Christian Siam

 

 

 

 

Christian Siam - เว็บสำหรับคนอยากรู้จักพระเจ้า

 
 :: สำหรับผู้สนใจพระเจ้า ::
Christian Siam คำถาม - คำตอบ
Christian Siam พระเยซูคือใคร
Christian Siam พระเยซูเกิดจริงหรือ?
Christian Siam เราเกิดมาทำไม
Christian Siam เราตายแล้วไปไหน
Christian Siam ทฤษฎีวิวัฒนาการ...จริง?
Christian Siam เป็นคริสเตียนได้อย่างไร
Christian Siam คำพยานชีวิต

Christian Siam
H O M E
:: สำหรับคริสเตียนใหม่ ::
:: สื่อคริสเตียนออนไลน์ ::
Christian Siam ทีวีคริสเตียน - CGNTV
Christian Siam มานาประจำวัน
Christian Siam วิทยุคริสเตียน
Christian Siam เพลงนมัสการพร้อมคอร์ด
Christian Siam เพลงจาก Youtube
 

                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN

         CHRISTIAN SIAM.COM
         CHRISTIAN SIAM.COM
         CHRISTIAN SIAM.COM

                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN




web counter code

As of 8 Aug 08

3.2 ดำเนินตามคำแนะนำของพระองค์

ไม่ว่าคุณกำลังจะอบขนมเค็ก หรือสร้างตึกสูง ความสำเร็จในงานนั้นย่อมขึ้นอยู่กับความสามารถในการปฏิบัติตามคำแนะนำ  คุณอย่าหวังว่าเค็กจะอร่อยหากคุณใส่ส่วนผสมไม่ถูกต้อง  และคุณไม่ควรพยายามสร้างตึกสูงถ้าคุณไม่มีรากฐานและวัสดุที่แข็งแกร่งพอ  ถ้าเช่นนั้นทำไมเราจึงคิดว่าจะสามารถเอาคำแนะนำในการดำเนินชีวิตของพระเจ้าขว้างทิ้งไป  แล้วยังคงมีความพึงพอใจในชีวิตได้เล่า ?  บ่อยครั้งที่เราคิดว่าเรารู้ดีกว่าพระองค์

คริสเตียนสยาม - เว็บสำหรับคนอยากรู้จักพระเจ้า  พระเยซู  อยากเป็นคริสเตียนหรืออยากไปโบสถ์ อ่านพระคัมภีร์ Bible

ซาโลมอนทรงคิดว่าตัวเองสำคัญ และทรงเชื่อมั่นในสติปัญญาของตัวเองมากเกินไป  พระองค์ทรงลืมไปว่าพระเจ้าทรงฉลาดกว่าพระองค์มากนัก  พระองค์ทรงหลอกลวงตนเอง โดยคิดว่าความสุขของโลกนี้ดีกว่าความสุขจากการมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้าเป็นไหน ๆ  พระองค์ทรงตกหลุมพรางของการให้ความสำคัญกับการลงทุนในระยะสั้น และละเลยในสิ่งที่เป็นนิรันดร์

อย่างไรก็ตาม  ซาโลมอนทรงเรียนรู้จากความผิดพลาดของตนเอง  โดยพระองค์ได้กล่าวในบทสรุปของหนังสือปัญญาจารย์ว่า
"จบเรื่องแล้ว ได้ฟังกันทั้งสิ้นแล้ว จงยำเกรงพระเจ้า และรักษาพระบัญญัติของพระองค์ เพราะนี่แหละเป็นหน้าที่ของมนุษย์ทั้งปวง" (ปัญญาจารย์ 12:13)

คำว่ารักษาพระบัญญัติของพระเจ้านั้นหมายความว่าอย่างไร ?

