Christian Siam

 

 

 

 

Christian Siam - เว็บสำหรับคนอยากรู้จักพระเจ้า

 
 :: สำหรับผู้สนใจพระเจ้า ::
Christian Siam คำถาม - คำตอบ
Christian Siam พระเยซูคือใคร
Christian Siam พระเยซูเกิดจริงหรือ?
Christian Siam เราเกิดมาทำไม
Christian Siam เราตายแล้วไปไหน
Christian Siam ทฤษฎีวิวัฒนาการ...จริง?
Christian Siam เป็นคริสเตียนได้อย่างไร
Christian Siam คำพยานชีวิต

Christian Siam
H O M E
:: สำหรับคริสเตียนใหม่ ::
:: สื่อคริสเตียนออนไลน์ ::
Christian Siam ทีวีคริสเตียน - CGNTV
Christian Siam มานาประจำวัน
Christian Siam วิทยุคริสเตียน
Christian Siam เพลงนมัสการพร้อมคอร์ด
Christian Siam เพลงจาก Youtube
 

                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN

         CHRISTIAN SIAM.COM
         CHRISTIAN SIAM.COM
         CHRISTIAN SIAM.COM

                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN




web counter code

As of 8 Aug 08

สดุดี

สดุดี 1
1 ความสุขเป็นของบุคคล ผู้ไม่ดำเนินตามคำแนะนำของคนอธรรม หรือยืนอยู่ในทางของคนบาป หรือนั่งอยู่ในที่นั่งของคนที่ชอบเยาะเย้ย
2 แต่ความปีติยินดีของผู้นั้นอยู่ในพระธรรมของพระเจ้า เขาภาวนาพระธรรมของพระองค์ทั้งกลางวันและกลางคืน
3 เขาเป็นเช่นต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมธารน้ำ ซึ่งเกิดผลตามฤดูกาล และใบก็ไม่เหี่ยวแห้ง การทุกอย่างซึ่งเขากระทำก็จำเริญขึ้น
4 คนอธรรมไม่เป็นเช่นนั้น แต่เป็นเหมือนแกลบซึ่งลมพัดกระจายไป
5 เหตุฉะนั้นคนอธรรมจะไม่ยั่งยืนอยู่ได้ เมื่อถึงคราวพระเจ้าทรงพิพากษา หรือคนบาปไม่ยืนยงในที่ชุมนุมของคนชอบธรรม
6 เพราะพระเจ้าทรงทราบทางของคนชอบธรรม แต่ทางของคนอธรรมจะพินาศไป

สดุดี 2
1 เหตุใดบรรดาประชาชาติจึงคิดกบฏ ทำไมชนชาติทั้งหลายปองร้ายกันเปล่าๆ
2 บรรดากษัตริย์แห่งแผ่นดินโลกตั้งตนเองขึ้น และนักปกครองปรึกษากัน ต่อสู้พระเจ้าและผู้รับการเจิมของพระองค์ กล่าวว่า
3 "ให้เราระเบิดสายแอกให้ขาดสะบั้น และขจัดบังเหียนของเขาให้พ้นจากเรา"
4 พระองค์ผู้ประทับในสวรรค์ ทรงพระสรวล พระเจ้าทรงเย้ยหยันเขาเหล่านั้น
5 แล้วพระองค์ตรัสกับเขาทั้งหลายด้วยพระพิโรธ และกระทำให้เขาสยดสยองด้วยความกริ้วของพระองค์ ตรัสว่า
6 "เราได้ตั้งกษัตริย์ของเราไว้แล้ว บนศิโยน ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของเรา"
7 ข้าพเจ้าจะบอกถึงพระดำรัสของพระเจ้า พระองค์รับสั่งกับข้าพเจ้าว่า "เจ้าเป็นบุตรของเรา วันนี้เราได้ให้กำเนิดแก่เจ้าแล้ว
8 จงขอจากเราเถิด และเราจะมอบบรรดาประชาชาติให้เป็นมรดกของเจ้า ตลอดทั้งแผ่นดินโลกให้เป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้า
9 เจ้าจะตีเขาให้แตกด้วยกระบองเหล็ก และฟาดให้แหลกเป็นชิ้นๆ ดุจภาชนะของช่างปั้นหม้อ"
10 เพราะฉะนั้น ข้าแต่กษัตริย์ทั้งหลาย จงฉลาดเถิด ข้าแต่นักปกครองแห่งแผ่นดินโลก จงรับคำเตือนเถิด
11 จงปรนนิบัติพระเจ้าด้วยความยำเกรง และจงเกษมเปรมปรีดิ์จนเนื้อเต้น
12 จงนมัสการพระองค์ด้วยใจจริง เกลือกว่าพระองค์จะทรงพระพิโรธ และเจ้าต้องพินาศจากทางนั้น เพราะพระพิโรธของพระองค์นั้นจุดให้ลุกได้รวดเร็ว ความสุขเป็นของคนทั้งหลายผู้เข้ามาลี้ภัยในพระองค์

สดุดี 3
1 ข้าแต่พระเจ้า ศัตรูของ ข้าพระองค์ ทวีมากขึ้นเหลือเกิน คู่อริมากมายเหล่านี้กำลังลุกขึ้นต่อสู้ข้าพระองค์
2 เขากำลังกล่าวถึงข้าพระองค์ว่า ในพระเจ้าไม่มีทางรอดสำหรับเขา
3 ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงเป็นโล่ล้อมรอบตัวข้าพระองค์ ป้องกันศักดิ์ศรีของข้าพระองค์และทรงเป็นผู้ชูศีรษะของข้าพระองค์ไว้
4 ข้าพระองค์ร้องทูลพระเจ้า และพระองค์ตรัสตอบข้าพระองค์ จากภูเขาอันบริสุทธิ์ของพระองค์
5 ข้าพเจ้า นอนลงและหลับไป ข้าพเจ้ากลับตื่นขึ้น เพราะพระเจ้าทรงอุปถัมภ์ข้าพเจ้า
6 ข้าพเจ้าไม่กลัวคนเป็นหมื่นๆ ซึ่งตั้งตนต่อสู้ข้าพเจ้าอยู่รอบด้าน
7 ข้าแต่พระเจ้า โปรดทรงลุกขึ้น ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ โปรดทรงช่วยกู้ข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงตบหน้าศัตรูทั้งหลายของข้าพระองค์ และทรงเลาะฟันของคนอธรรมทั้งปวง
8 การช่วยกู้เป็นของพระเจ้า ขอพระพรของพระองค์หลั่ง ลงเหนือประชากรของพระองค์เทอญ

สดุดี 4
1 ข้าแต่พระเจ้าผู้ทรงให้ประจักษ์ว่า ข้าพระองค์เป็นฝ่ายชอบธรรม ขอทรงโปรดตอบเมื่อข้าพระองค์ร้องทูล เมื่อข้าพระองค์จนตรอก ขอพระองค์ประทานช่องทางให้ ขอทรงเมตตาแก่ข้าพระองค์ และทรงฟังคำอธิษฐานของข้าพระองค์
2 ท่านผู้ดีเอ๋ย ข้าพเจ้าจะต้องเสื่อมเกียรติไปอีกนานเท่าใด ท่านจะรักคำไร้ค่า และแสวงการมุสาอีกนานเท่าใด
3 จงทราบเถิดว่า พระเจ้าทรงแยกธรรมิกชน ไว้สำหรับพระองค์ พระเจ้าทรงสดับฟังเมื่อข้าพเจ้าทูลพระองค์
4 โกรธก็โกรธเถิด แต่ จงคำนึงในใจเวลาอยู่บนที่นอนและสงบอยู่
5 จงถวายเครื่องสัตวบูชาให้ถูกต้อง และวางใจในพระเจ้า
6 มีคนเป็นอันมากกล่าวว่า "โอ เราอยากเห็นสิ่งดีๆบ้าง ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเงยพระพักตร์ที่สว่างของพระองค์มาเหนือ ข้าพระองค์ทั้งหลาย"
7 พระองค์ได้ประทานความชื่นบานให้แก่ จิตใจของข้าพระองค์ มากกว่าเมื่อได้ข้าวและน้ำองุ่นมากมาย
8 ข้าพระองค์จะเอนกายลงนอนหลับในความสันติ ข้าแต่พระเจ้า เพราะพระองค์เท่านั้นที่ทรงกระทำให้ข้าพระองค์ อาศัยอยู่อย่างปลอดภัย

สดุดี 5
1 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเอียงพระโสตสดับ ถ้อยคำของข้าพระองค์ ขอทรงฟังเสียงคร่ำครวญของข้าพระองค์
2 ข้าแต่พระบรมกษัตริย์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอทรงฟังเสียงร้องทูลของข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์อธิษฐานทูลต่อพระองค์
3 ข้าแต่พระเจ้า ในเวลาเช้าพระองค์ทรง สดับเสียงของข้าพระองค์ ซึ่งข้าพระองค์เตรียมถวายเครื่องสักการ บูชาแด่พระองค์และเฝ้าคอยดูอยู่
4 พระองค์มิได้ทรงเป็นพระเจ้าผู้ปีติยินดีในความอธรรม ความชั่วร้ายจะไม่อาศัยอยู่กับพระองค์
5 คนโอ้อวดจะไม่ยืนอยู่เฉพาะพระเนตรของพระองค์ พระองค์ทรงเกลียดชังผู้กระทำการชั่วทั้งสิ้น
6 พระองค์ทรงทำลายผู้ที่มุสา พระเจ้าทรงสะอิดสะเอียนต่อผู้กระหายเลือดและคนหลอกลวง
7 แต่โดยความรักมั่นคงอันบริบูรณ์ของพระองค์ ข้าพระองค์จะเข้าไปในพระนิเวศของพระองค์ ข้าพระองค์จะนมัสการตรงต่อพระวิหารอันบริสุทธิ์ของพระองค์ ด้วยความยำเกรงพระองค์
8 ข้าแต่พระเจ้า เนื่องด้วยพวกศัตรูของข้าพระองค์ ขอทรงนำข้าพระองค์ไปโดยความชอบธรรมของพระองค์ ขอทรงโปรดทำทางซึ่งข้าพระองค์เดินนั้นให้ราบรื่น
9 เพราะในปากของเขาเหล่านั้นไม่มีความจริง จิตใจของเขาก็คือการทำลาย ลำคอของเขาคือหลุมฝังศพที่เปิดอยู่ เขาประจบสอพลอด้วยลิ้นของเขา
10 ข้าแต่พระเจ้า โปรดให้เขารับกรรมชั่วของเขา และให้เขาทั้งหลายล้มลงด้วยความคิดเห็นของตนเอง เหตุการทรยศเป็นอันมากนั้นขอทรงขับไล่เขาออกไป เนื่องจากเขาทั้งหลายได้กบฏต่อพระองค์
11 แต่ให้คนทั้งปวงที่ลี้ภัยอยู่ในพระองค์นั้นเปรมปรีดิ์ ให้เขาร้องเพลงด้วยความชื่นชมยินดีอยู่เสมอ และขอทรงป้องกันเขาไว้ เพื่อคนที่รักพระนามของ พระองค์จะปรีดาปราโมทย์อยู่ในพระองค์
12 ข้าแต่พระเจ้า เพราะพระองค์ทรงอำนวยพระพรแก่คน ชอบธรรม พระองค์ทรงคุ้มครองเขาไว้ด้วยความโปรดปรานประดุจ เป็นโล่ป้องกันเขา

สดุดี 6
1 ข้าแต่พระเจ้า ขออย่าทรงขนาบข้าพระองค์เมื่อทรงโกรธ และขออย่าทรงลงทัณฑ์ข้าพระองค์ด้วย พระพิโรธของพระองค์
2 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงพระกรุณาแก่ ข้าพระองค์เพราะข้าพระองค์อ่อนโหยโรยแรง ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงรักษาข้าพระองค์เพราะกระดูกของ ข้าพระองค์ทุกข์ยากลำบากนัก
3 ทั้งจิตใจของข้าพระองค์ก็ทุกข์ยากลำบากอย่างยิ่ง โอ ข้าแต่พระเจ้า อีกนานสักเท่าใด
4 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงหันมาช่วยชีวิตของข้าพระองค์ให้รอดด้วยเถิด ขอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์ เพราะเห็นแก่ความรักมั่นคงของพระองค์
5 เพราะถ้าในความตาย ไม่มีการระลึกถึงพระองค์แล้ว ในแดนผู้ตายใครเล่าจะโมทนาพระคุณของพระองค์
6 ข้าพระองค์อ่อนเปลี้ยด้วยการคร่ำครวญ และหลั่งน้ำตาท่วมที่นอนทุกคืน ที่เอนกายก็ชุ่มโชกไปด้วยการร้องไห้
7 ตาของข้าพระองค์ทรุดโทรมไปเพราะความทุกข์ใจ มันอ่อนเพลียลงเพราะคู่อริทั้งปวงของข้าพระองค์
8 นี่แน่ะ บรรดาเจ้าผู้กระทำความชั่ว จงพรากไปจากข้า เพราะพระเจ้าทรงสดับเสียงร้องไห้ของข้าแล้ว
9 พระเจ้าทรงสดับคำวิงวอนของข้า พระองค์ทรงรับคำอธิษฐานของข้า
10 ศัตรูทั้งสิ้นของข้าจะได้อายและลำบากยากนัก เขาทั้งหลายจะหันกลับและจะได้รับความอับอาย ในพริบตาเดียว

สดุดี 7
1 โอ ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ลี้ภัยอยู่ในพระองค์ ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นภัยจากผู้ไล่ตามทั้งมวล ขอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์
2 เกรงว่าเขาจะฉีกข้าพระองค์เสียอย่างสิงห์ และลากข้าพระองค์ไป โดยไม่มีผู้ใดช่วยได้
3 ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ถ้าข้าพระองค์กระทำเช่นนี้ คือถ้ามีความผิดในมือของข้าพระองค์
4 ถ้าข้าพระองค์ทำความชั่วแก่เพื่อนบ้านของข้าพระองค์ หรือปล้นศัตรูของข้าพระองค์ด้วยปราศจากเหตุ
5 ก็ขอให้ศัตรูไล่ตามข้าพระองค์ทัน และให้เขาเหยียบย่ำชีวิตข้าพระองค์ลงถึงดิน และวางวิญญาณของข้าพระองค์ไว้ในผงคลี
6 ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงลุกขึ้นด้วยพระพิโรธ ของพระองค์ ขอทรงขึ้นสู้ความเกรี้ยวกราดของศัตรูของข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอทรงตื่นขึ้น พระองค์ทรงกำหนดการพิพากษา
7 ขอให้ชุมนุมชนชาติทั้งหลายมาอยู่รอบพระองค์ และขอทรงกลับไปประทับเด่นอยู่เหนือชุมนุมนั้น
8 พระเจ้าทรงพิพากษาชนชาติทั้งหลาย ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงพิพากษา ข้าพระองค์ตามความชอบธรรม ของข้าพระองค์ และตามความสัตย์สุจริต ซึ่งมีอยู่ในข้าพระองค์
9 ข้าแต่พระเจ้าผู้ทรงธรรม ผู้ทรงทดลองความคิดและจิตใจทั้งหลาย ขอให้ความชั่วของคนอธรรมจงมาถึงที่สิ้นสุด แต่ขอทรงสถาปนาคนชอบธรรมขึ้น
10 โล่ของข้าพเจ้าอยู่กับพระเจ้า ผู้ทรงช่วยคนใจเที่ยงตรงให้รอด
11 พระเจ้าทรงเป็นผู้พิพากษาที่ชอบธรรม และเป็นผู้ประทานคำพิพากษาทุกวัน
12 ถ้ามนุษย์คนใดไม่กลับใจ พระองค์ จะทรงลับคมดาบของพระองค์ พระองค์ทรงโก่งธนูเตรียมพร้อมไว้
13 พระองค์ทรงเตรียมอาวุธอันร้ายแรง ทรงกระทำให้ลูกธนูของพระองค์เป็นศรเพลิง
14 ดูเถิด คนอธรรมก่อความชั่วร้ายขึ้นแล้ว กำลังท้องความชั่วช้า และคลอดการมุสาออกมา
15 เขาขุดหลุมพรางไว้ และตกลงไปในหลุมที่เขาทำไว้นั้น
16 ความชั่วช้าของเขากลับมาสุมศีรษะเขา และความทารุณของเขาลงมาบนกบาลของเขาเอง
17 ข้าพเจ้าจะถวายโมทนาขอบพระคุณพระเจ้าเนื่อง ด้วยความชอบธรรมของพระองค์ และข้าพเจ้าจะร้องเพลงสรรเสริญพระนามของ พระเจ้าผู้สูงสุด

สดุดี 8
1 ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าของบรรดาข้าพระองค์ พระนามของพระองค์สูงส่งยิ่งนักทั่วทั้งแผ่นดินโลก พระองค์ผู้ซึ่งพระสิริของพระองค์ในฟ้าสวรรค์ได้ รับคำแซ่ซ้องสาธุการ
2 โดยปากของเด็กอ่อนและทารก พระองค์ทรงตั้งป้อมปราการเพราะคู่อริของพระองค์ เพื่อระงับยับยั้งศัตรูและผู้กระทำการแก้แค้น
3 เมื่อข้าพระองค์มองดูฟ้าสวรรค์ อันเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ ดวงจันทร์และดวงดาวซึ่งพระองค์ได้ทรงสถาปนาไว้
4 มนุษย์เป็นผู้ใดเล่าซึ่งพระองค์ทรงระลึกถึงเขา และบุตรของมนุษย์เป็นใครเล่า ซึ่งพระองค์ทรงเยี่ยมเขา
5 เพราะพระองค์ทรงสร้างเขาให้ต่ำกว่า พระเจ้า แต่หน่อยเดียว และสวมศักดิ์ศรีกับเกียรติให้แก่เขา
6 พระองค์ทรงมอบอำนาจให้ครอบครองบรรดา พระหัตถกิจของพระองค์ พระองค์ทรงให้สิ่งทั้งปวงอยู่ใต้ฝ่าเท้าของ เขา
7 คือฝูงแกะและฝูงวัวทั้งสิ้น ทั้งสัตว์ป่าด้วย
8 ตลอดทั้งนกในอากาศ ปลาในทะเล และอะไรต่างๆที่ไปมาอยู่ตามทะเล
9 ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าของบรรดาข้าพระองค์ พระนามของพระองค์สูงส่งยิ่งนักทั่วแผ่นดินโลก

สดุดี 9
1 ข้าพระองค์จะขอบพระคุณพระเจ้า ด้วยสิ้นสุดใจของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะบอกถึงการอัศจรรย์ทั้งสิ้นของพระองค์
2 ข้าพระองค์จะยินดีและปลาบปลื้มใจในพระองค์ ข้าแต่องค์ผู้สูงสุด ข้าพระองค์จะร้องเพลงสรรเสริญพระนามของพระองค์
3 เมื่อพวกศัตรูของข้าพระองค์หันกลับ เขาทั้งหลายก็สะดุดและพินาศไปต่อ เบื้องพระพักตร์ของพระองค์
4 เพราะพระองค์ทรงให้ความยุติธรรมและความ เที่ยงตรงแก่ข้าพระองค์ พระองค์ประทับบนพระที่นั่งและประทาน การพิพากษาอันชอบธรรม
5 พระองค์ได้ทรงขนาบบรรดาประชาชาติ และทรงทำลายคนอธรรม แล้วทรงลบชื่อของเขาออกเสียเป็นนิจ
6 ศัตรูได้อันตรธานไปในความพินาศเป็นนิตย์ พระองค์ทรงถอนรากบรรดาหัวเมืองของเขา และอนุสรณ์ของเขาก็วอดวาย
7 แต่พระเจ้ายังครอบครอง ยังทรงครอบครองอยู่เป็นนิตย์ พระองค์ทรงสถาปนาบัลลังก์ของพระองค์เพื่อการพิพากษา
8 พระองค์ทรงพิพากษาโลกด้วยความชอบธรรม พระองค์ทรงพิพากษาบรรดาประชาชาติด้วยความเที่ยงธรรม
9 พระเจ้าทรงเป็นที่กำบังเข้มแข็งของคนที่ถูกกดขี่ ทรงเป็นที่กำบังเข้มแข็งในเวลายากลำบาก
10 บรรดาผู้ที่รู้จักพระนามของพระองค์ ก็วางใจในพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า เพราะว่าพระองค์มิได้ทรงทอดทิ้งบรรดาผู้ที่ เสาะแสวงหาพระองค์
11 จงร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า ผู้ซึ่งประทับในศิโยน จงบอกเล่าถึงพระราชกิจของพระองค์ ในท่ามกลางชนชาติทั้งหลาย
12 เพราะพระองค์ทรงแก้แค้นแทนโลหิตและทรงเอา พระทัยใส่ในเขาทั้งหลาย พระองค์มิได้ทรงลืมคำร้องทุกข์ของผู้ถูกกดขี่
13 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงพระกรุณาแก่ข้าพระองค์ ขอทรงทอดพระเนตรว่าข้าพระองค์ต้อง ทนทุกข์ทรมานเพราะคนที่เกลียดชังข้าพระองค์เพียงใด ข้าแต่พระองค์ ผู้ทรงยกข้าพระองค์ขึ้น จากประตูของความตาย
14 เพื่อข้าพระองค์จะกล่าวคำสรรเสริญพระองค์ และจะเปรมปรีดิ์ในการช่วยกู้ของพระองค์ ที่ในประตูทั้งหลายแห่ง ชาวศิโยน
15 บรรดาประชาชาติได้จมลงในหลุมซึ่งเขาทำไว้ และเท้าของเขาติดตาข่ายซึ่งเขาเองซ่อนดักไว้
16 พระเจ้าทรงเผยพระองค์ให้ปรากฏแจ้ง แล้วพระองค์ทรงพิพากษา ทรงดักคนอธรรมด้วยกิจการของเขาเอง
17 คนอธรรมจะต้องถอยไปสู่แดนผู้ตาย คือ ประชาชาติทั้งมวลที่ลืมพระเจ้า
18 เพราะพระองค์จะไม่ทรงลืมคนขัดสนเสมอไป และความหวังของคนยากจนจะไม่พินาศไปเป็นนิตย์
19 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงลุกขึ้น อย่าให้มนุษย์มีชัยได้ แต่ให้บรรดาประชาชาติถูก พิพากษาต่อเบื้องพระพักตร์ของพระองค์ทั้งสิ้น
20 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงให้เขายำเกรง และให้บรรดาประชาชาติทราบว่า เขาทั้งหลายเป็นเพียงมนุษย์เท่านั้น

สดุดี 10
1 ข้าแต่พระเจ้า ไฉนพระองค์ประทับยืนอยู่ห่างไกล และทรงซ่อนพระองค์เสียในยามยากลำบาก
2 คนอธรรมไล่กวดคนยากจนอย่างทะนงองอาจ ขอให้เขาติดกับคือบ่วงแร้วแห่งอุบายที่เขาคิดขึ้นนั้น
3 เพราะคนอธรรมอวดถึงสิ่งที่ใจเขาอยากได้นั้น และคนที่โลภมากในกำไรก็แช่งด่าและประณามพระเจ้า
4 เพราะความทะนงตัว คนอธรรมกล่าวว่า "พระเจ้าไม่ทรงลงโทษ" ความคิดทั้งสิ้นของเขาคือ "ไม่มีพระเจ้า"
5 วิธีการของคนอธรรมจำเริญอยู่ทุกเวลา การพิพากษาของพระองค์อยู่สูงพ้นสายตาของเขา เขาพ่นความร้ายใส่บรรดาคู่อริของเขา
6 โดยคิดในใจของเขาว่า "ข้าจะไม่หวั่นไหว ตลอดทุกชั่วชาติพันธุ์ของข้าจะไม่พบความยากลำบากเลย"
7 การแช่งด่า การล่อลวง และการบีบบังคับอยู่เต็มปากของเขา ความชั่วร้ายและความบาปผิดอยู่ที่ลิ้นของเขา
8 เขานั่งซุ่มคอยดักทำร้ายอยู่ตามชนบท และฆ่าคนไร้ผิดเสียในที่เร้นลับ ตาของเขาสอดหาคนไร้ที่พึ่ง
9 เขาซุ่มอยู่ในที่ลับเหมือนสิงห์อยู่ในที่กำบัง เพื่อจับคนยากจน แล้วเขาฉุดลากคนยากจนมาด้วยตาข่ายของเขา
10 คนไร้ที่พึ่งก็ถูกกดให้จมลง และล้มลงด้วยกำลังของคนอธรรมนั้น
11 คนอธรรมนั้นคิดในใจว่า "พระเจ้าลืมแล้ว พระองค์ทรงซ่อนพระพักตร์และจะไม่ทรงเห็นเลย"
12 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงลุกขึ้น ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงชูพระหัตถ์ของพระองค์ขึ้น ขออย่าทรงลืมคนที่ทุกข์ใจ
13 ไฉนคนอธรรมจึงประณามพระเจ้า และกล่าวในใจของตนเองว่า "พระองค์จะไม่ทรงเอาเรื่องเอาราว"
14 พระองค์ทรงเห็น เออ พระองค์ทรงพิเคราะห์ความยากลำบากและความเดือดร้อนแล้ว เพื่อพระองค์จะได้ทรงดำเนินคดี คนไร้ที่พึ่งมอบตัวไว้กับพระองค์ พระองค์ทรงเป็นผู้ช่วยคนกำพร้าพ่อ
15 ขอพระองค์ทรงหักแขนของคนอธรรมและคนกระทำชั่ว ขอทรงค้นความอธรรมของเขาออกมาจนหมดสิ้น
16 พระเจ้าทรงเป็นพระมหากษัตริย์อยู่เป็นนิจนิรันดร์ บรรดาประชาชาติจะพินาศไปจากแผ่นดินของพระองค์
17 ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงฟังความปรารถนาของคนอ่อนสุภาพ จะทรงเสริมกำลังใจเขา และพระองค์จะทรงเงี่ยพระกรรณฟังถ้อยคำของเขา
18 เพื่อประทานความยุติธรรมแก่คนกำพร้าพ่อและคนถูก บีบบังคับ เพื่อมนุษย์บนแผ่นดินโลกจะไม่ทำให้เขาหวาดกลัวอีกต่อไป

สดุดี 11
1 ข้าพเจ้าลี้ภัยอยู่ในพระเจ้า ท่านจะพูดกับข้าพเจ้าเช่นนี้หรือว่า "จงหนีไปที่ภูเขาเหมือนนก
2 เพราะนี่แน่ะ คนอธรรมโก่งธนู และเอาลูกธนูพาดสายไว้แล้ว เพื่อจะยิงเข้าไปในความมืดให้ถูกคนใจเที่ยงธรรม
3 ถ้ารากฐานถูกทำลายเสียแล้ว คนชอบธรรมจะทำอะไรได้"
4 พระเจ้าทรงสถิตในพระวิหารอันบริสุทธิ์ของพระองค์ พระที่นั่งของพระเจ้าอยู่บนฟ้าสวรรค์ พระเนตรของพระองค์มองและทดสอบลูกหลานของมนุษย์
5 พระเจ้าทรงทดสอบทั้งคนชอบธรรมและคนอธรรม และวิญญาณของพระองค์ทรงเกลียดชังผู้ที่รักความ ทารุณโหดร้าย
6 พระองค์ทรงเทถ่านเพลิงและไฟกำมะถันใส่คนอธรรม ลมที่แผดเผาจะเป็นส่วนของเขาเหล่านั้น
7 เพราะพระเจ้าทรงชอบธรรม จึงทรงรักกิจการที่ชอบธรรม คนเที่ยงตรงจะเห็นพระพักตร์ของพระเจ้าได้

สดุดี 12
1 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงโปรดช่วยเพราะธรรมิกชนไม่มีอีกแล้ว และคนสุจริตได้อันตรธานไปจากเหล่าบุตรของมนุษย์
2 ทุกคนกล่าวคำมุสาต่อเพื่อนบ้านของตน เขาทั้งหลายพูดด้วยริมฝีปากที่ป้อยอและสองใจ
3 ขอพระเจ้าทรงตัดริมฝีปากที่ป้อยอออกเสียสิ้น และลิ้นที่อวดอ้างการใหญ่นั้นด้วย
4 คือบรรดาผู้ที่กล่าวว่า "เราจะชนะด้วยลิ้นของเรา ริมฝีปากของเราเป็นฝ่ายเรา ใครจะเป็นนายเรา"
5 พระเจ้าตรัสว่า "เราจะลุกขึ้นเดี๋ยวนี้ เพราะคนยากจนถูกข่มเหงและคนขัดสนคร่ำครวญ เราจะจัดเขาไว้ในที่ปลอดภัยซึ่งเขาอยากไปอยู่"
6 พระดำรัสของพระเจ้า เป็นพระดำรัสที่บริสุทธิ์ เป็นเหมือนเงินหลอมให้บริสุทธิ์ใน เตาไฟบนแผ่นดินแล้วถึงเจ็ดครั้ง
7 ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงป้องกันข้าพระองค์ทั้งหลาย ขอทรงกันข้าพระองค์เสมอให้พ้นจากพวกนี้
8 คนอธรรมก็เพ่นพ่านไปมาอยู่รอบด้าน ขณะเมื่อบุตรทั้งหลายของมนุษย์พากันยกย่องความชั่วช้า

สดุดี 13
1 ข้าแต่พระเจ้า อีกนานเท่าใด พระองค์จะทรงลืมข้าพระองค์เสียเป็นนิตย์ หรือ พระองค์จะเบือนพระพักตร์จากข้าพระองค์นานเท่าใด
2 ข้าพระองค์จะต้องตรึกตรองในใจของข้าพระองค์ และมีความทุกข์โศกอยู่ในใจตลอดไปนานเท่าใด ศัตรูของข้าพระองค์จะเหนือข้าพระองค์นานเท่าใด
3 ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอทรงพิจารณา และตอบข้าพระองค์ด้วยเถิด ทั้งขอทรงเพิ่มความสว่างแก่ตาข้าพระองค์ เกลือกว่าข้าพระองค์จะหลับอยู่ในความตาย
4 เกรงว่าศัตรูของข้าพระองค์จะว่า "เราชนะเขาแล้ว" เกรงว่าคู่อริของข้าพระองค์จะเปรมปรีดิ์เพราะ ข้าพระองค์กำลังหวั่นไหว
5 แต่ข้าพระองค์วางใจในความรักมั่นคงของพระองค์ จิตใจของข้าพระองค์จะเปรมปรีดิ์ในความรอดของพระองค์
6 ข้าพเจ้าจะร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า เพราะว่าพระองค์ทรงกระทำแก่ข้าพเจ้าอย่างดี

สดุดี 14
1 คนโง่รำพึงอยู่ในใจของตนว่า "ไม่มีพระเจ้า" เขาทั้งหลายก็เลวทรามลง กระทำกิจการที่น่าเกลียดน่าชัง ไม่มีสักคนเดียวที่ทำดี
2 พระเจ้าทรงมองลงมาจากฟ้าสวรรค์ดูลูกหลานของมนุษย์ ว่าจะมีคนใดบ้างที่ฉลาดที่เสาะแสวงหาพระเจ้า
3 เขาทั้งหลายหลงเจิ่นไปหมด และเลวทรามลงเหมือนกันสิ้น ไม่มีสักคนเดียวที่ทำดี ไม่มีเลย
4 บรรดาผู้ที่กระทำชั่ว ไม่รู้หรือ คือผู้ที่กินประชากรของเราอย่างกินขนมปัง และไม่ร้องทูลพระเจ้า
5 เขาทั้งหลายจะอยู่ที่นั่นอย่างน่าสยดสยองยิ่งนัก เพราะพระเจ้าทรงสถิตกับพวกผู้ชอบธรรม
6 เจ้าหมายจะคว่ำแผนงานของคนยากจนเสีย แต่พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยของเขา
7 ขอการช่วยกู้เพื่ออิสราเอลมาจากศิโยนเสียทีเถิด เมื่อพระเจ้าทรงให้ประชากรของพระองค์กลับสู่ สภาพอันดี ยาโคบจะปลาบปลื้ม อิสราเอลจะยินดี

สดุดี 15
1 ข้าแต่พระเจ้า ผู้ใดจะอาศัยอยู่ในพลับพลาของพระองค์ ผู้ใดจะอยู่บนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์
2 คือผู้ที่ดำเนินชีวิตอย่างหาที่ติ มิได้และปฏิบัติให้ถูกต้องตามธรรม และพูดความจริงจากจิตใจของตน
3 ผู้ซึ่งไม่ใช้ลิ้นของตนในการนินทาว่าร้าย ไม่กระทำชั่วต่อเพื่อน และไม่ด่าเพื่อนบ้านของตน
4 ในสายตาของเขา คนถ่อยเป็นคนที่ถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม เขาให้เกียรติแก่ผู้ที่ยำเกรงพระเจ้า ถึงสาบานแล้ว และต้องเสียประโยชน์เขาก็ไม่กลับคำ
5 เขาเป็นผู้ที่มิได้ให้คนอื่นกู้เงินโดยคิดดอกเบี้ย และไม่ยอมรับสินบนต่อสู้ผู้ไร้ความผิด ผู้ซึ่งกระทำสิ่งเหล่านี้จะไม่หวั่นไหวเป็นนิตย์

สดุดี 16
1 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงพิทักษ์ข้าพระองค์ไว้ เพราะข้าพระองค์ลี้ภัยอยู่ในพระองค์
2 ข้าพเจ้าทูลพระเจ้าว่า "พระองค์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์ นอกเหนือพระองค์แล้ว ข้าพระองค์ไม่มีดีเลย"
3 วิสุทธิชนในแผ่นดินเป็นผู้ประเสริฐ เป็นพวกที่ข้าพเจ้าปีติยินดีด้วย
4 แต่บรรดาผู้ที่เลือกพระองค์อื่น ความทุกข์โศกของเขาก็ทวีขึ้น ข้าพเจ้าจะไม่เทเลือดออกบูชาเหมือนกับเขาเหล่านั้น หรือริมฝีปากของข้าพเจ้าจะไม่ออกชื่อพระนั้น
5 พระเจ้าทรงเป็นองค์ที่ข้าพเจ้าเลือก พระองค์ทรงรักษาส่วนมรดกของข้าพระองค์ไว้
6 เขตแดนของข้าพเจ้าเป็นที่ที่ร่มรื่น เออ ข้าพเจ้ามีมรดกที่ดี
7 ข้าพเจ้าสรรเสริญพระเจ้า ผู้ประทานคำปรึกษาแก่ข้าพเจ้า เออ ในกลางคืนจิตใจของข้าพเจ้าเตือนสอนข้าพเจ้า
8 ข้าพเจ้าตั้งพระเจ้าไว้ตรงหน้าข้าพเจ้าเสมอ เพราะพระองค์ประทับทางเบื้องขวาของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงไม่หวั่นไหว
9 เพราะฉะนั้น จิตใจข้าพเจ้าจึงยินดีและจิตวิญญาณก็ปรีดา ร่างกายของข้าพเจ้าก็อาศัยอยู่อย่างปลอดภัยด้วย
10 เพราะพระองค์มิได้ทรงมอบข้าพระองค์ไว้กับแดนผู้ตาย หรือให้ธรรมิกชนของพระองค์ต้องเห็นปากแดนนั้น
11 พระองค์ทรงสำแดงวิถีแห่งชีวิตแก่ข้าพระองค์ ต่อพระพักตร์พระองค์มีความชื่นบานอย่างเปี่ยม ล้น ในพระหัตถ์ขวาของพระองค์มีความเพลิดเพลินอยู่เป็นนิตย์

