกรธของเขา บั่นทอนอยู่ตลอดกาล และความพิโรธของเขาก็มีอยู่เป็นนิตย์
12 ดังนั้น เราจะส่งไฟมาบนเมืองเทมาน และไฟนั้นจะกินวังป้อมของเมืองโบสราห์"
13 พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า "การละเมิดของคน อัมโมน สามครั้ง และสี่ครั้ง เราจะไม่ยอมกลับการลงทัณฑ์ เพราะว่าเขาได้ผ่าท้องหญิงมีครรภ์ในเมืองกิเลอาด เพื่อจะขยายอาณาเขตของตน
14 ดังนั้นเราจะก่อไฟขึ้นที่กำแพงเมืองรับบาห์ และไฟจะไหม้วังป้อมของเมืองนั้นเสีย พร้อมกับเสียงโห่ร้องในวันทำศึก พร้อมกับพายุในวันมีลมบ้าหมู
15 กษัตริย์ของเขาทั้งหลายจะตกไปเป็นเชลย ทั้งตัวท่านและเจ้านายของท่านด้วย" พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ

อาโมส 2
1 พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า "การละเมิดของเมืองโมอับ สามครั้ง และสี่ครั้ง เราจะไม่ยอมกลับการลงทัณฑ์ เพราะเขาได้เผากระดูกของกษัตริย์เอโดมให้เป็นปูน
2 ดังนั้น เราจะส่งไฟมาบนโมอับ และไฟนั้นจะกินวังป้อมของเคริโอทเสีย และโมอับจะตายท่ามกลางเสียงอึงคะนึง ท่ามกลางเสียงโห่ร้องและเสียงเขาสัตว์
3 เราจะตัดผู้ปกครองออกเสียจาก ท่ามกลางเมืองนั้น และจะฆ่าเจ้านายของเมืองนั้น พร้อมกับผู้ปกครองเสีย" พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ
4 พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า "การละเมิดของยูดาห์สามครั้ง และสี่ครั้ง เราจะไม่ยอมกลับ การลงทัณฑ์ เพราะว่าเขาปฏิเสธไม่รับธรรมบัญญัติของพระเจ้า และมิได้รักษากฎเกณฑ์ของพระองค์ และการมุสาของเขาได้พาให้เขา หลงเจิ่นไป ตามเยี่ยงที่บิดาของเขาได้ดำเนิน มาแล้ว
5 ดังนั้นเราจะส่งไฟมาบนยูดาห์ และไฟนั้นจะกินวังป้อมของ เยรูซาเล็มเสีย"
6 พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า "การละเมิดของอิสราเอลสามครั้ง และสี่ครั้ง เราจะไม่ยอมกลับ การลงทัณฑ์ เพราะเขาได้ขายคนชอบธรรมเอาเงิน และขายคนขัดสนเอารองเท้าคู่เดียว
7 เขาทั้งหลายผู้เหยียบย่ำศีรษะ ของคนจนลงไปในฝุ่นที่พื้นดิน และผลักคนทุกข์ใจออกเสียจาก หนทางของเขา บุตรและบิดาของเขาเข้าหาหญิง คนเดียวกัน นามอันบริสุทธิ์ของเราจึงเป็นสาธารณ์
8 ตัวเขาเองนอนอยู่ข้างแท่นบูชาทุกแท่น อยู่บนเสื้อผ้าที่เขายึดมาเป็นประกัน และในนิเวศแห่งพระเจ้าของเขา เขาทั้งหลายดื่มเหล้าองุ่นของผู้ที่เสียค่าปรับไหมแล้ว
9 "เรายังได้ล้างผลาญคนเผ่าอาโมไรต์ตรงหน้าเขา ซึ่งส่วนสูงของเขาเหมือนอย่างความสูงของต้นสนสีดาร์ และเป็นผู้ที่แข็งแรงอย่างกับต้นก่อ เราทำลายผลข้างบนของเขาเสีย และทำลายรากข้างล่างของเขาเสีย
10 เรานำเจ้าขึ้นมาจากแผ่นดินอียิปต์ และได้นำเจ้าถึงสี่สิบปีในถิ่นทุรกันดาร เพื่อจะได้กรรมสิทธิ์ที่ดินของคนเผ่าอาโมไรต์
11 เราได้ตั้งบุตรชายบางคนของเจ้าให้เป็นผู้เผยพระวจนะ และได้ตั้งชายหนุ่มบางคนของเจ้าให้เป็นพวกนาศีร์ โอ คนอิสราเอลเอ๋ย ไม่เป็นความจริงดังนี้หรือ" พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ
12 "แต่เจ้าทั้งหลายได้กระทำให้พวกนาศีร์ดื่มเหล้าองุ่น และบัญชาพวกผู้เผยพระวจนะ สั่งว่า 'เจ้าอย่าเผยพระวจนะเลย'
13 "ดูเถิด เราจะกดเจ้าลงไว้ในที่ของเจ้า เหมือนเกวียนที่เต็มด้วยฟ่อนข้าวกดยัดลง
14 การหนีจะประลาตไปจากผู้มีฝีเท้ารวดเร็ว คนที่แข็งแรงจะไม่สามารถเก็บกำลังของเขาให้คงไว้ คนที่มีกำลังมากจะช่วยชีวิตของตนก็ไม่ได้
15 ผู้ที่ถือคันธนูจะไม่ยืนยงอยู่ได้ ผู้มีฝีเท้าเร็วก็ช่วยตัวเองไม่ได้ หรือผู้ที่ขี่ม้าก็ช่วยตัวเองไม่ได้เหมือนกัน
16 และผู้ที่มีใจเข้มแข็งอยู่ท่ามกลางผู้แกล้วกล้า ในวันนั้นจะหนีไปแต่ตัวล่อนจ้อน" พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ

อาโมส 3

1 โอ คนอิสราเอลเอ๋ย จงฟังพระวจนะนี้ซึ่งพระเจ้าตรัสกล่าวโทษท่านทั้งหลาย คือกล่าวโทษหมดทั้งตระกูล ซึ่งเราได้นำออกจากแผ่นดินอียิปต์ว่า
2 "ในบรรดาตระกูลทั้งสิ้นในโลกนี้ เจ้าเท่านั้นที่เราเลือกไว้ ดังนั้นเราจึงจะลงโทษเจ้า เพราะความผิดบาปทั้งสิ้นของเจ้า
3 "สองคนจะเดินไปด้วยกันได้หรือ นอกจากทั้งสองจะได้ตกลงกันไว้ก่อน
4 สิงห์จะแผดเสียงดังอยู่ในป่า เมื่อมันไม่มีเหยื่อหรือ ถ้าสิงห์หนุ่มจับสัตว์อะไรไม่ได้เลย มันจะร้องออกมาจากถ้ำของมันหรือ
5 ถ้าไม่มีเหยื่อล่อไว้ นกจะลงมาติดกับบนดินได้หรือ ถ้าไม่มีอะไรเข้าไปติดกับ กับจะลั่นขึ้นจากดินได้หรือ
6 เขาจะเป่าเขาสัตว์ในเมือง และประชาชนไม่ตกใจกลัวอะไรหรือ จะมีภัยตกอยู่ในเมืองหนึ่งเมืองใดหรือ นอกจากว่าพระเจ้าทรงกระทำเอง
7 แท้จริงพระเจ้ามิได้ทรงกระทำอะไรเลย โดยมิได้เปิดเผยความลี้ลับ ให้แก่ผู้รับใช้ของพระองค์ คือผู้เผยพระวจนะ
8 สิงห์แผดเสียงร้องแล้ว ผู้ใดจะไม่กลัวบ้าง พระเจ้าตรัสแล้ว จะมีผู้ใดที่จะไม่เผยพระวจนะหรือ"
9 จงประกาศแก่บรรดาวังป้อมในอัชโดด และแก่บรรดาวังป้อมในแผ่นดินอียิปต์ และกล่าวว่า "จงประชุมกันที่บนภูเขาสะมาเรีย และพินิจดูการโกลาหลมากมาย และการข่มขี่ทั้งหลายท่ามกลางเมืองนั้น"
10 พระเจ้าตรัสว่า "ผู้ที่ส่ำสมความทารุณ และการโจรกรรมไว้ในวังป้อมของเขา ไม่รู้จักที่จะประพฤติตามทางเที่ยงธรรม"
11 เพราะฉะนั้น พระเจ้าจึงตรัสดังนี้ว่า "ศัตรูจะมาล้อมแผ่นดินไว้ และตีแนวตั้งรับของเจ้าให้แตก และวังป้อมของเจ้าจะถูกปล้น"
12 พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า "ผู้เลี้ยงแกะชิงได้ขาสองขา หรือหูชิ้นหนึ่งมาจากปากสิงห์ได้อย่างไร คนอิสราเอลผู้อยู่ในสะมาเรีย จะได้รับความช่วยเหลือให้ได้เตียงมุมหนึ่ง และได้หมอนแพรของที่นอน"
13 พระเยโฮวาห์ พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่า "ฟังซิ และเป็นพยานกล่าวโทษพงศ์พันธุ์ของยาโคบเถิด
14 ว่าในวันที่เราทำโทษอิสราเอลเรื่องการละเมิดของเขา เราจะทำโทษบรรดาแท่นบูชาของเมืองเบธเอล เชิงงอนที่แท่นบูชานั้น จะถูกตัดออกเสีย และตกลงที่ดิน
15 เราจะโจมตีเรือนพักฤดูหนาวพร้อมกับเรือนพักฤดูร้อน และเรือนที่ทำด้วยงาช้างจะพินาศ และเรือนใหญ่ๆทั้งสิ้นจะสูญสิ้นไป" พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ

อาโมส 4

1 "แม่โคทั้งหลายแห่งเมืองบาชานเอ๋ย จงฟังคำนี้เถิด คือผู้ที่อยู่ในภูเขาสะมาเรีย ผู้ที่บีบบังคับคนยากจน และขยี้คนขัดสน ผู้ที่กล่าวแก่สามีของตนว่า 'เอามาซิคะ เราจะได้ดื่มกัน'
2 พระเจ้าทรงปฏิญาณไว้ด้วยความบริสุทธิ์ของพระองค์ว่า ดูเถิด วันทั้งหลายก็มาถึงเจ้าแล้ว เขาจะเอาขอเกี่ยวเจ้าไป จนถึงคนที่สุดท้ายของเจ้า เขาก็จะเกี่ยวไปด้วยเบ็ด
3 และเจ้าจะออกไปตามช่องกำแพง หญิงทุกคนจะออกไปตามช่องตรงข้างหน้าตน และเจ้าจะถูกทิ้งเข้าไปในฮารโมน" พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ
4 "จงมาที่เบธเอล มาทำการทรยศ มาที่กิลกาลซิ มาทำการทรยศให้ทวีมากขึ้น จงนำเครื่องสัตวบูชาของเจ้ามาทุกเช้า และนำทศางค์ของเจ้ามาทุกสามวัน
5 จงเผาบูชาโมทนาด้วยใช้สิ่งที่มีเชื้อ และประกาศการถวายบูชาด้วย ใจสมัคร จงโฆษณา โอ คนอิสราเอลเอ๋ย เจ้ารักที่จะกระทำอย่างนี้นี่นะ" พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ
6 "ทั่วไปทุกเมือง เราให้ฟันของเจ้าสะอาด สถานที่ทุกแห่งของเจ้าก็ขาดอาหาร เจ้าก็ยังไม่กลับมาหาเรา" พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ
7 "เราได้ยับยั้งฝนไว้เสียจากเจ้าด้วย เมื่อก่อนถึงฤดูเกี่ยวสามเดือน เราให้ฝนตกในเมืองหนึ่ง อีกเมืองหนึ่งไม่ให้ฝน นาแห่งหนึ่งมีฝนตก และนาที่ไม่มีฝนก็เหี่ยวแห้ง
8 ดังนั้นชาวเมืองสองสามเมือง ก็ดั้นด้นไปหาอีกเมืองหนึ่ง เพื่อจะหาน้ำดื่ม และไม่รู้จักอิ่ม เจ้าก็ยังไม่กลับมาหาเรา" พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ
9 "เราโจมตีเจ้าด้วยให้ข้าวม้านและขึ้นรา บรรดาสวนของเจ้า และสวนองุ่นของเจ้า ต้นมะเดื่อและต้นมะกอกเทศของเจ้า ตั๊กแตนก็มากิน เจ้าก็ยังไม่กลับมาหาเรา" พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ
10 "เราให้โรคระบาดอย่างที่เกิดในอียิปต์ มาเกิดท่ามกลางเจ้า เราประหารคนหนุ่มของเจ้าเสียด้วยดาบ ทั้งเอาม้าทั้งหลายของเจ้าไปเสีย และกระทำให้ความเน่าเหม็นที่เต็นท์ของเจ้าคลุ้งเข้าจมูกเจ้า เจ้าก็ยังไม่กลับมาหาเรา" พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ
11 "เราคว่ำเจ้าเสียบ้าง อย่างที่พระเจ้าคว่ำเมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์ เจ้าเหมือนดุ้นฟืนที่เขาหยิบออกมาจากกองไฟ เจ้าก็ยังไม่กลับมาหาเรา" พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ
12 "โอ อิสราเอลเอ๋ย เพราะฉะนั้นเราจะต้องกระทำกับเจ้าดังนี้ เพราะเราจะต้องกระทำเช่นนี้แก่เจ้า โอ อิสราเอลเอ๋ย จงเตรียมตัวเพื่อจะเผชิญพระเจ้าของเจ้า"
13 เพราะนี่แน่ะ พระองค์ผู้ปั้นภูเขาและสร้างพายุ และทรงประกาศพระดำริของพระองค์แก่มนุษย์ ผู้ทรงสร้างแสงเงินแสงทอง และทรงดำเนินบนที่สูงของพิภพ พระนามของพระองค์ คือ พระเยโฮวาห์พระเจ้าจอมโยธา