การรักษาพระบัญญัติของพระเจ้า  หมายถึง การเชื่อฟังสิ่งที่พระเจ้าทรงขอให้เรากระทำ 

สำหรับผู้เชื่อในพระคัมภีร์เดิมอย่างซาโลมอน  สิ่งนั้นหมายถึงพระบัญญัติ 10 ปะการ  ซึ่งรวมถึงกฎเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตส่วนตัว  กฎเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตในสังคม และกฎระเบียบทางด้านศาสนา  แต่สำหรับพวกเราในปัจจุบัน  การรักษาพระบัญญัติของพระเจ้านั้น หมายถึง การเชื่อฟังหลักการตามพันธสัญญาเดิม และพันธสัญญาใหม่  ซึ่งเป็นหลักการดำเนินชีวิตภายใต้พระคุณของพระเจ้า

พระเยซูทรงตรัสกับสาวกของพระองค์ว่า
"ถ้าท่านทั้งหลายรักเรา ท่านก็จะประพฤติตามบัญญัติของเรา" (ยอห์น 14:15)

และพระธรรม 1ยอห์น ได้บอกกับเราว่า
"เพราะนี่แหละเป็นความรักต่อพระเจ้า คือที่เราทั้งหลายประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์ และพระบัญญัติของพระองค์นั้นไม่เป็นภาระ" (1ยอห์น 5:3)


นอกจากนี้  ในยอห์น 15:9-11 พระเยซูคริสต์ทรงตรัสว่า
"9 พระบิดาทรงรักเราฉันใด เราก็รักท่านทั้งหลายฉันนั้น จงยึดมั่นอยู่ในความรักของเรา
10 ถ้าท่านทั้งหลายประพฤติตามบัญญัติของเรา ท่านก็จะยึดมั่นอยู่ในความรักของเรา เหมือนดังที่เราประพฤติตามพระบัญญัติของพระบิดา และยึดมั่นอยู่ในความรักของพระองค์
11 นี่คือสิ่งที่เราได้บอกแก่ท่านทั้งหลายแล้ว เพื่อให้ความยินดีของเราดำรงอยู่ในท่าน และให้ความยินดีของท่านเต็มเปี่ยม" (1ยอห์น 15:9-11)

พระบัญญัติข้อใดสำคัญที่สุด ?

คำสั่งของพระเจ้าทุกคำสั่ง เป็นสิ่งที่เราทั้งหลายจะต้องปฏิบัติตาม  และก็มีคำสั่งบางอย่างที่เป็นคำสั่งพื้นฐานและครอบคลุมมากกว่าคำสั่งอื่น ๆ  ยกตัวอย่างเช่น  การกระทำตนให้เป็นที่พอพระทัยพระเจ้านั้น ต้องเริ่มต้นจากการเป็นบุตรของพระเจ้า  ทุกคนที่หันกลับมาหาพระเจ้า ยอมรับว่าเขาไม่เชื่อฟังพระเจ้า (โรม 3:23)  และตระหนักว่าพระเยซูคริสต์ทรงตายเพื่อเขา (ยอห์น 3:16) และรับของประทานเปล่า ๆ จากพระเจ้าเป็นการส่วนตัว (โรม 6:23)  คนนั้นก็ได้เริ่มต้นก้าวแรกของการเชื่อฟังพระเจ้าแล้ว

เมื่อมีคนถามพระเยซูคริสต์ว่า  พวกเขาจะต้องทำอย่างไรจึงจะเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า
"พระเยซูตรัสตอบเขาว่า 'งานของพระเจ้านั้น คือการที่ท่านวางใจในท่านที่พระองค์ทรงใช้มา' " (ยอห์น 6:29)

พระเยซูคริสต์ยังทรงอ้างถึงพระบัญญัติอีกสองข้าที่สำคัญที่สุด
"37 พระเยซูทรงตอบเขาว่า 'จงรักพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของเจ้าด้วยสุดใจสุดจิตของเจ้า และด้วยสิ้นสุดความคิดของเจ้า
38นั่นแหละเป็นพระบัญญัติข้อใหญ่ และข้อต้น
39 ข้อที่สองก็เหมือนกัน คือ จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง
40 ธรรมบัญญัติและคำของผู้เผยพระวจนะทั้งสิ้น ก็ขึ้นอยู่กับพระบัญญัติสองข้อนี้' " (มัทธิว 22:36)


"เป็นเรื่องสมเหตุผลที่จะกล่าวว่า ถ้าไม่มีพระเจ้า ก็ปราศจากความหมาย"
อีดิธ เชฟเฟอร์


จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราไม่เชื่อฟังพระเจ้า ?