สดุดี 17
1 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงสดับความฝ่ายยุติธรรม ทรงฟังคำร้องทูลของข้าพระองค์ ขอทรงเงี่ยพระกรรณฟังคำอธิษฐานจากริมฝีปาก ที่ไม่มีการหลอกลวงของข้าพระองค์
2 ขอให้การชนะความของข้าพระองค์มาจากพระองค์ ขอพระเนตรของพระองค์ทรงเห็นสิ่งเที่ยงธรรม
3 เมื่อพระองค์ทรงลองจิตใจของข้าพระองค์ และเสด็จเยี่ยมเยียนข้าพระองค์ในเวลากลางคืน เมื่อทรงทดสอบข้าพระองค์แล้ว พระองค์จะไม่ทรงพบความอธรรมในข้าพระองค์เลย ปากของข้าพระองค์ก็มิได้ละเมิด
4 เกี่ยวด้วยกิจการของมนุษย์ โดยพระวจนะจากพระโอษฐ์ของพระองค์ ข้าพระองค์มิได้ข้องเกี่ยวกับทางแห่งคนทารุณโหดร้าย
5 ย่างเท้าของข้าพระองค์แนบสนิทกับวิถีของพระองค์ เท้าของข้าพระองค์มิได้พลาด
6 ข้าพระองค์ร้องทูลว่า ข้าแต่พระเจ้า เพราะพระองค์จะทรงตอบข้าพระองค์ ขอทรงเอียงพระกรรณฟังถ้อยคำของข้าพระองค์ด้วยเถิด
7 ข้าแต่พระผู้ช่วยของบรรดาผู้แสวงหาที่ ลี้ภัยจากปฏิปักษ์ของเขา ณ พระหัตถ์ขวาของพระองค์ ขอทรงสำแดงความรักมั่นคงของพระองค์อย่างมหัศจรรย์
8 ขอทรงรักษาข้าพระองค์ดังแก้วตา ทรงซ่อนข้าพระองค์ไว้ภายใต้ร่มปีกของพระองค์
9 ให้พ้นจากคนอธรรมผู้ล้างผลาญ และจากศัตรูผู้คอยเข่นฆ่าซึ่งล้อมข้าพระองค์ไว้โดยรอบ
10 เขาปิดใจของเขาไว้จากความสงสาร ปากของเขาพูดคำหยิ่งยโส
11 เขาสะกดรอยข้าพระองค์ เดี๋ยวนี้ได้ล้อมข้าพระองค์ไว้ เขาจับตาดูข้าพระองค์เพื่อจะเหวี่ยงข้าพระองค์ลงดิน
12 เขาเป็นดุจสิงห์ที่กระหายอยากจะฉีกทึ้ง เหมือนดังสิงห์หนุ่มซึ่งซุ่มดักทำร้ายอยู่ในที่ลับ
13 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงลุกขึ้นปะทะเขาไว้ และคว่ำเขาลงเสีย ขอทรงช่วยกู้ชีวิต ของข้าพระองค์ให้พ้นจากคนอธรรมด้วยดาบของพระองค์
14 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นจากมนุษย์ด้วย พระหัตถ์ของพระองค์ จากมนุษย์ผู้ซึ่งมีส่วนของชีวิตเป็นของโลก ขอให้ท้องของเขาเต็มไปด้วยสิ่งที่พระองค์ ทรงสะสมไว้เพื่อเขา ให้ลูกหลานของเขาได้มากกว่าพอดี ให้เขาเหลือบางสิ่งไว้ให้แก่ลูกอ่อนของเขา
15 ส่วนข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะเห็นพระพักตร์ของพระองค์ในความชอบธรรม เมื่อข้าพระองค์ตื่นขึ้น ข้าพระองค์จะอิ่มเอิบใจด้วยพระลักษณะของพระองค์

สดุดี 18
1 ข้าแต่พระเจ้า พระกำลังของข้าพระองค์ ข้าพระองค์รักพระองค์
2 พระเจ้าทรงเป็นพระศิลา ป้อมปราการ และผู้ช่วยกู้ของข้าพระองค์ เป็นพระเจ้าของข้าพระองค์ เป็นพระศิลาซึ่งข้าพระองค์เข้าลี้ภัย อยู่ในพระองค์ เป็นโล่ เป็นพลังแห่งความรอดของ ข้าพระองค์ เป็นที่กำบังเข้มแข็งของข้าพระองค์
3 ข้าพระองค์ร้องทูลต่อพระเจ้าผู้ทรง สมควรแก่การสรรเสริญ และข้าพระองค์ได้ รับการช่วยให้พ้นจากศัตรูของข้าพระองค์
4 สายมัจจุราชล้อมข้าพระองค์ไว้ กระแสแห่งความหายนะท่วมทับข้าพระองค์
5 สายใยของแดนผู้ตายพันตัวข้าพระองค์ บ่วงมัจจุราชปะทะข้าพระองค์
6 ในยามทุกข์ระทมใจ ข้าพเจ้าร้องทูลต่อพระเจ้า ข้าพเจ้าร้องทูลขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าของข้าพเจ้า จากพระวิหารของพระองค์ พระองค์ทรงสดับเสียงของข้าพเจ้า และเสียงร้องของข้าพเจ้าได้ยินไปถึงพระกรรณของพระองค์
7 แล้วแผ่นดินโลกก็สั่นสะเทือนและโคลงเคลง รากฐานของภูเขาก็หวั่นไหวด้วย และสั่นสะเทือน เพราะพระองค์ทรงกริ้ว
8 ควันออกไปตามช่องพระนาสิกของพระองค์ และเพลิงผลาญออกมาจากพระโอษฐ์ของพระองค์ ถ่านก็ติดเปลวไฟนั้น
9 พระองค์ทรงโน้มฟ้าสวรรค์ลงด้วยและเสด็จลงมา ความมืดทึบอยู่ใต้พระบาทของพระองค์
10 พระองค์ทรงเครูบตนหนึ่ง แล้วทรงเหาะไป พระองค์เสด็จโดยปีกของลมอย่างรวดเร็ว
11 พระองค์ทรงกระทำให้ความมืดปกคลุมพระองค์ไว้ ให้เมฆมืดเพราะอุ้มน้ำเป็นปะรำของพระองค์
12 มีลูกเห็บและถ่านเพลิงแตกออกมาทะลุเมฆ จากความสว่างสุกใสข้างหน้าพระองค์
13 พระเจ้าทรงคะนองกึกก้องในฟ้าสวรรค์ และองค์ผู้สูงสุดก็เปล่งพระสุรเสียง คือลูกเห็บและถ่านเพลิง
14 พระองค์ทรงยิงลูกธนูของพระองค์ออกไป ทำให้เขาต่างกระจัดกระจายไป พระองค์ทรงปล่อยฟ้าแลบแปลบปลาบ ทำให้เขาโกลาหล
15 แล้วก็เห็นก้นทะเล ตลอดจนรากฐานของพิภพก็ปรากฏแจ้ง เมื่อพระองค์ทรงขนาบทะเล ด้วยลมที่พวยพุ่งจากช่องพระนาสิกของพระองค์
16 พระองค์ทรงเอื้อมมาจากที่สูงทรงจับข้าพเจ้า พระองค์ทรงดึงข้าพเจ้าออกมาจากน้ำอันมากหลาย
17 พระองค์ทรงช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากศัตรูเข้มแข็งของข้าพเจ้า และจากบรรดาผู้ที่เกลียดชังข้าพเจ้า เพราะเขามีอานุภาพเกินกว่าข้าพเจ้ามากนัก
18 เขาปะทะข้าพเจ้าในวันที่ข้าพเจ้าเกิดภัยพิบัติ แต่พระเจ้าทรงเป็นที่พึ่งของข้าพเจ้า
19 พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าออกมายังที่กว้างใหญ่ และทรงช่วยกู้ข้าพเจ้าไว้เพราะพระองค์ทรงชื่นชม ยินดีในข้าพเจ้า
20 พระเจ้าประทานรางวัลแก่ข้าพเจ้าตามความ ชอบธรรมของข้าพเจ้า พระองค์ทรงตอบแทนข้าพเจ้าตามความสะอาด แห่งมือของข้าพเจ้า
21 เพราะข้าพเจ้ารักษาบรรดามรรคาของพระเจ้า และไม่ได้พรากจากพระเจ้าของข้าพเจ้าอย่างอธรรม
22 เพราะกฎหมายทั้งสิ้นของพระองค์อยู่ต่อหน้าข้าพเจ้า และข้าพเจ้ามิได้ผลักกฎเกณฑ์ของพระองค์ไปเลย
23 ต่อพระพักตร์พระองค์ข้าพเจ้าไร้ตำหนิ และข้าพเจ้ารักษาตัวไว้ไม่ทำบาปต่อพระองค์
24 เพราะฉะนั้นพระเจ้าจึงทรงตอบแทนข้าพเจ้า ตามความชอบธรรมของข้าพเจ้า ตามความสะอาดแห่งมือของ ข้าพเจ้าในสายพระเนตรของพระองค์
25 พระองค์ทรงสำแดงความรักมั่นคงต่อผู้ที่จงรักภักดี พระองค์ทรงสำแดงพระองค์อย่างไร้ตำหนิต่อผู้ที่ไร้ ตำหนิ
26 พระองค์ทรงสำแดงพระองค์บริสุทธิ์ต่อผู้ที่บริสุทธิ์ พระองค์ทรงสำแดงพระองค์เป็นปฏิปักษ์ต่อผู้ที่คดโกง
27 เพราะพระองค์ทรงช่วยกู้ประชาชนที่ยากแค้น แต่ตาที่หยิ่งยโสนั้นพระองค์ทรงกระทำให้ต่ำลง
28 พระองค์ทรงจุดตะเกียงของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ทรงกระทำความ มืดของข้าพระองค์ให้สว่าง
29 พระเจ้าข้า ข้าพระองค์ตะลุยกองทัพได้โดยพระองค์ และโดยพระเจ้าของข้าพเจ้านี้ ข้าพเจ้าสามารถกระโดดข้ามกำแพงได้
30 สำหรับพระเจ้าพระองค์นี้ พระมรรคาของพระองค์บริบูรณ์ พระสัญญาของพระเจ้า พิสูจน์แล้วเป็นความจริง พระองค์ทรงเป็นโล่ของบรรดาผู้ที่ลี้ภัยอยู่ในพระองค์
31 เพราะผู้ใดจะเป็นพระเจ้า นอกจากพระเยโฮวาห์ และผู้ใดเล่าเป็นพระศิลา เว้นแต่พระเจ้าของเรา
32 คือพระเจ้าผู้ทรงเอากำลังคาดเอวของข้าพเจ้าไว้ และทรงกระทำให้ทางของข้าพเจ้าปลอดภัย
33 พระองค์ทรงกระทำให้เท้าของ ข้าพเจ้าเหมือนอย่างตีนกวางตัวเมีย และทรงวางข้าพเจ้าไว้บนที่สูง
34 พระองค์ทรงฝึกมือของข้าพเจ้าให้ทำสงคราม ดังนั้นแขนของข้าพเจ้าสามารถโก่งคันธนูทองสัมฤทธิ์ได้
35 พระองค์ประทานโล่แห่งความรอด ของพระองค์ให้ข้าพระองค์ และพระหัตถ์ขวาของพระองค์ทรงค้ำจุนข้าพระองค์ และซึ่งพระองค์ทรงน้อมพระทัยลง ก็กระทำให้ข้าพระองค์เป็นใหญ่ขึ้น
36 พระองค์ประทานที่กว้างขวางสำหรับ ย่างเท้าของข้าพระองค์ เท้าของข้าพระองค์จึงไม่พลาด
37 ข้าพระองค์ไล่ตามศัตรูของข้าพระองค์ทัน และไม่หันกลับจนกว่าเขาจะถูกผลาญเสียสิ้น
38 ข้าพระองค์ได้แทงเขาทะลุ เขาจึงไม่สามารถลุกขึ้นได้อีก เขาล้มลงที่ใต้เท้าของข้าพระองค์
39 เพราะพระองค์ทรงเอากำลังคาดเอว ข้าพระองค์ไว้เพื่อทำสงคราม พระองค์ทรงกระทำให้พวกปัจจามิตรสยบลงอย่างราบคาบ
40 พระองค์ทรงกระทำให้ศัตรูของ ข้าพระองค์หันหลังให้ข้าพระองค์ และบรรดาผู้ที่เกลียดชังข้าพระองค์ ข้าพระองค์ก็ทำลายเสียสิ้น
41 เขาร้องให้ช่วย แต่ไม่มีใครช่วยให้รอดได้ เขาร้องทูลพระเจ้า แต่พระองค์มิได้ทรงตอบเขา
42 ข้าพระองค์จึงทุบเขาแหลกละเอียดอย่างผงคลีต่อหน้าลม ข้าพระองค์จึงโยนเขาออกไปเหมือนโคลนตามถนน
43 พระองค์ทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นจาก การยื้อแย่งกับประชาชน และทรงตั้งให้ข้าพระองค์เป็นหัวหน้า ของบรรดาประชาชาติ ชนชาติที่ข้าพระองค์ไม่เคยรู้จัก ก็ได้ปรนนิบัติข้าพระองค์
44 พอเขาได้ยินถึงข้าพระองค์ เขาก็เชื่อฟัง ชนต่างด้าวได้มาหมอบราบต่อข้าพระองค์
45 ชนต่างด้าวนั้นเสียกำลังใจ และตัวสั่นออกมาจากที่กำบัง อันเข้มแข็งของเขาเหล่านั้น
46 พระเจ้าทรงพระชนม์อยู่ และพระศิลาของข้าพระองค์เป็นที่ควรสรรเสริญ พระเจ้าแห่งความรอดของข้าพระองค์เป็นที่ยกย่อง
47 คือพระเจ้าผู้ประทานการแก้แค้นแก่ข้าพระองค์ และทรงปราบปรามบรรดาชนชาติ ทั้งหลายให้อยู่ภายใต้อำนาจของข้าพระองค์
48 ผู้ทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นจากศัตรู พระเจ้าข้า พระองค์ทรงยกข้าพระองค์ ขึ้นเหนือปฏิปักษ์ของข้าพระองค์ พระองค์ทรงช่วยกู้ข้าพระองค์จากคนทารุณโหดร้าย
49 ข้าแต่พระเจ้า เพราะเหตุนี้ข้าพระองค์จึงขอเทิดทูนพระองค์ไว้ ท่ามกลางประชาชาติทั้งหลาย และร้องเพลงสรรเสริญพระนามของพระองค์
50 พระองค์ประทานชัยชนะอันยิ่งใหญ่แก่กษัตริย์ของพระองค์ และทรงสำแดงความรักมั่นคงแก่ผู้ที่พระองค์ทรงเจิม ไว้นั้น คือดาวิดและพงศ์พันธุ์ของท่านเป็นนิตย์

สดุดี 19
1 ฟ้าสวรรค์ประกาศพระสิริของพระเจ้า และภาคพื้นฟ้าสำแดงพระหัตถกิจของพระองค์
2 วันส่งถ้อยคำให้แก่วัน และคืนแจ้งความรู้ให้แก่คืน
3 วาจาไม่มี ถ้อยคำก็ไม่มี และไม่มีใครได้ยินเสียงฟ้า
4 ถึงกระนั้นเสียงฟ้าก็ออกไปทั่วแผ่นดินโลก และถ้อยคำก็แพร่ไปถึงสุดปลายพิภพ พระองค์ทรงตั้งเต็นท์ไว้ให้ดวงอาทิตย์ ณ ที่นั้น
5 ซึ่งออกมาอย่างเจ้าบ่าวออกมาจากห้องโถงของเขา และวิ่งไปตามวิถีด้วยความชื่นบานอย่างชายฉกรรจ์
6 ดวงอาทิตย์ขึ้นมาจากสุดปลายฟ้าสวรรค์ข้างหนึ่ง และโคจรไปถึงที่สุดปลายอีกข้างหนึ่ง ไม่มีสิ่งใดสามารถซ่อนให้พ้นจากความร้อนของมันได้
7 กฎหมายของพระเจ้ารอบคอบ และฟื้นฟูจิตวิญญาณ กฎเกณฑ์ของพระเจ้านั้นแน่นอน กระทำให้คนรู้น้อยมีปัญญา
8 ข้อบังคับของพระเจ้านั้นถูกต้อง กระทำให้จิตใจเปรมปรีดิ์ พระบัญญัติของพระเจ้านั้นบริสุทธิ์ กระทำให้ดวงตากระจ่างแจ้ง
9 ความยำเกรงพระเจ้านั้นสะอาดหมดจด ถาวรเป็นนิตย์ กฎหมายของพระเจ้าก็สัตย์จริง และชอบธรรมทั้งสิ้น
10 น่าปรารถนามากกว่าทองคำ ยิ่งกว่าทองนพคุณมากนัก หวานยิ่งกว่าน้ำผึ้ง ที่หยดลงจากรวง
11 อนึ่ง สิ่งเหล่านี้เป็นที่ตักเตือนผู้รับใช้ของพระองค์ การที่จะรักษาข้อความเหล่านั้นก็ได้บำเหน็จอันใหญ่ยิ่ง
12 แต่ผู้ใดเล่าจะเล็งเห็นความผิดพลาดของตนได้ ขอพระองค์ทรงชำระข้าพระองค์ให้พ้นจากความผิด ที่ซ่อนเร้นอยู่
13 ขอทรงยับยั้งผู้รับใช้ ของพระองค์ให้พ้นจากบาปโดยประมาทนั้นด้วยเถิด ขออย่าให้มันมีอำนาจ เหนือข้าพระองค์เลย แล้วข้าพระองค์จะไร้ตำหนิ และพ้นจากความผิดจากการทรยศที่ยิ่งใหญ่นั้น
14 ข้าแต่พระเจ้า พระศิลาและพระผู้ไถ่ของข้าพระองค์ ขอให้ถ้อยคำจากปากของข้าพระองค์ และการรำพึงภาวนาในจิตใจ เป็นที่โปรดปรานในสายพระเนตรของพระองค์เถิด

สดุดี 20
1 ขอพระเจ้าทรงตอบท่าน ในวันยากลำบาก พระนามของพระเจ้าแห่งยาโคบพิทักษ์รักษาท่าน
2 ขอพระองค์ทรงให้ความช่วยเหลือมาจากสถานนมัสการ และให้ความสนับสนุนท่านมาจากเมืองศิโยน
3 ขอทรงระลึกถึงเครื่องถวายทั้งสิ้นของท่าน และโปรดปรานเครื่องเผาบูชาของท่าน
4 ขอทรงประสิทธิ์ประสาทตามใจปรารถนาของท่านด้วย และให้โครงการที่ท่านคิดนั้นสำเร็จทั้งสิ้น
5 เพื่อพวกเราจะได้โห่ร้องเนื่องด้วยชัยชนะของท่าน และยกธงขึ้นในพระนามพระเจ้าของเรา ขอพระเจ้าทรงโปรดให้คำทูลขอทั้งสิ้น ของท่านสำเร็จเถิด
6 บัดนี้ ข้าพเจ้าทราบว่าพระเจ้าจะทรงช่วยผู้ที่พระองค์ทรงเจิมไว้ พระองค์จะทรงตอบเขาจากฟ้าสวรรค์อันบริสุทธิ์ของพระองค์ และโดยชัยชนะอันทรงอานุภาพด้วยพระหัตถ์ขวาของพระองค์
7 บ้างก็โอ้อวดเรื่องรถรบ บ้างก็เรื่องม้า แต่เราอวดเรื่องพระนามพระเจ้าของเรา
8 เขาทั้งหลายจะล้มพับลงไป แต่เราจะลุกขึ้นยืนตรงอยู่
9 ข้าแต่พระเจ้า ขอประทานชัยชนะแด่พระราชา เมื่อข้าพระองค์ทั้งหลายร้องทูล ขอพระองค์ทรงตอบด้วยเถิด

สดุดี 21
1 ข้าแต่พระเจ้า พระราชาจะเปรมปรีดิ์ในพระกำลังของพระองค์ ท่านจะปีติยินดีในความช่วยเหลือของพระองค์
2 พระเจ้าทรงประสิทธิ์ประสาทตามใจปรารถนาของท่าน และมิได้ทรงยับยั้งสิ่งที่ริมฝีปากท่านทูลขอ
3 เพราะพระเจ้าทรงอำนวยพรดีแก่ท่าน พระองค์ทรงสวมมงกุฎทองนพคุณบนศีรษะของท่าน
4 ท่านทูลขอชีวิต และพระองค์ก็ประทาน ชีวิตยืนนานเป็นนิจกาล
5 โดยความอุปถัมภ์ และศักดิ์ศรีของท่านจึงใหญ่ยิ่ง พระเจ้าทรงประดับพระราชาด้วย ยศศักดิ์และความสง่าโอ่อ่าตระการ
6 พระเจ้าข้า พระเจ้าทรงโปรดให้ท่านรับพระพรเป็นนิตย์ และทรงกระทำให้ท่านยินดีปรีดาต่อเบื้องพระพักตร์ของ พระองค์
7 เพราะพระราชาวางใจในพระเจ้า ด้วยความรักมั่นคงของพระองค์ผู้สูงสุด ท่านจะไม่หวั่นไหวเลย
8 พระหัตถ์ของพระองค์ จะค้นพบเหล่าศัตรูทั้งหลาย พระหัตถ์ขวาจะพบบรรดาผู้ที่เกลียดชังพระองค์
9 เมื่อพระองค์ทรงปรากฏ พระองค์จะทรงกระทำให้เขาร้อนจัดดังเตาไฟ พระเจ้าจะทรงกลืนเขาด้วยพระพิโรธ และไฟจะเผาผลาญเขาเสีย
10 พระองค์จะทรงทำลายลูกหลานของเขาเสียจากแผ่นดินโลก และพรากพงศ์พันธุ์ของเขาจากบุตรของมนุษย์
11 แม้เขาทั้งหลายได้ปองร้ายต่อพระองค์ แม้เขาประดิษฐ์เรื่องชั่วร้ายเขาก็จะกระทำไม่สำเร็จ
12 เพราะพระองค์จะทรงกระทำให้เขาหนีพ่ายไป และจะทรงเล็งธนูไปตรงหน้าเขาทีเดียว
13 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเป็นที่ยกย่องเชิดชูในพระกำลังของพระองค์ ข้าพระองค์ทั้งหลายจะร้องเพลงสรรเสริญฤทธานุภาพของพระองค์

สดุดี 22
1 พระเจ้าข้า พระเจ้าข้า ไฉนทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย เหตุใด พระองค์ทรงเมินเฉยที่จะช่วยข้าพระองค์ และต่อถ้อยคำคร่ำครวญของข้าพระองค์
2 ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ร้องทูลในเวลากลางวัน แต่พระองค์มิได้ตรัสตอบ ถึงกลางคืนข้าพระองค์ยังร่ำทูลต่อไปไม่หยุด
3 ถึงอย่างไรพระองค์ทรงเป็นองค์บริสุทธิ์ พระองค์ประทับเหนือคำสรรเสริญของคนอิสราเอล
4 บรรพบุรุษของข้าพระองค์ทั้งหลายวางใจในพระองค์ เขาทั้งหลายวางใจ และพระองค์ทรงช่วยกู้เขา
5 เขาร้องทูล พระองค์ก็ทรงช่วยเขาให้รอด เขาวางใจในพระองค์ เขาจึงมิได้รับความอับอาย
6 ข้าพระองค์เป็นดุจตัวหนอน มิใช่คน คนก็ด่า ประชาก็ดูหมิ่น
7 ผู้ที่เห็นข้าพระองค์ก็เย้ยหยัน เขาบุ้ยปากและสั่นศีรษะใส่ข้าพระองค์กล่าวว่า
8 เขามอบตัวไว้กับพระเจ้า ให้พระองค์ทรงช่วยเขาสิ ให้พระองค์ช่วยเขา เพราะพระองค์ทรงพอพระทัยในเขา
9 ถึงกระนั้นพระองค์ก็ทรงเป็นผู้นำ ข้าพระองค์ออกมาจากครรภ์มารดา และทรงให้ข้าพระองค์ปลอดภัยอยู่ที่อกแม่
10 ตั้งแต่คลอด ข้าพระองค์ก็ต้องพึ่งพระองค์ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์ ตั้งแต่ข้าพระองค์ยังอยู่ในครรภ์มารดา
11 ขออย่าทรงห่างไกลข้าพระองค์ เพราะความยากลำบากอยู่ใกล้ และไม่มีผู้ใดช่วยได้เลย
12 เหล่าโคผู้ล้อมข้าพระองค์ โคผู้แข็งแรงแห่งบาชานล้อมข้าพระองค์ไว้
13 มันอ้าปากกว้างเข้าใส่ข้าพระองค์ ดั่งสิงห์ขณะกัดฉีกและคำรามร้อง
14 ข้าพระองค์ถูกเทออกเหมือนอย่างน้ำ กระดูกทั้งสิ้นของข้าพระองค์หลุดลุ่ยไป จิตใจก็เหมือนขี้ผึ้ง ละลายภายในอกของข้าพระองค์
15 กำลังของข้าพระองค์เหือดแห้งไปเหมือนเศษหม้อดิน และลิ้นของข้าพระองค์ก็เกาะติดที่ขากรรไกร พระองค์ทรงวางข้าพระองค์ไว้ในผงคลีมัจจุราช
16 พระเจ้าข้า บรรดาสุนัขล้อมรอบข้าพระองค์ไว้ คนทำชั่วหมู่หนึ่งล้อมข้าพระองค์ เขาแทงมือแทงเท้าข้าพระองค์
17 ข้าพระองค์นับกระดูกของข้าพระองค์ได้เป็นชิ้นๆ เขาจ้องมองและยิ้มเยาะข้าพระองค์
18 เสื้อผ้าของข้าพระองค์เขาแบ่งปันกัน ส่วนเสื้อของข้าพระองค์นั้นเขาก็จับฉลาก กัน
19 ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์อย่าทรงห่างไกลเลย ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงอุปถัมภ์ ขอทรงเร่งรีบมาช่วยข้าพระองค์ด้วยเถิด
20 ขอทรงช่วยกู้จิตวิญญาณข้าพระองค์ให้พ้นจากดาบ ช่วยชีวิตข้าพระองค์จากฤทธิ์ของสุนัข
21 ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้รอดพ้นจากปากสิงห์ และช่วยจิตวิญญาณของข้าพระองค์ ที่ถูกข่มเหงจากบรรดาเขาของวัวกระทิงเหล่านั้นด้วย
22 ข้าพระองค์จะบอกเล่าพระนามของพระองค์ แก่พี่น้องของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะสรรเสริญพระองค์ท่ามกลาง ชุมนุมชน
23 ท่านผู้เกรงกลัวพระเจ้า จงสรรเสริญพระองค์ ท่านพงศ์พันธุ์ของยาโคบเอ๋ย จงถวายพระสิริแด่พระองค์ ท่านพงศ์พันธุ์ทั้งสิ้นของอิสราเอลเอ๋ย จงเกรงกลัวพระองค์
24 เพราะพระองค์มิได้ทรงดูถูกหรือสะอิดสะเอียน ต่อความทุกข์ยากของผู้ที่ทุกข์ใจ และพระองค์มิได้ทรงซ่อนพระพักตร์จากเขา เมื่อเขาร้องทูล พระองค์ทรงฟัง
25 คำสรรเสริญของข้าพระองค์ในที่ชุมนุมชนใหญ่ มาจากพระองค์ ข้าพระองค์จะแก้บนต่อหน้าผู้ที่เกรงกลัวพระองค์
26 คนเสงี่ยมเจียมตัวจะได้กินอิ่ม บรรดาผู้ที่แสวงหาพระองค์จะสรรเสริญพระเจ้า ขอจิตใจของท่านทั้งหลายมีชีวิตอยู่เป็นนิตย์
27 ที่สุดปลายทั้งสิ้นของแผ่นดินโลกจะจดจำ และหันกลับมายังพระเจ้า และตระกูลทั้งสิ้นของบรรดาประชาชาติ จะนมัสการต่อพระพักตร์พระองค์
28 เพราะอำนาจการปกครองเป็นของพระเจ้า และพระองค์ทรงครอบครองเหนือบรรดาประชาชาติ
29 เออ คนจองหองของแผ่นดินโลกจะต้องกราบลงต่อพระองค์ บรรดาผู้ที่ลงไปสู่ผงคลีทั้งสิ้นจะกราบไหว้พระองค์ คือบรรดาผู้ที่รักษาตัวให้คงชีวิตอยู่ไม่ได้แล้วนั้น
30 จะมีพงศ์พันธุ์ๆหนึ่งปรนนิบัติพระองค์ มนุษย์จะบอกเล่าถึงองค์พระผู้เป็นเจ้าให้แก่คนรุ่นหลังฟัง
31 และประกาศการช่วยกู้ของพระองค์ แก่ชนชาติหนึ่งที่ยังมิได้เกิดมา ว่าพระองค์ได้ทรงกระทำการนั้น

สดุดี 23
1 พระเจ้าทรงเลี้ยงดูข้าพเจ้าดุจเลี้ยงแกะ ข้าพเจ้าจะไม่ขัดสน
2 พระองค์ทรงกระทำให้ข้าพเจ้านอนลงที่ทุ่งหญ้าเขียวสด พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปริมน้ำแดนสงบ
3 ทรงฟื้นจิตวิญญาณของข้าพเจ้า พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปในทางชอบธรรม เพราะเห็นแก่พระนามของพระองค์
4 แม้ข้าพระองค์จะเดินไปตามหุบเขาเงามัจจุราช ข้าพระองค์ไม่กลัวอันตรายใดๆ เพราะพระองค์ทรงสถิตกับข้าพระองค์ คทาและธารพระกรของพระองค์เล้าโลมข้าพระองค์
5 พระองค์ทรงเตรียมสำรับให้ข้าพระองค์ ต่อหน้าต่อตาศัตรูของข้าพระองค์ พระองค์ทรงเจิมศีรษะข้าพระองค์ด้วยน้ำมัน ขันน้ำของข้าพระองค์ก็ล้นอยู่
6 แน่ทีเดียวที่ความดีและความรักมั่นคง จะติดตามข้าพเจ้าไป ตลอดวันคืนชีวิตของข้าพเจ้า และข้าพเจ้าจะอยู่ในพระนิเวศของพระเจ้าสืบไปเป็นนิตย์

สดุดี 24
1 แผ่นดินโลกกับสรรพสิ่งในนั้น เป็นของพระเจ้า ทั้งพิภพกับบรรดาผู้ที่อยู่ในพิภพนั้น
2 เพราะพระองค์เองทรงประดิษฐานแผ่นดินไว้บนทะเล และทรงสถาปนามันไว้เหนือน้ำ
3 ผู้ใดจะขึ้นไปบนภูเขาของพระเจ้า และผู้ใดจะยืนอยู่ในวิสุทธิสถานของพระองค์
4 คือผู้ที่มีมือสะอาดและใจบริสุทธิ์ ผู้ที่มิได้ปลงใจในสิ่งเท็จ และมิได้สาบานอย่างหลอกลวง
5 เขาจะรับพระพรจากพระเจ้า และความยุติธรรมจากพระเจ้าแห่งความรอดของเขา
6 อย่างนี้แหละเป็นพวกที่เสาะพระองค์ หน้าของท่านนะ ยาโคบเอ๋ย
7 ประตูเมืองเอ๋ย จงยกหัวของเจ้าขึ้น บานประตูนิรันดร์เอ๋ย จงยกขึ้นเถิด เพื่อกษัตริย์ผู้ทรงพระสิริจะได้เสด็จเข้ามา
8 กษัตริย์ผู้ทรงพระสิรินั้นคือผู้ใด คือพระเจ้า ผู้เข้มแข็งและทรงอานุภาพ พระเจ้าผู้ทรงอานุภาพในสงคราม
9 ประตูเมืองเอ๋ย จงยกหัวของเจ้าขึ้นเถิด บานประตูนิรันดร์เอ๋ย จงยกขึ้นเถิด เพื่อกษัตริย์ผู้ทรงพระสิริจะเสด็จเข้ามา
10 กษัตริย์ผู้ทรงพระสิรินั้นคือผู้ใด คือพระเจ้าจอมโยธา พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ผู้ทรงพระสิริ