อาโมส 5

1 โอ พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย จงฟังถ้อยคำนี้ ซึ่งเราคร่ำครวญถึงเจ้าว่า
2 "พรหมจารีอิสราเอล ล้มลงแล้ว และจะไม่ลุกขึ้นอีก ถูกทิ้งไว้บนแผ่นดินของเธอ ไม่มีผู้ใดพยุงเธอขึ้นอีก"
3 เพราะว่าพระเจ้าตรัสดังนี้ว่า "เมืองที่มีคนออกไปพันหนึ่ง จะเหลือกลับมาหนึ่งร้อยคน และซึ่งมีออกไปหนึ่งร้อยคน จะเหลือสิบคน แก่พงศ์พันธุ์ของอิสราเอล"
4 เพราะพระเจ้าตรัสแก่พงศ์พันธุ์อิสราเอลดังนี้ว่า "จงแสวงหาเราและดำรงชีวิตอยู่
5 แต่อย่าแสวงหาเบธเอล และอย่าเข้าไปในกิลกาล หรือข้ามไปยังเบเออร์เชบา เพราะว่ากิลกาลจะต้องตกไปเป็นเชลยเป็นแน่ และเบธเอลก็จะศูนย์ไป"
6 จงแสวงหาพระเจ้าและดำรงชีวิตอยู่ เกรงว่าพระองค์จะทรงพลุ่งออกมาอย่างไฟในพงศ์พันธุ์โยเซฟ ไฟจะเผาผลาญ และไม่มีผู้ใดดับให้เบธเอลได้
7 โอ เจ้าทั้งหลายผู้เปลี่ยนความยุติธรรมให้ขมอย่างบอระเพ็ด และเหวี่ยงความชอบธรรมลงสู่พื้นดิน
8 พระองค์ผู้ทรงสร้างดาวลูกไก่และดาวไถ และเป็นผู้ทรงกลับความมืดทึบให้เป็นรุ่งเช้า และทรงกระทำกลางวันให้มืดเป็นกลางคืน ผู้ทรงเรียกน้ำทะเลมา และโปรยน้ำนั้นลงบนพื้นพิภพ พระเยโฮวาห์คือพระนามของพระองค์
9 ผู้ทรงกระทำให้ความพินาศแวบเข้าสู่ผู้แข็งแรง ความพินาศจึงเข้าสู่ป้อมปราการ
10 เขาทั้งหลายเกลียดผู้ที่กล่าวเตือนที่ประตูเมือง และเขาทั้งหลายสะอิดสะเอียนผู้ที่พูดความจริง
11 เพราะว่าเขาทั้งหลายเหยียบย่ำคนยากจน และเอาส่วยข้าวสาลีไปเสียจากเขา เจ้าจึงสร้างตึกด้วยศิลาสกัด แต่เจ้าจะไม่ได้อยู่ในตึกนั้น เจ้าทำสวนองุ่นที่ร่มรื่น แต่เจ้าจะไม่ได้ดื่มเหล้าองุ่นจากสวนนั้น
12 เพราะเรารู้ว่าการทรยศของเจ้ามีเท่าใด และบาปของเจ้ามากมายสักเท่าใด เจ้าทั้งหลายผู้ข่มใจคนชอบธรรม ผู้รับสินบน และขับไล่คนขัดสนออกไปเสียจากประตูเมือง
13 เพราะฉะนั้น คนที่มีปัญญาจะนิ่งเสียในเวลาเช่นนั้น เพราะเป็นเวลาชั่วร้าย
14 จงแสวงหาความดี อย่าแสวงหาความชั่ว เพื่อเจ้าจะดำรงชีวิตอยู่ได้ พระเจ้าจอมโยธาจึงทรงสถิตกับเจ้า ดังที่เจ้ากล่าวแล้วนั้น
15 จงเกลียดชังความชั่ว และรักความดี และตั้งความยุติธรรมไว้ที่ประตูเมือง ชะรอยพระเจ้าจอมโยธา จะทรงพระกรุณาต่อพงศ์พันธุ์โยเซฟที่เหลืออยู่นั้น
16 เพราะฉะนั้น พระเจ้าจอมโยธา พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า "ตามลานเมืองจะมีการร่ำไห้ และตามถนนหนทางจะมีคนพูดว่า 'อนิจจาเอ๋ย อนิจจาเอ๋ย' เขาจะร้องเรียกชาวนาให้ไว้ทุกข์ และให้ผู้ชำนาญเพลงโศกร้อง โอดครวญ
17 ในสวนองุ่นทั้งสิ้นจะมีการร่ำไห้ เพราะเราจะผ่านไปท่ามกลางเจ้า" พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ
18 วิบัติแก่เจ้าผู้ปรารถนาวันแห่งพระเจ้า วันแห่งพระเจ้าจะเป็นประโยชน์อะไรแก่เจ้าเล่า วันนั้นเป็นความมืด ไม่ใช่เป็นความสว่าง
19 อย่างกับคนหนีสิงห์ ไปปะหมี หรือเหมือนคนเข้าไปในเรือน เอามือเท้าฝาผนัง และงูก็กัดเอา
20 วันแห่งพระเจ้าเป็นความมืด ไม่ใช่ความสว่าง เป็นความมืดคลุ้ม ไม่มีความแจ่มใสเลย
21 "เราเกลียดชัง เราดูหมิ่นบรรดาวันเทศกาลของเจ้า และไม่ชอบในการประชุมตามเทศกาลของเจ้าเลย
22 แม้ว่าเจ้าถวายเครื่องเผาบูชาและธัญญบูชาแก่เรา เราก็ไม่ยอมรับสิ่งเหล่านั้น และศานติบูชาด้วยสัตว์อ้วนพีของเจ้านั้น เราจะไม่มองดู
23 จงนำเสียงเพลงของเจ้าไปเสียจากเรา เราจะไม่ฟังเสียงพิณใหญ่ของเจ้า
24 แต่จงให้ความยุติธรรมหลั่งไหลลง อย่างน้ำ และให้ความชอบธรรมเป็นอย่างลำธารที่ไหลอยู่เป็นนิตย์
25 "โอ พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย เจ้าได้นำเครื่องบูชาถวายแก่เราในถิ่นทุรกันดารสี่สิบปีหรือ
26 เจ้าทั้งหลายจะหามสัคคูทกษัตริย์ของเจ้า และไควันดาวที่เป็นเจ้าของเจ้า รูปเคารพทั้งสองของเจ้าซึ่งเจ้าได้ทำไว้สำหรับตัวเจ้าเอง
27 เพราะฉะนั้น เราจะนำเจ้าให้ไปเป็นเชลย ณที่เลยเมืองดามัสกัสไป" พระเยโฮวาห์ ซึ่งทรงพระนามว่าพระเจ้าจอมโยธา ตรัสดังนี้แหละ