การพยายามแสวงหาความพึงพอใจโดยไม่เชื่อฟังพระเจ้า  นั้นก็เปรียบเสมือนการพยายามติดไฟด้วยน้ำ  ซึ่งไม่มีทางสำเร็จ  คุณไม่อาจกินยาพิษเข้าไปโดยหวังว่าจะรอดชีวิต และคุณไม่สามารถเอามือจุ่มลงไปในน้ำที่กำลังเดือดปุด ๆ โดยที่มือไม่พอง  เช่นเดียวกัน  คุณไม่สามารถดื้อดึงกับพระเจ้าได้โดยไม่เกิดผลเสียตามมาภายหลัง

ในข้อสุดท้ายของหนังสือปัญญาจารย์  ซาโลมอนทรงชี้ให้เราเห็นถึงความรับผิดชอบของเราที่ต้องมีต่อพระเจ้า โดยกล่าวว่า
"ด้วยว่าพระเจ้าจะทรงเอาการงาน ทุกประการเข้าสู่การพิพากษาพร้อมด้วยสิ่งเร้นลับทุกอย่าง ไม่ว่าดีหรือชั่ว" (ปัญญาจารย์ 12:14)

ไม่มีใครสามารถรอดพ้นการพิพากษาของพระเจ้าได้ ถ้าหากเขาไม่เชื่อฟังพระเจ้า
"ข้าพเจ้ารำพึงในใจของข้าพเจ้าว่า พระเจ้าจะทรงพิพากษาคนชอบธรรมและคนอธรรม เพราะมีกาลกำหนดไว้สำหรับทุกเรื่อง และสำหรับการงานทุกอย่าง" (ปัญญาจารย์ 3:17)

คนที่ไม่เคยเริ่มต้นด้วยการเชื่อฟัง และวางใจในพระเยซูคริสต์ จะไม่ได้รับการอภัยโทษ และจะต้องถูกพิพากษาจากพระเจ้า (วิวรณ์ 20:7-15) 
"12 ข้าพเจ้าได้เห็นบรรดาผู้ที่ตายแล้ว ทั้งผู้ใหญ่และผู้น้อยยืนอยู่หน้าพระที่นั่งนั้น และหนังสือต่างๆก็เปิดออก หนังสืออีกเล่มหนึ่งก็เปิดออกด้วย คือหนังสือชีวิต และผู้ที่ตายไปแล้วทั้งหมด ก็ถูกพิพากษาตามข้อความที่จารึกไว้ในหนังสือเหล่านั้น และตามที่เขาได้กระทำ
13 ทะเลก็ส่งคืนคนทั้งหลายที่ตายในทะเล ความตายและแดนมรณาก็ส่งคืนคนทั้งหลายที่อยู่ในแดนนั้น และคนทั้งหลายก็ถูกพิพากษาตามการกระทำของตนหมดทุกคน
14 แล้วความตาย และแดนมรณาก็ถูกผลักทิ้งลงไปในบึงไฟ บึงไฟนี่แหละเป็นความตายครั้งที่สอง
15 และถ้าผู้ใดที่ไม่มีชื่อจดไว้ในหนังสือชีวิต ผู้นั้นก็ถูกทิ้งลงไปในบึงไฟ" (วิวรณ์ 20:12-15)
ส่วนผู้ที่เชื่อในพระเยซูคริสต์ จะยืนต่อเบื้องพระพักตร์ของพระเจ้า เพื่อรายงานถึงชีวิตของเขา และรับรางวัลตามการงานที่เขาได้กระทำ
"10 โดยพระคุณของพระเจ้าซึ่งได้ทรงโปรดประทานแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้วางรากลงแล้วเหมือนนายช่างผู้ชำนาญ และอีกคนหนึ่งก็มาก่อขึ้น ขอทุกคนจงระวังให้ดีว่าเขาจะก่อขึ้นมาอย่างไร
11 เพราะว่าผู้ใดจะวางรากอื่นอีกไม่ได้แล้ว นอกจากที่วางไว้แล้วคือพระเยซูคริสต์
12 บนรากนั้นถ้าผู้ใดจะก่อขึ้นด้วยทองคำ เงิน เพชรพลอย ไม้ หญ้าแห้งหรือฟาง
13 การงานของแต่ละคนก็จะได้ปรากฏให้เห็น เพราะวันเวลาจะให้เห็นได้ชัดเจน เพราะว่าจะเห็นชัดได้ด้วยไฟ ไฟนั้นจะพิสูจน์ให้เห็นการงานของแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร
14 ถ้าการงานของผู้ใดที่ก่อขึ้นทนอยู่ได้ ผู้นั้นก็จะได้ค่าตอบแทน
15 ถ้าการงานของผู้ใดถูกเผาไหม้ไป ผู้นั้นก็จะขาดค่าตอบแทน แต่ตัวเขาเองจะรอด แต่เหมือนดังรอดจากไฟ" (1โครินธ์ 3:10-15)
"เพราะว่าจำเป็นที่เราทุกคนจะต้องปรากฏตัวที่หน้าบัลลังก์ของพระคริสต์ เพื่อทุกคนจะได้รับสมกับการที่ได้ประพฤติในร่างกายนี้ แล้วแต่จะดีหรือชั่ว" (2โครินธ์ 5:10)