สดุดี 25
1 ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ตั้งใจแน่วแน่ในพระองค์
2 ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์วางใจในพระองค์ ขออย่าให้ข้าพระองค์ได้อาย ขออย่าให้ศัตรูของข้าพระองค์ได้ไชโยเหนือข้าพระองค์
3 เออ อย่าให้ผู้ใดๆที่เฝ้าพระองค์อยู่นั้นได้อาย แต่ผู้ที่ทรยศโดยใช่เหตุนั้นขอให้ได้รับความอาย
4 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงกระทำให้ข้าพระองค์รู้จักพระมรรคาของพระองค์ ขอทรงสอนวิถีของพระองค์แก่ข้าพระองค์
5 ขอทรงนำข้าพระองค์ไปในความจริงของพระองค์ และขอทรงสอนข้าพระองค์ เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งความรอดของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ รอคอยพระองค์อยู่วันยังค่ำ
6 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงระลึกถึงพระกรุณาของพระองค์และถึงความรักมั่นคงของพระองค์ ด้วยสิ่งเหล่านั้นมีมาแต่กาลก่อน
7 ขออย่าทรงนึกถึงบาปในวัยหนุ่มของข้าพระองค์ หรือการละเมิดของข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า ด้วยเห็นแก่ความดีของพระองค์ ขอทรงนึกถึงข้าพระองค์ ด้วยเห็นแก่ความรักมั่นคงของพระองค์
8 พระเจ้าทรงเป็นผู้ประเสริฐและเที่ยงธรรม เพราะฉะนั้นพระองค์ทรงสั่งสอนพระมรรคานั้นแก่คนบาป
9 พระองค์ทรงนำคนใจถ่อมไปในสิ่งที่ถูก และทรงสอนมรรคาของพระองค์แก่คนใจถ่อม
10 พระมรรคาทั้งสิ้นของพระเจ้าเป็นความรักมั่นคงและความสัตย์จริง แก่บรรดาผู้ที่รักษาพันธสัญญาและบรรดาพระโอวาทของพระองค์
11 ข้าแต่พระเจ้า เพื่อเห็นแก่พระนามของพระองค์ ขอทรงให้อภัยกรรมชั่วของข้าพระองค์ เพราะกรรมนั้นใหญ่โตนัก
12 ผู้ใดเล่าที่เป็นคนยำเกรงพระเจ้า พระองค์จะทรงสั่งสอนผู้นั้นในทางที่เขาควรเลือกได้
13 เขาเองจะอาศัยอยู่ในความเจริญรุ่งเรือง และลูกหลานของเขาจะได้แผ่นดินเป็นกรรมสิทธิ์
14 มิตรภาพของพระเจ้ามีอยู่แก่คนที่ยำเกรงพระองค์ และพระองค์ทรงแจ้งพันธสัญญาของพระองค์แก่เขาเหล่านั้น
15 ตาของข้าพเจ้าจ้องตรงพระเจ้าเสมอ เพราะพระองค์จะทรงถอนเท้าของข้าพเจ้าออกจากข่าย
16 ขอพระองค์ทรงหันมายังข้าพระองค์ และมีพระกรุณาต่อข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์ว้าเหว่ และเป็นทุกข์อยู่
17 ขอทรงบรรเทาความยากลำบากในใจของข้าพระองค์ ขอทรงนำข้าพระองค์ออกจากความทุกข์ใจของข้าพระองค์
18 ขอทรงพิจารณาความทุกข์ยากและความยากลำบากของข้าพระองค์ และทรงยกบาปทั้งสิ้นของข้าพระองค์เสีย
19 ขอทรงพิจารณาว่า คู่อริของข้าพระองค์มีมากเท่าใด และเขาเกลียดชังข้าพระองค์ด้วยความเกลียดอย่างทารุณสักเพียงใด
20 ขอทรงระแวดระวังชีวิตของข้าพระองค์ และช่วยกู้ข้าพระองค์ ขออย่าให้ข้าพระองค์ได้รับความอาย เพราะข้าพระองค์ลี้ภัยอยู่ในพระองค์
21 ขอให้ความสุจริตและความเที่ยงธรรมสงวนข้าพระองค์ไว้ เพราะข้าพระองค์รอคอยพระองค์อยู่
22 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงไถ่อิสราเอล ออกจากความยากลำบากทั้งสิ้นของเขา

สดุดี 26
1 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงตัดสินเข้าข้างข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์ดำเนินอยู่ในความสุจริตของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ได้วางใจในพระเจ้าอย่างไม่หวั่นไหว
2 ข้าแต่พระเจ้า ขอพิสูจน์ข้าพระองค์ ลองข้าพระองค์เถิด ทดสอบใจและจิตของข้าพระองค์เถิด
3 เพราะความรักมั่นคงของพระองค์อยู่ต่อตาข้าพระองค์ และข้าพระองค์ดำเนินโดยความสัตย์จริงต่อพระองค์
4 ข้าพระองค์มิได้นั่งอยู่กับคนมุสา หรือมิได้สมาคมกับคนมารยา
5 ข้าพระองค์เกลียดชุมนุมคนที่ทำชั่ว และข้าพระองค์ไม่นั่งกับคนอธรรม
6 ข้าแต่พระเจ้า เพื่อความบริสุทธิ์ ข้าพระองค์ชำระมือ และเดินอยู่รอบแท่นของพระองค์
7 พลางร้องเพลงโมทนาพระคุณ และบอกเล่าถึงพระราชกิจอัศจรรย์ทั้งสิ้นของพระองค์
8 ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์รักพระนิเวศอัน เป็นที่ประทับของพระองค์ และสถานที่ประทับแห่งพระสิริของพระองค์
9 ขออย่าทรงกวาดข้าพระองค์ไปกับคนบาป หรือกวาดชีวิตของข้าพระองค์ไปกับคนกระหายเลือด
10 คือคนซึ่งในมือของเขา มีแผนการชั่ว และมือขวาของเขาเต็มด้วยสินบน
11 แต่สำหรับข้าพระองค์ ข้าพระองค์เดินในความสุจริต ขอทรงไถ่ข้าพระองค์ และทรงกรุณาต่อข้าพระองค์
12 เท้าของข้าพระองค์เหยียบอยู่บนพื้นราบ ข้าพระองค์จะสรรเสริญพระเจ้า ในที่ชุมนุมชน

สดุดี 27
1 พระเจ้าทรงเป็นความสว่างและความรอดของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะกลัวผู้ใดเล่า พระเจ้าทรงเป็นที่กำบังเข้มแข็งแห่งชีวิตข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะต้องเกรงใคร
2 เมื่อคนทำชั่วเข้ามาหาข้าพเจ้า เพื่อจะกินเนื้อข้าพเจ้า คือปฏิปักษ์และคู่อริของข้าพเจ้า เขาจะสะดุดและล้มลง
3 แม้กองทัพตั้งค่ายสู้ข้าพเจ้า จิตใจของข้าพเจ้าจะไม่กลัว แม้ข้าพเจ้าจะได้รับภัยสงคราม ข้าพเจ้ายังไว้ใจได้อยู่
4 ข้าพเจ้าทูลขอสิ่งหนึ่งจากพระเจ้า ซึ่งข้าพเจ้าจะเสาะแสวงหาเสมอ คือที่ข้าพเจ้าจะได้อยู่ในพระนิเวศของพระเจ้า ตลอดวันเวลาชั่วชีวิตของข้าพเจ้า เพื่อจะดูความงามของพระเจ้า และเพื่อจะพินิจพิจารณาอยู่ในพระวิหารของพระองค์
5 เพราะพระองค์จะทรงซ่อนข้าพเจ้า ในที่กำบังของพระองค์ ในยามยากลำบาก พระองค์จะปิดข้าพเจ้าไว้ภายใต้ร่มพลับพลาของพระองค์ พระองค์จะทรงตั้งข้าพเจ้าไว้สูงบนศิลา
6 และบัดนี้ศีรษะของข้าพเจ้าจะเชิดขึ้น เหนือศัตรูของข้าพเจ้าที่อยู่รอบข้าง และข้าพเจ้าจะถวายเครื่องสัตวบูชาในพลับพลาของพระองค์ ด้วยการโห่ร้อง ข้าพเจ้าจะร้องเพลงและถวายสดุดีแด่พระเจ้า
7 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงฟัง เมื่อข้าพระองค์ร้องทูล ขอทรงกรุณาและตรัสตอบข้าพระองค์
8 พระองค์ตรัสแล้วว่า "จงหาหน้าของเรา" จิตใจของข้าพระองค์ทูลพระองค์ว่า "ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์แสวงพระพักตร์ของพระองค์"
9 ขออย่าทรงซ่อนพระพักตร์ของพระองค์จากข้าพระองค์ อย่าผลักไสผู้รับใช้ของพระองค์ออกไปเสียด้วยความกริ้ว พระองค์ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ของข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้าแห่งความรอดของข้าพระองค์ ขออย่าทรงทิ้งข้าพระองค์หรือสละข้าพระองค์เสีย
10 แม้บิดาและมารดาของข้าพระองค์ทอดทิ้งข้าพระองค์ แต่พระเจ้าจะทรงยกข้าพระองค์ขึ้น
11 ข้าแต่พระเจ้า ขอสอนมรรคาของพระองค์แก่ข้าพระองค์ และทรงนำข้าพระองค์ไปบนวิถีราบ เหตุด้วยศัตรูของข้าพระองค์
12 ขออย่าทรงมอบข้าพระองค์ไว้กับ ปฏิปักษ์ให้เขาทำตามใจชอบ เพราะพยานเท็จได้ลุกขึ้นสู้ข้าพระองค์ และเขาหายใจออกมาเป็นความทารุณ
13 ข้าพเจ้าเชื่อแน่ว่า ข้าพเจ้าจะเห็นพระคุณของพระเจ้า ที่ในแผ่นดินของคนเป็น
14 จงรอคอยพระเจ้า จงเข้มแข็ง และให้จิตใจของท่านกล้าหาญเถิด เออ จงรอคอยพระเจ้า

สดุดี 28
1 ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ร้องทูลต่อพระองค์ พระศิลาของข้าพระองค์ ขออย่าให้พระกรรณหนวกต่อข้าพระองค์ เกรงว่าถ้าพระองค์ทรงเงียบอยู่ต่อข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะเป็นเหมือนคนเหล่านั้น ที่ลงไปยังปากแดนผู้ตาย
2 ขอทรงฟังเสียงวิงวอนของข้าพระองค์ ขณะเมื่อข้าพระองค์ร้องทูลขอความอุปถัมภ์จากพระองค์ ขณะเมื่อข้าพระองค์ยกมือของข้าพระองค์ ขึ้นตรงต่ออภิสุทธิสถานของพระองค์
3 ขออย่าทรงกวาดข้าพระองค์ไปพร้อมกับคนอธรรม กับบรรดาคนที่กระทำความชั่ว ผู้พูดอย่างสันติกับเพื่อนบ้านของตน แต่การปองร้ายอยู่ในใจของเขาทั้งหลาย
4 ขอทรงสนองเขาตามการงานของเขา และตามความชั่วแห่งกิจการของเขา ขอทรงสนองเขาตามงานน้ำมือของเขา และทรงตอบแทนเขาตามสมควร
5 เพราะเขาไม่นับถือพระราชกิจของพระเจ้า หรือพระหัตถกิจของพระองค์ พระองค์จะทรงพังเขาลง และไม่สร้างเขาขึ้นอีก
6 สาธุการแด่พระเจ้า เพราะพระองค์ทรงฟังเสียงวิงวอนของข้าพเจ้า
7 พระเจ้าทรงเป็นพระกำลังและเป็นโล่ของข้าพเจ้า จิตใจของข้าพเจ้าวางใจในพระองค์ ข้าพเจ้าจึงได้รับความอุปถัมภ์ และจิตใจของข้าพเจ้าก็ปีติยินดียิ่ง ข้าพเจ้าจะถวายโมทนาแก่พระองค์ด้วยบทเพลงของข้าพเจ้า
8 พระเจ้าทรงเป็นกำลังของประชากรของพระองค์ พระองค์ทรงเป็นป้อมรอดของผู้รับเจิมของพระองค์
9 ขอทรงช่วยประชากรของพระองค์ให้รอด และอำนวยพระพรแก่มรดกของพระองค์ ขอทรงเป็นผู้เลี้ยงดูเขาอย่างเลี้ยงแกะ และหอบหิ้วเขาไปเป็นนิตย์

สดุดี 29
1 ข้าแต่เทวชีพทั้งหลาย จงถวายแด่พระเยโฮวาห์เถิด จงถวายพระสิริและพระกำลังแด่พระเจ้า
2 จงถวายพระสิริซึ่งควรแก่พระนาม ของพระองค์แด่พระเจ้า จงประดับกายด้วยเครื่องบริสุทธิ์นมัสการ พระเจ้า
3 พระสุรเสียงของพระเจ้าอยู่เหนือน้ำ พระเจ้าแห่งพระสิริทรงคะนองเสียง คือพระเจ้าเหนือน้ำทั้งหลาย
4 พระสุรเสียงของพระเจ้าทรงฤทธานุภาพ พระสุรเสียงของพระเจ้าเต็มด้วยความสูงส่ง
5 พระสุรเสียงของพระเจ้าหักต้นสนสีดาร์ พระเจ้าทรงฟาดต้นสนสีดาร์แห่งเลบานอน
6 พระองค์ทรงกระทำให้เลบานอนกระโดดเหมือนลูกวัว และสีรีออนเหมือนวัวกระทิงหนุ่ม
7 พระสุรเสียงของพระเจ้าแวบออกมาเป็นเปลวเพลิง
8 พระสุรเสียงของพระเจ้าสั่นถิ่นทุรกันดาร พระเจ้าทรงสั่นป่าดงแห่งเมืองขาเดช
9 พระสุรเสียงของพระเจ้ากระทำให้กวางตัวเมียตกลูก และทำให้ป่าดงโหรงเหรง และในพระวิหารของพระองค์ ทุกคนร้องว่า "พระสิริ"
10 พระเจ้าประทับเหนือน้ำท่วม พระเจ้าประทับเป็นพระราชาเป็นนิตย์
11 ขอพระเจ้าประทานพระกำลังแก่ประชากรของพระองค์ ขอพระเจ้าทรงอำนวยพระพรแก่ ประชากรของพระองค์ให้มีสันติภาพ

สดุดี 30
1 ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์จะยอ พระเกียรติพระองค์ เพราะพระองค์ทรงดึงข้าพระองค์ขึ้นมา และมิได้ทรงให้คู่อริของข้าพระองค์ เปรมปรีดิ์เพราะข้าพระองค์
2 ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ร้องทูลขอความอุปถัมภ์จากพระองค์ และพระองค์ได้ทรงรักษาข้าพระองค์ให้หาย
3 ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงนำจิตวิญญาณของข้าพระองค์ขึ้นมาจากแดนผู้ตาย ทรงให้ข้าพระองค์มีชีวิต จึงไม่ต้องลงไปสู่ปากแดน
4 ท่านธรรมิกชนของพระองค์เอ๋ย จงร้องสรรเสริญพระเจ้า และถวายโมทนาแก่พระนามบริสุทธิ์ของพระองค์
5 เพราะพระพิโรธของพระองค์นั้นเป็นแต่ชั่วขณะหนึ่ง และความโปรดปรานของพระองค์นั้นตลอดชีวิต การร้องไห้อาจจะอ้อยอิ่งอยู่สักคืนหนึ่ง แต่ความชื่นบานจะมาเวลาเช้า
6 ส่วนข้าพระองค์ ข้าพระองค์พูด ในความเจริญรุ่งเรืองของข้าพระองค์ว่า "ข้าพเจ้าจะไม่หวั่นไหวเลย"
7 ข้าแต่พระเจ้า โดยความโปรดปรานของพระองค์ พระองค์ทรงสถาปนาข้าพระองค์ไว้อย่างภูเขาเข้มแข็ง พอพระองค์ทรงซ่อนพระพักตร์ของพระองค์ ข้าพระองค์ก็ลำบากใจ
8 ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ร้องทูลต่อพระองค์ และข้าพระองค์ได้วิงวอนพระเจ้าว่า
9 "ถ้าข้าพระองค์ตาย พระองค์จะได้กำไรอะไร คือเมื่อข้าพระองค์ลงไปยังปากแดนผู้ตาย ผงคลีจะสรรเสริญพระองค์หรือ มันจะบอกเล่าเรื่องความสัตย์จริงของพระองค์หรือ
10 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงสดับและทรง พระกรุณาต่อข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ของข้าพระองค์"
11 สำหรับข้าพระองค์ พระองค์ทรงเปลี่ยนการไว้ทุกข์ เป็นการเต้นรำ พระองค์ทรงแก้เสื้อผ้ากระสอบของข้าพระองค์ออก และทรงคาดเอวข้าพระองค์ด้วยความยินดี
12 เพื่อจิตวิญญาณของข้าพระองค์จะสรรเสริญ พระองค์และไม่นิ่งเงียบ ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะถวายโมทนา แด่พระองค์เป็นนิตย์

สดุดี 31
1 ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ลี้ภัยในพระองค์ ขออย่าให้ข้าพระองค์ได้อายเลย ขอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์ในความชอบธรรมของพระองค์
2 ขอทรงเงี่ยพระกรรณให้แก่ข้าพระองค์ ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้รอดอย่างรวดเร็วเถิด ขอพระองค์ทรงเป็นพระศิลาลี้ภัยของข้าพระองค์ เป็นป้อมปราการเข้มแข็งที่จะช่วยข้าพระองค์ให้รอด
3 พระเจ้าข้า พระองค์ทรงเป็นพระศิลาและเป็นป้อมปราการของข้าพระองค์ ขอทรงพาและนำข้าพระองค์ด้วยเห็นแก่พระนามของ พระองค์
4 ขอทรงปลดข้าพระองค์ออกจากข่ายที่ดักข้าพระองค์อยู่ เพราะพระองค์ทรงเป็นที่ลี้ภัยของข้าพระองค์
5 ข้าพระองค์มอบจิตวิญญาณของข้าพระองค์ไว้ใน พระหัตถ์ของพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า พระเจ้าสัตย์จริง พระองค์ทรงไถ่ข้าพระองค์แล้ว
6 ข้าพระองค์เกลียดบรรดาผู้ที่นับถือพระเทียมเท็จ แต่ข้าพระองค์วางใจในพระเจ้า
7 ข้าพระองค์จะเปรมปรีดิ์และยินดีในความรักมั่นคงของ พระองค์ เพราะพระองค์ทรงทอดพระเนตรความทุกข์ใจของข้าพระองค์ พระองค์ทรงทราบเรื่องความทุกข์ยากของข้าพระองค์
8 และมิได้ทรงมอบข้าพระองค์ไว้ในมือของศัตรู พระองค์ทรงวางเท้าของข้าพระองค์ไว้ในที่กว้างขวาง
9 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงพระกรุณาแก่ข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์กำลังทุกข์ใจ นัยน์ตาของข้าพระองค์ก็ร่วงโรยไปเพราะความระทม ทั้งจิตวิญญาณและร่างกายของข้าพระองค์ด้วย
10 เพราะชีวิตของข้าพระองค์ก็ร่อยหรอไปด้วยความทุกข์โศก และปีเดือนของข้าพระองค์ก็หมดไปด้วยการถอนหายใจ กำลังของข้าพระองค์อ่อนลงเพราะความบาปผิดของ ข้าพระองค์ และกระดูกของข้าพระองค์ก็ร่วงโรยไป
11 เพราะบรรดาปฏิปักษ์ของข้าพระองค์ ข้าพระองค์เป็นขี้ปากอย่างมากของเพื่อนบ้าน เป็นเรื่องน่าครั่นคร้ามของผู้ที่คุ้นเคย ผู้ที่เห็นข้าพระองค์ในถนนก็หนีข้าพระองค์ไป
12 เขาลืมข้าพระองค์เสียประหนึ่งว่าเป็นคนตายแล้ว ข้าพระองค์เหมือนอย่างภาชนะที่แตก
13 พระเจ้าข้า ข้าพระองค์ได้ยินเสียงซุบซิบของคนเป็นอันมาก มีความสยดสยองอยู่ทุกด้าน ขณะเมื่อเขาร่วมกันคิดแผนการต่อสู้ข้าพระองค์ ขณะที่เขาปองร้ายชีวิตของข้าพระองค์
14 ข้าแต่พระเจ้า แต่ข้าพระองค์วางใจในพระองค์ ข้าพระองค์ทูลว่า "พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์"
15 วันเวลาของข้าพระองค์อยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ ขอพระองค์ทรงช่วยกู้ข้าพระองค์ให้พ้นมือศัตรูและ ผู้ข่มเหงของข้าพระองค์
16 ขอพระพักตร์พระองค์ทอแสงบนผู้รับใช้ของพระองค์ ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้รอดด้วยความรักมั่นคงของ พระองค์
17 ข้าแต่พระเจ้า ขออย่าให้ข้าพระองค์ได้อาย เพราะข้าพระองค์ร้องทูลพระองค์ ขอให้คนอธรรมได้อาย ขอให้เขาเงียบเสียงไปยังแดนผู้ตาย
18 ขอให้ริมฝีปากที่มุสาเป็นใบ้ ซึ่งพูดทะลึ่งอวดดีต่อคนชอบธรรม ด้วยความจองหองและการดูหมิ่น
19 ความดีของพระองค์อุดมสักเท่าใด ที่พระองค์ทรงสะสมไว้เพื่อบรรดาผู้ที่เกรงกลัวพระองค์ และทรงกระทำไว้เพื่อผู้ที่ลี้ภัยอยู่ในพระองค์ ต่อหน้าบรรดาบุตรของมนุษย์
20 พระองค์ทรงซ่อนเขาไว้ใต้ร่มพระพักตร์พระองค์ ให้พ้นจากการปองร้ายของมนุษย์ พระองค์ทรงยึดเขาไว้ให้ปลอดภัยใต้ที่กำบังของพระองค์ ให้พ้นจากลิ้นที่ทะเลาะวิวาท
21 สาธุการแด่พระเจ้า เพราะพระองค์ทรงสำแดงความรักมั่นคงของพระองค์ แก่ข้าพระองค์อย่างอัศจรรย์ในเมืองเข้มแข็ง
22 ข้าพระองค์ตกใจกล่าวว่า "ข้าพระองค์ถูกตัดขาดไปพ้น สายพระเนตรของพระองค์แล้ว" แต่พระองค์ยังทรงได้ยินคำวิงวอนของข้าพระองค์ เมื่อข้าพระองค์ร้องทูลขอความอุปถัมภ์จากพระองค์
23 ท่านบรรดาธรรมิกชนทั้งสิ้นของพระองค์เอ๋ย จงรักพระเจ้า พระเจ้าทรงพิทักษ์รักษาคนซื่อสัตย์ไว้ แต่ทรงสนองผู้กระทำอหังการอย่างเต็มขนาด
24 จงเข้มแข็ง และให้ใจของท่านกล้าหาญเถิด นะ ท่านทั้งปวงผู้รอคอยพระเจ้า

สดุดี 32
1 บุคคลผู้ซึ่งได้รับอภัยการละเมิดแล้วก็เป็นสุข คือผู้ทรงกลบเกลื่อนบาปให้นั้น
2 บุคคลซึ่งพระเจ้ามิได้ทรงถือโทษก็เป็นสุข คือผู้ที่ไม่มีการหลอกลวงในใจของเขา
3 เมื่อข้าพระองค์ไม่แจ้งบาปของข้าพระองค์ ร่างกายของข้าพระองค์ก็ร่วงโรยไป โดยการคร่ำครวญวันยังค่ำของข้าพระองค์
4 พระหัตถ์ของพระองค์หนักอยู่บนข้าพระองค์ทั้งวันทั้งคืน กำลังของข้าพระองค์ก็เหี่ยวแห้งไปอย่างความร้อนใน หน้าแล้ง
5 ข้าพระองค์สารภาพบาปของข้าพระองค์ต่อพระองค์ และข้าพระองค์มิได้ซ่อนบาปผิดของข้าพระองค์ไว้ ข้าพระองค์ทูลว่า "ข้าพระองค์จะสารภาพการละเมิดของ ข้าพระองค์ต่อพระเจ้า" แล้วพระองค์ทรงยกโทษบาปของข้าพระองค์
6 เพราะฉะนั้น ขอให้ธรรมิกชนทุกคนอธิษฐานต่อพระองค์ ในเวลาที่จะพบพระองค์ได้ ในเวลาน้ำท่วมมาก น้ำจะไม่มาถึงคนนั้น
7 พระองค์ทรงเป็นที่ซ่อนของข้าพระองค์ พระองค์ทรงสงวนข้าพระองค์ไว้จากความยากลำบาก พระองค์ทรงล้อมข้าพระองค์ไว้ด้วยเพลงฉลองการช่วยกู้
8 เราจะแนะนำและสอนเจ้าถึงทางที่เจ้าควรจะเดินไป เราจะให้คำปรึกษาแก่เจ้า ด้วยจับตาเจ้าอยู่
9 อย่าเป็นเหมือนม้าหรือล่อ ที่ปราศจากความเข้าใจ ซึ่งต้องติดสายผ่าปากและบังเหียน มิฉะนั้นมันก็ไม่ไปกับเจ้า
10 อันความทุกข์ของคนอธรรมนั้นมีมาก แต่ความรักมั่นคงจะล้อมบุคคลที่วางใจในพระเจ้า
11 ข้าแต่คนชอบธรรม จงยินดีในพระเจ้าและเปรมปรีดิ์ บรรดาท่านผู้มีใจเที่ยงตรง จงโห่ร้องเถิด

สดุดี 33
1 ข้าแต่ท่านผู้ชอบธรรม จงเปรมปรีดิ์ในพระเจ้า การสรรเสริญนั้นควรแก่คนเที่ยงธรรม
2 จงสรรเสริญพระเจ้า ด้วยพิณเขาคู่ จงถวายสดุดีแด่พระองค์ด้วยพิณสิบสาย
3 จงร้องเพลงบทใหม่ถวายพระองค์ จงดีดสายอย่างแคล่วคล่องพร้อมกับโห่ร้อง
4 เพราะพระวจนะของพระเจ้าเที่ยงธรรม และพระราชกิจของพระองค์ก็สำเร็จด้วยความซื่อสัตย์
5 พระองค์ทรงรักความชอบธรรมและความยุติธรรม แผ่นดินโลกเต็มด้วยความรักมั่นคงของพระเจ้า
6 โดยพระวจนะของพระเจ้า ฟ้าสวรรค์ก็ถูกสร้างขึ้นมา กับบริวารทั้งปวง ก็ด้วยลมพระโอษฐ์ของพระองค์
7 พระองค์ทรงรวบรวมน้ำทะเลเหมือนอย่างทำนบ และทรงเก็บที่ลึกไว้ในคลัง
8 ให้แผ่นดินโลกทั้งสิ้นยำเกรงพระเจ้า ให้บรรดาชาวพิภพทั้งปวงยืนตะลึงพรึงเพริดต่อพระองค์
9 เพราะพระองค์ตรัส มันก็เกิดขึ้นมา พระองค์ทรงบัญชา มันก็ออกมา
10 พระเจ้าทรงให้การปรึกษาของชาติต่างๆเปล่าประโยชน์ พระองค์ทรงให้แผนงานของชนชาติทั้งหลายไร้ผล
11 คำปรึกษาของพระเจ้าตั้งมั่นคงเป็นนิตย์ พระดำริในพระทัยของพระองค์อยู่ทุกชั่วชาติพันธุ์
12 ประชาชาติที่พระเจ้าของเขาคือพระเยโฮวาห์ ก็เป็นสุข คือ ชนชาติซึ่งพระองค์ทรงเลือกสรรไว้เป็นมรดกของพระองค์
13 พระเจ้าทอดพระเนตรจากฟ้าสวรรค์ พระองค์ทอดพระเนตรบุตรทั้งปวงของมนุษย์
14 จากที่ซึ่งพระองค์ประทับพระองค์ทอดพระเนตร เหนือชาวแผ่นดินโลกทั้งสิ้น
15 คือพระองค์ผู้ทรงประดิษฐ์จิตใจของเขาทั้งหลายทุกคน และทรงพิจารณากิจการของเขาทั้งหลายทั้งสิ้น
16 กองทัพใหญ่หาช่วยให้พระราชา องค์หนึ่งองค์ใดรอดพ้นไปไม่ กำลังอันมากมายก็ไม่ช่วยกู้นักรบได้
17 ม้าศึกจะเป็นที่หวังความมีชัยก็หาไม่ กำลังมหาศาลของมันก็ช่วยให้รอดไม่ได้
18 ดูเถิด พระเนตรของพระเจ้าอยู่เหนือผู้ที่ยำเกรงพระองค์ เหนือผู้ที่หวังในความรักมั่นคงของพระองค์
19 เพื่อพระองค์จะทรงช่วยกู้จิตวิญญาณของเขาจากมัจจุราช และให้เขาดำรงชีวิตอยู่ได้ในเวลากันดารอาหาร
20 จิตวิญญาณของเราทั้งหลายรอคอยพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นความอุปถัมภ์และเป็นโล่ของเรา
21 เออ จิตใจของเราทั้งหลายยินดีในพระองค์ เพราะเราวางใจในพระนามบริสุทธิ์ของพระองค์
22 ข้าแต่พระเจ้า ขอความรักมั่นคงของพระองค์ จงอยู่เหนือข้าพระองค์ทั้งหลาย ตามที่ข้าพระองค์หวังใจในพระองค์

สดุดี 34
1 ข้าพเจ้าจะสรรเสริญพระเจ้าตลอดไป คำสรรเสริญพระองค์อยู่ที่ปากข้าพเจ้าเรื่อยไป
2 จิตใจของข้าพเจ้าโอ้อวดในพระเจ้า ให้คนที่เสงี่ยมเจียมตัวได้ฟังและยินดี
3 เชิญยอพระเกียรติพระเจ้า พร้อมกับข้าพเจ้า ให้เราสรรเสริญพระนามของพระองค์ด้วยกัน
4 ข้าพเจ้าได้แสวงพระเจ้า และพระองค์ทรงตอบข้าพเจ้า และทรงช่วยกู้ข้าพเจ้าจากความกลัวทั้งสิ้นของข้าพเจ้า
5 เขาทั้งหลายเพ่งดูพระองค์ และเบิกบาน เพื่อหน้าตาของเขาจะไม่ต้องอาย
6 คนจนคนนี้ร้องทูล และพระเจ้าทรงฟัง และทรงช่วยเขาให้พ้นจากความยากลำบากทั้งสิ้นของเขา
7 ทูตสวรรค์ของพระเจ้าได้ตั้งค่าย ล้อมบรรดาผู้ที่เกรงกลัวพระองค์ และช่วยเขาทั้งหลายให้รอด
8 ขอเชิญชิมดูแล้วจะเห็นว่า พระเจ้าประเสริฐ คนที่ลี้ภัยอยู่ในพระองค์ก็เป็นสุข
9 ท่านวิสุทธิชนทั้งหลายของพระองค์ จงยำเกรงพระเจ้า เพราะผู้ที่ยำเกรงพระองค์ไม่ขาดแคลน
10 เหล่าสิงห์หนุ่มยังขาดแคลนและหิวโหย แต่บรรดาผู้ที่แสวงพระเจ้า ไม่ขาดของดีใดๆ
11 บุตรชายทั้งหลายเอ๋ย มาเถิด มาฟังเรา เราจะสอนเจ้าถึงความเกรงกลัวพระเจ้า
12 มนุษย์คนใดผู้ปรารถนาชีวิต และรักวันคืนทั้งหลาย เพื่อเขาจะได้เห็นของดี
13 จงระวังลิ้นของเจ้าจากความชั่ว และอย่าให้ริมฝีปากพูดเป็นอุบายล่อลวง
14 จงหนีการชั่ว และกระทำการดี แสวงสันติภาพ และติดตามไป
15 พระเนตรของพระเจ้า เห็นคนชอบธรรม และพระกรรณของพระองค์สดับคำอ้อนวอนของเขา
16 แต่พระพักตร์ของพระเจ้า ตั้งต่อสู้คนทั้งหลายที่ทำการชั่ว เพื่อจะตัดอนุสรณ์ของเขาเสียจากแผ่นดินโลก
17 เมื่อคนชอบธรรมร้องทูลขอ พระเจ้าทรงสดับ และทรงช่วยเขาให้พ้นจากความยากลำบากทั้งสิ้นของเขา
18 พระเจ้าทรงอยู่ใกล้ผู้ที่จิตใจฟกช้ำ และทรงช่วยผู้ที่จิตใจสำนึกผิด
19 คนชอบธรรมนั้นถูกข่มใจหลายอย่าง แต่พระเจ้าทรงช่วยกู้เขาออกมาให้พ้นหมด
20 พระองค์ทรงรักษากระดูกเขาไว้ทั้งหมด ไม่หักสักซี่เดียว
21 ความชั่วจะสังหารคนอธรรม และบรรดาผู้ที่เกลียดชังคนชอบธรรมจะถูกปรับโทษ
22 พระเจ้าทรงไถ่ชีวิตผู้รับใช้ของพระองค์ ผู้ที่เข้าลี้ภัยในพระองค์ ไม่มีสักคนหนึ่งที่จะถูกปรับโทษ