อาโมส 6

1 "วิบัติแก่ผู้ที่เอกเขนกอยู่ในศิโยน และบรรดาผู้ที่รู้สึกตัวว่าปลอดภัยแล้วบนภูเขาสะมาเรีย คือผู้มีชื่อเสียงแห่งประชาชาติชั้นเอก ในบรรดาประชาชาติทั้งหลาย ผู้ซึ่งพงศ์พันธุ์อิสราเอลมาหานั่นน่ะ
2 จงไปยังเมืองคาลเนห์ และดูเอาเถอะ จากที่นั่นก็ไปยังฮามัทเมืองใหญ่ แล้วลงไปยังเมืองกัทของชาวฟีลิสเตีย เมืองเหล่านั้นดีกว่า อาณาจักรเหล่านี้หรือ หรืออาณาเขตเมืองเหล่านั้น ใหญ่กว่าอาณาเขตเมือง ของเจ้าหรือ
3 โอ เจ้าผู้ที่อยากผลัดวันสนองความร้ายให้เนิ่นไป แต่กลับนำเอาบัลลังก์แห่งความทารุณให้เข้ามาใกล้
4 "วิบัติแก่ผู้ที่นอนบนเตียงงาช้าง และผู้ซึ่งเหยียดตัวอยู่บนเก้าอี้ยาว และกินลูกแกะที่ได้มาจากฝูงแกะ และลูกวัวจากท่ามกลางคอกวัว
5 และร้องเพลงไร้สาระประสานเสียงพิณใหญ่ กระทำอย่างดาวิดในการประดิษฐ์เครื่องดนตรีขึ้นใหม่
6 ผู้ใช้ชามใส่เหล้าองุ่นดื่ม และชโลมตัวด้วยน้ำมันอย่างดี แต่มิได้เป็นทุกข์โศกในเรื่องความพินาศของโยเซฟ
7 เพราะฉะนั้น เขาจึงต้องเป็นพวกแรกที่ตกไปเป็นเชลย และเสียงอึงคะนึงของพวกที่นอนเหยียดตัวก็หมดสิ้นไป"
8 พระเจ้าได้ทรงปฏิญาณเองว่า (พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่า) "เราสะอิดสะเอียนความเย่อหยิ่งของยาโคบ และเกลียดวังป้อมของเขา เราจะมอบเมืองนั้นและบรรดาสิ่งสารพัดที่อยู่ ในเมืองนั้นเสีย"
9 ถ้าในเรือนเดียวมีคนเหลืออยู่สิบคน เขาจะต้องตายหมด
10 และเมื่อญาติของผู้ใด คือผู้ที่เผาเพื่อเขาจะยกศพขึ้น เพื่อจะนำกระดูกออกนอกเรือน และจะกล่าวกับคนที่อยู่ในห้องชั้นในที่สุดของเรือนนั้นว่า "ยังมีใครอยู่กับเจ้าหรือ" เขาจะตอบว่า "ไม่มี" และเขาจะกล่าวว่า "จุ๊ จุ๊ อย่าให้เราออกพระนามของพระเจ้า"
11 เพราะดูเถิด พระเจ้าทรงบัญชาแล้ว เรือนใหญ่ก็จะถูกตีแตกเป็นชิ้นๆ และเรือนเล็กก็จะแตกเป็นจุณ
12 ม้าวิ่งบนศิลาหรือ มีคนหนึ่งคนใดใช้โคไถทะเลหรือ แต่เจ้าทั้งหลายได้กลับความยุติธรรมให้ขมอย่างดีหมี และเปลี่ยนผลของความชอบธรรมให้ขมอย่างบอระเพ็ด
13 เจ้าทั้งหลายผู้เปรมปรีดิ์อยู่ในโลเดบาร์ ผู้ซึ่งกล่าวว่า "เราได้ยึดคารนาอิม มาเป็นของเรา ด้วยกำลังของเรามิใช่หรือ"
14 พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้ว่า "เพราะ ดูเถิด โอ พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย เราจะยกประชาชาติหนึ่งให้ขึ้นต่อสู้เจ้า และเขาจะบีบบังคับเจ้าตั้งแต่ทางเข้าเมืองฮามัท ถึงลำธารอาราบาห์"

