Christian Siam

 

 

 

 

Christian Siam - เว็บสำหรับคนอยากรู้จักพระเจ้า

 
 :: สำหรับผู้สนใจพระเจ้า ::
Christian Siam คำถาม - คำตอบ
Christian Siam พระเยซูคือใคร
Christian Siam พระเยซูเกิดจริงหรือ?
Christian Siam เราเกิดมาทำไม
Christian Siam เราตายแล้วไปไหน
Christian Siam ทฤษฎีวิวัฒนาการ...จริง?
Christian Siam เป็นคริสเตียนได้อย่างไร
Christian Siam คำพยานชีวิต

Christian Siam
H O M E
:: สำหรับคริสเตียนใหม่ ::
:: สื่อคริสเตียนออนไลน์ ::
Christian Siam ทีวีคริสเตียน - CGNTV
Christian Siam มานาประจำวัน
Christian Siam วิทยุคริสเตียน
Christian Siam เพลงนมัสการพร้อมคอร์ด
Christian Siam เพลงจาก Youtube
 

                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN

         CHRISTIAN SIAM.COM
         CHRISTIAN SIAM.COM
         CHRISTIAN SIAM.COM

                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN




web counter code

As of 8 Aug 08

2.1 การเรียน

"16 ข้าพเจ้ารำพึงว่า 'ข้าพเจ้ามีสติปัญญามากยิ่ง มากกว่าใครๆที่ครองอยู่เหนือกรุงเยรูซาเล็มมาก่อนข้าพเจ้า ใจข้าพเจ้าก็เจนจัดในสติปัญญาและความรู้ อย่างยิ่ง'
17 ข้าพเจ้าก็ตั้งใจรู้สติปัญญา รู้ความบ้าบอ และความเขลา ข้าพเจ้าสังเกตเห็นว่าเรื่องนี้ก็เป็นแต่กินลมกินแล้งด้วย" (ปัญญาจารย์ 1:16-17)

คริสเตียนสยาม - เว็บสำหรับคนอยากรู้จักพระเจ้า  พระเยซู  อยากเป็นคริสเตียนหรืออยากไปโบสถ์

ซาโลมอนเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับการเรียน ?

ในสมัยนั้น  ชื่อ ซาโลมอน มีความหมายเดียวกับคำว่า ปัญญา 

ผู้เขียนหนังสือ 1พงศ์กษัตริย์ ได้บันทึกเอาไว้ว่า  ไม่มีใครที่เป็นอยู่ก่อน หรือขึ้นมาภายหลังซาโลมอน ที่มีปัญญาเหมือนซาโลมอน (1พงศ์กษัตริย์ 3:7-12; 10:1-8)  และสติปัญญาของพระองค์ก็ล้ำเลิศกว่าสติปัญญาทั้งสิ้นของชาวตะวันออก และชาวอียิปต์ (1พงศ์กษัตริย์ 4:30)

พระองค์ตรัสสุภาษิต 3,000 ข้อ และทรงเขียนเพลง 1,005 บท (1พงศ์กษัตริย์ 4:32)  พระองค์ทรงรู้มากพอที่จะบรรยายเรื่องของต้นไม้ สัตว์ป่า นก สัตว์เลื้อยคลาน และปลา (1พงศ์กษัตริย์ 4:33)  และทั่วโลกก็แสวงหาที่จะฟังพระสติปัญญาของซาโลมอน

ซาโลมอนมีสติปัญญามากได้อย่างไร ?

ซาโลมอนทรงพบว่า ความรู้ทั้งหมดที่พระองค์มีอยู่เกี่ยวกับชีวิตนี้ จะไม่มีความหมายเลย ถ้าหากพระองค์ไม่รู้จักกับพระผู้สร้าง  พระองค์ทรงเรียนรู้ความจริงเรื่องนี้อย่างยากลำบาก  ทั้งนี้เมื่อซาโลมอนเติบโตขึ้น  พระองค์ทรงเลือกที่จะลืมความรู้ในเรื่องของพระเจ้า  และเริ่มต้นนมัสการพระเทียมเท็จ (1พงศ์กษัตริย์ 11:1-13)  ความรู้ของพระองค์ไม่สามารถเติมความว่างเปล่าให้ชีวิตของพระองค์ให้เต็มได้

"15 ข้าพเจ้าจึงรำพึงว่า 'เคราะห์กรรมอันใดเกิดแก่คนเขลาฉันใด ก็คงจะเกิดกับตัวข้าพเจ้าฉันนั้น ถ้ากระนั้นแล้วข้าพเจ้าจะมีสติปัญญามากมายทำไมเล่า' ข้าพเจ้าจึงรำพึงว่าเรื่องนี้ก็อนิจจังเหมือนกัน
16 เพราะไม่มีใครระลึกถึงคนมีสติปัญญาเช่น เดียวกับคนเขลา ด้วยเห็นว่าในอนาคตก็ลืมกันไปหมดแล้ว พุทโธ่ คนมีสติปัญญาก็ตายเหมือนคนเขลา" (ปัญญาจารย์ 2:15-16)