สดุดี 35
1 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงผจญผู้ที่ผจญข้าพระองค์ ขอทรงสู้รบผู้ที่รบกับข้าพระองค์
2 ขอทรงถือโล่และดั้ง และทรงลุกขึ้นช่วยข้าพระองค์
3 ขอทรงเตรียมหอกและขวานศึก สู้ผู้ไล่ตามข้าพระองค์ ขอตรัสกับจิตใจของข้าพระองค์ว่า "เราเป็นผู้ช่วยกู้ของเจ้า"
4 ผู้ที่แสวงชีวิตของข้าพระองค์นั้น ขอให้เขาได้อายและอัปยศ ผู้ที่ประดิษฐ์ความชั่วต่อสู้ข้าพระองค์นั้น ขอทรงให้เขากลับไปและอดสู
5 ให้เขาเป็นเหมือนแกลบต่อหน้าลม มีทูตสวรรค์ของพระเจ้าขับไล่ตามเขาไป
6 ขอให้ทางของเขามืดและลื่น มีทูตสวรรค์ของพระเจ้าไล่ตามเขาไป
7 เพราะเขาเอาข่ายซ่อนดักข้าพระองค์ไว้อย่างไม่มีเหตุ เขาขุดหลุมพรางเอาชีวิตข้าพระองค์อย่างไม่มีเรื่อง
8 ขอให้ความพินาศมาถึงเขาอย่างไม่รู้ตัว และขอให้ข่ายที่เขาซ่อนไว้นั้นติดเขาเอง และให้เขาติดข่ายพินาศเอง
9 แล้วจิตวิญญาณของข้าพระองค์จะเปรมปรีดิ์ในพระเจ้า ลิงโลดอยู่ในการช่วยกู้ของพระองค์
10 กระดูกทั้งสิ้นของข้าพระองค์จะกล่าวว่า "ข้าแต่พระเจ้า มิมีผู้ใดเหมือนพระองค์ พระองค์ผู้ทรงช่วยกู้คนอ่อนแอ จากผู้ที่เข้มแข็งเกินกำลังของเขา คนอ่อนแอและคนขัดสนจากผู้ที่ปล้นเขา"
11 มีพยานมุ่งร้ายลุกขึ้น เขาถามถึงสิ่งที่ข้าพระองค์ไม่ทราบ
12 เขาสนองข้าพระองค์โดยทำชั่วตอบความดี จิตใจของข้าพระองค์ก็ตรมตรอม
13 ส่วนข้าพระองค์ เมื่อเขาป่วย ข้าพระองค์สวมผ้ากระสอบ ข้าพระองค์ข่มใจตนเองด้วยการอดอาหาร ข้าพระองค์ซบหน้าลงที่อก อธิษฐาน
14 อย่างที่ข้าพระองค์เป็นทุกข์เพื่อเพื่อน หรือพี่น้องของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ออกไปเหมือนคนไว้ทุกข์ให้มารดา คอตกและร้องไห้คร่ำครวญ
15 แต่พอข้าพระองค์สะดุด เขาก็ชุมนุมกันอย่างชอบใจ เขารวบรวมกันมาสู้กับข้าพระองค์ นักเลงหัวไม้ซึ่งข้าพระองค์ไม่รู้จัก ได้ด่าว่าข้าพระองค์อย่างไม่หยุดยั้ง
16 เขาเยาะเย้ยยิ่งขึ้นๆอย่างหยาบคาย ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันใส่ข้าพระองค์
17 ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์จะนิ่งทอดพระเนตรอีกนานเท่าใด ขอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์จากการร้ายกาจของเขา ช่วยชีวิตข้าพระองค์จากหมู่สิงห์หนุ่ม
18 แล้วข้าพระองค์จะโมทนาพระคุณพระองค์ในที่ชุมนุมใหญ่ ข้าพระองค์จะสรรเสริญพระองค์ท่ามกลางคนเป็นอันมาก
19 ขออย่าให้คู่อริอย่างไร้เหตุผลนั้น มีความเปรมปรีดิ์เหนือข้าพระองค์ และอย่าให้บรรดาผู้ที่เกลียดชังข้าพระองค์อย่าง ไม่มีเหตุได้หลิ่วตาให้กัน
20 เพราะเขาไม่พูดอย่างศานติ แต่เขาคิดถ้อยคำหลอกลวง ต่อบรรดาผู้ที่สงบเงียบในแผ่นดิน
21 เขาอ้าปากกว้างใส่ข้าพระองค์ เขากล่าวว่า "ว่าไง ว่าไง เราเห็นกับตาแล้ว"
22 ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทอดพระเนตรแล้ว ขออย่าทรงนิ่งเสีย ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขออย่าทรงสถิตไกลข้าพระองค์
23 ข้าแต่พระเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์ ขอทรงร้อนพระทัย ตื่นขึ้นเพื่อเห็นแก่สิทธิของข้าพระองค์ เพื่อเห็นแก่เรื่องของข้าพระองค์เถิด
24 ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอทรงให้ความยุติธรรมแก่ข้าพระองค์ตามความ ชอบธรรมของพระองค์ และขออย่าให้เขาเปรมปรีดิ์เหนือข้าพระองค์
25 อย่าให้เขาทั้งหลายรำพึงว่า "เอ้อเฮอ เราได้ตามใจปรารถนาของเรา" อย่าให้เขากล่าวได้ว่า "เราได้กลืนเขาเสียแล้ว"
26 ขอให้เขาได้อายและได้ความยุ่งยากด้วยกัน คือเขาผู้เปรมปรีดิ์เพราะความลำเค็ญของข้าพระองค์ ให้เขาได้ห่มความอายและความอัปยศ คือผู้ที่เขาอวดตัวสู้ข้าพระองค์
27 ขอให้บรรดาผู้ที่เห็นชอบในชัยชนะของข้าพระองค์ โห่ร้องและยินดี และกล่าวอยู่เสมอว่า "พระเจ้านั้นใหญ่ยิ่ง พระองค์ผู้ทรงปีติยินดีในสวัสดิภาพ ของผู้รับใช้ของพระองค์"
28 แล้วลิ้นของข้าพระองค์จะบอกเล่าถึงความชอบธรรมของพระองค์ และจะสรรเสริญพระองค์วันยังค่ำ

สดุดี 36
1 การละเมิดพูดกับคนอธรรม ล้วงลึกเข้าไปในใจของเขา เขาไม่เห็นจะต้องกลัวพระเจ้า
2 เพราะเขาป้อยอตนเองในสายตาของตน ว่า ไม่มีผู้ใดพบและเกลียดชังความบาปผิดของเขา
3 ถ้อยคำจากปากของเขาก็ชั่วร้ายและหลอกลวง เขาหยุดที่จะประพฤติอย่างฉลาดและกระทำความดี
4 เขาปองความชั่วร้ายเมื่อเขาอยู่บนที่นอนของเขา เขาวางตัวในทางที่ไม่ดี เขามิได้เกลียดชังความชั่ว
5 ข้าแต่พระเจ้า ความรักมั่นคงของพระองค์อยู่ในฟ้าสวรรค์ ความสัตย์ซื่อของพระองค์ไปถึงเมฆ
6 ความชอบธรรมของพระองค์เหมือนภูเขาทั้งหลายของพระเจ้า คำพิพากษาของพระองค์เหมือนที่ลึกยิ่ง ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงช่วยมนุษย์และสัตว์ให้รอด
7 ข้าแต่พระเจ้า ความรักมั่นคงของพระองค์ประเสริฐสักเท่าใด ลูกหลานของมนุษย์เข้าลี้ภัยอยู่ใต้ร่มปีกของพระองค์
8 เขาอิ่มด้วยความอุดมสมบูรณ์ แห่งพระนิเวศของพระองค์ และพระองค์ประทานให้เขาดื่มจาก แม่น้ำแห่งความสุขเกษมของพระองค์
9 เพราะธารน้ำพุแห่งชีวิตอยู่กับพระองค์ เราเห็นความสว่างโดยสว่างของพระองค์
10 ขอประทานความรักมั่นคงของพระองค์ ต่อไปแก่ผู้ที่รู้จักพระองค์ และความรอดของพระองค์แก่คนใจเที่ยงธรรม
11 ขออย่าให้เท้าของคนจองหองมาเหนือข้าพระองค์ หรือให้มือของคนอธรรมขับไล่ข้าพระองค์ไปเสีย
12 แล้วคนกระทำชั่วก็ล้มอยู่ที่นั่น เขาถูกผลักลง ลุกขึ้นอีกไม่ได้

สดุดี 37
1 อย่าให้เจ้าเดือดร้อนเพราะเหตุคนที่กระทำชั่ว อย่าอิจฉาคนที่ประพฤติผิด
2 เพราะไม่ช้าเขาจะเหี่ยวไปเหมือนหญ้า และแห้งไปเหมือนพืชสด
3 จงวางใจในพระเจ้า และกระทำความดี ท่านจึงอาศัยอยู่ในแผ่นดินและชื่นบานอยู่กับความปลอดภัย
4 จงปีติยินดีในพระเจ้า และพระองค์จะประทานตามใจปรารถนาของท่าน
5 จงมอบทางของท่านไว้กับพระเจ้า วางใจในพระองค์ และพระองค์จะทรงกระทำให้สำเร็จ
6 พระองค์จะทรงให้ความยุติธรรมแก่ ท่านกระจ่างอย่างความสว่าง และให้สิทธิของท่านแจ้งอย่างเที่ยงวัน
7 จงสงบอยู่ต่อพระเจ้า และเพียรรอคอยพระองค์อยู่ อย่าให้ใจของท่านเดือดร้อนเพราะเหตุ ผู้ที่เจริญตามทางของเขา หรือเพราะเหตุผู้ที่กระทำตามอุบายชั่ว
8 จงระงับความโกรธ และทิ้งความพิโรธ อย่าให้ใจของท่านเดือดร้อน มีแต่จะชั่วไป
9 เพราะคนที่กระทำชั่วจะถูกตัดออกไป แต่บรรดาผู้ที่รอคอยพระเจ้าจะได้ แผ่นดินตกไปเป็นมรดก
10 ยังอีกหน่อยหนึ่ง คนอธรรมจะไม่มีอีก แม้จะมองดูที่ที่ของเขาให้ดีเขาก็ไม่ได้อยู่ที่นั่น
11 แต่คนใจอ่อนสุภาพจะได้แผ่นดินตกไปเป็น มรดก และตัวเขาปีติยินดีในความเจริญอุดมสมบูรณ์
12 คนอธรรมปองร้ายคนชอบธรรม และขบเขี้ยวเคี้ยวฟันใส่เขา
13 แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพระสรวลต่อคนอธรรม เพราะพระองค์ทอดพระเนตรเห็นวันเวลาของเขากำลังมา
14 คนอธรรมชักดาบและโก่งคันธนู เพื่อเอาคนจนและคนขัดสนลง เพื่อสังหารคนที่เดินอย่างเที่ยงธรรม
15 ดาบของเขาจะเข้าไปในใจของเขาเอง และคันธนูของเขาจะหัก
16 เล็กๆน้อยๆที่คนชอบธรรมมี ก็ดีกว่า ความอุดมสมบูรณ์ของคนอธรรมเป็นอันมาก
17 เพราะแขนของคนอธรรมจะหัก แต่พระเจ้าทรงเชิดชูคนชอบธรรม
18 พระเจ้าทรงทราบวันเวลาของคนไร้ตำหนิ และมรดกของเขาจะดำรงอยู่เป็นนิตย์
19 เขาจะไม่ได้อายในยามชั่วร้าย ในวันกันดารเขาจะมีอุดมสมบูรณ์
20 แต่คนอธรรมจะพินาศ ศัตรูของพระเจ้า เหมือนสง่าของทุ่งหญ้า เขาอันตรธานไป อันตรธานไปเหมือนควัน
21 คนอธรรมขอยืม และไม่จ่ายคืน แต่คนชอบธรรมนั้นใจกว้างขวางและแจกจ่าย
22 เพราะบรรดาผู้ที่พระองค์ทรงอำนวยพระพร จะได้แผ่นดินตกไปเป็นมรดก แต่บรรดาผู้ที่ถูกพระองค์สาป จะต้องถูกตัดออกไปเสีย
23 ถ้าพระเจ้าทรงนำย่างเท้าของมนุษย์คนใด และคนนั้นพอใจในมรรคาของพระองค์
24 แม้เขาล้ม เขาจะไม่ถูกเหวี่ยงลงเหยียดยาว เพราะว่าพระหัตถ์พระเจ้าพยุงเขาไว้
25 ข้าพเจ้าเคยหนุ่ม และเดี๋ยวนี้แก่แล้ว แต่ข้าพเจ้ายังไม่เคยเห็นคนชอบธรรมถูกทอดทิ้ง หรือลูกหลานของเขาขอทาน
26 เขาแจกจ่ายอย่างกว้างขวางและให้ยืมเสมอ และลูกหลานของเขาก็เป็นคำพร
27 จงพรากเสียจากการชั่ว และกระทำความดี และท่านจะดำรงอยู่เป็นนิตย์
28 เพราะพระเจ้าทรงรักความยุติธรรม พระองค์จะไม่ทอดทิ้งธรรมิกชนของพระองค์ จะทรงสงวนคนเหล่านั้นไว้เป็นนิตย์ แต่ลูกหลานของคนอธรรมจะถูกตัดออกไปเสีย
29 คนชอบธรรมจะได้แผ่นดินตกไปเป็นมรดก และอาศัยอยู่บนนั้นเป็นนิตย์
30 ปากของคนชอบธรรมเปล่งสติปัญญา และลิ้นของเขาพูดความยุติธรรม
31 พระธรรมของพระเจ้าอยู่ในจิตใจของเขา และย่างเท้าของเขาจะไม่พลาด
32 คนอธรรมเฝ้าดูคนชอบธรรม และแสวงที่จะสังหารเขาเสีย
33 พระเจ้าจะไม่ทรงทิ้งเขาไว้ในมือของเขา หรือให้เขาถูกปรับโทษเมื่อเขาขึ้นศาล
34 จงรอคอยพระเจ้า และรักษาทางของพระองค์ไว้ และพระองค์จะยกย่องท่านให้ได้แผ่นดินตกไปเป็นมรดก ท่านจะมองเห็นการที่คนอธรรมถูกทำลาย
35 ข้าพเจ้าเห็นคนอธรรมมีอำนาจมากยิ่ง และสูงเด่นอย่างต้นสนสีดาร์แห่งเลบานอน
36 เขาได้ผ่านไป และนี่แน่ะ ไม่มีเขาเสียแล้ว ถึงข้าพเจ้าจะแสวงหาเขา ก็ไม่พบเขา
37 จงหมายคนไร้ตำหนิไว้ และมองดูคนเที่ยงธรรม เพราะสันติชนจะมีอนาคต
38 แต่ผู้ละเมิดจะถูกทำลายเสียด้วยกัน อนาคตของคนอธรรมจะถูกตัดออกไปเสีย
39 ความรอดของคนชอบธรรมมาจากพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นที่ลี้ภัยของเขาในเวลายากลำบาก
40 พระเจ้าทรงช่วยเขาและทรงช่วยกู้เขา พระองค์ทรงช่วยกู้เขาจากคนอธรรมและทรงช่วยเขาให้รอด เพราะเขาทั้งหลายเข้าลี้ภัยในพระองค์

สดุดี 38
1 ข้าแต่พระเจ้าขออย่าทรงขนาบข้าพระองค์ด้วยความกริ้วของพระองค์ หรือตีสอนข้าพระองค์ด้วยพระพิโรธของพระองค์
2 เพราะลูกธนูของพระองค์จมเข้าไปในข้าพระองค์ และพระหัตถ์ของพระองค์ลงมาเหนือข้าพระองค์
3 เพราะพระพิโรธของพระองค์ จึงไม่มีความปกติในเนื้อหนังของข้าพระองค์ เพราะบาปของข้าพระองค์ จึงไม่มีอนามัยในกระดูกของข้าพระองค์
4 เพราะความบาปผิดของข้าพระองค์ท่วมศีรษะ มันหนักเหมือนภาระ ซึ่งหนักเหลือกำลังข้าพระองค์
5 เพราะความโง่เขลาของข้าพระองค์ บาดแผลของข้าพระองค์จึงเหม็นและเน่าเปื่อย
6 ข้าพระองค์ค้อมลงและงอลงมาก ข้าพระองค์เดินเป็นทุกข์ไปวันยังค่ำ
7 เพราะบั้นเอวของข้าพระองค์ไหม้เต็มไปหมด และไม่มีความปกติในเนื้อหนังของข้าพระองค์
8 ข้าพระองค์ร่วงโรยและฟกช้ำทีเดียว ข้าพระองค์ครวญครางเพราะความอลเวงในใจ
9 ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ความปรารถนาทั้งสิ้นของข้าพระองค์ก็แจ้งอยู่กับพระองค์ การถอนหายใจของข้าพระองค์คงไม่พ้นที่พระองค์ ทรงทราบ
10 หัวใจของข้าพระองค์เต้น และกำลังของข้าพระองค์หมดไป และความสว่างของนัยน์ตาของ ข้าพระองค์ก็ศูนย์ไปจากข้าพระองค์เสียแล้วด้วย
11 มิตรและเพื่อนของข้าพระองค์ยืนเด่นอยู่ห่าง จากภัยพิบัติของข้าพระองค์ และญาติของข้าพระองค์ยืนห่างออกไปไกลโพ้น
12 และบรรดาผู้ที่แสวงชีวิตของข้าพระองค์ได้วางบ่วงไว้ บรรดาผู้ที่คิดทำร้ายข้าพระองค์พูดเป็นอุบาย และภาวนาถึงการทรยศอยู่วันยังค่ำ
13 แต่ข้าพระองค์เหมือนคนหูหนวก ข้าพระองค์ไม่ได้ยิน เหมือนคนใบ้ผู้ไม่อ้าปากของเขา
14 พ่ะย่ะค่ะ ข้าพระองค์เหมือนคนที่ไม่ได้ยิน ซึ่งในปากของเขาไม่มีการตัดพ้อ
15 ข้าแต่พระเจ้า แต่ข้าพระองค์รอคอยพระองค์ ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ คือพระองค์ผู้ที่จะตรัสตอบข้าพระองค์
16 เพราะข้าพระองค์อธิษฐานว่า "ขอเพียงอย่าให้เขาเปรมปรีดิ์ เพราะข้าพระองค์ คือผู้ที่โอ้อวดต่อข้าพระองค์ เมื่อเท้าข้าพระองค์พลาดไป"
17 เพราะข้าพระองค์จะล้มแล้ว และความเจ็บปวดอยู่กับข้าพระองค์เสมอ
18 ข้าพระองค์สารภาพบาปผิดของข้าพระองค์ ข้าพระองค์เป็นทุกข์เพราะบาปของข้าพระองค์
19 บรรดาผู้ที่เป็นคู่อริของข้าพระองค์ก็ ว่องไวและแข็งแรง และคนที่เกลียดข้าพระองค์โดยไร้เหตุมีมาก
20 บรรดาผู้ที่กระทำชั่วแก่ข้าพระองค์ตอบแทนความดี เป็นปฏิปักษ์ของข้าพระองค์เพราะข้าพระองค์ติดตาม ความดี
21 ข้าแต่พระเจ้า ขออย่าทรงทอดทิ้งข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ขออย่าสถิตไกลข้าพระองค์
22 ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ความรอดของข้าพระองค์ ขอทรงรีบมาช่วยข้าพระองค์เถิด

สดุดี 39
1 ข้าพเจ้าว่า "ข้าพเจ้าจะระแวดระวังทางของข้าพเจ้า เพื่อข้าพเจ้าจะไม่ทำบาปด้วยลิ้นของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะใส่บังเหียนปากของข้าพเจ้า ตราบเท่าที่คนอธรรมอยู่ต่อหน้าข้าพเจ้า"
2 ข้าพเจ้าก็เป็นใบ้เงียบไป ข้าพเจ้านิ่งเงียบแต่ไม่สำเร็จ ความทุกข์ใจของข้าพเจ้ารุนแรงขึ้น
3 จิตใจข้าพเจ้าร้อนอยู่ภายในข้าพเจ้า ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังรำพึงอยู่นั้นไฟก็ลุก ข้าพเจ้าจึงพูดด้วยลิ้นของข้าพเจ้าว่า
4 "ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ข้าพระองค์ทราบถึงบั้นปลาย ของข้าพระองค์ และวันเวลาของข้าพระองค์ จะนานสักเท่าใด ขอให้ข้าพระองค์ทราบว่า ชีวิตข้าพระองค์ไม่เที่ยงอย่างไร
5 ดูเถิด พระองค์ทรงกระทำให้วันเวลาของข้าพระองค์ ยาวสองสามฝ่ามือเท่านั้น ชั่วชีวิตของข้าพระองค์ ไม่เท่าไรเลย เฉพาะพระพักตร์พระองค์ มนุษย์ทุกคนดำรงอยู่อย่างลมหายใจแน่ทีเดียว
6 มนุษย์ไปๆมาๆอย่างเงาแน่ทีเดียว เขาทั้งหลายยุ่งอยู่เปล่าๆแน่ทีเดียว มนุษย์โกยกองไว้ และไม่ทราบว่าใครจะเก็บไป"
7 "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า บัดนี้ข้าพระองค์จะรอคอยอะไร ความหวังของข้าพระองค์อยู่ในพระองค์
8 ขอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์ไว้จากการละเมิด ของข้าพระองค์ อย่าให้ข้าพระองค์เป็นขี้ปากของคนโง่
9 ข้าพระองค์เป็นใบ้ ข้าพระองค์ไม่อ้าปาก เป็นพระองค์เองที่ทรงกระทำเช่นนั้น
10 ขอทรงถอนทัณฑ์จากข้าพระองค์เสียเถิด ข้าพระองค์ร่วงโรยไปด้วยพระหัตถ์ของพระองค์
11 เมื่อพระองค์ทรงตีสอนมนุษย์ ด้วยการขนาบเพราะเรื่องบาป พระองค์ทรงเผาผลาญสิ่งที่เขารักเสียอย่างแมลงเม่า มนุษย์ทุกคนเป็นแต่ลมหายใจแน่ทีเดียว"
12 "ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงสดับคำอธิษฐานของข้าพระองค์ ขอทรงเงี่ยพระกรรณแก่การร้องทูลของข้าพระองค์ ขออย่าทรงเฉยเมยต่อน้ำตาของข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์เป็นแต่แขกที่ผ่านไปของพระองค์ เป็นคนที่อาศัยอยู่ อย่างบรรพบุรุษของข้าพระองค์
13 ขอทรงเมินพระพักตร์จากข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะเบิกบานขึ้น ก่อนที่ข้าพระองค์จะจากไป และไม่มีอยู่อีก"

สดุดี 40
1 ข้าพเจ้าได้เพียรรอคอยพระเจ้า พระองค์ทรงเอนพระองค์ลง ฟังคำร้องทูลของข้าพเจ้า
2 พระองค์ทรงฉุดข้าพเจ้าขึ้นมาจากหลุมอันน่าสลด ออกมาจากเลนตม แล้ววางเท้าของข้าพเจ้าลงบนศิลา กระทำให้ย่างเท้าของข้าพเจ้ามั่นคง
3 พระองค์ทรงบรรจุเพลงใหม่ในปากข้าพเจ้า เป็นบทเพลงสรรเสริญพระเจ้าของเรา คนเป็นอันมากจะเห็นและเกรงกลัว และวางใจในพระเจ้า
4 คนใดที่วางใจในพระเจ้าก็เป็นสุข ผู้มิได้หันไปหาคนจองหอง หรือไปหาบรรดาผู้ที่หลงเจิ่นไปตามความเท็จ
5 ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ พระองค์ได้ทรงทวี พระราชกิจอันอัศจรรย์ของพระองค์และพระดำริ ของพระองค์แก่ข้าพระองค์ ไม่มีผู้ใดเทียบเทียมพระองค์ ถ้าข้าพระองค์จะประกาศ และบอกกล่าวแล้ว ก็มีมากมายเหลือที่จะนับ
6 เครื่องสัตวบูชาและเครื่องบูชาพระองค์ไม่ทรงประสงค์ พระองค์ทรงเบิกหูของข้าพระองค์ เครื่องเผาบูชาและเครื่องบูชาไถ่บาป พระองค์มิได้ทรงเรียกร้อง
7 แล้วข้าพระองค์ทูลว่า "ข้าพระองค์มาแล้ว พระเจ้าข้า ในหนังสือม้วนก็มีเขียนเรื่องข้าพระองค์
8 ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ปีติยินดีที่กระทำตามน้ำพระทัยพระองค์ พระธรรมของพระองค์อยู่ในจิตใจของ ข้าพระองค์"
9 ข้าพระองค์ได้บอกข่าวเรื่องการช่วยกู้ ที่ในชุมนุมชนใหญ่ ข้าแต่พระเจ้า ตามที่พระองค์ทรงทราบแล้ว ข้าพระองค์มิได้ยับยั้งริมฝีปากของข้าพระองค์ไว้เลย
10 ข้าพระองค์มิได้งำการอันชอบธรรม ของพระองค์ไว้แต่ในจิตใจของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ได้พูดถึงความสัตย์ซื่อและความ รอดของพระองค์ ข้าพระองค์มิได้ปิดบังความรักมั่นคง และความสัตย์ซื่อของพระองค์ ไว้จากชุมนุมชนใหญ่โตนั้น
11 ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์อย่าทรงยึดเหนี่ยว พระกรุณาคุณของพระองค์จากข้าพระองค์ ขอให้ความรักมั่นคงและความสัตย์ซื่อของพระองค์ สงวนข้าพระองค์ไว้เป็นนิตย์
12 เพราะความชั่วได้ล้อมข้าพระองค์ไว้อย่างนับไม่ถ้วน ความบาปผิดของข้าพระองค์ตามทันข้าพระองค์ จนข้าพระองค์มองอะไรไม่เห็น มันมากกว่าเส้นผมบนศีรษะข้าพระองค์ จิตใจของข้าพระองค์ก็ฝ่อไป
13 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงพอพระทัยที่จะช่วยกู้ข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเร่งมาสงเคราะห์ข้าพระองค์เถิด
14 ขอให้ผู้ที่มุ่งฉวยเอาชีวิตของข้าพระองค์ได้อาย และเกิดความยุ่งเหยิงด้วยกัน ขอให้ผู้ปรารถนาที่จะให้ข้าพระองค์เจ็บนั้น ต้องหันกลับไปและได้ความอัปยศ
15 ผู้ที่พูดกับข้าพระองค์ว่า "กุ๋ย กุ๋ย" นั้น ขอให้ต้องตกตะลึงเพราะความอายของเขา
16 ขอให้บรรดาผู้แสวงหาพระองค์ เปรมปรีดิ์และยินดีในพระองค์ ขอให้บรรดาผู้ที่รักความรอดของพระองค์ กล่าวเสมอว่า "พระเจ้าใหญ่ยิ่งนัก"
17 ฝ่ายข้าพระองค์ยากจนและขัดสน แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเอาพระทัยใส่ข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขออย่าทรงรอช้า พระองค์ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์และเป็น ผู้ช่วยกู้ของข้าพระองค์

สดุดี 41
1 ผู้ใดเอาใจใส่คนจน ก็เป็นสุข พระเจ้าทรงช่วยกู้เขาในวันยากลำบาก
2 พระเจ้าทรงป้องกันเขาและรักษาเขาให้มีชีวิต ในแผ่นดินคนเรียกเขาว่า ผู้ที่ได้รับพระพร ขอพระองค์อย่าทรงมอบเขาไว้กับศัตรูของเขา ให้ทำตามใจชอบ
3 เมื่อเขานอนเจ็บ พระเจ้าทรงค้ำจุนเขา เมื่อเขาป่วยไข้พระองค์ทรงรักษาความ เจ็บไข้ทั้งสิ้นของเขาให้หาย
4 ส่วนข้าพระองค์ ข้าพระองค์ทูลว่า "ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงพระกรุณาแก่ข้าพระองค์ ขอทรงรักษาข้าพระองค์เพราะ ข้าพระองค์ได้ทำบาปต่อพระองค์"
5 ศัตรูของข้าพเจ้ากล่าวใส่ร้ายข้าพเจ้าว่า "เมื่อไรเขาจะตายนะ ชื่อของเขาจะได้พินาศ"
6 เมื่อคนหนึ่งคนใดมาเห็นข้าพระองค์ เขาพูดเท็จขณะที่ใจของเขาเก็บเรื่องร้าย เมื่อเขาออกไปเขาก็ป่าวร้องไป
7 ทุกคนที่เกลียดข้าพระองค์ เขาซุบซิบกันถึงเรื่องข้าพระองค์ เขาปองร้ายต่อข้าพระองค์
8 เขาทั้งหลายกล่าวว่า "มีสิ่งร้ายเข้าไปอยู่ในตัวเขาแล้ว เขาจะไม่ลุกไปจากที่ที่เขานอนนั้นอีก"
9 แม้ว่าเพื่อนในอกของข้าพระองค์ ผู้ซึ่งข้าพระองค์ไว้วางใจ ผู้รับประทานอาหารของข้าพระองค์ ก็ยกส้นเท้าใส่ ข้าพระองค์
10 ข้าแต่พระเจ้า ขอแต่พระองค์ทรง พระกรุณาต่อข้าพระองค์ ขอทรงยกข้าพระองค์ขึ้น เพื่อข้าพระองค์จะสนองเขา
11 โดยข้อนี้ ข้าพระองค์ทราบว่า พระองค์ทรง พอพระทัยในข้าพระองค์ คือศัตรูของข้าพระองค์ไม่ได้ชนะข้าพระองค์
12 แต่พระองค์ทรงค้ำชูข้าพระองค์ไว้ เพราะความสัตย์สุจริตของข้าพระองค์ และทรงตั้งข้าพระองค์ไว้ต่อเบื้อง พระพักตร์พระองค์เป็นนิตย์
13 สาธุการแด่พระเยโฮวาห์ พระเจ้าแห่งอิสราเอล เป็นนิตย์ในอดีต และสืบไปเป็นนิตย์ อาเมน และ อาเมน

สดุดี 42
1 กวางกระเสือกกระสนหาลำธาร ที่มีน้ำไหลฉันใด ข้าแต่พระเจ้า จิตวิญญาณของข้าพระองค์ ก็กระเสือกกระสนหาพระองค์ฉันนั้น
2 จิตวิญญาณของข้าพระองค์กระหายหาพระเจ้า หาพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ เมื่อไรข้าพระองค์จะได้มาเห็นพระพักตร์พระเจ้า
3 ข้าพระองค์กินน้ำตาต่างอาหารทั้งวันคืน ขณะที่คนพูดกับข้าพระองค์ วันแล้ววันเล่าว่า "พระเจ้าของเจ้าอยู่ที่ไหน"
4 เมื่อข้าพระองค์ระบายความในใจออกมา ข้าพระองค์ระลึกถึงสิ่งเหล่านี้ได้ คือข้าพระองค์ไปกับประชาชน และนำเขาไปเป็นกระบวนแห่ถึงพระนิเวศของพระเจ้า ด้วยเสียงโห่ร้องยินดีและเสียงเพลงโมทนา คือมวลชนกำลังมีเทศกาลฉลอง
5 จิตใจของข้าพเจ้าเอ๋ย ไฉนเจ้าจึงฝ่ออยู่ ไฉนเจ้าจึงกระสับกระส่ายภายในข้าพเจ้า จงหวังใจในพระเจ้า เพราะข้าพเจ้าจะถวายสดุดีแด่พระองค์อีก ผู้ทรงเป็นความอุปถัมภ์ และพระเจ้าของข้าพเจ้า
6 จิตใจของข้าพระองค์ฝ่ออยู่ภายในข้าพระองค์ เพราะฉะนั้นข้าพระองค์จึงระลึกถึงพระองค์ ตั้งแต่แผ่นดินแห้งแม่น้ำจอร์แดนและแห่งภูเขาเฮอร์โมน ตั้งแต่เนินมิซาร์
7 เมื่อเสียงน้ำแก่งตก ที่ลึกก็กู่เรียกที่ลึก บรรดาคลื่นและระลอกของพระองค์ ท่วมข้าพระองค์แล้ว
8 กลางวันพระเจ้าทรงบัญชาความรักมั่นคงของพระองค์ และกลางคืนเพลงของพระองค์อยู่กับข้าพเจ้า เป็นคำอธิษฐานต่อพระเจ้าแห่งชีวิตของข้าพเจ้า
9 ข้าพเจ้าทูลพระเจ้าพระศิลาของข้าพเจ้าว่า "ไฉนพระองค์ทรงลืมข้าพระองค์เสีย ไฉนข้าพระองค์จึงต้องไปอย่างเป็นทุกข์ เพราะการบีบบังคับของศัตรู"
10 ปรปักษ์ของข้าพระองค์เยาะเย้ยข้าพระองค์ ประดุจแผลร้ายภายในร่างของข้าพระองค์ ในเมื่อเขากล่าวแก่ข้าพระองค์เสมอๆ อยู่ว่า "พระเจ้าของเจ้าอยู่ที่ไหน"
11 จิตวิญญาณของข้าพเจ้าเอ๋ย ไฉนเจ้าจึงฝ่ออยู่ ไฉนเจ้าจึงกระสับกระส่ายภายในข้าพเจ้า จงหวังใจในพระเจ้า เพราะข้าพเจ้าจะถวายสดุดีแด่พระองค์อีก ผู้ทรงเป็นความอุปถัมภ์ และพระเจ้าของข้าพเจ้า

สดุดี 43
1 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงแก้แทนข้าพระองค์ และต่อสู้คดีของข้าพระองค์ ต่อประชาชาติที่ไร้ธรรม ขอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์ ให้พ้นจากคนล่อลวงและคนอยุติธรรม
2 เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า ซึ่งข้าพระองค์เข้าลี้ภัย ไฉนพระองค์ทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย ไฉนข้าพระองค์จึงต้องไปอย่างเป็นทุกข์ เพราะการบีบบังคับของศัตรู
3 ขอทรงโปรดใช้ความสว่าง และความจริงของพระองค์ออกไป ให้นำข้าพระองค์ ให้ทั้งสองนำข้าพระองค์มาถึงภูเขาบริสุทธิ์ของพระองค์ และถึงที่ประทับของพระองค์
4 แล้วข้าพระองค์จะไปยังแท่นบูชาของพระเจ้า ถึงพระเจ้าซึ่งเป็นความชื่นบานยอดยิ่งของข้าพระองค์ และข้าแต่พระเจ้า พระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะถวายเพลงสดุดีแก่พระองค์ด้วยพิณเขาคู่
5 จิตวิญญาณของข้าพเจ้าเอ๋ย ไฉนเจ้าจึงฝ่ออยู่ ไฉนเจ้าจึงกระสับกระส่ายภายในข้าพเจ้า จงหวังใจในพระเจ้า เพราะข้าพเจ้าจะถวายสดุดี แด่พระองค์อีก ผู้ทรงเป็นความอุปถัมภ์ และพระเจ้าของข้าพเจ้า