อาโมส 7
1 พระเจ้าทรงสำแดงแก่ข้าพเจ้าดังนี้ว่า ดูเถิด พระองค์ทรงสร้างตั๊กแตนว้าว่อน เมื่อพืชรุ่นหลังเริ่มงอกขึ้นมา และนี่แน่ะ เป็นพืชรุ่นหลังหลังจากที่กษัตริย์ได้เกี่ยวแล้ว
2 เมื่อตั๊กแตนกินหญ้าในแผ่นดินนั้นหมดแล้ว ข้าพเจ้าจึงว่า "ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงให้อภัย ยาโคบจะตั้งอยู่ได้อย่างไร เขาเล็กนิดเดียว"
3 เกี่ยวด้วยเรื่องนี้พระเจ้าทรงกลับพระทัย พระเจ้าตรัสว่า "จะไม่เป็นไปอย่างนี้"
4 พระเจ้าทรงสำแดงแก่ข้าพเจ้าอย่างนี้ว่า ดูเถิด พระเจ้าทรงเรียกให้มีการสู้ความด้วยไฟ และไฟได้เผาผลาญมหาสมุทรใหญ่และกินแผ่นดินเสีย
5 ข้าพเจ้าจึงทูลว่า "ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงยับยั้งไว้ ยาโคบจะตั้งอยู่ได้อย่างไร เขาเล็กนิดเดียว"
6 เกี่ยวด้วยเรื่องนี้พระเจ้าทรงกลับพระทัย พระเจ้าตรัสว่า "จะไม่เป็นไปอย่างนั้นด้วย"
7 พระองค์ทรงสำแดงแก่ข้าพเจ้าว่า ดูเถิด พระเจ้าประทับยืนอยู่ที่ข้างกำแพงสร้างด้วยใช้สายดิ่ง มีสายดิ่งอยู่ในพระหัตถ์
8 และพระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าว่า "อาโมสเอ๋ย เจ้าเห็นอะไร" และข้าพเจ้าทูลว่า "สายดิ่งเส้นหนึ่งพระเจ้าข้า" แล้วพระเจ้าตรัสว่า "ดูเถิด เรากำลังเอาสายดิ่งจับ ท่ามกลางอิสราเอลประชากรของเรา เราจะไม่ผ่านเขาไปอีก
9 จะต้องกระทำที่สูงของอิสอัคให้ร้างเปล่า และให้สถานนมัสการทั้งหลายของอิสราเอลว่างเปล่า และเราจะถือดาบลุกขึ้นต่อสู้พงศ์พันธุ์เยโรโบอัม"
10 แล้วอามาซิยาห์ปุโรหิตแห่งเบธเอลส่ง คนไปยังเยโรโบอัมกษัตริย์แห่งอิสราเอล ทูลว่า "อาโมสได้คิดกบฏต่อพระองค์ ในท่ามกลางพงศ์พันธุ์อิสราเอล บรรดาถ้อยคำของเขาก็หนักแผ่นดิน
11 เพราะอาโมสได้กล่าวดังนี้ว่า 'เยโรโบอัมจะสิ้นชีวิตด้วยดาบ และอิสราเอลจะตกไปเป็นเชลย ห่างจากแผ่นดินของเขา'"
12 และอามาซิยาห์พูดกับอาโมสว่า "ท่านผู้ทำนาย ไปเถิด จงหนีไปเสียที่แผ่นดินยูดาห์ไปรับประทานอาหารที่นั่น และเผยพระวจนะที่นั่นเถิด
13 อย่ามาเผยพระวจนะที่เบธเอลอีกเลย เพราะว่านี้เป็นสถานนมัสการของกษัตริย์ และเป็นพระวิหารของราชอาณาจักร"
14 อาโมสจึงตอบอามาซิยาห์ว่า "ข้าพเจ้าไม่ใช่ผู้เผยพระวจนะ หรือลูกของผู้เผยพระวจนะ ข้าพเจ้าเป็นคนเลี้ยงสัตว์ และเป็นคนดูแลสวนมะเดื่อ
15 และพระเจ้าทรงนำข้าพเจ้ามาจากการติดตามฝูงแพะแกะ และพระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าว่า 'ไปซิ จงเผยพระวจนะแก่อิสราเอลประชากรของเรา'
16 "บัดนี้ จงฟังพระวจนะของพระเจ้า ท่านกล่าวว่า 'อย่าเผยพระวจนะกล่าวโทษอิสราเอล และอย่าเทศนากล่าวโทษพงศ์พันธุ์อิสอัค'
17 เพราะฉะนั้น พระเจ้าจึงตรัสดังนี้ว่า 'ภรรยาของท่านจะเป็นหญิงโสเภณีที่ในเมือง บุตรชายหญิงของท่านจะล้มลงตายด้วยดาบ และที่ดินของท่านเขาจะขึงเส้นแบ่งออก ตัวท่านเองจะสิ้นชีวิตในแผ่นดินที่ไม่สะอาด และอิสราเอลจะต้องตกไปเป็นเชลยห่างจาก แผ่นดินของตนเป็นแน่'"