ในที่สุดซาโลมอนก็ทรงตระหนักว่า พระองค์ทรงเดินออกไปนอกเส้นทางที่พระเจ้าทรงกำหนด  และทรงถ่อมพระทัยลงต่อพระพักตร์พระเจ้า และกลับมาติดสนิทกับพระเจ้าอีกครั้งหนึ่ง  พระองค์ทรงค้นพบว่าสติปัญญาตามอย่างโลกนั้นไม่สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับชีวิตมนุษย์ได้


ถ้าเช่นนั้น หมายความว่าเราไม่ควรแสวงหาสติปัญญาตามอย่างโลกอย่างนั้นหรือ ?

เปล่าเลย  ซาโลมอนทรงทราบดีว่า เวลาที่สมองมีแต่ความว่างเปล่านั้นเป็นอย่างไร  การที่เราไม่แสวงหาสติปัญญานั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง  ซาโลมอนไม่เคยสนับสนุนให้เราโง่  ตรงกันข้าม  พระองค์กล่าวว่า

"13 ข้าพเจ้าเห็นว่าสติปัญญาวิเศษกว่าความเขลา เหมือนความสว่างวิเศษกว่าความมืด
14 คนมีสติปัญญามีตาอยู่ในสมอง แต่คนเขลาเดินในความมืด ถึงกระนั้นข้าพเจ้ายังเห็นว่า เคราะห์อย่างเดียวกันเกิดขึ้นแก่เขาทั้งมวล" (ปัญญาจารย์ 2:13-14)


เป็นการดีที่เราจะแสวงหาความรู้  ยิ่งเรามี "ซาโลมอน" อยู่ในโลกมากเท่าไหร่ ยิ่งดีเท่านั้น  แต่อย่าลืมว่า การแสวงหาความรู้เพียงพอที่จะรู้นั้น จะจบลงที่ความว่างเปล่า  ยิ่งคุณเรียนมากขึ้นเท่าไหร่  คุณจะยิ่งตระหนักถึงความไม่รู้ของคุณมากขึ้นเท่านั้น  และในที่สุดคุณก็จะจบลงด้วยความทุกข์ระทม

"เพราะในสติปัญญามากๆก็มีความทุกข์ระทมมาก และบุคคลที่เพิ่มความรู้ก็เพิ่มความเศร้าโศก" (1:18)

เราควรจะแสวงหาความรู้จากที่ไหน ?

แผ่นป้ายโฆษณาของโรงพยาบาลเพื่อการค้นหาแห่งหนึ่ง  เขียนติดไว้ว่า "ความรู้ช่วยเยียวยา"  ข้อความนี้ถูกเพียงบางส่วน  นั่นก็คือ
การค้นคว้าเป็นผลให้มีการรักษาหรือการป้องกันโรคเกิดขึ้น  แต่ความรู้เกี่ยวกับเรื่องพันธุกรรม เชื้อโรค หรือน้ำย่อยอาหาร ไม่สามารถเยียวยาหัวใจที่แตกสลายได้ 

ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการขับเคลื่อนด้วยพลังความร้อน ดาราศาสตร์ ธรณีวิทยา ประสาทวิทยา หรืออุตุนิยมวิทยา  ไม่สามารถให้จุดหมายกับชีวิตมนุษย์ได้ 

ความรู้เกี่ยวกับโลกที่เราอยู่สามารถอธิบายถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัวเราได้  แต่ไม่สามารถบอกเราได้ว่าทำไมมันถึงเกิดขึ้น 

ความรู้อย่างนี้ไม่สามารถให้คำตอบในเรื่องของคุณธรรมหรือศีลธรรมแก่มนุษย์ได้


"ความรู้ความเข้าใจทั้งหมดของคุณ ช่วยคุณได้แค่เพียงทำให้คุณรู้ว่า
คุณไม่สามารถค้นพบความจริง และความถูกต้องได้ในตัวของคุณเอง"
เบลส ปาสคาล


สิ่งนี้เห็นได้ชัดในความพยายามที่จะระงับการตั้งครรภ์ของเด็กวัยรุ่น และหยุดการแพร่กระจายของเชื่อโรคที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์  ความรู้เพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบ  สิ่งที่เราต้องการคือ "คุณธรรม"  ความรู้ที่ปราศจากคุณธรรมก็เปรียบเสมือนเรือที่ปราศจากหางเสือ

ซาโลมอนทรงสอนในเรื่องของความสมดุลย์  การพยายามเป็นคนฉลาดนั้นเป็นสิ่งที่ดี  แต่อย่าคิดว่ามันจะสามารถตอบสนองความต้องการที่อยู่ลึก ๆ ในหัวใจของคุณได้  ความรู้เกี่ยวกับชีวิตในแนวนอน  ซึ่งได้แก่โลกที่เราอาศัยอยู่ในปัจจุบันนั้น  ไม่สามารถให้คำตอบที่เราต้องการได้ทั้งหมด  เรายังต้องการความรู้ในแนวตั้ง  ซึ่งได้แก่  ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระเจ้า พระผู้สร้าง

คิดทบทวน

  • อาจารย์เปาโลพูดถึงสติปัญญาของมนุษย์ไว้อย่างไรในพระธรรม 1โครินธ์ 3:18-20 ?