การเชื่อฟังจะช่วยบรรดาผู้ที่แสวงหาให้พบกับเป้าหมายในชีวิตได้อย่างไร ?

ในจดหมายของอาจารย์เปาโลที่มีไปถึงคริสเตียนเมืองฟิลิปปี  ได้พูดถึงวิธีการต่าง ๆ ที่เราจะสำแดงให้โลกรู้ถึงความสุขแท้ซึ่งเกิดจากการที่เราได้รู้จักและเชื่อฟังพระเจ้า  เมื่อใดที่เราสามารถพูดได้ว่า
"เพราะว่าสำหรับข้าพเจ้านั้น การมีชีวิตอยู่ก็เพื่อพระคริสต์ และการตายก็ได้กำไร" (ฟิลิปปี 1:21)

เราก็ได้สำแดงให้โลกรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่มีค่าสำหรับเรา ทั้งในขณะที่ยังมีชีวิต และเมื่อตายจากโลกนี้ไป  เมื่อเรามีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับผู้เชื่อคนอื่น ๆ  เราก็ได้ประกาศให้ศัตรูของพระเจ้ารู้ว่าเป้าหมายของมันไม่มีทางบรรลุ
"27 ขอแต่เพียงให้ท่านดำเนินชีวิตให้สมกับข่าวประเสริฐของพระคริสต์ เพื่อว่าแม้ข้าพเจ้าจะมาหาท่านหรือไม่ก็ตาม ข้าพเจ้าก็จะได้รู้ข่าวของท่านว่า ท่านเชื่อมั่นคง เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ต่อสู้เหมือนอย่างเป็นคนเดียวเพื่อความเชื่ออันเกิดจากข่าวประเสริฐนั้น
28 และท่านไม่เกรงกลัวผู้ที่ขัดขวางท่านแต่ประการใดเลย เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะเป็นที่ประจักษ์แก่เขาว่า พวกเขาจะถึงซึ่งความพินาศ แต่พวกท่านก็คงจะถึงซึ่งความรอด และการนั้นมาจากพระเจ้า" (ฟิลิปปี 1:27-28)


เมื่อเราเห็นแก่ประโยชน์ของผู้อื่น  เราก็ได้สำแดงให้โลกรู้ถึงความหมายของการมีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่น เช่นเดียวกับพระเยซูคริสต์ 
"4 อย่าให้ต่างคนต่างเห็นแก่ประโยชน์ของตนฝ่ายเดียว แต่จงเห็นแก่ประโยชน์ของคนอื่นๆด้วย
5 ท่านจงมีน้ำใจต่อกันเหมือนอย่างที่มีในพระเยซูคริสต์" (ฟิลิปปี 2:4)


เมื่อเรามีชีวิตอยู่โดยปราศจากตำหนิ เราก็จะส่องสว่าง ดังดวงดาวท่ามกลางความมืดมิดของโลก
"14 จงทำสิ่งสารพัดโดยปราศจากการบ่นและการทุ่มเถียงกัน
15 เพื่อท่านทั้งหลายจะไม่ถูกติเตียน และไม่มีความผิด เป็น บุตรที่ปราศจากตำหนิของพระเจ้า ในท่ามกลาง พงศ์พันธุ์ที่คดโกงและวิปลาส ท่านปรากฏในหมู่พวกเขาดุจดวงสว่างต่างๆในโลก" (ฟิลิปปี 2:14-15)