อาโมส 8

1 พระเจ้าทรงสำแดงแก่ข้าพเจ้าดังนี้ว่า ดูเถิด มีกระจาดผลไม้ฤดูร้อนกระจาดหนึ่ง
2 และพระองค์ตรัสว่า "อาโมส เจ้าเห็นอะไร" และข้าพเจ้าทูลว่า "ผลไม้ฤดูร้อนกระจาดหนึ่งพระเจ้าข้า" แล้วพระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าว่า "วันสิ้นสุด มาถึงอิสราเอลประชากรของเราแล้ว เราจะไม่ผ่านเขาไปอีกเลย"
3 พระเจ้าตรัสว่า "ในวันนั้น เสียงเพลงในพระวิหารจะเป็นเสียงร่ำไห้ จะมีศพมากมายทุกแห่ง ทิ้งไว้เงียบๆ"
4 ท่านผู้เหยียบย่ำคนขัดสน ท่านผู้ทำลายคนยากจนแห่งแผ่นดิน จงฟังถ้อยคำนี้
5 โดยกล่าวว่า "เมื่อไรหนอ วันขึ้นค่ำจะหมดไป เราจะได้ขายข้าวของเรา เมื่อไรหนอวันสะบาโตจะพ้นไป เราจะได้เอาข้าวสาลีออกขาย เราจะได้กระทำทะนานให้ย่อมลง และกระทำเชเขลให้โตขึ้น และหลอกค้าด้วยตาชั่งขี้ฉ้อ
6 เพื่อเราจะได้ซื้อคนจนด้วยเงิน และซื้อคนขัดสนด้วยรองเท้าสานคู่หนึ่ง และขายกากข้าวสาลี"
7 โดยศักดิ์ศรีของยาโคบ พระเจ้าทรงปฏิญาณว่า "แน่นอนทีเดียว เราจะไม่ลืมการกระทำของเขาสักอย่างเดียวเป็นนิตย์
8 แผ่นดินจะไม่หวั่นไหว เพราะเรื่องนี้หรือ ทุกคนที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินนั้น จะไม่ไว้ทุกข์หรือ และแผ่นดินนั้นทั้งหมดก็เอ่อขึ้นมาอย่างแม่น้ำไนล์ ถูกซัดไปซัดมาและยุบลงอีก เหมือนแม่น้ำไนล์แห่งอียิปต์มิใช่หรือ"
9 พระเจ้าตรัสว่า "และในวันนั้น เราจะกระทำให้ดวงอาทิตย์ตก ในเวลาเที่ยงวัน กระทำให้โลกมืดไปในกลางวันแสกๆ
10 เราจะให้การเลี้ยงของเจ้าทั้งหลายกลับเป็นการไว้ทุกข์ และให้เสียงเพลงทั้งสิ้นของเจ้าเป็นคำคร่ำครวญ เราจะนำผ้ากระสอบมาที่เอวของคนทั้งหลาย และศีรษะทั่วไปก็จะล้าน และเราจะกระทำให้เป็นเหมือนการไว้ทุกข์ให้ บุตรชายคนเดียวของเขา และวาระสุดท้ายก็จะให้เหมือนวันที่ขมขื่น
11 พระเจ้าตรัสว่า "ดูเถิด วันเวลาก็มาถึง เมื่อเราจะส่งทุพภิกขภัยมาที่แผ่นดิน ไม่ใช่การอดอาหาร หรือการกระหายน้ำ แต่จะอดฟังพระวจนะของพระเจ้า
12 เขาทั้งหลายจะท่องเที่ยวจากทะเลนี้ไปทะเลโน้น และจากทิศเหนือไปทิศตะวันออก เขาทั้งหลายจะวิ่งไปวิ่งมา เพื่อแสวงหาพระวจนะของพระเจ้า แต่เขาจะหาไม่พบ
13 "ในวันนั้น สาวพรหมจารีสวยๆ และคนหนุ่ม จะสลบไสลเพราะความกระหาย
14 บรรดาผู้ที่สาบานออกนามพระอาชิมาห์แห่งสะมาเรีย และกล่าวว่า 'โอ ดานเอ๋ย พระของท่านมีชีวิตอยู่แน่ฉันใด' และว่า 'พระมรรคาของเบเออร์เชบา มีชีวิตอยู่แน่ฉันใด' เขาเหล่านี้จะล้มลง และจะไม่ลุกขึ้นอีกเลย"