สดุดี 44
1 ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ทั้งหลายได้ยินกับหูของตน บรรพบุรุษของข้าพระองค์ทั้งหลายเล่าให้ฟัง ถึงกิจการซึ่งพระองค์ทรงกระทำในสมัยของเขา ในสมัยโบราณกาลนั้น
2 พระองค์ทรงขับไล่บรรดาประชาชาติ ออกไปด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง แต่พระองค์ทรงปลูกบรรพบุรุษทั้งหลายไว้ พระองค์ทรงให้ชาติทั้งหลายทุกข์ใจ แต่ทรงปล่อยบรรพบุรุษทั้งหลายเป็นอิสระ
3 เพราะเขาทั้งหลายไม่ได้แผ่นดินนั้นด้วยดาบของเขาเอง มิใช่แขนของเขาที่มีชัย แต่โดยพระหัตถ์ขวา และพระกรของพระองค์ และโดยความสว่างแห่งพระพักตร์พระองค์ เพราะพระองค์ทรงปีติยินดีในเขาทั้งหลายเหล่านั้น
4 ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงเป็นพระราชาของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงสถาปนาชัยชนะไว้ให้ยาโคบ
5 ข้าพระองค์ทั้งหลายดันศัตรูออกไปโดยพระองค์ ข้าพระองค์ทั้งหลายเหยียบคนที่ต่อสู้ ข้าพระองค์ลงด้วยพระนามของพระองค์
6 เพราะข้าพระองค์ไม่วางใจในคันธนูของข้าพระองค์ และดาบของข้าพระองค์ช่วยข้าพระองค์ไม่ได้
7 แต่พระองค์ได้ทรงช่วยข้าพระองค์ทั้งหลายให้รอดจากศัตรู และทรงให้ผู้เกลียดข้าพระองค์ได้ความอาย
8 ข้าพระองค์ทั้งหลายอวดถึงพระเจ้าได้เรื่อยไป และข้าพระองค์ทั้งหลายจะถวายโมทนาขอบพระคุณ พระนามของพระองค์เป็นนิตย์
9 แต่พระองค์ยังทรงทอดทิ้งข้าพระองค์ทั้งหลายเสีย และให้ข้าพระองค์ได้ความอัปยศ และมิได้เสด็จออกไปกับกองทัพของข้าพระองค์ทั้งหลาย
10 พระองค์ทรงกระทำให้ข้าพระองค์ทั้งหลายถอยกลับ จากคู่อริ และคนที่เกลียดข้าพระองค์ทั้งหลายก็ได้ของริบไป
11 พระองค์ทรงกระทำให้ข้าพระองค์ทั้งหลายเป็น ดังแกะที่จะเอาไปกิน และทรงกระจายข้าพระองค์ทั้งหลายให้ไปอยู่ ท่ามกลางบรรดาประชาชาติ
12 พระองค์ทรงขายประชากรของพระองค์อย่างให้เปล่า ตามราคาไม่ทรงได้อะไรเพิ่มเลย
13 พระองค์ทรงกระทำให้ข้าพระองค์ เป็นขี้ปากของเพื่อนบ้าน เป็นที่เยาะเย้ยและดูหมิ่นแก่ผู้ที่อยู่รอบข้าพระองค์
14 พระองค์ทรงกระทำให้ข้าพระองค์เป็น ขี้ปากท่ามกลางบรรดาประชาชาติ เป็นที่หัวเราะท่ามกลางชาติทั้งหลาย
15 ความอัปยศอดสูอยู่ตรงหน้าข้าพระองค์วันยังค่ำ และความอับอายคลุมหน้าข้าพระองค์
16 เนื่องด้วยคำของคนเยาะเย้ย และคนด่าทอ เนื่องด้วยศัตรูและผู้แก้แค้น
17 สิ่งทั้งปวงนี้เกิดแก่ข้าพระองค์ทั้งหลาย แม้ว่าข้าพระองค์ไม่ลืมพระองค์ หรือทุจริตต่อพันธสัญญาของพระองค์
18 จิตใจของข้าพระองค์ทั้งหลายก็มิได้หันกลับ ย่างเท้าของข้าพระองค์ทั้งหลายก็มิได้พรากจาก พระมรรคาของพระองค์
19 พระองค์ยังทรงให้ข้าพระองค์ทั้งหลายแหลกลาญ ในที่ของหมาป่า และคลุมข้าพระองค์ทั้งหลายไว้ด้วยเงามัจจุราช
20 ถ้าเราได้ลืมพระนามพระเจ้าของเรา หรือพนมมือของเราให้แก่พระอื่น
21 พระเจ้าจะไม่ทรงทราบเรื่องนี้หรือ เพราะพระองค์ทรงทราบความลึกลับของจิตใจ
22 เพราะเห็นแก่พระองค์ ข้าพระองค์ทั้งหลายถูกฆ่าวันยังค่ำ และนับว่าเป็นแกะสำหรับเอาไปฆ่า
23 องค์พระผู้เป็นเจ้าเจ้าข้า ขอทรงตื่นเถิด ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ไฉนพระองค์บรรทมอยู่ ขอทรงตื่นเถิดพระเจ้าข้า ขออย่าทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสียตลอดกาล
24 ไฉนพระองค์ทรงซ่อนพระพักตร์ของพระองค์เสีย ไฉนพระองค์ทรงลืมการที่ข้าพระองค์ทั้งหลาย ทุกข์ยากและถูกบีบบังคับเสีย
25 เพราะจิตวิญญาณข้าพระองค์ทั้งหลายโน้มถึงผงคลี ร่างกายของข้าพระองค์ทั้งหลายเกาะติดดิน
26 ลุกขึ้นเถิดพระเจ้าข้า ขอเสด็จมาช่วยข้าพระองค์ทั้งหลาย ขอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์เพื่อเห็นแก่ ความรักมั่นคงของพระองค์

สดุดี 45
1 จิตใจข้าพเจ้าล้นไหลด้วยแนวคิดดี ข้าพเจ้าเล่าบทประพันธ์ของข้าพเจ้าถวายพระราชา ลิ้นของข้าพเจ้าเหมือนปากไก่ของอาลักษณ์ที่ชำนาญ
2 พระองค์ท่านงามเลิศยิ่งกว่าบุตรของมนุษย์ พระคุณหลั่งลงบนริมฝีปากของพระองค์ท่าน เพราะฉะนั้น พระเจ้าทรงอำนวยพระพรพระองค์ท่านตลอดกาล
3 ข้าแต่องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ ขอทรงขัดกระบี่ไว้ที่เอวของพระองค์ท่าน โดยพระสิริ และความสูงส่งของพระองค์ท่าน
4 ขอทรงม้าอย่างโอ่อ่าตระการเสด็จไปอย่างมีชัย เพื่อเห็นแก่ความจริง ความอ่อนสุภาพและความชอบธรรม ให้หัตถ์ขวาของพระองค์ท่านสอนกิจ อันน่าครั่นคร้ามแก่พระองค์ท่าน
5 ลูกธนูของพระองค์ท่านก็คมอยู่ใน จิตใจของศัตรูของพระราชา ชนชาติทั้งหลายล้มอยู่ใต้พระองค์ท่าน
6 พระเจ้าข้า พระที่นั่งของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์ และเป็นนิตย์ ธารพระกรของพระองค์เป็นธารพระกรเที่ยงธรรม
7 พระองค์ทรงรักความชอบธรรมและทรงเกลียดการอธรรม ฉะนั้นพระเจ้าคือพระเจ้าของพระองค์ท่านได้ทรงเจิม พระองค์ท่านไว้ ด้วยน้ำมันแห่งความยินดียิ่งกว่า พระสหายทั้งปวงของพระองค์ท่าน
8 ฉลองพระองค์ของพระองค์ท่านก็หอมฟุ้งไปด้วยกลิ่น มดยอบ กฤษณา และว่านน้ำ จากพระราชวังงาช้างมีเครื่องสายกระทำให้ พระองค์ท่านยินดี
9 ในหมู่สตรีผู้มีเกียรติของพระองค์ท่านมีราชธิดา ของบรรดากษัตริย์ พระราชินีประดับทองคำเมืองโอฟีร์ประทับ อยู่ข้างขวาพระหัตถ์ พระองค์ท่าน
10 ธิดาเอ๋ย จงพิเคราะห์ ฟัง และเอียงหูของเธอลง จงลืมชนชาติของเธอ และลืมบ้านบิดาของเธอเสีย
11 และพระราชาจะทรงปรารถนาความงามของเธอ เนื่องจากพระองค์ท่านเป็นเจ้านายของเธอ จงโค้งลงให้พระองค์ท่านเถิด
12 ธิดาของเมืองไทระจะเอาของกำนัลมากำนัลเธอ คือเศรษฐีมั่งคั่งที่สุดของประชาชนพร้อมกับ ทรัพย์ศฤงคารทุกอย่าง
13 เจ้าหญิงประดับพระกายในห้องของ พระนางเธอด้วยเสื้อผ้ายกทองคำ
14 เขานำพระนางผู้ทรงเสื้อหลายสีเข้าเฝ้าพระราชา และนำหญิงพรหมจารีผู้ติดตามคือเพื่อนเจ้าสาวมาถวาย พระองค์ท่าน
15 เขาทั้งหลายถูกนำไปด้วยความชื่นบานและยินดี เขาเข้าไปในพระราชวัง
16 บรรดาโอรสของพระองค์ท่านจะแทนบรรพบุรุษของ พระองค์ท่าน พระองค์ท่านจะแต่งตั้งให้เป็นเจ้าทั่วแผ่นดินโลกทั้งสิ้น
17 เราจะกระทำให้นามของพระองค์ท่านเป็นที่ เชิดชูตลอดบรรดาชาติพันธุ์ ฉะนั้นชนชาติทั้งหลายจะสดุดีพระองค์ท่านเป็นนิจกาล

สดุดี 46
1 พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยและเป็นกำลังของ ข้าพระองค์ทั้งหลาย เป็นความช่วยเหลือที่พร้อมอยู่ในยามยากลำบาก
2 ฉะนั้นเราจะไม่กลัว แม้ว่าแผ่นดินโลกจะเปลี่ยนแปลงไป แม้ว่าภูเขาทั้งหลายจะโคลงเคลงลงสู่สะดือทะเล
3 แม้ว่าน้ำทะเลคึกคะนอง และฟองฟู แม้ว่าภูเขาสั่นสะเทือนเพราะทะเลอลวนนั้น
4 มีแม่น้ำสายหนึ่ง ที่คลองระบายกระทำให้พระมหานครของพระเจ้ายินดี คือที่ประทับบริสุทธิ์ขององค์ผู้สูงสุด
5 พระเจ้าทรงสถิตกลางพระมหานคร เธอจะไม่โคลงเคลงย้ายไป พอรุ่งอรุณพระเจ้าก็ทรงช่วยเธอไว้
6 บรรดาประชาชาติก็อลหม่าน และราชอาณาจักร ทั้งหลายก็คลอนแคลน พระองค์ทรงเปล่งพระสุรเสียงแผ่นดินโลกก็ละลายไป
7 พระเจ้าจอมโยธาสถิตกับเราทั้งหลาย พระเจ้าของยาโคบทรงเป็นที่ลี้ภัยของเรา
8 มาเถิด มาดูพระราชกิจของพระเจ้า ว่าพระองค์ทรงกระทำให้เริศร้างในแผ่นดินโลกอย่างไร
9 พระองค์ทรงให้สงครามสงบถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก พระองค์ทรงหักคันธนูและฟันหอกเสีย พระองค์ทรงเผารถรบเสียด้วยไฟ
10 "จงนิ่งเสีย และรู้เถอะว่า เราคือพระเจ้า เราเป็นที่ยกย่องท่ามกลางประชาชาติ เราเป็นที่ยกย่องในแผ่นดินโลก"
11 พระเจ้าจอมโยธาทรงสถิตกับเราทั้งหลาย พระเจ้าของยาโคบทรงเป็นที่ลี้ภัยของพวกเรา

สดุดี 47
1 ดูก่อนชนชาติทั้งหลาย จงตบมือ จงโห่ร้องถวายพระเจ้าด้วยเสียงไชโย
2 เพราะพระเจ้าองค์ผู้สูงสุด เป็นที่น่าคร้ามกลัว ทรงเป็นมหาราชเหนือแผ่นดินโลกทั้งสิ้น
3 พระองค์ทรงปราบปรามชนชาติทั้งหลายให้อยู่ภายใต้เรา และชาวประเทศทั้งหลายให้อยู่ภายใต้เท้าของเรา
4 พระองค์ทรงเลือกมรดกของเราให้เรา เป็นสิ่งภูมิใจของยาโคบที่พระองค์ทรงรัก
5 พระเจ้าเสด็จขึ้นด้วยเสียงโห่ร้อง พระเจ้าเสด็จขึ้นด้วยเสียงแตร
6 จงร้องเพลงสรรเสริญถวายพระเจ้า จงร้องเพลงสรรเสริญเถิด จงร้องเพลงสรรเสริญถวายพระมหาราชาของเรา จงร้องเพลงสรรเสริญเถิด
7 เพราะพระเจ้าทรงเป็นพระราชาเหนือแผ่นดินโลกทั้งสิ้น จงร้องเพลงสรรเสริญด้วยบทสดุดี
8 พระเจ้าทรงครอบครองนานาประชาชาติ พระเจ้าทรงประทับบนพระที่นั่งบริสุทธิ์ของพระองค์
9 บรรดาเจ้านายของชนชาติทั้งหลายประชุมกัน เป็นประชากรของพระเจ้าแห่งอับราฮัม เพราะบรรดาโล่ของแผ่นดินโลกเป็นของพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นที่ยกย่องอย่างสูง

สดุดี 48
1 พระเจ้านั้นยิ่งใหญ่และสมควรจะสรรเสริญอย่างยิ่ง ในนครแห่งพระเจ้าของเรา
2 ภูเขาบริสุทธิ์ของพระองค์ มองขึ้นไปก็ดูงาม เป็นความชื่นบานของแผ่นดินโลกทั้งสิ้น คือภูเขาศิโยน อุดรไกล ซึ่งเป็นนครของพระมหาราชา
3 ภายในป้อมของนคร พระเจ้าทรงสำแดงพระองค์ ว่าเป็นปราการที่มั่นคง
4 เพราะนี่แน่ะ พระราชาชุมนุมกัน แล้วเสด็จไปด้วยกัน
5 พอท่านทั้งหลายเห็นนครนั้นท่านก็พากันตกใจ ท่านกลัวจนตัวสั่น แล้วก็ตื่นหนีไป
6 ความตระหนกตกประหม่าจับใจท่านที่นั่น มีความทุกข์ระทมอย่างหญิงกำลังคลอดบุตร
7 พระองค์ทรงฟาดทำลายกำปั่นแห่งทารชิชด้วยลมตะวันออก
8 เราได้ยินอย่างไร เราก็ได้เห็นอย่างนั้น ในนครแห่งพระเจ้าจอมโยธา ในนครแห่งพระเจ้าของเรา ซึ่งพระเจ้าทรงสถาปนาไว้เป็นนิตย์
9 ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ทั้งหลายคำนึงถึงความรักมั่นคงของพระองค์ ในท่ามกลางพระวิหารของพระองค์
10 ข้าแต่พระเจ้า พระนามของพระองค์ไปถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลกอย่างไร คำสรรเสริญพระองค์ก็ไปถึงอย่างนั้น พระหัตถ์ขวาของพระองค์เต็มไปด้วยความชอบธรรม
11 ขอภูเขาศิโยนจงยินดี ขอธิดาแห่งยูดาห์จงเปรมปรีดิ์ เพราะเหตุการพิพากษาของพระองค์
12 จงเดินรอบศิโยน ไปให้รอบเถิด จงนับหอคอยของศิโยน
13 พิจารณาเชิงเทินของเธอให้ดี จงตรวจตราป้อมของเธอ เพื่อท่านจะได้บอกคนชั่วอายุต่อไป
14 ว่านี่คือพระเจ้า ทรงเป็นพระเจ้าของเราเป็นนิจกาล พระองค์จะทรงเป็นผู้นำของเราเป็นนิตย์

สดุดี 49
1 ดูก่อนชาติทั้งหลาย จงฟังข้อความนี้ ชาวพิภพทั้งปวงเอ๋ย จงเงี่ยหูฟัง
2 ทั้งผู้น้อยผู้ใหญ่ ทั้งเศรษฐีและคนจนด้วยกัน
3 ปากของข้าพเจ้าจะเผยปัญญา การภาวนาของจิตใจข้าพเจ้าคือความเข้าใจ
4 ข้าพเจ้าจะเอียงหูฟังสุภาษิต ข้าพเจ้าจะแก้ปริศนาของข้าพเจ้า ให้เข้ากับเสียงพิณเขาคู่
5 ทำไมข้าพเจ้าจึงกลัวในคราวทุกข์ยากลำบาก เมื่อความบาปชั่วแห่งผู้ข่มเหงล้อมตัวข้าพเจ้า
6 คนผู้วางใจในทรัพย์ศฤงคารของตัว และอวดอ้างความมั่งคั่งอันอุดมของตน
7 แน่ทีเดียวไม่มีคนใดไถ่พี่น้องของตนได้ หรือถวายค่าชีวิตของเขาแด่พระเจ้า
8 เพราะค่าไถ่ชีวิตของเขานั้นแพงและไม่เคยพอเลย
9 ที่เขาจะมีชีวิตเรื่อยไปเป็นนิตย์ และไม่ต้องเห็นปากแดนผู้ตาย
10 เออ เขาจะเห็นว่า ถึงปราชญ์ก็ยังตาย คนโง่และคนโฉดก็ต้องพินาศเหมือนกัน และละทรัพย์ศฤงคารของตนไว้ให้คนอื่น
11 หลุมศพของเขาเป็นบ้านของเขาเป็นนิตย์ เป็นที่อยู่ของเขาทุกชั่วชาติพันธุ์ ถึงเขาเคยเรียกที่ดินของตัวตามชื่อของตน
12 มนุษย์จะคงชีพในยศศักดิ์ของตนไม่ได้ เขาก็เหมือนสัตว์เดียรัจฉานที่พินาศ
13 นี่คือเคราะห์ของบรรดาคนที่มีความเชื่อเขลา คือที่สุดปลายของคนเหล่านั้นที่พอใจอยู่กับส่วนของตน
14 ดังแกะ เขาถูกกำหนดไว้ให้แก่แดนผู้ตาย มัจจุราชจะเป็นเมษบาลของเขา คนเที่ยงธรรมจะมีอำนาจเหนือเขาทั้งหลายในเวลาเช้า และรูปร่างของเขาจะเปื่อยสิ้นไป แดนผู้ตายจะเป็นบ้านของเขา
15 แต่พระเจ้าจะทรงไถ่จิตวิญญาณของข้าพเจ้าจาก ฤทธานุภาพของแดน ผู้ตาย เพราะพระองค์จะทรงรับข้าพเจ้าไว้
16 ท่านอย่ากลัว เมื่อผู้หนึ่งมั่งมีขึ้น เมื่อศักดิ์ศรีของบ้านของเขาเพิ่มขึ้น
17 เพราะเมื่อเขาตาย เขาจะไม่เอาอะไรไปเลย ศักดิ์ศรีของเขาจะไม่ลงไปตามเขา
18 แม้ว่าเมื่อเขาเป็นอยู่ เขานับว่าตัวเขาสุขสบาย และแม้ว่าเขาได้รับคำสรรเสริญ เมื่อเขาทำตัวเขาให้มั่งคั่งแล้ว
19 เขาจะไปอยู่กับพวกบรรพบุรุษของเขา ผู้ซึ่งจะไม่เห็นความสว่างอีก
20 มนุษย์จะคงชีพในยศศักดิ์ของตนไม่ได้ เขาก็เหมือนสัตว์เดียรัจฉานที่พินาศ

สดุดี 50
1 องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ พระเจ้าตรัส และทรงเรียกแผ่นดินโลก ตั้งแต่ที่ดวงอาทิตย์ขึ้นจนถึงที่ดวงอาทิตย์ตก
2 พระเจ้าทรงทอแสงออกมา จากศิโยนนครแห่งความงามหมดจด
3 พระเจ้าของเราเสด็จมา พระองค์มิได้ทรงเงียบอยู่ เพลิงเผาผลาญมาข้างหน้าพระองค์ รอบพระองค์คือวาตะอันทรงมหิทธิฤทธิ์
4 พระองค์ทรงเรียกถึงฟ้าสวรรค์เบื้องบน และถึงแผ่นดินโลก เพื่อพระองค์จะทรงพิพากษาประชากรของพระองค์ว่า
5 "จงรวบรวมบรรดาธรรมิกชนของเรามาให้เรา ผู้กระทำพันธสัญญากับเราด้วยเครื่องสัตวบูชา"
6 ฟ้าสวรรค์ประกาศความชอบธรรมของพระองค์ เพราะพระเจ้านั่นแหละทรงเป็นผู้พิพากษา
7 "ประชากรของเราเอ๋ย จงฟัง และเราจะพูด อิสราเอลเอ๋ย เราจะเป็นพยานปรักปรำเจ้า เราเป็นพระเจ้า พระเจ้าของเจ้า
8 เรามิได้ตักเตือนเจ้าเรื่องเครื่องสัตวบูชาของเจ้า เครื่องเผาบูชาของเจ้ามีอยู่ต่อหน้าเราเสมอ
9 เราจะไม่รับวัวผู้จากเรือนของเจ้า หรือแพะผู้จากคอกของเจ้า
10 เพราะสัตว์ทุกตัวในป่าเป็นของเรา ทั้งสัตว์เลี้ยงบนภูเขาตั้งพันยอด
11 เรารู้จักบรรดานกแห่งภูเขาทั้งหลาย และบรรดาสัตว์ในนาเป็นของเรา
12 ถ้าเราหิว เราจะไม่บอกเจ้า เพราะพิภพและสารพัดที่อยู่ในนั้นเป็นของเรา
13 เรากินเนื้อวัวผู้หรือ หรือ ดื่มเลือดแพะหรือ
14 จงนำเครื่องการโมทนาพระคุณมาเป็นเครื่อง สักการบูชาแด่พระเจ้า และแก้บนของเจ้าต่อองค์ผู้สูงสุด
15 และจงร้องทูลเราในวันทุกข์ยากลำบาก เราจะช่วยกู้เจ้า และเจ้าจะถวายพระสิริแก่เรา"
16 แต่พระเจ้าตรัสกับคนอธรรมว่า "เจ้ามีสิทธิ์อะไรที่จะท่องกฎเกณฑ์ของเรา หรือรับปากตามพันธสัญญาของเรา
17 เพราะเจ้าเกลียดวินัย และเจ้าเหวี่ยงคำของเราไว้ข้างหลังเจ้า
18 ถ้าเจ้าเห็นโจร เจ้าก็คบเขา และเจ้าเข้าสังคมกับคนล่วงประเวณี
19 "เจ้าปล่อยปากของเจ้าให้พูดชั่ว และลิ้นของเจ้าประกอบการหลอกลวง
20 เจ้านั่งพูดใส่ร้ายพี่น้องของเจ้า เจ้านินทาลูกชายมารดาของเจ้าเอง
21 เจ้าได้กระทำสิ่งเหล่านี้แล้ว เราก็นิ่งเงียบ เจ้าคิดว่าเราเป็นเหมือนเจ้า แต่บัดนี้เราขนาบเจ้า และกล่าวโทษเจ้า
22 "เจ้าทั้งหลายผู้ลืมพระเจ้า จงพิจารณาเรื่องนี้ หาไม่เราจะฉีก และจะไม่มีสักคนที่ช่วยกู้เจ้าได้
23 บุคคลที่นำการโมทนาพระคุณมา เป็นเครื่องสักการบูชาก็ให้เกียรติแก่เรา เราจะสำแดงความรอดของพระเจ้า แก่ผู้จัดทางของเขาอย่างถูกต้อง"

สดุดี 51
1 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงแสดงพระกรุณาต่อข้าพระองค์ตามความรักมั่นคง ของพระองค์ ขอทรงลบการทรยศของข้าพระองค์ออกไปตามแต่ พระกรุณาอันอุดมของพระองค์
2 ขอทรงล้างข้าพระองค์จากความบาปผิดให้หมดสิ้น และทรงชำระข้าพระองค์จากบาปของข้าพระองค์
3 เพราะข้าพระองค์ทราบถึงการละเมิดของข้าพระองค์แล้ว และบาปของข้าพระองค์อยู่ต่อหน้าข้าพระองค์เสมอ
4 ข้าพระองค์ได้ทำบาปต่อพระองค์ต่อพระองค์เท่านั้น และได้กระทำสิ่งที่ชั่วร้ายในสายพระเนตรพระองค์ ทั้งนี้เพื่อพระองค์จะทรงยุติธรรมในคำพิพากษา และไร้ตำหนิในการพิพากษานั้น
5 ดูเถิด ข้าพระองค์ถือกำเนิดมาในความผิดบาป และมารดาตั้งครรภ์ข้าพระองค์ในบาป
6 ดูเถิด พระองค์มีพระประสงค์ความจริงภายใน เพราะฉะนั้น ขอทรงสอนสติปัญญาแก่ข้าพระองค์ภายในจิตใจลึกลับ ของข้าพระองค์
7 ขอทรงชำระข้าพระองค์ด้วยต้นหุสบ ข้าพระองค์จึงจะสะอาด ขอทรงล้างข้าพระองค์ และข้าพระองค์จะขาวกว่าหิมะ
8 ขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์ได้ยินความ ชื่นบานและความยินดี ขอกระดูกซึ่งพระองค์ทรงหักนั้นเปรมปรีดิ์
9 ขอทรงเบือนพระพักตร์พระองค์จากบาปทั้งหลายของ ข้าพระองค์เสีย และทรงลบบรรดาความบาปผิดของข้าพระองค์ให้สิ้น
10 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงสร้างใจสะอาดภายในข้าพระองค์ และฟื้นน้ำใจที่หนักแน่นขึ้นใหม่ภายในข้าพระองค์
11 ขออย่าทรงเหวี่ยงข้าพระองค์ไปเสียจากเบื้อง พระพักตร์พระองค์ และขออย่าทรงนำวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์ ไปจากข้าพระองค์
12 ขอทรงคืนความชื่นบานในความรอดแก่ข้าพระองค์ และชูข้าพระองค์ไว้ด้วยเต็มพระทัย
13 แล้วข้าพระองค์จะสอนผู้ละเมิดทั้งหลาย ถึงบรรดาพระมรรคาของพระองค์ และคนบาปทั้งหลายจะกลับสู่พระองค์
14 ข้าแต่พระเจ้า คือพระเจ้าแห่งความรอดของข้าพระองค์ ขอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์ให้พ้นจากกรรมชั่วเพราะทำ โลหิตเขาตก และลิ้นของข้าพระองค์จะร้องเพลงเรื่อง การช่วยกู้ของพระองค์
15 ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงเบิก ริมฝีปากของข้าพระองค์ และปากของข้าพระองค์จะสำแดงการสรรเสริญพระองค์
16 เพราะพระองค์มิได้ทรงปีติยินดีในเครื่องสัตวบูชา ถึงข้าพระองค์จะถวายเครื่องเผาบูชา พระองค์จะมิได้พอพระทัย
17 เครื่องบูชาที่พระเจ้าทรงรับได้คือจิตใจที่ชอกช้ำ จิตใจที่สำนึกผิดและชอกช้ำนั้น ข้าแต่พระเจ้า พระองค์มิได้ทรงดูถูก
18 ขอทรงกระทำดีแก่ศิโยน ตามพระกรุณาของพระองค์ ขอทรงสร้างกำแพงเยรูซาเล็ม
19 แล้วพระองค์จะทรงปีติยินดีในเครื่องสัตวบูชาที่ถูกต้อง ในเครื่องเผาบูชา และในเครื่องเผาบูชาทั้งตัว แล้วเขาจะถวายวัวผู้บนแท่นบูชาของพระองค์

สดุดี 52
1 เฮ้ยเจ้าผู้มีอิทธิ ไฉนเจ้าจึงโอ้อวดในการชั่ว ความรักมั่นคงของพระเจ้าดำรงอยู่วันยังค่ำ
2 ลิ้นของเจ้าคิดการทำลาย และหลอกลวงอย่างมีดโกนคม
3 เจ้ารักชั่วมากกว่าดี และการมุสา มากกว่าพูดความจริง
4 เจ้ารักทุกคำที่ทำลาย แหม พ่อร้อยลิ้นกะลาวน
5 แต่พระเจ้าจะทรงทำลายเจ้าลงเสียเป็นนิตย์ พระองค์จะทรงฉวยและดึงเจ้าจากเต็นท์ของเจ้า พระองค์จะทรงถอนรากเจ้าเสียจากแดนของคนเป็น
6 คนชอบธรรมจะเห็นและเกรงกลัว และจะหัวเราะเยาะเขา กล่าวว่า
7 "จงดูบุรุษผู้ไม่ให้พระเจ้าเป็นที่ลี้ภัยของตน แต่ไว้ใจในความมั่งคั่งอันอุดมของเขา เขาเสริมกำลังตัวเขาในความชั่วร้ายของเขา"
8 ฝ่ายข้าพเจ้าเป็นเหมือนต้นมะกอกเขียวสดในพระนิเวศของพระเจ้า ข้าพเจ้าวางใจในความรักมั่นคงของพระเจ้าเป็นนิจกาล
9 ข้าพระองค์จะโมทนาพระคุณพระองค์เป็นนิตย์ เพราะพระองค์ได้ทรงกระทำเช่นนั้น ข้าพระองค์จะหวังใจในพระนามของพระองค์ เพราะเป็นพระนามประเสริฐ ต่อหน้าธรรมิกชนของพระองค์

สดุดี 53
1 คนโง่รำพึงอยู่ในใจของตนว่า "ไม่มีพระเจ้า" เขาทั้งหลายก็เสื่อมทรามกระทำ ความบาปผิดที่น่าเกลียดน่าชัง ไม่มีสักคนเดียวที่กระทำดี
2 พระเจ้าทรงมองลงมาจากฟ้าสวรรค์ ดูบุตรชายทั้งหลายของมนุษย์ ว่าจะมีคนใดบ้างที่ฉลาด ที่เสาะหาพระเจ้า
3 เขาทั้งหลายก็ถดถอยไปหมด เขาทั้งหลายก็เสื่อมทรามเหมือนกันสิ้น ไม่มีสักคนเดียวที่กระทำดี ไม่มีเลย
4 เหล่าคนที่กระทำชั่วไม่รู้หรือ คือผู้ที่กินประชากรของเราอย่างกินขนมปัง และไม่ร้องทูลพระเจ้า
5 เขาทั้งหลายจะอยู่ที่นั่นอย่างสยดสยองเป็นที่ยิ่ง สยดสยองอย่างที่ไม่เคยเป็น เพราะพระเจ้าจะทรงกระจายกระดูก ของคนที่ตั้งค่ายสู้เจ้า พระองค์ทรงให้เขาทั้งหลายได้อาย เพราะพระเจ้าทรงปฏิเสธเขา
6 ขอการช่วยกู้เพื่ออิสราเอลมาจากศิโยนเสียทีเถิด เมื่อพระเจ้าทรงให้ประชากรของพระองค์กลับสู่สภาพดี ยาโคบจะเปรมปรีดิ์ อิสราเอลจะยินดี

สดุดี 54
1 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้รอด ด้วยพระนามของพระองค์ และแก้แทนข้าพระองค์ด้วยอานุภาพของพระองค์
2 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงฟังคำอธิษฐานของข้าพระองค์ ขอทรงเงี่ยพระกรรณฟังถ้อยคำจากปากของข้าพระองค์
3 เพราะคนหยิ่งยโสได้ลุกขึ้นสู้ข้าพระองค์ คนไร้ความปรานีเสาะชีวิตของข้าพระองค์ เขามิได้ประดิษฐานพระเจ้าไว้ตรงหน้าเขา
4 ดูเถิด พระเจ้าทรงเป็นผู้ช่วยของข้าพเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นผู้ผดุงชีวิตของข้าพเจ้าไว้
5 พระองค์จะทรงให้การชั่วร้ายของพวกศัตรูของข้าพเจ้า กลับสนองเขาเอง ขอทรงทำลายเขาเสียโดยความเที่ยงธรรมของพระองค์
6 ข้าพระองค์จะถวายสัตวบูชาตามใจสมัครแก่พระองค์ ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์จะถวายโมทนา ขอบพระคุณพระนามของพระองค์ เพราะพระนามนั้นประเสริฐ
7 เพราะพระองค์ทรงช่วยกู้ข้าพระองค์ให้พ้นจากความ ทุกข์ยากลำบากทุกอย่าง และนัยน์ตาของข้าพระองค์มองเห็นพวกศัตรูของ ข้าพระองค์แพ้

สดุดี 55
1 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเงี่ยพระกรรณ ฟังคำอธิษฐานของข้าพระองค์ ขออย่าซ่อนพระองค์เสียจากคำวิงวอนของข้าพระองค์
2 ขอทรงสดับ และขอทรงตอบข้าพระองค์ ข้าพระองค์ยอมแพ้ความทุกข์ยากลำบากแล้ว
3 ข้าพระองค์บ้าไปเพราะเสียงของศัตรู เพราะการบีบบังคับของคนอธรรม เหตุว่าเขานำความทุกข์ยากลำบากมาให้ข้าพระองค์ และเขาบ่มความเกลียดชังข้าพระองค์โดยความโกรธ
4 จิตใจของข้าพระองค์ระทมอยู่ในข้าพระองค์ ความสยดสยองของมัจจุราชตกเหนือข้าพระองค์
5 ความกลัวและความสะทกสะท้านมาเหนือข้าพระองค์ ความหวาดเสียวท่วมข้าพระองค์
6 และข้าพระองค์ว่า "โอ ข้าอยากมีปีกอย่างนกพิราบ จะได้บินหนีไปและอยู่สงบ
7 เออ ข้าจะได้พเนจรไปไกล ข้าจะได้พักอยู่ในถิ่นทุรกันดาร
8 ข้าจะได้รีบไปหาที่กำบัง จากลมดุเดือดและพายุ"
9 ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงทำลายเสีย และให้ภาษาของเขายุ่งเหยิงไป เพราะข้าพระองค์เห็นความทารุณ และการโกลาหลที่ในนคร
10 เขาเดินบนกำแพงรอบนครอยู่ทั้งกลางวันและกลางคืน และความบาปผิดกับความทุกข์ยากลำบากอยู่ภายในนคร
11 การทำลายมีอยู่ท่ามกลางเธอ การบีบบังคับและการฉ้อโกง ไม่พรากไปจากตลาดของเธอ
12 มิใช่ศัตรูผู้เยาะเย้ยข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะได้ทนได้ มิใช่ผู้ที่เกลียดชังข้าพเจ้าผู้พองตัวใส่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะได้หลบเขาได้
13 แต่เป็นท่าน เสมอบ่าเสมอไหล่กับข้าพเจ้า เป็นเกลอของข้าพเจ้า เป็นมิตรรู้จักมักคุ้นกับข้าพเจ้า
14 เราเคยสนทนาปราศรัยกันอย่างชื่นใจ เราดำเนินในพระนิเวศของพระเจ้าฉันมิตรสนิท
15 ขอมัจจุราชมาหาเขาเหล่านั้น ให้เขาลงไปยังแดนผู้ตายทั้งเป็น เพราะความโหดร้ายอยู่ในบ้านของเขาและอยู่ในใจของเขา
16 ฝ่ายข้าพเจ้าร้องทูลต่อพระเจ้า และพระเจ้าจะทรงช่วยข้าพเจ้าให้รอด
17 ทั้งเวลาเช้า เวลาเย็น และเวลาเที่ยง ข้าพเจ้าร้องทุกข์และคร่ำครวญ และพระองค์จะทรงฟังเสียงของข้าพเจ้า
18 พระองค์จะทรงช่วยกู้จิตวิญญาณของข้าพเจ้า ให้ปลอดภัยจากสงครามที่ข้าพเจ้าต่อสู้อยู่ เพราะคนเป็นอันมากตั้งแถวสู้ข้าพเจ้า
19 พระเจ้าจะทรงสดับฟังและลดเขาลง คือพระองค์ผู้ประทับบนบัลลังก์ตั้งแต่โบราณกาล เพราะเขาไม่เปลี่ยน และไม่ยำเกรงพระเจ้า
20 เกลอของข้าพเจ้ายื่นมือของเขาออกต่อสู้เพื่อนของเขา เขาฝ่าฝืนพันธสัญญาของเขา
21 คำพูดของเขาเรียบลื่นยิ่งกว่าเนย แต่สงครามอยู่ภายในใจของเขา ถ้อยคำของเขาอ่อนนุ่มยิ่งกว่าน้ำมัน แต่ทว่าเป็นดาบที่ชักออกมาแล้ว
22 จงมอบภาระของท่านไว้กับพระเจ้า และพระองค์จะทรงค้ำจุนท่าน พระองค์จะไม่ทรงยอมให้ คนชอบธรรมคลอนแคลนเลย
23 ข้าแต่พระเจ้า แต่พระองค์จะทรงเหวี่ยงเขาลง สู่ปากแดนพินาศ คนที่ทำให้โลหิตตกและคนทรยศ จะมีชีวิตอยู่ไม่ถึงครึ่งจำนวนเวลาของเขา แต่ข้าพระองค์จะวางใจในพระองค์