"18 อย่าให้ผู้ใดหลอกลวงตัวเอง ถ้าผู้ใดในพวกท่านคิดว่า ตัวเป็นคนมีปัญญาตามหลักของยุคนี้ จงให้ผู้นั้นยอมเป็นคนโง่ จึงจะเป็นคนมีปัญญาได้
19 เพราะว่าปัญญาของโลกนี้ เป็นความโง่เขลาในสายพระเนตรของพระเจ้า ด้วยมีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า พระองค์ทรงจับคนที่มีปัญญาด้วยอุบายของเขาเอง
20 และมีเขียนไว้ในพระคัมภีร์อีกว่า พระเจ้าทรงทราบว่า ความคิดของคนมีปัญญาเป็นสิ่งไร้ประโยชน์" (1โครินธ์ 3:18-20)

  • คุณต้องฉลาดมากแค่ไหน  ถึงจะสามารถเข้าใจพระกิตติคุณของพระเจ้าได้ ?
  • จากพระธรรมเยเรมีย์ 9:23-24 และ ฟิลิปปี 3:7-11  ความรู้อะไรสำคัญที่สุด ?

"23 พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า 'อย่าให้ผู้มีปัญญาอวดในสติปัญญาของตน อย่าให้ชายฉกรรจ์อวดในความเข้มแข็งของตน อย่าให้คนมั่งมีอวดในความมั่งคั่งของตน
24 แต่ให้ผู้อวดอวดในสิ่งนี้ คือในการที่เขาเข้าใจและรู้จักเราว่าเราคือพระเจ้า ทรงสำแดงความรักมั่นคง ความยุติธรรม และความชอบธรรมในโลก เพราะว่าเราพอใจในสิ่งเหล่านี้ พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ' " (เยเรมีย์ 9:23-24)
"7 แต่ว่าสิ่งใดที่เคยเป็นคุณประโยชน์แก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าถือว่าสิ่งนั้นไร้ประโยชน์แล้ว เพื่อเห็นแก่พระคริสต์
8 ที่จริงข้าพเจ้าถือว่าสิ่งสารพัดไร้ประโยชน์ เพราะเห็นแก่ความประเสริฐแห่งความรู้ถึงพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า เพราะเหตุพระองค์ ข้าพเจ้าจึงได้ยอมสละสิ่งสารพัด และถือว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเหมือนหยากเยื่อเพื่อข้าพเจ้าจะได้พระคริสต์
9 และจะได้ปรากฏอยู่ในพระองค์ ไม่มีความชอบธรรมของข้าพเจ้าเอง ซึ่งได้มาโดยธรรมบัญญัติ แต่มีมาโดยความเชื่อในพระคริสต์ เป็นความชอบธรรมซึ่งมาจากพระเจ้าซึ่งขึ้นอยู่กับความเชื่อ
10 ข้าพเจ้าต้องการจะรู้จักพระองค์ และได้รับประสบการณ์ในฤทธิ์เดช เนื่องในการที่พระองค์ทรงคืนพระชนม์นั้น และร่วมทุกข์กับพระองค์ คือยอมตั้งอารมณ์ตายเหมือนพระองค์
11 ถ้าเป็นไปได้ข้าพเจ้าก็จะได้เป็นขึ้นมาจากความตายด้วย
12 มิใช่ว่าข้าพเจ้าได้แล้ว หรือสำเร็จแล้ว แต่ข้าพเจ้ากำลังบากบั่นมุ่งไป เพื่อข้าพเจ้าจะได้ฉวยเอาไว้เป็นของตน อย่างที่พระเยซูคริสต์ได้ทรงฉวยข้าพเจ้าไว้เป็นของพระองค์แล้ว" (ฟิลิปปี 3:7-11)

  • คุณจะจำเริญขึ้นในความรู้ซึ่งมาจากพระเยซูคริสต์ได้อย่างไร ?

"แต่ขอท่านทั้งหลายจงเจริญขึ้นในพระคุณและในความรู้ ซึ่งมาจากพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเกียรติจงมีแด่พระองค์ทั้งในปัจจุบันนี้และตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน" (2เปโตร 3:18)

เขียนโดย เคิร์ท เดอ ฮาน
แปลโดย ปาริชาติ แสงอัมพร
เรียบเรียงโดย ชนิดา จิตตรุทธะ
จากหนังสือ ฉันมาอยู่ในโลกนี้ทำไม ?

Back 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 Next

 © Copyright 2009. Christian Siam.com