อาโมส 9

1 ข้าพเจ้าเห็นพระเจ้าประทับยืนอยู่ข้างแท่นบูชา และพระองค์ตรัสว่า "จงตีที่หัวเสาเพื่อให้ธรณีประตูหวั่นไหว และจงหักมันเสียให้เป็นชิ้นๆเหนือศีรษะของประชาชนทั้งหมด คนที่ยังเหลืออยู่ เราจะสังหารเสียด้วยดาบ จะไม่มีผู้ใดหนีไปได้เลย จะไม่รอดไปได้สักคนเดียว
2 แม้ว่าเขาจะขุดไปถึงแดนคนตาย มือของเราจะจับเขามาจากที่นั่น ถ้าเขาจะปีนไปฟ้าสวรรค์ เราจะนำเขาลงมาจากที่นั่น
3 แม้ว่าเขาจะซ่อนอยู่ที่ยอดเขาคารเมล เราจะหาเขาที่นั่น แล้วจับเขามา แม้ว่าเขาจะไปซ่อนอยู่ที่ก้นทะเลให้พ้นตาเรา เราจะบัญชางูที่นั่น และมันจะกัดเขา
4 แม้ว่าเขาจะตกไปเป็นเชลยต่อหน้าศัตรูของเขาทั้งหลาย เราจะบัญชาดาบที่นั่น และดาบจะฆ่าเขาเสีย เราจะจ้องมองดูเขาอยู่ เป็นการมองร้ายไม่ใช่มองดี"
5 พระเจ้าจอมโยธา พระองค์ผู้ทรงแตะต้องแผ่นดิน และแผ่นดินก็ละลายไป และบรรดาที่อาศัยอยู่ในนั้นก็ไว้ทุกข์ และแผ่นดินนั้นทั้งหมดก็เอ่อขึ้นมาอย่างแม่น้ำไนล์ และยุบลงอีก เหมือนแม่น้ำไนล์แห่งอียิปต์
6 ผู้ทรงสร้างห้องชั้นบนไว้ในสวรรค์ และตั้งฟ้าครอบไว้ที่พื้นโลก ผู้ทรงเรียกน้ำทะเลมา แล้วราดน้ำนั้นบนพื้นโลก พระนามของพระองค์คือ พระเยโฮวาห์
7 พระเจ้าตรัสว่า "โอ คนอิสราเอลเอ๋ย แก่เราเจ้าไม่เป็นเหมือนคนเอธิโอเปียดอกหรือ เรามิได้พาอิสราเอลขึ้นมาจากแผ่นดินอียิปต์หรือ และพาคนฟีลิสเตียมาจากคัฟโทร์ และพาคนซีเรียมาจากคีร์หรือ
8 ดูเถิด พระเนตรของพระเจ้าจับอยู่ที่ ราชอาณาจักรอันบาปหนา และเราจะทำลายมันเสียจากพื้นโลก เว้นแต่เราจะไม่ทำลายพงศ์พันธุ์ยาโคบให้สิ้นเสียทีเดียว" พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ
9 "เพราะว่า นี่แน่ะ เราจะบัญชา และสั่งพงศ์พันธุ์อิสราเอลท่ามกลางประชาชาติทั้งหลาย อย่างกับสั่นตะแกรง แต่ไม่มีเม็ดในสักเม็ดเดียวที่ตกลง ถึงดิน
10 คนบาปทั้งปวงในประชากรของเราจะตายด้วยดาบ คือผู้ที่กล่าวว่า 'ความชั่วจะตามไม่ทัน และจะไม่พบเรา'
11 "ในวันนั้น เราจะยกกระท่อมของดาวิด ที่ล้มลงแล้วนั้น ตั้งขึ้นใหม่ และซ่อมช่องชำรุดต่างๆเสีย และยกที่ปรักหักพังขึ้น และสร้างเสียใหม่อย่างในสมัย โบราณกาล
12 เพื่อเขาจะได้ยึดกรรมสิทธิ์คนที่เหลืออยู่ของเอโดม และประชาชาติทั้งสิ้นซึ่งเขาเรียกด้วยนามของเรา" พระเจ้าผู้ทรงกระทำเช่นนี้ตรัสดังนี้แหละ
13 พระเจ้าตรัสว่า "ดูเถิด วันเวลาก็มาถึง เมื่อคนที่ไถจะทันคนที่เกี่ยว และคนที่ย่ำผลองุ่น จะทันคนที่หว่านเมล็ดองุ่น จะมีน้ำองุ่นหยดจากภูเขา เนินเขาทั้งสิ้นจะละลายไป
14 เราจะให้อิสราเอลประชากรของเรา กลับสู่สภาพเดิม เขาจะสร้างเมืองที่พังนั้นขึ้นใหม่ และเข้าอาศัยอยู่ เขาจะปลูกสวนองุ่นและดื่มเหล้าองุ่น ของสวนนั้น เขาจะทำสวนผลไม้และรับประทานผลของมัน
15 เราจะปลูกเขาไว้ในแผ่นดินของเขา เขาจะไม่ถูกถอนออกไปจากแผ่นดินซึ่งเราได้มอบให้แก่เขา อีกเลย" พระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า ตรัสดังนี้แหละ


 © Copyright 2009. Christian Siam.com