สดุดี 56
1 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเมตตาข้าพระองค์ เพราะคนเหยียบย่ำข้าพระองค์ ชนคู่อริบีบบังคับข้าพระองค์วันยังค่ำ
2 พวกศัตรูของข้าพระองค์เหยียบย่ำ ข้าพระองค์วันยังค่ำ เพราะหลายคนต่อสู้ข้าพระองค์อย่างทะนง
3 เมื่อข้าพระองค์กลัว ข้าพระองค์วางใจในพระองค์
4 ในพระเจ้า ผู้ที่ข้าพระองค์สรรเสริญ พระวจนะของพระองค์ ในพระเจ้า ข้าพระองค์วางใจอย่างปราศจากความกลัว เนื้อหนังจะกระทำอะไรแก่ข้าพระองค์ได้
5 เขาประทุษร้ายต่อกิจการของข้าพระองค์วันยังค่ำ ความคิดทั้งสิ้นของเขาล้วนมุ่งร้ายต่อข้าพระองค์
6 เขาร่วมหัวกัน เขาซุ่มอยู่ เขาเฝ้ารอยเท้าของข้าพระองค์ อย่างกับคนที่ซุ่มคอยเอาชีวิตข้าพระองค์
7 ขอทรงทิ้งเขาเพราะความผิดของเขา ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเหวี่ยงชนชาติทั้งหลายลงมาด้วยพระพิโรธ
8 พระองค์ทรงนับการระหกระเหินของข้าพระองค์ ทรงเก็บน้ำตาของข้าพระองค์ใส่ขวดของพระองค์ไว้ น้ำตานั้นไม่อยู่ในบัญชีของพระองค์หรือ พระเจ้าค่ะ
9 แล้วศัตรูของข้าพระองค์จะหันกลับ ในวันที่ข้าพระองค์ร้องทูล ข้าพระองค์ทราบเช่นนี้ว่า พระเจ้าทรงสถิตฝ่ายข้าพระองค์
10 ในพระเจ้าผู้ซึ่งข้าพระองค์สรรเสริญ พระวจนะของพระองค์ ในพระเป็นเจ้า ผู้ซึ่งข้าพระองค์สรรเสริญ พระวจนะของพระองค์
11 ในพระเจ้า ข้าพระองค์วางใจอย่างปราศจากความกลัว คนจะกระทำอะไรแก่ข้าพระองค์ได้
12 ข้าแต่พระเจ้า ที่ข้าพระองค์บนบานไว้นั้น ข้าพระองค์จะแก้ ข้าพระองค์จะถวายบูชาโมทนาพระคุณแก่พระองค์
13 เพราะพระองค์ทรงช่วยกู้จิตวิญญาณของข้าพระองค์จาก มัจจุราช พระองค์ทรงช่วยกู้เท้าของข้าพระองค์จากการล้มมิใช่หรือ เพื่อข้าพระองค์จะดำเนินอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า ในความสว่างแห่งชีวิต

สดุดี 57
1 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงพระกรุณาต่อข้าพระองค์ ขอทรงพระกรุณาต่อข้าพระองค์ เพราะจิตวิญญาณของข้าพระองค์ลี้ภัยอยู่ในพระองค์ ข้าพระองค์ลี้ภัยอยู่ใต้ร่มปีกของพระองค์ จนกว่าภัยอันตรายจะผ่านพ้นไป
2 ข้าพเจ้าร้องทูลต่อพระเจ้าองค์ผู้สูงสุด ต่อพระเจ้าผู้ทรงกระทำการให้สำเร็จเพื่อข้าพเจ้า
3 พระองค์จะทรงใช้มาจากฟ้าสวรรค์และช่วยข้าพเจ้าให้รอด พระองค์จะทรงให้ผู้เหยียบย่ำข้าพเจ้าได้อาย พระเจ้าจะทรงใช้ความรักมั่นคงและความสัตย์สุจริตลงมา
4 ข้าพเจ้าอยู่ท่ามกลางเหล่าสีหราช ข้าพเจ้านอนท่ามกลางผู้ที่ไฟติดตัวคือบุตรของมนุษย์ ฟันของเขาทั้งหลายคือหอกและลูกธนู ลิ้นของเขาคือดาบคม
5 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเป็นที่ยกย่อง เหนือฟ้าสวรรค์ ขอพระสิริของพระองค์อยู่ทั่วแผ่นดินโลก
6 เขาทั้งหลายวางตาข่ายดักเท้าข้าพเจ้า จิตใจของข้าพเจ้าได้ค้อมลง เขาขุดบ่อไว้ในทางข้าพเจ้า แต่เขาก็ตกลงไปเสียเอง
7 ข้าแต่พระเจ้า จิตใจของข้าพระองค์มั่นคง จิตใจของข้าพระองค์มั่นคง ข้าพระองค์จะร้องเพลง ข้าพระองค์จะร้องเพลงสดุดี
8 จิตใจของข้าพเจ้าเอ๋ย จงตื่นเถิด พิณใหญ่และพิณเขาคู่เอ๋ย จงตื่นเถิด ข้าพเจ้าจะปลุกอรุณ
9 ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์จะถวายโมทนาพระคุณพระองค์ ท่ามกลางประชาชาติ ข้าพระองค์จะร้องเพลงสรรเสริญ พระองค์ท่ามกลางชนชาติทั้งหลาย
10 เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ใหญ่ยิ่งถึงฟ้าสวรรค์ ความสัตย์สุจริตของพระองค์สูงถึงเมฆ
11 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเป็นที่เชิดชูเหนือฟ้าสวรรค์ ขอพระสิริของพระองค์อยู่ทั่วแผ่นดินโลก

สดุดี 58
1 ท่านผู้เป็นเจ้านาย ท่านพูดอย่างชอบธรรมหรือ บุตรของมนุษย์เอ๋ย ท่านพิพากษาอย่างเที่ยงธรรมหรือ
2 เปล่าเลย ในใจของท่าน ท่านประดิษฐ์ความผิด มือของท่านชั่งความทารุณออกให้บนแผ่นดินโลก
3 คนอธรรมหลงเจิ่นไปตั้งแต่จากครรภ์ เขาทำผิดมาตั้งแต่เกิด คือพูดมุสา
4 เขามีพิษเหมือนพิษงู เหมือนงูเห่าหูหนวกที่อุดหูของมัน
5 มันจึงไม่ได้ยินเสียงของหมองู หรือเชื่อฟังผู้มีมนต์ขลัง
6 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงหักฟันในปากของมันเสีย ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงฉีกเขี้ยวของสิงห์หนุ่มออกเสีย
7 ให้เขาหายไปเหมือนน้ำไหล พระองค์จะทรงเล็งธนูที่เขาทั้งหลาย และเขาจะถูกสังหาร
8 ขอให้เขาเหมือนทากที่ละลายเป็นเมือกไป เหมือนทารกแท้งที่ไม่เคยเห็นดวงอาทิตย์
9 เร็วยิ่งกว่าหม้อจะรู้สึกร้อน ด้วยไฟหนามไข่กุ้ง ไม่ว่าสดหรือไหม้เป็นเปลวก็ขอพระองค์ทรง กวาดเขาไปเสีย
10 คนชอบธรรมจะเปรมปรีดิ์ เมื่อเขาเห็นการแก้แค้น เขาจะเอาโลหิตของคนอธรรมล้างเท้าของเขา
11 จะมีคนกล่าวว่า "แน่แล้ว มีบำเหน็จให้แก่คนชอบธรรม แน่แล้ว มีพระเจ้าผู้ทรงพิพากษาโลก"

สดุดี 59
1 ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ขอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์ จากศัตรูของข้าพระองค์ ขอทรงช่วยป้องกันข้าพระองค์ให้พ้นจากบรรดาผู้ ที่ลุกขึ้นต่อสู้ข้าพระองค์
2 ขอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์จากผู้ที่ทำความชั่วร้าย และขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้รอดจากคนกระหายเลือด
3 เพราะนี่แน่ะ เขาซุ่มคอยเอาชีวิตข้าพระองค์ คนดุร้ายร่วมหัวกันต่อสู้ข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า มิใช่การละเมิดหรือบาปของข้าพระองค์เอง
4 เขาวิ่งไปเตรียมพร้อม มิใช่ความผิดของข้าพระองค์ ขอทรงกระปรี้กระเปร่า ขอทรงมาช่วยข้าพระองค์และทอดพระเนตร
5 ข้าแต่พระเจ้าจอมโยธา พระองค์ทรง เป็นพระเจ้าของอิสราเอล ขอทรงตื่นขึ้นลงโทษบรรดาประชาชาติ ขออย่าทรงเมตตาผู้ที่ทรยศคิดร้าย แม้สักคนเดียว
6 เขากลับมาทุกเย็น หอนอย่างสุนัข และตระเวนไปทั่วนคร
7 เขาอยู่ที่นั่นอย่างไรล่ะ ปากของเขายังพ่นอยู่ และมีดาบที่ริมฝีปากของมัน เพราะมันคิดว่า "ใครจะฟังเรา"
8 ข้าแต่พระเจ้า แต่พระองค์ทรงหัวเราะเยาะเขา พระองค์ทรงเยาะเย้ยประชาชาติทั้งปวง
9 ข้าแต่พระกำลังของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะคอยเฝ้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า เพราะพระองค์ ทรงเป็นป้อมปราการของข้าพระองค์
10 พระเจ้าของข้าพเจ้าจะพบข้าพเจ้าด้วยความรักมั่นคง ของพระองค์ พระเจ้าจะทรงให้ข้าพเจ้ามองเห็นพวกศัตรูของข้าพเจ้าแพ้
11 ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระโล่ของข้าพระองค์ทั้งหลาย ขออย่าทรงสังหารเขาเสีย เกรงว่า ชนชาติของข้าพระองค์จะลืม ขอให้เขาระหกระเหินไปด้วยฤทธานุภาพของพระองค์ และทำให้เขาล้มลง
12 เพราะบาปปากของเขา และเพราะถ้อยคำริมฝีปากของเขา ขอให้เขาติดกับโดยความเย่อหยิ่งของเขา เพราะการแช่งสาปและการมุสาซึ่งเขาเปล่งออกมานั้น
13 ขอทรงเผาผลาญเขาเสียโดยพระพิโรธ ขอทรงเผาผลาญเขาจนเขาไม่เหลือเลย แล้วคนจะทราบว่าพระเจ้าทรงปกครองเหนือยาโคบ ถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก
14 เขากลับมาทุกเย็น หอนอย่างสุนัข และตระเวนไปทั่วนคร
15 เขาเที่ยวไปหาอาหาร ถ้าไม่ได้กินอิ่มก็ขู่คำราม
16 แต่ข้าพระองค์จะร้องเพลงถึงอานุภาพของพระองค์ ข้าพระองค์จะร้องเพลงถึงความรัก มั่นคงของพระองค์ในเวลาเช้า เพราะพระองค์ทรงเป็นป้อมปราการของข้าพระองค์ เป็นที่ลี้ภัยในยามทุกข์ของข้าพระองค์
17 ข้าแต่พระกำลังของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะร้องเพลงสรรเสริญพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า เพราะพระองค์ทรงเป็น ป้อมปราการของข้าพระองค์ พระเจ้าผู้ทรงสำแดงความรักมั่นคงแก่ข้าพระองค์

สดุดี 60
1 ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ได้ทรงทอดทิ้งข้าพระองค์ ทั้งหลายแล้ว ทั้งได้ทรงทำลายที่ป้องกันของข้าพระองค์ทั้งหลาย พระองค์ทรงพระพิโรธ ขอทรงช่วยให้ข้าพระองค์กลับคืนอีก
2 พระองค์ทรงกระทำให้แผ่นดินหวั่นไหว ทรงให้มันแตกแยกออก ขอทรงซ่อมช่องของมันเพราะมันโยกเยก
3 พระองค์ทรงกระทำให้ประชากรของ พระองค์ประสบความลำบาก พระองค์ทรงบังคับข้าพระองค์ ให้ดื่มเหล้าองุ่นแห่งความซวนเซ
4 พระองค์ทรงตั้งธงไว้ให้บรรดาผู้ที่เกรงกลัวพระองค์ เพื่อเขาจะได้หนีธนูไปหา
5 ขอประทานชัยชนะโดยพระหัตถ์ขวาของพระองค์ และทรงตอบข้าพระองค์ เพื่อว่าผู้ที่พระองค์ทรงรักจะได้รับการช่วยกู้
6 พระเจ้าตรัสในสถานนมัสการของพระองค์ว่า "เราจะแบ่งเมืองเชเคมด้วยความยินดี และแบ่งหุบเขาเมืองสุคคทออก
7 กิเลอาดเป็นของเรา มนัสเสห์เป็นของเรา เอฟราอิมเป็นที่กันศีรษะของเรา ยูดาห์เป็นคทาของเรา
8 โมอับเป็นอ่างล้างชำระของเรา เราเหวี่ยงรองเท้าของเราลงบนเอโดม เราโห่ร้องด้วยความมีชัยเหนือฟีลิสเตีย"
9 ผู้ใดจะนำข้าพเจ้าเข้าไปในนครมีป้อม ผู้ใดจะนำข้าพเจ้าไปยังเอโดม
10 ข้าแต่พระเจ้า พระองค์มิได้ทรงทอดทิ้ง ข้าพระองค์ทั้งหลายแล้วหรือ ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ไม่ทรงออกไปกับกองทัพของข้าพระองค์ ทั้งหลายแล้วละ
11 ขอประทานความช่วยเหลือเพื่อต่อต้านศัตรู เพราะความช่วยเหลือของมนุษย์ก็ไร้ผล
12 โดยพึ่งในพระเจ้า ข้าพเจ้าทั้งหลายจะปฏิบัติอย่างเข้มแข็ง พระองค์เองทรงเป็นผู้เหยียบคู่อริของข้าพเจ้าทั้งหลายลง

สดุดี 61
1 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงฟังเสียงร้องของข้าพระองค์ ขอทรงสดับคำอธิษฐานของข้าพระองค์
2 ข้าพระองค์ร้องทูลพระองค์มาแต่ที่สุดปลายแผ่นดินโลก เมื่อจิตใจของข้าพระองค์อ่อนระอาไป ขอทรงนำข้าพระองค์ มาถึงศิลาที่สูงกว่าข้าพระองค์
3 เพราะพระองค์ทรงเป็นที่ลี้ภัยของข้าพระองค์ เป็นหอคอยเข้มแข็งที่ประจันหน้าศัตรู
4 ข้าพระองค์จะขออยู่ในพลับพลาของพระองค์เป็นนิตย์ ขอให้ปลอดภัยอยู่ที่กำบังปีกของพระองค์
5 ข้าแต่พระเจ้า เพราะพระองค์ทรงสดับคำ บนบานของข้าพระองค์ และพระองค์ประทานมรดกของบรรดา ผู้ที่เกรงกลัวพระนามของพระองค์แก่ข้าพระองค์
6 ขอทรงยืดพระชนม์ของพระราชา ขอให้ปีเดือนของท่านยืนนานไปหลายชาติพันธุ์
7 ขอให้ท่านได้ประทับบนบัลลังก์ ต่อพระพักตร์พระเจ้าเป็นนิตย์ ขอทรงแต่งตั้งความรักมั่นคงและความซื่อสัตย์ไว้เฝ้าท่าน
8 แล้วข้าพระองค์จะร้องเพลงสรรเสริญ พระนามของพระองค์เสมอ ตามที่ข้าพระองค์แก้บนอยู่แต่ละวันนั้น

สดุดี 62
1 จิตใจของข้าพเจ้าสงบคอยท่าพระเจ้าแต่องค์เดียว ความรอดของข้าพเจ้ามาจากพระองค์
2 พระองค์เท่านั้นทรงเป็นศิลา และเป็นความรอดของข้าพเจ้า เป็นป้อมปราการของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะไม่หวั่นไหวใหญ่โต
3 พวกเจ้าทุกคนจะโจมตีคนคนเดียว นานสักเท่าใด เพื่อสังหารท่าน ผู้เหมือนกำแพงที่เอนและรั้วที่โยกเยก
4 เขาคิดแต่เพียงจะผลักท่านลงมาจากยศของท่าน เขาพอใจในความเท็จ เขาอวยพรด้วยปากของเขา แต่เขาแช่งอยู่ในใจ
5 จิตใจของข้าพเจ้าสงบคอยท่าพระเจ้าแต่องค์เดียว เพราะความหวังของข้าพเจ้ามาจากพระองค์
6 พระองค์เท่านั้นทรงเป็นศิลาและเป็นความรอดของข้าพเจ้า เป็นป้อมปราการของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะไม่หวั่นไหว
7 ความช่วยกู้และเกียรติของข้าพเจ้าอยู่ที่พระเจ้า ศิลาอันทรงมหิทธิฤทธิ์และที่ลี้ภัยของข้าพเจ้าคือพระเจ้า
8 ประชาชนเอ๋ย จงวางใจในพระองค์ตลอดเวลา จงระบายความในใจของท่านต่อพระองค์ พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยของเรา
9 คนฐานะต่ำก็เป็นเพียงแต่ลมหายใจ คนฐานะสูงก็อนิจจัง เมื่อชั่งดูเขาก็ลอยขึ้น เขารวมด้วยกันยังเบากว่าลมหายใจ
10 อย่าวางใจในการบีบบังคับ อย่าหวังเปล่าด้วยการปล้นสดมภ์ ถ้าความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น อย่าวางใจในสิ่งนั้น
11 พระเจ้าตรัสครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าได้ยินอย่างนี้สองครั้งแล้ว ว่าฤทธานุภาพเป็นของพระเจ้า
12 ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า และความรักมั่นคงเป็นของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงสนองมนุษย์ ตามการงานของ เขา

สดุดี 63
1 ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์แสวงพระองค์ จิตวิญญาณของข้าพระองค์กระหายหาพระองค์ เนื้อหนังของข้าพระองค์กระเสือกกระสนหาพระองค์ ในดินแดนที่แห้งและอ่อนโหย ที่ที่ไม่มีน้ำ
2 เช่นนั้นแหละ ข้าพระองค์จึงเคยเห็น พระองค์ในสถานนมัสการ เห็นฤทธานุภาพและพระสิริของพระองค์
3 เพราะว่าความรักมั่นคงของพระองค์ดีกว่าชีวิต ริมฝีปากของข้าพระองค์จะสรรเสริญพระองค์
4 เช่นนั้นแหละข้าพระองค์จะสรรเสริญพระองค์ ตราบเท่าชีวิตของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ชูมือต่อพระนามของพระองค์
5 จิตใจของข้าพระองค์จะอิ่มหนำดังกินเนื้ออย่างดี และไขมัน และปากของข้าพระองค์จะสรรเสริญพระองค์ด้วย ริมฝีปากที่ชื่นบาน
6 เมื่อข้าพระองค์คิดถึงพระองค์ ขณะอยู่บนที่นอน และภาวนาถึงพระองค์ทุกๆยาม
7 เพราะพระองค์ทรงเป็นความอุปถัมภ์ของข้าพระองค์ ข้าพระองค์เปรมปรีดิ์อยู่ในร่มปีกของพระองค์
8 จิตวิญญาณของข้าพระองค์เกาะติดอยู่ที่พระองค์ พระหัตถ์ขวาของพระองค์ ชูข้าพระองค์ไว้
9 แต่บรรดาผู้แสวงชีวิตของข้าพระองค์เพื่อทำลาย จะลงไปในที่ลึกแห่งแผ่นดินโลก
10 เขาจะถูกมอบไว้กับฤทธิ์ของดาบ เขาจะเป็นเหยื่อของสุนัขจิ้งจอก
11 แต่พระราชาจะทรงเปรมปรีดิ์ในพระเจ้า ทุกคนที่สาบานในพระนามของพระองค์จะ อวดอ้างพระนามนั้น เพราะปากของคนมุสาจะถูกปิด

สดุดี 64
1 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงสดับเสียงของ ข้าพระองค์เมื่อข้าพระองค์ร้องทุกข์ ขอทรงสงวนชีวิตของข้าพระองค์ไว้จากความคิดกลัวศัตรู
2 ขอทรงซ่อนข้าพระองค์ไว้จาก การหารืออย่างลับๆของคนโหดร้าย จากการปองร้ายของคนกระทำผิด
3 ผู้ลับลิ้นของเขาอย่างลับดาบ ผู้เอาคำขมขื่นเล็งอย่างลูกธนู
4 ยิงออกมาจากที่ซุ่มยังคนปราศจากตำหนิ ยิงเขาทันทีและอย่างไม่กลัวเกรง
5 เขายึดจุดประสงค์ชั่วของเขาไว้มั่น เขาพูดถึงการวางกับดักอย่างลับๆ คิดว่า "ใครจะเห็นเขาทั้งหลายได้
6 เขาทั้งหลายค้นหาความบาปผิด เราคิดแผนการปองร้ายขึ้นอย่างฉลาด" เพราะความคิดภายในและจิตใจของมนุษย์นั้นลึกล้ำนัก
7 แต่พระเจ้าจะทรงยิงธนูใส่เขา เขาจะบาดเจ็บทันที
8 เพราะว่าเขาทำให้ลิ้นของเขาเป็นสิ่งสะดุดแก่เขาเอง ทุกคนที่เห็นเขาจะสั่นศีรษะ
9 แล้วทุกคนจะกลัวเกรง เขาจะบอกถึงกิจการของพระเจ้า และตรึกตรองถึงสิ่งนั้นที่พระองค์ได้ทรงกระทำแล้ว
10 ให้คนชอบธรรมเปรมปรีดิ์ในพระเจ้า และลี้ภัยอยู่ในพระองค์ ให้คนที่เที่ยงธรรมในจิตใจอวดอ้างพระองค์

สดุดี 65
1 ข้าแต่พระเจ้า ในศิโยน การสรรเสริญควรแก่พระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงสดับคำอธิษฐาน เขาจะทำการแก้บนแก่พระองค์
2 มนุษย์ทั้งสิ้นจะมายังพระองค์
3 เนื่องด้วยบาป เมื่อการละเมิดของข้าพระองค์ทั้งหลายชนะข้าพระองค์ พระองค์ก็ทรงอภัยให้
4 สุขจริงหนอ ผู้ที่พระองค์ทรงเลือกและนำมาใกล้ ให้พำนักอยู่ในบริเวณพระนิเวศของพระองค์ ข้าพระองค์ทั้งหลายจะอิ่มเอิบด้วยความดี แห่งพระนิเวศของพระองค์ คือพระวิหารบริสุทธิ์ของพระองค์
5 ข้าแต่พระเจ้าแห่งความรอดของข้าพระองค์ทั้งหลาย พระองค์ทรงตอบข้าพระองค์ทั้งหลายด้วยการช่วยกู้ โดยกิจการ ที่น่าครั่นคร้าม พระองค์ผู้ทรงเป็นความหวังของที่สิ้นสุด ปลายทั้งปวงของแผ่นดินโลก และของทะเลที่ไกลโพ้น
6 พระองค์ผู้ทรงสถาปนาภูเขาด้วยพระกำลังของพระองค์ ทรงคาดพระองค์ไว้ด้วยอานุภาพ
7 ผู้ทรงระงับเสียงอึงคะนึงของทะเล เสียงอึงคะนึงของคลื่นทะเล เสียงโกลาหลของชาวประเทศทั้งหลาย
8 ผู้ที่อยู่ในเขตแผ่นดินโลกไกลโพ้น จึงเกรงกลัวต่อหมายสำคัญของพระองค์ พระองค์ทรงกระทำให้เช้าขึ้นและเย็นลง กู่ก้องด้วยความชื่นบาน
9 พระองค์ทรงเยี่ยมเยียนแผ่นดินโลก และทรงรดน้ำ พระองค์ทรงกระทำให้อุดมยิ่ง แม่น้ำของพระเจ้ามีน้ำเต็ม พระองค์ทรงจัดหาข้าวให้ เพราะทรงจัดเตรียมโลกไว้เช่นนั้นแหละ
10 พระองค์ทรงรดน้ำ ตามรอยไถของมันอย่างอุดม และให้ขี้ไถราบลง ให้อ่อนละมุนด้วยฝน และทรงอวยพรผลิตผลของมัน
11 พระองค์ทรงให้ปีเป็นยอดด้วยความ อุดมสมบูรณ์ของพระองค์ รอยรถของพระองค์มีความไพบูลย์ย้อยหยด
12 ทุ่งหญ้าในถิ่นทุรกันดารก็หยดย้อย เนินเขาคาดเอวด้วยความชื่นบาน
13 ป่าพงห่มตัวด้วยฝูงแพะแกะ หุบเขาพราวไปด้วยข้าว เขาโห่และร้องเพลงพร้อมกันด้วยความชื่นบาน

สดุดี 66
1 แผ่นดินโลกทั้งสิ้นเอ๋ย จงทำเสียงชื่นบานถวายพระเจ้า
2 สดุดีพระสิริแห่งพระนามของพระองค์ จงถวายสรรเสริญอย่างรุ่งเรืองต่อพระองค์
3 จงทูลพระเจ้าว่า "พระราชกิจของ พระองค์น่าครั่นคร้ามยิ่งนัก ฤทธานุภาพของพระองค์ใหญ่หลวงนัก จนศัตรูหมอบราบต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์
4 แผ่นดินโลกทั้งสิ้นจะนมัสการพระองค์ เขาทั้งหลายจะร้องเพลงสรรเสริญพระองค์ ร้องเพลงสรรเสริญพระนามของพระองค์"
5 จงมาดูสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงกระทำ พระราชกิจของพระองค์น่าครั่นคร้ามท่ามกลางมนุษย์
6 พระองค์ทรงเปลี่ยนทะเลให้เป็นดินแห้ง คนเดินข้ามแม่น้ำไป ที่นั่นเราได้เปรมปรีดิ์ในพระองค์
7 ผู้ทรงปกครองด้วยอานุภาพของพระองค์เป็นนิตย์ ผู้ซึ่งพระเนตรเฝ้าบรรดาประชาชาติอยู่ อย่าให้คนมักกบฏยกย่องตนเอง
8 ชนชาติทั้งหลายเอ๋ย จงสรรเสริญพระเจ้าของเรา จงให้ได้ยินเสียงสรรเสริญพระองค์
9 ผู้ทรงให้เราอยู่ท่ามกลางคนเป็น และมิได้ทรงยอมให้เท้าเราพลาด
10 ข้าแต่พระเจ้า เพราะพระองค์ทรงลองใจข้าพระองค์ทั้งหลาย พระองค์ทรงทดลองข้าพระองค์อย่างทดลองเงิน
11 พระองค์ทรงนำข้าพระองค์ทั้งหลายเข้ามาในข่าย พระองค์ทรงวางความทุกข์ยากไว้ที่เอวของข้าพระองค์
12 พระองค์ทรงให้คนขับรถรบทับ ศีรษะของข้าพระองค์ทั้งหลาย ข้าพระองค์ทั้งหลายต้องลุยไฟลุยน้ำ แต่พระองค์ยังทรงนำข้าพระองค์มาสู่ที่อิ่มเอิบ
13 ข้าพระองค์จะมายังพระนิเวศ ของพระองค์พร้อมด้วยเครื่องเผาบูชา ข้าพระองค์จะแก้บนต่อพระองค์
14 ตามที่ริมฝีปากข้าพระองค์ได้พูดไว้ และที่ปากข้าพระองค์สัญญา ในยามที่ข้าพระองค์ทุกข์ยากลำบาก
15 ข้าพระองค์จะถวายสัตว์อ้วนพีเป็นเครื่องเผาบูชา พร้อมกับควันเครื่องสัตวบูชาด้วยแกะผู้ ข้าพระองค์จะถวายบูชาด้วยวัวผู้และแพะ
16 บรรดาผู้ที่เกรงกลัวพระเจ้า ขอเชิญมาฟัง และข้าพเจ้าจะบอกถึงว่าพระองค์ได้ทรงกระทำ อะไรแก่ข้าพเจ้าบ้าง
17 ปากข้าพเจ้าได้ร้องทูลพระองค์ และลิ้นข้าพเจ้าได้ยกย่องพระองค์
18 ถ้าข้าพเจ้าได้บ่มความชั่วไว้ในใจข้าพเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้าคงไม่ทรงสดับ
19 แต่พระเจ้าได้ทรงสดับแน่ทีเดียว พระองค์ได้ทรงฟังเสียงคำอธิษฐานของข้าพเจ้า
20 สาธุการแด่พระเจ้า เพราะว่าพระองค์ไม่ทรงปฎิเสธคำอธิษฐานของข้าพเจ้า หรือยับยั้งความรักมั่นคงของพระองค์เสียจากข้าพเจ้า

สดุดี 67
1 ขอพระเจ้าทรงพระเมตตาต่อข้าพระองค์ทั้งหลาย และอำนวยพรแก่ข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงให้พระพักตร์ฉายสว่างแก่ข้าพระองค์
2 เพื่อพระมรรคาของพระองค์จะเป็นที่รู้จักในแผ่นดินโลก ความรอดของพระองค์จะเป็นที่ทราบท่ามกลางบรรดา ประชาชาติทั้งสิ้น
3 ข้าแต่พระเจ้า ขอชนชาติทั้งหลายสรรเสริญพระองค์ ให้ชนชาติทั้งหลายสรรเสริญพระองค์
4 ขอให้ชาวประเทศทั้งหลายยินดี และร้องเพลง ด้วยความชื่นบาน เพราะพระองค์ทรงพิพากษาชนชาติ ทั้งหลาย ด้วยความเที่ยงธรรม และทรงนำชาวประเทศทั้งหลายในโลก
5 ข้าแต่พระเจ้า ขอชนชาติทั้งหลายสรรเสริญพระองค์ ให้ชนชาติทั้งหลายสรรเสริญพระองค์
6 แผ่นดินโลกได้เกิดผล พระเจ้า คือพระเจ้าของเราทรงอำนวยพระพรแก่เรา
7 พระเจ้าทรงอวยพระพรแก่เราแล้ว ให้ที่สุดปลายแผ่นดินโลกเกรงกลัวพระองค์