เมื่อเรามีชีวิตอยู่เพื่อเป้าหมายที่อยู่เบื้องบน เราก็จะมีชีวิตที่ตรงกันข้ามกับผู้ที่ถูกควบคุมโดยความปรารถนาของเนื้อหนัง และเมื่อเราพึงพอใจในชีวิตของเราเอง ไม่ว่าจะร่ำรวยหรือยากจน  เราก็ได้สำแดงให้โลกรู้ว่าเราไม่ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งของที่เรามีอยู่  แต่ให้ความสนใจในเรื่องของสัมพันธภาพฝ่ายวิญญาณระหว่างเรากับพระเจ้า
"17 ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ท่านจงร่วมกันตามแบบอย่างของข้าพเจ้า ท่านมีพวกเราเป็นตัวอย่างแล้ว จงดูคนที่ประพฤติตามแบบนั้น
18 เพราะว่า มีคนหลายคนที่ประพฤติตัวเป็นศัตรูต่อกางเขนของพระคริสต์ ซึ่งข้าพเจ้าได้บอกท่านถึงเรื่องของเขาหลายครั้งแล้ว และบัดนี้ยังบอกท่านอีกด้วยน้ำตาไหล
19 ปลายทางของคนเหล่านั้นคือความพินาศ พระของเขาคือกระเพาะ เขายกความที่น่าอับอายของเขาขึ้นมาโอ้อวด เขาสนใจในวัตถุทางโลก
20 แต่บ้านเมืองของเรานั้นอยู่ที่สวรรค์ เรารอคอยผู้ช่วยให้รอด ซึ่งจะเสด็จมาจากสวรรค์คือพระเยซูคริสตเจ้า
21 พระองค์จะทรงเปลี่ยนแปลงกายอันต่ำต้อยของเรา ให้เหมือนพระกายอันทรงพระสิริของพระองค์ ด้วยฤทธานุภาพซึ่งทำให้พระองค์ปราบสิ่งสารพัดลงใต้อำนาจของพระองค์" (ฟิลิปปี 3:17-21)
"11 ข้าพเจ้าไม่ได้บ่นถึงเรื่องความขัดสน เพราะข้าพเจ้าจะมีฐานะอย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าก็เรียนรู้แล้วที่จะพอใจอยู่อย่างนั้น
12 ข้าพเจ้ารู้จักที่จะเผชิญกับความตกต่ำ และรู้จักที่จะเผชิญกับความอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าในกรณีใดๆ ข้าพเจ้ารู้จักเคล็ดลับที่จะเผชิญกับความอิ่มท้องและความอดอยาก ความสมบูรณ์พูนสุข และความขัดสน 13ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้ โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า" (ฟิลิปปี 4:11-13)


"การพยายามแสวงหาความพึงพอใจโดยไม่เชื่อฟังพระเจ้านั้น
ก็เปรียบเสมือนกับการพยายามติดไฟด้วยน้ำ ซึ่งไม่มีทางสำเร็จ"


คิดทบทวน

  • ทำไมลูก ๆ จึงไม่เชื่อฟังพ่อแม่ ?  ทำไมผู้ใหญ่จึงทำผิดกฎหมาย ?
  • ทำไมชายหญิงที่มีความเชื่อในฮีบรูบทที่ 11 จึงเลือกที่จะเชื่อฟังพระเจ้า ?
  • เมื่อใดที่คุณต้องต่อสู้กับการเชื่อฟังพระเจ้า ?
  • เวลาใดที่คุณรู้สึกว่า การเชื่อฟังพระเจ้าเป็นเรื่องไม่มีเหตุผล ?

ขอพระเจ้าที่จะสำแดงให้คุณรู้ถึงบางส่วนในชีวิตของคุณที่ยังไม่ได้ให้พระเจ้าเข้ามาควบคุม

เขียนโดย เคิร์ท เดอ ฮาน
แปลโดย ปาริชาติ แสงอัมพร
เรียบเรียงโดย ชนิดา จิตตรุทธะ
จากหนังสือ ฉันมาอยู่ในโลกนี้ทำไม ?


Back
1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 Next

 © Copyright 2009. Christian Siam.com