สดุดี 68
1 ขอพระเจ้าทรงลุกขึ้น ให้ศัตรูของพระองค์กระจายไป ให้บรรดาผู้ที่เกลียดชังพระองค์หนีไปต่อเบื้อง พระพักตร์พระองค์
2 ควันถูกขับไปฉันใด ก็ขอทรงไล่เขาไปฉันนั้น ขี้ผึ้งละลายต่อหน้าไฟฉันใด ก็ขอให้คนอธรรมพินาศต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้าฉันนั้น
3 แต่ขอให้คนชอบธรรมชื่นบาน ให้เขาเต้นโลดต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า ให้เขาลิงโลดด้วยความชื่นบาน
4 จงร้องเพลงถวายพระเจ้า จงร้องเพลงสรรเสริญพระนามของพระองค์ จงยกย่องพระองค์ผู้ทรงเมฆเป็นพาหนะ พระนามของพระองค์คือพระเยโฮวาห์ จงลิงโลดต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์
5 พระเจ้าในที่ประทับบริสุทธิ์ของพระองค์ ทรงเป็นพระบิดาของคนกำพร้าและทรง เป็นผู้ป้องกันหญิงม่าย
6 พระเจ้าทรงให้คนเปลี่ยวเปล่าอาศัยอยู่ตามบ้านเรือน พระองค์ทรงนำเชลยออกมาถึงความรุ่งโรจน์ แต่คนมักกบฏอาศัยในแผ่นดินที่แตกระแหง
7 ข้าแต่พระเจ้า เมื่อพระองค์เสด็จนำ หน้าประชากรของพระองค์ เมื่อพระองค์เสด็จไปตามถิ่นทุรกันดาร
8 แผ่นดินโลกก็หวั่นไหว ท้องฟ้าก็เทฝนลงมา ต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า ภูเขาซีนายโน้มสั่นสะเทือนต่อเบื้อง พระพักตร์พระเจ้า คือพระเจ้าของอิสราเอล
9 ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงเทฝนอุดมลง เมื่อมรดกของพระองค์อ่อนโหย พระองค์ทรงฟื้นขึ้นใหม่
10 ประชากรของพระองค์ก็มาอาศัยในนั้น ข้าแต่พระเจ้า โดยความดีของพระองค์ พระองค์ทรงจัดเตรียมไว้ให้แก่คนขัดสน
11 องค์พระผู้เป็นเจ้าประทานพระวจนะ พวกผู้หญิงที่นำข่าวดี ก็เป็นพวกใหญ่โต
12 ประกาศว่า "บรรดาพระราชาของกองทัพทั้งหลาย เขาหนีไป เขาหนีไป" ผู้หญิงที่อยู่บ้านก็เอาข้าวของที่ริบมาได้แบ่งกัน
13 เมื่อท่านทั้งหลายนอนอยู่ท่ามกลางคอกแกะ ปีกนกพิราบก็อาบเงิน และขนก็แวววาวไปด้วยทอง
14 เมื่อผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์กระจายพระราชา ณ ที่นั่น หิมะก็ตกลงบนภูเขาศัลโมน
15 ภูเขาทรงมหิทธิฤทธิ์เอ๋ย ภูเขาเมืองบาชาน ภูเขาหลายยอดเอ๋ย ภูเขาเมืองบาชาน
16 ภูเขาหลายยอดเอ๋ย ทำไมมองด้วยความริษยา ณ ที่ภูเขาซึ่งพระเจ้าทรงประสงค์ ให้เป็นที่พำนักของพระองค์ เออ ที่ที่พระเจ้าจะประทับเป็นนิตย์
17 องค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จจากซีนายเข้าไปในสถานนมัสการ พร้อมรถรบของพระเจ้าอเนกอนันต์ นับเป็นพันๆ
18 พระองค์เสด็จขึ้นสู่เบื้องสูง นำเชลยไปด้วย และรับของขวัญท่ามกลางมนุษย์ ข้าแต่พระเจ้า แม้จากผู้ที่ขัดขวาง ที่พระองค์ประทับที่นั่น
19 สาธุการแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงค้ำชูเราทั้งหลายอยู่ทุกวัน พระเจ้าผู้ทรงเป็นความรอดของเรา
20 พระเจ้าของเรา เป็นพระเจ้าแห่งความรอด ซึ่งได้พ้นความตายนั้นก็อยู่ที่พระเจ้า
21 แต่พระเจ้าจะทรงตีศีรษะของศัตรูของพระองค์ให้แตก คือกระหม่อมมีผมของผู้ที่ขืนดำเนินในทางกรรมชั่ว ของเขา
22 องค์พระผู้เป็นเจ้า ตรัสว่า "เราจะนำเขาทั้งหลายกลับมาจากบาชาน เราจะนำเขาทั้งหลายกลับมาจากที่ลึกของทะเล
23 เพื่อเจ้าจะเอาเท้าอาบเลือด เพื่อลิ้นสุนัขของเจ้าจะมีส่วนจากคู่อริของเจ้า"
24 ข้าแต่พระเจ้า ขบวนแห่ของพระองค์ปรากฏแล้ว ขบวนแห่ของพระเจ้าของข้าพเจ้า พระมหากษัตริย์ของข้าพเจ้าเข้าในสถานนมัสการ
25 นักร้องนำหน้า นักดนตรีคัดท้าย ระหว่างนั้นมีสตรีเล่นรำมะนา
26 "ท่านทั้งหลายผู้เป็นเชื้อสายของอิสราเอล จงสรรเสริญพระเจ้าคือพระเยโฮวาห์ ในที่ชุมนุมใหญ่"
27 นั่นมีเบนยามินผู้น้อยที่สุดนำหน้า บรรดาเจ้านายยูดาห์อยู่เป็นหมู่ใหญ่ เจ้านายแห่งเศบูลุน เจ้านายแห่งนัฟทาลี
28 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเรียกอานุภาพของพระองค์มา ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงสำแดงพระกำลังของพระองค์ พระองค์ผู้ได้ทรงกระทำเพื่อข้าพระองค์ทั้งหลาย
29 บรรดาพระราชานำของกำนัลมาถวายพระองค์ เนื่องด้วยพระวิหารของพระองค์ที่เยรูซาเล็ม
30 ขอทรงขนาบสัตว์ป่าที่อยู่ในกอแขม ฝูงวัวกับลูกวัว คือชนชาติทั้งหลาย ผู้ยินยอมด้วยถวายเงินแผ่น ขอให้ชนชาติทั้งหลายผู้ปีติยินดีในสงครามได้ กระจัดพลัดพรากไป
31 ขอให้เขานำพัสดุ ทองสัมฤทธิ์มาจากอียิปต์ ขอให้เอธิโอเปียรีบยื่นมือของเขาออกทูลพระเจ้า
32 บรรดาอาณาจักรแห่งแผ่นดินโลกเอ๋ย จงร้องเพลงถวายพระเจ้า จงสดุดีองค์พระผู้เป็นเจ้า
33 ต่อพระองค์ผู้ทรงเนรมิตฟ้าสวรรค์ ฟ้าสวรรค์ดึกดำบรรพ์ นี่แน่ะ พระองค์ทรงเปล่งพระสุรเสียงของพระองค์ คือพระสุรเสียงทรงมหิทธิฤทธิ์
34 จงถวายฤทธานุภาพแด่พระเจ้า ซึ่งความสูงส่งของพระองค์อยู่เหนืออิสราเอล และฤทธานุภาพของพระองค์อยู่ในท้องฟ้า
35 พระเจ้าในสถานนมัสการน่าครั่นคร้ามนัก คือพระเจ้าของอิสราเอล พระองค์นั้นประทานฤทธิ์ และกำลังแก่ประชากรของพระองค์ สาธุการแด่พระเจ้า

สดุดี 69
1 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้รอด เพราะน้ำขึ้นมาถึงคอข้าพระองค์แล้ว
2 ข้าพระองค์จมอยู่ในเลนลึก ไม่มีที่ยืน ข้าพระองค์มาอยู่ในน้ำลึก และน้ำท่วมข้าพระองค์
3 ข้าพระองค์อ่อนระอาใจด้วยเหตุร้องไห้ คอของข้าพระองค์แห้งผาก ตาของข้าพระองค์มัวลง ด้วยการคอยท่าพระเจ้าของข้าพระองค์
4 บรรดาคนที่เกลียดชังข้าพระองค์โดย ไร้เหตุ มีมากยิ่งกว่าเส้นผมบนศีรษะข้าพระองค์ คนที่ทำลายข้าพระองค์ก็มีอิทธิพล คือผู้ที่เป็นพวกศัตรูของข้าพระองค์อย่างไม่มีเหตุ บัดนี้ข้าพระองค์จะต้องส่งคืน สิ่งที่ข้าพระองค์มิได้ขโมยไปหรือ
5 ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงทราบถึง ความโง่ของข้าพระองค์ ความผิดที่ข้าพระองค์กระทำแล้ว จะซ่อนไว้จากพระองค์ไม่ได้
6 ข้าแต่พระเจ้าจอมโยธา ขออย่าให้บรรดาผู้ที่หวังใจในพระองค์ ได้รับความอายเพราะข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้าของอิสราเอล ขออย่าให้บรรดาผู้ที่เสาะพระองค์ ได้ความอัปยศเพราะข้าพระองค์
7 ที่ข้าพระองค์ทนการเยาะเย้ย ที่ความอับอายได้คลุมหน้าข้าพระองค์ ไว้ก็เพราะเห็นแก่พระองค์
8 ข้าพระองค์กลายเป็นแขกแปลกหน้าของพี่น้อง และเป็นคนต่างด้าวของบุตรแห่งมารดาข้าพระองค์
9 ความร้อนใจในเรื่องพระนิเวศของพระองค์ได้ท่วมท้น ข้าพระองค์ และคำเยาะเย้ยของบรรดาผู้ที่เยาะเย้ยพระองค์ตกแก่ ข้าพระองค์
10 เมื่อข้าพระองค์ถ่อมใจลงด้วยการอดอาหาร มันกลายเป็นการเยาะเย้ยข้าพระองค์
11 เมื่อข้าพระองค์ใช้ผ้ากระสอบเป็นเครื่องนุ่งห่ม ข้าพระองค์กลับเป็นขี้ปากของเขา
12 คนที่นั่งที่ประตูเมืองก็พูดเรื่องข้าพระองค์ คนขี้เมาแต่งเพลงร้องว่าข้าพระองค์
13 ข้าแต่พระเจ้า แต่ส่วนข้าพระองค์ ข้าพระองค์อธิษฐานต่อพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า ในเวลาอันเหมาะสม โดยความรักมั่นคงอันอุดมของพระองค์ ขอทรงโปรดตอบข้าพระองค์ ด้วยความอุปถัมภ์อย่างวางใจได้
14 ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้น จากจมลงในเลน ขอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์จากคนที่ เกลียดชังข้าพระองค์ และจากน้ำลึก
15 ขออย่าให้น้ำท่วมข้าพระองค์ หรือน้ำที่ลึกกลืนข้าพระองค์เสีย หรือปากแดนผู้ตายงับข้าพระองค์ไว้
16 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงตอบข้าพระองค์ เพราะความรักมั่นคงของพระองค์นั้นเลิศ ขอทรงหันมาหาข้าพระองค์ ตามพระกรุณาอันอุดมของพระองค์
17 ขออย่าทรงซ่อนพระพักตร์ของพระองค์เสียจาก ผู้รับใช้ของพระองค์ เพราะข้าพระองค์ทุกข์ใจ ขอทรงรีบตอบข้าพระองค์
18 ขอมาใกล้ข้าพระองค์ ทรงไถ่ข้าพระองค์ไว้ เพราะศัตรูของข้าพระองค์ ขอทรงปลดเปลื้องข้าพระองค์
19 พระองค์ทรงทราบการที่เขาเยาะเย้ยข้าพระองค์แล้ว ทั้งความอายและความอัปยศของข้าพระองค์ พระองค์ทรงทราบถึงบรรดาคู่อริของข้าพระองค์หมด
20 การเยาะเย้ยกระทำให้จิตใจข้าพระองค์ชอกช้ำ ข้าพระองค์จึงหมดกำลังใจ ข้าพระองค์มองหาผู้สงสาร แต่ก็ไม่มี หาผู้เล้าโลม แต่ข้าพระองค์หาไม่พบ
21 เขาให้ดีหมีแก่ข้าพระองค์เป็นอาหาร ให้น้ำส้มสายชูแก่ข้าพระองค์ดื่มแก้ กระหาย
22 ขอให้สำรับที่อยู่ตรงหน้าเขาเองเป็นกับดักเขา และการเลี้ยงในพิธีสักการบูชาเป็นบ่วง
23 ขอให้นัยน์ตาของเขามืด เพื่อเขาจะไม่เห็น และทำบั้นเอวเขาให้สั่นสะเทือนเรื่อยไป
24 ขอทรงเทความกริ้วลงเหนือเขา และให้ความกริ้วอันเผาร้อนตามทันเขา
25 ขอให้ค่ายของเขาร้างเปล่า อย่าให้ผู้ใดพักอยู่ในเต็นท์ของเขา
26 เพราะเขาได้ข่มเหง ผู้ที่พระองค์ทรงเฆี่ยนตี เขาเล่าถึงความเจ็บปวดของผู้ที่พระองค์ให้บาดเจ็บแล้ว
27 ขอทรงเพิ่มโทษ แล้วทรงเพิ่มอีก อย่าให้เขาได้รับการอภัยจากพระองค์
28 ขอให้เขาถูกลบออกเสียจากทะเบียน ผู้มีชีวิต อย่าให้เขาขึ้นทะเบียนไว้ในหมู่คนชอบธรรม
29 แต่ข้าพระองค์ทุกข์ยากและเจ็บปวด ข้าแต่พระเจ้า ขอความรอดของ พระองค์ตั้งข้าพระองค์ไว้ให้สูง
30 ข้าพเจ้าจะสรรเสริญพระนามพระเจ้าด้วยบทเพลง ข้าพเจ้าจะยกย่องพระองค์โดยโมทนาพระคุณ
31 การนั้นจะเป็นที่พอพระทัยพระเจ้ามากกว่าวัวผู้ หรือวัวผู้ทั้งขาและกีบ
32 ขอให้บรรดาผู้ถ่อมใจเห็นและยินดี ท่านผู้เสาะพระเจ้า ขอให้ใจของท่านฟื้นชื่นขึ้น
33 เพราะพระเจ้าทรงฟังคนขัดสน และมิได้ทรงดูหมิ่นคนของพระองค์ที่ถูกจำจอง
34 ขอฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกสรรเสริญพระองค์ ทั้งทะเลและสรรพสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ในนั้น
35 เพราะพระเจ้าจะทรงช่วยศิโยนให้รอด และสร้างหัวเมืองยูดาห์ขึ้น เขาทั้งหลายจะอาศัยอยู่ที่นั่น และได้เป็นกรรมสิทธิ์
36 ลูกหลานของผู้รับใช้ของพระองค์จะได้เป็นมรดก และบรรดาผู้ที่รักพระนามของพระองค์จะอยู่ที่นั่น

สดุดี 70
1 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงพอพระทัยที่จะช่วยกู้ข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเร่งมาช่วยข้าพระองค์เถิด
2 ขอให้ผู้ที่มุ่งเอาชีวิตของข้าพระองค์ ได้อายและเกิดความอลวน ขอให้ผู้ปรารถนาที่จะให้ข้าพระองค์เจ็บนั้น ต้องหันกลับไปและได้ความอัปยศ
3 ผู้ที่พูดว่า "กุ๋ย กุ๋ย" นั้น ขอให้ต้องตกตะลึงเพราะความอายของเขา
4 ขอให้บรรดาผู้ที่แสวงพระองค์ เปรมปรีดิ์และยินดีในพระองค์ ขอให้บรรดาผู้ที่รักความรอดของพระองค์ กล่าวเสมอว่า "พระเจ้าใหญ่ยิ่งนัก"
5 แต่ข้าพระองค์ยากจนและขัดสน ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงรีบมาช่วยข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า ขออย่าทรงรอช้า พระองค์ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์และผู้ช่วยกู้ของข้าพระองค์

สดุดี 71
1 ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ลี้ภัยอยู่ในพระองค์ อย่าให้ข้าพระองค์รับความละอายเลย
2 ขอทรงช่วยกู้และอนุเคราะห์ข้าพระองค์ โดยความชอบธรรมของพระองค์ ขอทรงเอียงพระกรรณฟังข้าพระองค์ ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้รอด
3 ขอพระองค์ทรงเป็นศิลาลี้ภัยของข้าพระองค์ เป็นป้อมเข้มแข็งที่จะช่วยข้าพระองค์ เพราะพระองค์ทรงเป็นศิลาและเป็นป้อมปราการ ของข้าพระองค์
4 ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอทรงช่วยข้าพระองค์จากมือคนอธรรม จากเงื้อมมือของคนคดและคนดุร้าย
5 ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะพระองค์ทรงเป็นความหวัง ของข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า เป็นที่วางใจของข้าพระองค์ตั้งแต่เด็กๆมา
6 ข้าพระองค์พึ่งพระองค์ตั้งแต่กำเนิด พระองค์ทรงเป็นผู้นำข้าพระองค์ มาจากครรภ์มารดาข้าพระองค์ ข้าพระองค์สรรเสริญพระองค์เสมอ
7 ข้าพระองค์เป็นที่หลากใจของคนเป็นอันมาก แต่พระองค์ทรงเป็นที่ลี้ภัยเข้มแข็งของข้าพระองค์
8 ข้าพระองค์สรรเสริญพระองค์เต็มปาก และถวายเกียรติแด่พระองค์วันยังค่ำ
9 เมื่อวัยชรา ขออย่าทรงเหวี่ยงข้าพระองค์ทิ้งเสีย ขออย่าทรงทอดทิ้งข้าพระองค์ เมื่อข้าพระองค์หมดแรง
10 เพราะบรรดาศัตรูของข้าพระองค์พูดถึงพระองค์ บรรดาผู้ที่จ้องเอาชีวิตของข้าพระองค์ปรึกษากัน
11 และกล่าวว่า "พระเจ้าทรงทอดทิ้งเขาแล้ว จงไล่ตามและฉวยเขาไว้ เพราะไม่มีผู้ใดช่วยกู้เขา"
12 ข้าแต่พระเจ้า ขออย่าทรงอยู่ไกลข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอทรงรีบมาช่วยข้าพระองค์
13 ขอให้ศัตรูชีวิตของข้าพระองค์รับ ความอายและถูกล้างผลาญเสีย ผู้เสาะที่จะทำอันตรายข้าพระองค์นั้น ขอให้การเยาะเย้ยและความอัปยศท่วมเขา
14 แต่ข้าพระองค์จะหวังอยู่ตลอดไป และจะสรรเสริญพระองค์มากยิ่งขึ้นๆ
15 ปากของข้าพระองค์ จะเล่าถึงกิจการ อันชอบธรรมของพระองค์ คือราชกิจที่ช่วยให้รอดของพระองค์วันยังค่ำ เพราะจำนวนราชกิจนั้นมากมาย เกินความรู้ของข้าพระองค์
16 ข้าพระองค์ จะนำเรื่องราชกิจอันทรงมหิทธิฤทธิ์ของ พระเจ้าไปด้วย ข้าพระองค์จะสรรเสริญ ความชอบธรรมของพระองค์ของ พระองค์เท่านั้น
17 ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงสอน ข้าพระองค์ตั้งแต่เด็กๆมา และข้าพระองค์ยังป่าวร้องราชกิจมหัศจรรย์ของพระองค์
18 แม้จะถึงวัยชราและผมหงอกก็ตาม ข้าแต่พระเจ้า ขออย่าทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย จนกว่าข้าพระองค์จะประกาศถึงอานุภาพของ พระองค์แก่ชาติพันธุ์ถัดไป และฤทธิ์เดชของพระองค์แก่ผู้ที่จะเกิดมา
19 ข้าแต่พระเจ้า ความชอบธรรมของพระองค์ ไปถึงฟ้าสวรรค์ที่สูงนั้น ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ผู้ได้ทรงกระทำการใหญ่ ผู้ใดจะเหมือนพระองค์
20 พระองค์ผู้ทรงกระทำให้ข้าพระองค์ ประสบความทุกข์ยากลำบากเป็นอันมาก จะทรงรื้อข้าพระองค์ขึ้นมาอีก จากที่ลึกของโลก พระองค์จะทรงนำข้าพระองค์ขึ้นมาอีก
21 พระองค์จะทรงเพิ่มเกียรติแก่ข้าพระองค์ และเล้าโลมข้าพระองค์อีก
22 ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ฝ่ายข้าพระองค์จะสรรเสริญพระองค์ด้วยพิณใหญ่ ถึงเรื่องความสัตย์ซื่อของพระองค์ ข้าแต่องค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอล ข้าพระองค์จะร้องเพลงสรรเสริญพระองค์ด้วยพิณเขาคู่
23 ริมฝีปากของข้าพระองค์จะโห่ร้องด้วยความชื่นบาน เมื่อข้าพระองค์ร้องเพลงสรรเสริญพระองค์ ทั้งจิตวิญญาณของข้าพระองค์ด้วย ซึ่งพระองค์ได้ทรงไถ่ไว้
24 และลิ้นของข้าพระองค์จะพูดถึงความ ช่วยเหลืออันชอบธรรมของพระองค์ ตลอดวันยังค่ำ เพราะผู้ซึ่งแสวงที่จะทำอันตรายข้าพระองค์ ได้รับความอับอายและอัปยศ

สดุดี 72
1 ข้าแต่พระเจ้า ขอประทานความ ยุติธรรมของพระองค์แก่พระราชา และความชอบธรรมของพระองค์แก่ราชโอรส
2 เพื่อท่านจะได้พิพากษาประชากรของ พระองค์ ด้วยความชอบธรรม และคนยากจนของพระองค์ด้วยความยุติธรรม
3 ให้ภูเขาบังเกิดสันติสุขสำหรับประชาชน และเนินเขา โดยความชอบธรรม
4 ขอท่านสู้คดีของคนยากจนแห่งประชาชน ให้การช่วยกู้แก่ลูกหลานของคนขัดสน และขยี้ผู้บีบบังคับ
5 ขอให้ท่านดำรงชีวิตตราบที่ดวงอาทิตย์คงอยู่ ตราบเท่าดวงจันทร์ ตลอดชาติพันธุ์
6 ขอให้ท่านเป็นเหมือนฝนที่ตกบนหญ้าที่ตัดแล้ว เหมือนห่าฝนที่รดแผ่นดินโลก
7 ในสมัยของท่าน ขอความชอบธรรมเจริญขึ้น และสันติภาพอันอุดม จนไม่มีดวงจันทร์
8 ขอท่านครอบครองจากทะเลถึงทะเล และจากแม่น้ำนั้นถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก
9 บรรดาผู้ที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารจะกราบลงต่อเขา และให้บรรดาศัตรูของท่านเลียผงคลี
10 ขอบรรดาพระราชาแห่งเมืองทารชิชและของเกาะทั้งปวง ถวายราชบรรณาการ ขอบรรดาพระราชาแห่งเชบา และเสบา นำของกำนัลมา
11 ขอพระราชาทั้งปวงกราบลงไหว้ท่าน บรรดาประชาชาติจงปรนนิบัติท่าน
12 เพราะท่านช่วยกู้คนขัดสนเมื่อเราร้องทูล คนยากจน และคนที่ไร้ผู้อุปถัมภ์
13 ท่านสงสารคนอ่อนเปลี้ย และคนขัดสน และช่วยชีวิตบรรดาคนขัดสน
14 ท่านไถ่ชีวิตของเขาจากการบีบบังคับและความทารุณ และโลหิตของเขาก็ประเสริฐในสายตาของท่าน
15 ขอท่านผู้นั้นมีชีวิตยืนนาน ให้คนถวายทองคำเมืองเชบาแก่ท่าน ให้เขาอธิษฐานเผื่อท่านเรื่อยไป และอวยพรท่านวันยังค่ำ
16 ขอให้มีข้าวอุดมในแผ่นดิน ให้มันแกว่งไกวรวงอยู่บนยอดเขาทั้งหลาย ขอให้ผลของแผ่นดินเหมือนเลบานอน และให้คนบานออกมาจากนคร เหมือนหญ้าในทุ่งนา
17 ขอนามของท่านดำรงอยู่เป็นนิตย์ ชื่อเสียงของท่านยั่งยืนอย่างดวงอาทิตย์ ให้คนอวยพรกันเองโดยใช้ชื่อท่าน ประชาชาติทั้งปวงเรียกท่านว่าผู้ได้รับพระพร
18 สาธุการแด่พระเจ้า พระเจ้าแห่งอิสราเอล ผู้ทรงกระทำสิ่งมหัศจรรย์แต่พระองค์เดียว
19 สาธุการแด่พระนามรุ่งโรจน์ของพระองค์เป็นนิตย์ ขอพระสิริของพระองค์เต็มโลกอาเมน และ อาเมน
20 คำอธิษฐานของดาวิด บุตรชายของเจสซี จบเท่านี้

สดุดี 73
1 แท้จริงพระเจ้าทรงดีต่ออิสราเอล ต่อบุคคลผู้มีใจบริสุทธิ์
2 แต่ข้าพเจ้าเล่า เท้าของข้าพเจ้าเกือบสะดุด ย่างเท้าของข้าพเจ้าหมิ่นพลาดเต็มทีแล้ว
3 เพราะข้าพเจ้าริษยาคนจองหอง เมื่อข้าพเจ้าเห็นความเจริญรุ่งเรืองของคนอธรรม
4 เพราะเขาทั้งหลายไม่มีความเจ็บปวด ร่างกายเขาปกติและสมบูรณ์
5 เขาทั้งหลายไม่ลำบากอย่างคนอื่นๆ เขาทั้งหลายไม่รับภัยอย่างคนอื่นๆ
6 เพราะฉะนั้นความเย่อหยิ่งจึงเป็นสร้อยคอของเขา ความทารุณคลุมเขาไว้อย่างเครื่องแต่งกาย
7 ตาของเขาพองด้วยความอ้วนพี จิตใจของเขามีแผนการชั่วอย่างล้นหลาม
8 เขาเย้ยและพูดด้วยความมุ่งร้าย เขาใฝ่สูงขู่ว่าจะบีบบังคับ
9 เขาอ้าปากสู้ฟ้าสวรรค์ และลิ้นของเขาก็คะนองไปในโลก
10 ประชาชนของพระองค์จึงหันกลับมา และเขาทั้งหลายดื่มน้ำแห่งความบริบูรณ์
11 และเขาทั้งหลายพูดว่า "พระเจ้าทรงทราบได้อย่างไร พระเจ้าผู้สูงสุดมีความรู้หรือ"
12 ดูเถิด คนอธรรมเป็นเช่นนี้แหละ อยู่อย่างสบายเสมอ และร่ำรวยขึ้น
13 ข้าพเจ้ารักษาใจให้สะอาด และชำระมือด้วยความบริสุทธิ์ก็เปล่าประโยชน์
14 เพราะข้าพเจ้ารับภัยอยู่วันยังค่ำ และถูกขนาบอยู่ทุกเช้า
15 ถ้าข้าพระองค์ได้พูดว่า "ข้าพเจ้าจะพูดอย่างนี้" ข้าพระองค์จะไม่จริงต่อพวกบุตร ทั้งหลายของพระองค์อยู่แล้ว
16 แต่เมื่อข้าพระองค์ตริตรองว่า จะเข้าใจเรื่องนี้ได้อย่างไร ข้าพระองค์รู้สึกว่า เป็นงานที่เหน็ดเหนื่อย
17 จนข้าพระองค์เข้าไปในสถานนมัสการของพระเจ้า แล้วข้าพระองค์จึงพิเคราะห์เห็นปลายทางของเขาทั้งหลาย
18 จริงละ พระองค์ทรงวางเขาไว้ในที่ลื่น พระองค์ทรงกระทำให้เขาล้มถึงความพินาศ
19 แหม เขาถูกทำลายเสียในครู่เดียว ถูกเหตุการณ์สยดสยองกวาดไปอย่างสิ้นเชิง
20 ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า เหมือนความฝันทั้งที่ตื่นอยู่ เมื่อตื่นอยู่ ท่านดูหมิ่นภาพของเขา
21 เมื่อจิตของข้าพระองค์ขมขื่น เมื่อข้าพระองค์เสียวแปลบถึงหัวใจ
22 ข้าพระองค์โฉดและไม่เดียงสา ข้าพระองค์ประพฤติเหมือนสัตว์ต่อพระองค์
23 ถึงกระนั้นก็ดี ข้าพระองค์อยู่กับพระองค์เสมอ พระองค์ทรงจับมือขวาของข้าพระองค์ไว้
24 พระองค์ทรงนำข้าพระองค์ด้วยคำปรึกษาของพระองค์ และภายหลังพระองค์จะทรงนำ ข้าพระองค์ให้ได้รับเกียรติยศ
25 นอกจากพระองค์ ข้าพระองค์มิมีผู้ใดในฟ้าสวรรค์ นอกจากพระองค์แล้ว ข้าพระองค์ไม่ปรารถนาใดใดในโลก
26 เนื้อหนังและจิตใจของข้าพระองค์จะวายไป แต่พระเจ้าทรงเป็นกำลังใจของข้าพระองค์ และเป็นส่วนของข้าพระองค์เป็นนิตย์
27 เพราะนี่แนะ บุคคลผู้ห่างเหินจากพระองค์จะพินาศ พระองค์ทรงให้บุคคลที่ไม่จริงต่อพระองค์ดับไป
28 แต่ส่วนข้าพระองค์ ที่จะเข้าใกล้พระเจ้านั้นดี ข้าพระองค์ได้ให้พระเจ้าเป็นที่ลี้ภัยของข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะได้เล่าถึงพระราชกิจทั้งสิ้นของพระองค์

สดุดี 74
1 ข้าแต่พระเจ้า ไฉนพระองค์ทรงเหวี่ยงข้าพระองค์ทั้งหลายทิ้งเสียเป็นนิตย์ ไฉนความกริ้วของพระองค์จะกรุ่นขึ้นต่อแกะแห่งทุ่งหญ้า ของพระองค์
2 ขอทรงระลึกถึงชุมนุมชนของพระองค์ ซึ่งพระองค์ทรงชุบเลี้ยงมาแต่ดึกดำบรรพ์ ซึ่งพระองค์ทรงไถ่ไว้ให้เป็นเผ่าแห่งมรดกของพระองค์ ขอทรงระลึกถึงภูเขาศิโยน ซึ่งพระองค์ทรงเคยประทับนั้น
3 ขอทรงนำย่างพระบาทของพระองค์ ไปยังที่ปรักหักพังเป็นนิตย์ ศัตรูได้ทำลายทุกสิ่งในสถานนมัสการ
4 พวกคู่อริของพระองค์คำรามอยู่กลางสถานประชุม ของพระองค์ เขาตั้งหมายสำคัญของเขาเองไว้เป็นหมายสำคัญ
5 ดูเขาเป็นเหมือนคนยกขวานขึ้น เหนือพุ่มต้นไม้
6 แล้วบรรดาไม้ที่แกะสลักทั้งสิ้น เขาก็พังลงมาเสียด้วยขวานและค้อน
7 เขาเอาไฟเผาสถานนมัสการของพระองค์ เขาทำลายความศักดิ์สิทธิ์แห่งสถานที่พระนาม ของพระองค์ประทับนั้นถึงดิน
8 เขารำพึงในใจว่า "เราจะเอาชนะ เขาทั้งหลายให้สิ้นเชิง" เขาเผาบรรดาสถานประชุมของพระเจ้าที่ในแผ่นดินหมด
9 พวกเราไม่เห็นหมายสำคัญทั้งหลายของเรา ไม่มีผู้เผยพระวจนะอีกแล้ว ในพวกเรา ไม่มีใครทราบว่านานเท่าใด
10 ข้าแต่พระเจ้า คู่อริจะเย้ยอยู่นานเท่าใด ศัตรูจะกล่าวหยาบช้าต่อพระนามของพระองค์เป็นนิตย์หรือ
11 ไฉนพระองค์จึงหดพระหัตถ์ของพระองค์เสีย คือพระหัตถ์ขวาของพระองค์ ขอทรงเหยียดพระหัตถ์จาก พระทรวงของพระองค์ทำลายเขาเสีย
12 ถึงกระนั้น พระเจ้า กษัตริย์ของ ข้าพระองค์ ทรงอยู่แต่ดึกดำบรรพ์ ทรงประกอบกิจความรอดท่ามกลางแผ่นดินโลก
13 พระองค์ทรงแยกทะเลด้วยฤทธานุภาพ ของพระองค์ พระองค์ทรงหักหัวมังกรบนน้ำ
14 พระองค์ทรงขยี้หัวทั้งหลายของเลวีอาธาน พระองค์ประทานมันให้เป็นอาหารของ สรรพสัตว์แห่งถิ่นทุรกันดาร
15 พระองค์ทรงแยกเปิดน้ำพุและลำธาร พระองค์ทรงให้แม่น้ำที่ไหลอยู่เสมอแห้งไป
16 วันเป็นของพระองค์ คืนเป็นของพระองค์ พระองค์ทรงสถาปนาดวงสว่างและดวงอาทิตย์
17 พระองค์ทรงจัดเขตทั้งสิ้นของแผ่นดินโลก พระองค์ทรงสร้างฤดูร้อนและฤดูหนาว
18 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงระลึกข้อนี้ว่า ศัตรูเยาะเย้ยอย่างไร และชนชาติโง่ได้กล่าวหยาบช้า ต่อพระนามของพระองค์อย่างไร
19 ขออย่าทรงมอบวิญญาณนกเขา ของพระองค์แก่สัตว์ป่า ขออย่าทรงลืมชีวิตคนยากจนของพระองค์เป็นนิตย์
20 ขอสนพระทัยในพันธสัญญาของพระองค์ เพราะสถานที่มืดของแผ่นดินเต็มไปด้วยที่อยู่ ของความทารุณ
21 ขออย่าให้ผู้ที่ถูกเหยียบย่ำได้อาย ขอให้คนจนและคนขัดสนสรรเสริญพระนามของพระองค์
22 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงลุกขึ้น สู้คดีของพระองค์ ขอทรงระลึกว่าคนโง่เย้ยพระองค์อยู่วันยังค่ำ
23 ขออย่าทรงลืมเสียงของคู่อริของพระองค์ เสียงอึงคะนึงของปฏิปักษ์ของพระองค์ ซึ่งขึ้นไปอยู่เนืองนิตย์

สดุดี 75
1 ข้าพระองค์ทั้งหลายขอโมทนาพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ทั้งหลายขอโมทนา พระนามของพระองค์อยู่ใกล้ เขาเล่าถึงพระราชกิจอัศจรรย์ของพระองค์
2 ถึงเวลาซึ่งเราได้กำหนดไว้ เราจะพิพากษาด้วยความเที่ยงธรรม
3 เมื่อแผ่นดินโลกโคลงเคลง พร้อมทั้งบรรดาชาวแผ่นดินโลกนั้น ผู้ที่รักษาเสาหานของมันให้มั่นอยู่ คือเราเอง
4 เราพูดกับคนโอ้อวดว่า "อย่าโอ้อวด" และแก่คนอธรรมว่า "อย่ายกหัวของเจ้าขึ้น
5 อย่ายกหัวของเจ้าขึ้นให้สูง หรือพูดจาอย่างยโส"
6 เพราะการยกขึ้นนั้นมิได้มาจากทิศ ตะวันออกหรือทิศตะวันตก และมิใช่มาจากถิ่นทุรกันดาร
7 แต่เป็นพระเจ้าผู้ทรงกระทำการพิพากษา ทรงให้คนหนึ่งลง และทรงยกอีกคนหนึ่งขึ้น
8 เพราะในพระหัตถ์ของพระเจ้ามีจอกลูกหนึ่ง มีเหล้าองุ่นเป็นฟอง ประสมไว้ดี พระองค์ทรงเทของดื่มจากจอกนั้น และคนอธรรมของแผ่นดินโลกทั้งสิ้น จะดื่มหมดทั้งตะกอน
9 แต่ข้าพเจ้าจะเปรมปรีดิ์เป็นนิตย์ ข้าพเจ้าจะร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าของยาโคบ
10 "เราจะตัดศักดิ์ของคนอธรรมออกหมด แต่ศักดิ์ของผู้ชอบธรรมจะถูกเชิดชูขึ้น"

สดุดี 76
1 ในยูดาห์เขารู้จักพระเจ้า ในอิสราเอลพระนามของพระองค์ใหญ่ยิ่ง
2 ที่ประทับของพระองค์ตั้งอยู่ในซาเล็ม ที่พำนักของพระองค์อยู่ในศิโยน
3 ที่นั่น พระองค์ทรงหักลูกธนูเพลิงทั้งโล่ ดาบ และยุทธภัณฑ์
4 พระองค์ทรงรุ่งโรจน์ สูงส่งยิ่งภูเขานิรันดร์
5 ด้วยว่าคนใจเข้มแข็งถูกริบข้าวของ เขาหลับไป ชายฉกรรจ์ทั้งสิ้น ไม่สามารถใช้มือของเขาอีกได้แล้ว
6 ข้าแต่พระเจ้าของยาโคบ พอพระองค์ทรงขนาบ ทั้งม้าและคนขี่ก็ล่วงลับไป
7 แต่พระองค์เจ้า พระองค์ทรงเป็นที่น่าคร้ามกลัว เมื่อพระองค์ทรงกริ้วขึ้นแล้ว ใครจะยืนต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์ได้
8 พระองค์ทรงลั่นคำพิพากษามาจากฟ้าสวรรค์ เมื่อพระเจ้าทรงลุกขึ้นพิพากษา เพื่อช่วยผู้ถูกบีบบังคับทั้งสิ้นของแผ่นดินโลกให้รอด
9 แผ่นดินโลกก็กลัวและนิ่งเงียบ
10 แน่ละ ความโกรธของมนุษย์จะสรรเสริญพระองค์ และความโกรธที่เหลืออยู่นั้นพระองค์ จะทรงคาดพระองค์ไว้
11 จงบนต่อพระเจ้าของท่านทั้งหลาย และจงปฏิบัติตาม ให้คนที่อยู่รอบพระองค์นำของกำนัล มายังพระองค์ผู้ซึ่งเขาควรเกรงกลัว
12 ผู้ทรงตัดน้ำจิตของเจ้านาย ผู้ทรงเป็นที่น่าคร้ามกลัวแก่บรรดา พระราชาแห่งแผ่นดินโลก

สดุดี 77
1 ข้าพเจ้าร้องทูลพระเจ้า ทูลต่อพระเจ้า เพื่อพระองค์จะทรงฟังข้าพเจ้า
2 ในวันยากลำบากของข้าพเจ้า ข้าพเจ้า แสวงองค์พระผู้เป็นเจ้า ในกลางคืนมือข้าพเจ้าเหยียดไม่หยุด จิตใจของข้าพเจ้าไม่รับคำเล้าโลม
3 ข้าพเจ้าคิดถึงพระเจ้า ข้าพเจ้าก็ครวญคราง ข้าพเจ้าตรึกตรอง จิตใจของข้าพเจ้าก็อ่อนระอาไป
4 พระองค์ทรงจับหนังตาของข้าพเจ้าไว้ไม่ให้ปิด ข้าพเจ้าทุกข์มากจนพูดไม่ออก
5 ข้าพเจ้าพิจารณาถึงสมัยก่อน ข้าพเจ้าจำปีที่นมนานมาแล้วได้
6 ข้าพเจ้าภาวนาในใจของข้าพเจ้าในกลางคืน ข้าพเจ้าตรึกตรองและวิญญาณจิตของข้าพเจ้าก็เสาะหา
7 "องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงทอดทิ้งเป็นนิตย์ และจะไม่เคยพอพระทัยอีกหรือ
8 ความรักมั่นคงของพระองค์จะระงับอยู่ เป็นนิตย์หรือ พระสัญญาของพระองค์สิ้นสุดตลอด ทุกชั่วชาติพันธุ์หรือ
9 พระเจ้าทรงลืมที่จะทรงพระกรุณาหรือ เพราะพระพิโรธ พระองค์จึงทรงปิดความสังเวชเสียหรือ"
10 และข้าพเจ้าว่า "ที่พระหัตถ์ขวาของ พระองค์ผู้สูงสุดเปลี่ยนไป นั่นแหละเป็นความทุกข์ของข้าพเจ้า"
11 ข้าพเจ้าจะระลึกถึงพระราชกิจทั้งปวงของพระเจ้า พระเจ้าข้า ข้าพระองค์จะจดจำบรรดาการอัศจรรย์ ของพระองค์ ในสมัยก่อนๆ
12 ข้าพระองค์จะตรึกตรองถึงพระราชกิจทั้งสิ้น ของพระองค์ และรำพึงถึงพระราชกิจอันทรงฤทธิ์ของพระองค์
13 ข้าแต่พระเจ้า วิธีการของพระองค์บริสุทธิ์ พระองค์ใดจะยิ่งใหญ่อย่างพระเจ้าของเรา
14 พระองค์คือพระเจ้าผู้ทรงกระทำการอัศจรรย์ ผู้ทรงสำแดงฤทธานุภาพของพระองค์ท่ามกลาง ชนชาติทั้งหลาย
15 พระองค์ได้ทรงไถ่ประชากร ของพระองค์ด้วยพระกรของพระองค์ คือเชื้อสายของยาโคบ และโยเซฟ
16 ข้าแต่พระเจ้า เมื่อน้ำเห็นพระองค์ น้ำเห็นพระองค์ มันก็เกรงกลัว แน่ทีเดียว ที่ลึกก็สั่นสะท้าน
17 เมฆเทน้ำลงมา ท้องฟ้าก็คะนองเสียง ลูกธนูของพระองค์ก็ปลิวไปปลิวมา
18 ฟ้าผ่าของพระองค์มีเสียงอยู่ในลมบ้าหมู ฟ้าแลบทำให้พิภพสว่าง แผ่นดินโลกก็สั่นสะเทือนและหวั่นไหว
19 พระมรรคาของพระองค์อยู่ในทะเล พระวิถีของพระองค์อยู่ในน้ำมหึมาทั้งหลาย ถึงกระนั้นรอยพระบาทของพระองค์ก็ไม่มีใครรู้
20 พระองค์ทรงนำประชากรของพระองค์ โดยมือของโมเสสและอาโรนเหมือนฝูงแพะแกะ

สดุดี 78
1 ประชากรของข้าพเจ้าเอ๋ย จงเงี่ยหูฟังคำสอนของข้าพเจ้า เอียงหูของท่านทั้งหลายฟังถ้อยคำจากปากข้าพเจ้า
2 ข้าพเจ้าจะอ้าปากกล่าวคำอุปมา ข้าพเจ้าจะกล่าวคำลับลึกของโบราณกาล
3 ถึงสิ่งที่เราทั้งหลายได้ยินได้ทราบ ที่บรรพบุรุษของเราได้บอกเรา
4 เราจะไม่ซ่อนไว้จากลูกหลานของเขา แต่จะบอกแก่ชาติพันธุ์ที่กำลังเกิดมา ถึงพระราชกิจอันควรสรรเสริญของพระเจ้า และฤทธานุภาพของพระองค์ และการอัศจรรย์ซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำ
5 เพราะพระองค์ทรงสถาปนากฎเกณฑ์ไว้ในยาโคบ และทรงแต่งตั้งกฎหมายไว้ในอิสราเอล ซึ่งพระองค์ทรงบัญชาแก่บรรพบุรุษของเรา ว่าให้แจ้งเรื่องราวเหล่านั้นแก่ลูกหลานของเขา
6 เพื่อชาติพันธุ์รุ่นต่อไปจะทราบเรื่อง คือลูกหลานที่จะเกิดมา และที่จะลุกขึ้นบอกลูกหลานของเขา
7 เพื่อเขาจะตั้งความหวังของเขาไว้ในพระเจ้า และไม่ลืมพระราชกิจของพระเจ้า แต่รักษาพระบัญญัติของพระองค์
8 และเพื่อเขาจะมิได้เหมือนบรรพบุรุษของเขา คือชาติพันธุ์ที่ดื้อดึงและมักกบฏ ชาติพันธุ์ที่จิตใจไม่มั่นคง ผู้ซึ่งจิตวิญญาณของเขาไม่มั่นคงต่อพระเจ้า
9 บรรดาคนเอฟราอิม พร้อมสรรพไปด้วยคันธนู ได้หันกลับในวันสงคราม
10 เขาทั้งหลายมิได้รักษาพันธสัญญาของพระเจ้า และปฏิเสธที่จะเดินตามกฎหมายของพระองค์
11 เขาลืมสิ่งที่พระองค์ได้ทรงกระทำ และการอัศจรรย์ซึ่งพระองค์ทรงสำแดงแก่เขา
12 พระองค์ทรงกระทำการประหลาด ต่อหน้าต่อตาบรรพบุรุษของเขา ในแผ่นดินอียิปต์ ในไร่นาโศอัน
13 พระองค์ทรงแยกทะเล และให้เขาเดินผ่านไป และกระทำให้น้ำตั้งอยู่เหมือนกองสูง
14 ในกลางวันพระองค์ทรงนำเขาด้วยเมฆ และด้วยแสงไฟคืนยังรุ่ง
15 พระเจ้าทรงผ่าหินในถิ่นทุรกันดาร ประทานน้ำเป็นอันมากให้เขาดื่ม เหมือนมาจากที่ลึก
16 พระองค์ทรงกระทำให้ลำธารออกมาจากหิน ทรงกระทำให้น้ำไหลลงมาเหมือน แม่น้ำ
17 แต่เขายังกระทำบาปยิ่งขึ้นต่อพระองค์ ได้กบฏต่อองค์ผู้สูงสุดในที่แห้งแล้ง
18 เขาทดลองพระเจ้าอยู่ในใจของเขา โดยเรียกร้องอาหารที่เขาอยาก
19 เขาพูดปรักปรำพระเจ้าว่า "พระเจ้าจะทรงเตรียมสำรับในถิ่นทุรกันดารได้หรือ
20 ดูเถิด พระองค์ทรงตีหินให้น้ำพุออกมา และลำธารก็ไหลล้น พระองค์จะประทานขนมปังด้วยได้หรือ หรือทรงจัดเนื้อให้ประชากรของพระองค์ได้หรือ"
21 เพราะฉะนั้น เมื่อพระเจ้าทรงสดับแล้ว พระองค์ทรงพระพิโรธ มีไฟลุกโพลงขึ้นสู้ยาโคบ พระพิโรธของพระองค์ สูงขึ้นสู้อิสราเอล
22 เพราะเขาไม่เชื่อพระเจ้า และไม่ไว้วางใจในฤทธิ์ช่วยของพระองค์
23 พระองค์ยังทรงบัญชาฟ้าเบื้องบน และทรงเปิดประตูฟ้าสวรรค์
24 พระองค์ทรงหลั่งมานาให้เขารับประทาน และทรงประทานทิพยาหารให้เขา
25 มนุษย์ได้กินอาหารของทูตสวรรค์ พระองค์ทรงประทานอาหารให้เขาอย่างอุดม
26 พระองค์ทรงกระทำให้ลมตะวันออกพัดในฟ้าสวรรค์ และทรงนำลมใต้ออกมาด้วยฤทธิ์ของพระองค์
27 พระองค์ทรงหลั่งเนื้อให้เขาอย่างผงคลี คือนก ดังทรายทะเล
28 พระองค์ทรงให้มันตกลงมากลางค่ายของเขา และรอบที่อาศัยของเขา
29 เขาได้รับประทานอิ่มดี เพราะพระองค์ประทานสิ่งที่เขาอยาก
30 แต่ก่อนที่เขาจะหายอยาก ขณะที่อาหารยังอยู่ในปากของเขา
31 พระพิโรธของพระเจ้าพลุ่งขึ้นต่อเขา และพระองค์ทรงสังหารคนฉกรรจ์ที่สุดของเขาเสีย และทรงคว่ำคนหนุ่มในอิสราเอลเสีย
32 ถึงมีเรื่องทั้งสิ้นนี้ เขาก็ยังกระทำบาป เขามิได้เชื่อถือการอัศจรรย์ของพระองค์
33 พระองค์จึงทรงกระทำให้วันของเขาหายไปดังลมหายใจ และทรงให้ปีของเขาหายไปอย่างสยดสยอง
34 เมื่อพระองค์ทรงสังหารเขา เขาแสวงหาพระองค์ เขาได้กลับมาแสวงพระเจ้าด้วยใจร้อนรน
35 เขาระลึกว่าพระเจ้าทรงเป็นพระศิลาของเขา และพระเจ้าองค์สูงสุดเป็นพระผู้ไถ่ของเขา
36 แต่เขายอพระองค์ด้วยปากของเขา และมุสาต่อพระองค์ด้วยลิ้นของเขา
37 เพราะจิตใจของเขาไม่แน่วแน่ต่อพระองค์ เขาไม่จริงจังต่อพันธสัญญาของพระองค์
38 ถึงกระนั้นด้วยความสังเวช พระองค์ทรงอภัยความผิดบาปของเขา และมิได้ทรงทำลายเขา พระองค์ทรงยับยั้งพระพิโรธของพระองค์บ่อยๆ และมิได้ทรงกวนพระพิโรธของพระองค์ทั้งสิ้นให้ขึ้นมา
39 พระองค์ทรงระลึกว่าเขาเป็นเพียงแต่เนื้อหนัง เป็นลมที่ผ่านไปแล้วมิได้กลับมาอีก
40 เขากบฏต่อพระองค์ในถิ่นทุรกันดารบ่อยสักเท่าใด และทำให้พระองค์โทมนัสในทะเลทราย
41 แต่เขายังได้กลับทดลองพระเจ้าอีก และได้ทำให้องค์บริสุทธิ์ของอิสราเอลเศร้าพระทัย
42 เขามิได้ระลึกถึงฤทธานุภาพของพระองค์ หรือวันที่พระองค์ทรงไถ่เขาจากคู่อริของเขา
43 เมื่อพระองค์ทรงกระทำหมายสำคัญของพระองค์ในอียิปต์ และการอัศจรรย์ของพระองค์ในไร่นาโศอัน
44 พระองค์ทรงเปลี่ยนแม่น้ำของเขาให้เป็นเลือด เขาจึงดื่มจากลำธารของเขาไม่ได้
45 พระองค์ทรงส่งฝูงเหลือบ มาท่ามกลางเขา ซึ่งผลาญเขา และกบซึ่งทำลายเขา
46 พระองค์ประทานพืชผลของเขาแก่ตั๊กแตนวัยคลาน และผลงานออกแรงของเขาแก่ตั๊กแตนวัยบิน
47 พระองค์ทรงทำลายเถาองุ่นของเขาด้วยลูกเห็บ และต้นมะเดื่อของเขาด้วยน้ำค้างแข็ง
48 พระองค์ทรงมอบฝูงวัวของเขาไว้กับลูกเห็บ และฝูงแพะแกะของเขากับฟ้าผ่า
49 พระองค์ทรงปล่อยความกริ้วดุร้าย ของพระองค์มาเหนือเขา ทั้งพระพิโรธ ความกริ้ว และความทุกข์ลำบาก คือคณะทูตสวรรค์ผู้ทำลาย
50 พระองค์ทรงเปิดวิถีให้แก่ความกริ้วของพระองค์ พระองค์มิได้ทรงเว้นเขาไว้จากความตาย แต่ประทานชีวิตของเขาแก่กาฬโรค
51 พระองค์ทรงประหารลูกหัวปีทั้งสิ้น ในอียิปต์ คือผลแรกแห่งกำลังของเขาในเต็นท์ของฮาม
52 แล้วพระองค์ทรงนำประชากร ของพระองค์ออกมาเหมือนนำแกะ และนำเขาไปในถิ่นทุรกันดาร เหมือนฝูงแพะแกะ
53 พระองค์นำเขาไปอย่างปลอดภัย เขาจึงไม่กลัว แต่ทะเลท่วมศัตรูของเขา
54 และพระองค์ทรงพาเขามายังแดนบริสุทธิ์ของ พระองค์ ยังภูเขาซึ่งพระหัตถ์ขวาของพระองค์ได้เนรมิตขึ้น
55 พระองค์ทรงขับประชาชาติต่างๆออกไปข้างหน้าเขา พระองค์ทรงวัดแบ่งแดนประชาชาตินั้นให้เป็นมรดก และทรงตั้งบรรดาเผ่าอิสราเอลไว้ในเต็นท์ของเขา
56 แต่เขาทั้งหลายยังทดลองและกบฏต่อ พระเจ้าองค์สูงสุด มิได้รักษาบรรดาพระโอวาทของพระองค์
57 กลับหันไปเสียและประพฤติทรยศอย่างบรรพบุรุษของเขา เขาบิดไปเหมือนคันธนูที่ไว้ใจไม่ได้
58 เพราะเขายั่วเย้าพระองค์ให้ทรงกริ้วด้วยเรื่อง ปูชนียสถานบนที่สูงของเขาทั้งหลาย ได้หมุนให้พระองค์หวงแหนเขาด้วย เรื่องรูปเคารพแกะสลักของเขา
59 เมื่อพระเจ้าทรงได้ยิน พระองค์ทรงพิโรธยิ่ง และพระองค์ทรงทอดทิ้งอิสราเอลไว้เสีย
60 พระองค์ทรงละที่ประทับของพระองค์ในชิโลห์ คือพลับพลาที่พระองค์ทรงตั้งไว้ ท่ามกลางมนุษย์
61 และทรงมอบประชาอันเป็น ฤทธานุภาพของพระองค์แก่การเป็นเชลย และชนอันเป็นพระสิริของพระองค์ แก่มือของคู่อริ
62 พระองค์ทรงมอบประชากรของพระองค์แก่ดาบ และทรงพระพิโรธต่อมรดกของพระองค์
63 ไฟผลาญหนุ่มๆของเขาเสีย และสาวๆของเขาก็ไม่มีเพลงแต่งงาน
64 บรรดาปุโรหิตของเขาล้มลงด้วยดาบ และหญิงม่ายของเขาไม่มีการร้องทุกข์
65 แล้วองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตื่นอย่างตื่นบรรทม อย่างชายฉกรรจ์โห่ร้อง เพราะฤทธิ์เหล้าองุ่น
66 และพระองค์ทรงตีปฏิปักษ์ของพระองค์ให้ถอยหลัง และให้เขาได้อายเป็นนิตย์
67 พระองค์ทรงปฏิเสธเต็นท์ของโยเซฟ พระองค์มิได้ทรงเลือกเผ่าเอฟราอิม
68 แต่พระองค์ทรงเลือกเผ่ายูดาห์ ภูเขาศิโยนซึ่งพระองค์ทรงรัก
69 พระองค์ทรงสร้างสถานนมัสการของพระองค์ อย่างกับฟ้าสวรรค์สูง อย่างแผ่นดินโลกซึ่งพระองค์ตั้งไว้เป็นนิตย์
70 พระองค์ทรงเลือกดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์ ทรงพาท่านมาจากคอกแกะ
71 พระองค์ทรงพาท่านมาจากการดูแลแม่แกะที่มีลูกอ่อน ให้เป็นผู้เลี้ยงดูยาโคบประชากรของพระองค์ คืออิสราเอลมรดกของพระองค์อย่างเลี้ยง แกะ
72 ท่านจึงเลี้ยงดูเขาทั้งหลายด้วยใจเที่ยงธรรม และนำเขาทั้งหลายไปด้วยมือช่ำชอง

สดุดี 79
1 ข้าแต่พระเจ้า พวกต่างศาสนาได้เข้าในมรดกของพระองค์ เขาได้ทำให้พระวิหารศักดิ์สิทธิ์ของ พระองค์มีมลทิน เขาได้ทำให้เยรูซาเล็ม เป็นที่ปรักหักพัง
2 เขาให้ศพผู้รับใช้ของพระองค์ เป็นอาหารแก่บรรดานกในอากาศ ให้เนื้อของธรรมิกชนของพระองค์แก่สัตว์ป่าแห่งแผ่นดินโลก
3 เขาได้เทโลหิตของคนเหล่านั้นออกมาอย่างน้ำ รอบเยรูซาเล็ม จนไม่มีคนฝังศพ
4 เราเป็นที่เย้ยหยันแก่เพื่อนบ้านของเรา คนที่อยู่รอบเราก็เยาะและเย้ย
5 ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงกริ้วอีกนานเท่าใด เป็นนิตย์หรือพระเจ้าข้า พระพิโรธอันหวงแหนของพระองค์ จะไหม้ดังไฟไปอีกนานเท่าใด
6 ขอทรงเทความกริ้วของพระองค์ลงเหนือบรรดาประชาชาติ ที่ไม่รู้จักพระองค์ และเหนือราชอาณาจักรทั้งหลาย ที่ไม่ร้องทูลออกพระนามของพระองค์
7 เพราะเขาทั้งหลายได้ผลาญยาโคบ และกระทำให้ที่อาศัยของเขาร้างเปล่า
8 ขออย่าทรงถือเอาความบาปผิด ของบรรพบุรุษของข้าพระองค์ทั้งหลาย เพื่อลงโทษข้าพระองค์ทั้งหลาย ขอความสังเวชของพระองค์ เร่งมาพบข้าพระองค์ทั้งหลาย เพราะข้าพระองค์ทั้งหลายตกต่ำมาก
9 ข้าแต่พระเจ้าแห่งความรอดของ ข้าพระองค์ทั้งหลาย ขอทรงช่วยข้าพระองค์ เพราะเห็นแก่พระสิริแห่งพระนามของพระองค์ ขอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์และอภัยบาปของข้าพระองค์ เพราะเห็นแก่พระนามของพระองค์
10 ควรหรือที่บรรดาประชาชาติจะกล่าวว่า "พระเจ้าของเขาอยู่ที่ไหน" ขอให้การแก้แค้นแห่งโลหิตผู้รับใช้ของ พระองค์ที่ไหลออกมา จงปรากฏในท่ามกลางประชาชาติต่อหน้าต่อตา ข้าพระองค์ทั้งหลาย
11 ขอให้เสียงคร่ำครวญของบรรดาเชลย มาอยู่ต่อพระพักตร์พระองค์ ด้วยพระกรทรงฤทธิ์ของพระองค์ ขอทรงสงวนคนเหล่านั้นที่ต้องถึงตาย
12 ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงตอบแทนการที่ เขาได้เย้ยหยันต่อพระองค์ สักเจ็ดเท่า ณ ทรวงอกเพื่อนบ้านของข้าพระองค์
13 แล้วข้าพระองค์ทั้งหลายประชากรของพระองค์ ฝูงแพะแกะแห่งทุ่งหญ้าของพระองค์ จะโมทนาพระคุณพระองค์เป็นนิตย์ ข้าพระองค์ทั้งหลายจะกล่าวสรรเสริญ พระองค์ตลอดทุกชั่วชาติพันธุ์

สดุดี 80
1 ข้าแต่พระผู้ทรงเลี้ยงดูอิสราเอลอย่างเลี้ยงแกะ คือพระองค์ผู้ทรงนำโยเซฟอย่างนำฝูงแพะแกะ ขอทรงเงี่ยพระกรรณสดับ พระผู้ประทับเหนือเครูบ ขอทรงทอแสงออกมา
2 ต่อหน้าเอฟราอิม และเบนยามินและมนัสเสห์ ขอทรงปลุกพระราชอำนาจของพระองค์ขึ้น มาช่วยข้าพระองค์ทั้งหลายให้รอด
3 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงช่วยข้าพระองค์ทั้งหลาย ให้กลับสู่สภาพดี ขอพระพักตร์ของพระองค์ทอแสง เพื่อข้าพระองค์ทั้งหลายจะรอด
4 ข้าแต่พระเจ้าจอมโยธา พระองค์ทรงกริ้วต่อคำอธิษฐานของ ชนชาติของพระองค์นานสักเท่าใด
5 พระองค์ได้ทรงเลี้ยงเขาด้วยน้ำตาต่างอาหาร และทรงให้เขาดื่มน้ำตาอย่างเต็มขนาด
6 ทรงกระทำให้พระองค์เป็นที่ดูหมิ่น ในหมู่เพื่อนบ้านของข้าพระองค์ และศัตรูของข้าพระองค์หัวเราะกัน
7 ข้าแต่พระเจ้าจอมโยธา ขอทรงช่วยข้าพระองค์ทั้งหลายให้กลับสู่สภาพดี ขอพระพักตร์ของพระองค์ทอแสง เพื่อข้าพระองค์ทั้งหลายจะรอด
8 พระองค์ทรงนำเถาองุ่นออกจากอียิปต์ พระองค์ทรงขับไล่บรรดาประชาชาติออกไป และทรงปลูกเถาองุ่นไว้
9 พระองค์ทรงปราบดินให้ มันก็หยั่งรากลึก และแผ่เต็มแผ่นดิน
10 ร่มเงาของมันคลุมภูเขา และกิ่งก้านของมันคลุมต้นสนสีดาร์ของพระเจ้า
11 มันส่งกิ่งไปถึงทะเล และส่งแขนงไปถึงแม่น้ำยูเฟรตีส
12 ทำไมพระองค์จึงทรงพังกำแพงลงเสีย บรรดาคนทั้งสิ้นที่ผ่านไปตามทางจึงเด็ดผลของมัน
13 หมูป่าจากดงมาย่ำยีมัน และบรรดาที่ไปมาในไร่นากินมันเป็นอาหาร
14 ข้าแต่พระเจ้าจอมโยธา ขอทรงหันกลับเถิดพระเจ้าข้า ขอทรงมองจากฟ้าสวรรค์และทรงเห็น ขอทรงสนพระทัยในเถาองุ่นนี้
15 คือกอซึ่งพระหัตถ์ขวาของพระองค์ทรงปลูกไว้ และกิ่งที่พระองค์ทรงให้เจริญแข็งแรงเพื่อพระองค์เอง
16 เขาทั้งหลายเผามันเสียด้วยไฟ เขาตัดมันลง ขอให้พินาศด้วยพระพักตร์ของพระองค์ที่ทรงขนาบเขา
17 ขอพระหัตถ์ของพระองค์จงอยู่เหนือผู้ที่อยู่เบื้อง ขวาพระหัตถ์ของพระองค์ คือบุตรของมนุษย์ที่พระองค์ทรงกระทำให้แข็งแรง เพื่อพระองค์เอง
18 แล้วข้าพระองค์ทั้งหลายจะไม่หันกลับมาจากพระองค์ ขอทรงสงวนชีวิตข้าพระองค์ทั้งหลายไว้ แล้วข้าพระองค์ทั้งหลายจะทูลออกพระนามพระองค์
19 ข้าแต่พระเจ้าจอมโยธา ขอทรงช่วยข้าพระองค์ทั้งหลายให้กลับสู่สภาพดี ขอพระพักตร์ของพระองค์ทอแสง เพื่อข้าพระองค์ทั้งหลายจะรอดได้

สดุดี 81
1 จงร้องเพลงถวายพระเจ้า พระกำลังของพวกเรา จงโห่ร้องด้วยความชื่นบานถวาย แด่พระเจ้าของยาโคบ
2 จงเปล่งเสียงเพลง จงตีรำมะนา ทั้งพิณเขาคู่อันไพเราะ และพิณใหญ่
3 จงเป่าแตรเมื่อวันขึ้นค่ำ เมื่อวันเพ็ญ ณ วันการเลี้ยงของเรา
4 เพราะเป็นกฎเกณฑ์สำหรับอิสราเอล เป็นระเบียบของพระเจ้าแห่งยาโคบ
5 พระองค์ทรงกระทำให้เป็นคำสั่งในโยเซฟ เมื่อพระองค์ทรงออกไปสู่แผ่นดินอียิปต์ ข้าพเจ้าได้ยินเสียงซึ่งข้าพเจ้าไม่เคยรู้จัก
6 ว่า "เราผ่อนบ่าของเขาจากภาระ มือของเขา เราให้เป็นอิสระพ้นกระจาด
7 เมื่อทุกข์ใจเจ้าเรียก เราก็ช่วยกู้เจ้า เราตอบเจ้าในที่ลับลี้ของฟ้าร้อง เราได้ทดลองเจ้าที่น้ำ ณ เมรีบาห์
8 ประชากรของเราเอ๋ย จงฟัง แล้วเราจะทักท้วงเจ้า โอ อิสราเอลเอ๋ย เจ้าน่าจะฟังเราแล้ว
9 อย่ามีพระแปลกๆท่ามกลางเจ้าเลย อย่ากราบไหว้พระต่างด้าว
10 เราคือพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า ผู้ได้พาเจ้าออกมาจากแผ่นดินอียิปต์ อ้าปากของเจ้าให้กว้างเถิด เราจะป้อนเจ้าให้อิ่ม
11 "แต่ประชากรของเราไม่ฟังเสียงของเรา อิสราเอลไม่ยอมรับเราเลย
12 เราจึงมอบเขาไว้แก่จิตใจดื้อด้านของเขาเอง ให้ตามคำปรึกษาของเขาเอง
13 เออ ประชากรของเรา น่าจะฟังเรา และอิสราเอล น่าจะเดินในทางทั้งหลายของเรา
14 แล้วไม่ช้า เราก็จะให้ศัตรูของเขานอบน้อมลง และจะหันมือของเราสู้คู่อริของเขา
15 บรรดาผู้ที่เกลียดชังพระเจ้า จะหมอบราบต่อเขา และเวลาของเขาจะยั่งยืนอยู่เป็นนิตย์"
16 พระองค์จะทรงเลี้ยงเขาด้วยข้าวสาลีอย่างดีที่สุด "เราจะให้เจ้าพอใจด้วยน้ำผึ้งที่มาจากหิน"

สดุดี 82
1 พระเจ้าทรงเข้าประทับในสภาของพระเจ้า พระองค์ทรงทำการพิพากษาท่ามกลางพระทั้งหลายว่า
2 "ท่านจะตัดสินอย่างอยุติธรรม และแสดงความลำเอียงข้างคนอธรรมนานเท่าใด
3 จงให้ความยุติธรรมแก่คนอ่อนเปลี้ยและกำพร้าบิดา จงดำรงสิทธิของผู้ที่ทุกข์ยาก และคนสิ้นเนื้อประดาตัว
4 จงช่วยคนอ่อนเปลี้ยและคนขัดสนให้พ้น ช่วยกู้เขาจากมือของคนอธรรม"
5 เขาทั้งหลายไม่รู้และไม่เข้าใจ เขาเดินไปมาในความมืด รากทั้งสิ้นของแผ่นดินโลกก็หวั่นไหว
6 เราได้กล่าวว่า "ท่านทั้งหลายเป็นพระ เป็นบุตรองค์ผู้สูงสุด ท่านทุกคนนั่นแหละ
7 ถึงกระนั้น ท่านก็จะตายอย่างมนุษย์ และล้มลงเหมือนเจ้านายคนหนึ่งคนใด"
8 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงลุกขึ้นพิพากษาแผ่นดินโลก เพราะบรรดาประชาชาติทั้งสิ้น เป็นของพระองค์

สดุดี 83
1 ข้าแต่พระเจ้า ขออย่าทรงนิ่งอยู่ ข้าแต่พระเจ้า ขออย่าทรงเงียบ และเฉยอยู่
2 เพราะนี่แน่ะ ศัตรูของพระองค์สับสนอลหม่าน บรรดาผู้ที่ชังพระองค์ได้ยกศีรษะของเขาขึ้น
3 เขาวางแผนการแยบคาย สู้ประชากรของพระองค์ เขาปรึกษากันสู้ผู้ที่พระองค์ทรงทะนุถนอม
4 เขาพูดว่า "มาเถิด ให้เรากวาดเขาออกจากการเป็นประชาชาติ อย่าให้ระลึกถึงชื่ออิสราเอลอีกต่อไป"
5 เออ เขาปองร้ายเป็นใจเดียวกัน เขาทำพันธสัญญาสู้พระองค์
6 คือ เต็นท์ของเอโดมและคนยิชมาเอล โมอับและคนฮาการ์
7 เกบาล อัมโมน และอามาเลค ฟีลิสเตียกับชาวเมืองไทระ
8 อัสซีเรียก็สมทบเขาด้วย เขาเป็นแขนของลูกหลานของโลต
9 ขอทรงทำกับเขาอย่างพระองค์ทรงกระทำกับ มีเดียน อย่างที่ทำกับสิเสราและยาบินที่แม่น้ำคีโชน
10 ผู้ถูกทำลายที่ตำบลเอนโดร์ ผู้กลายเป็นปุ๋ยของที่ดิน
11 ขอทรงทำขุนนางของเขาเหมือนโอเรบ และเศเอบ ทำเจ้านายทั้งสิ้นของเขาเหมือนเศบาร์และ ศาลมุนนา
12 ผู้ที่กล่าวว่า "ให้เราเอาทุ่งหญ้าของพระเจ้า มาเป็นกรรมสิทธิ์ของเราเถิด"
13 ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอทรงทำเขาให้เหมือนผงคลี ที่วนเวียนเหมือนแกลบต่อหน้าลม
14 อย่างไฟเผาผลาญป่าไม้ อย่างเปลวเพลิงที่ให้ภูเขาลุกโพลง
15 ขอทรงติดตามเขาไปด้วยพายุของพระองค์ และทรงทำให้เขาคร้ามกลัวด้วยวาตะ
16 ทรงให้หน้าของเขามีความอาย ข้าแต่พระเจ้า เพื่อเขาจะได้แสวง พระนามของพระองค์
17 ขอให้เขาอับอาย และกลัวอยู่เป็นนิตย์ ให้เขาอดสูและพินาศไป
18 ให้เขาทั้งหลายทราบว่าพระองค์ผู้เดียว ผู้ทรงพระนามว่าพระเยโฮวาห์ ทรงเป็นผู้สูงสุดเหนือแผ่นดินโลกทั้งสิ้น

สดุดี 84
1 ข้าแต่พระเจ้าจอมโยธา ที่ประทับของพระองค์เป็นที่รักจริงๆ
2 วิญญาณของข้าพระองค์ปรารถนาเออ อาลัยหา บริเวณพระนิเวศของพระเจ้า ใจกายของข้าพระองค์ ร้องเพลงด้วยความชื่นบาน ถวายพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์
3 แม้นกกระจอกก็หาบ้านได้แล้ว และนกนางแอ่นหารังสำหรับตัวมันได้ ที่ที่มันจะตกฟองออกลูก คือที่แท่นบูชาของพระองค์ ข้าแต่พระเจ้าจอมโยธา พระราชา และพระเจ้าของข้าพระองค์
4 ความสุขเป็นของบุคคลที่อาศัยในพระนิเวศของพระองค์ เขาร้องเพลงสรรเสริญพระองค์เสมอ
5 ความสุขเป็นของบุคคลที่กำลังของเขาอยู่ในพระองค์ คือคนที่ในใจของเขาเป็นทางหลวงไปศิโยน
6 ขณะที่เขาผ่านไปตามหว่างเขาบาคา เขากระทำให้เป็นที่น้ำพุ ฝนต้นฤดูกระทำให้ ได้รับพระพร
7 เขาไปด้วยมีกำลังมาเพิ่มขึ้นๆ เขาจะเข้าเฝ้าพระเจ้าในศิโยน
8 ข้าแต่พระเจ้าจอมโยธา ขอทรงฟังคำอธิษฐาน ของข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้าของยาโคบ ขอทรงเงี่ยพระกรรณ
9 ขอทอดพระเนตร ข้าแต่พระเจ้าโล่ของข้าพระองค์ทั้งหลาย ขอทอดพระเนตรหน้าผู้รับเจิมของพระองค์
10 เพราะวันเดียวในบริเวณพระนิเวศของพระองค์ ดีกว่าพันวันในที่อื่น ข้าพเจ้าจะเป็นคนเฝ้าประตูพระนิเวศ ของพระเจ้าของข้าพเจ้า ดีกว่าอยู่ในเต็นท์ของความอธรรม
11 เพราะพระเจ้าทรงเป็นดวงอาทิตย์และเป็นโล่ พระองค์ทรงปูนความชอบและเกียรติ พระเจ้ามิได้ทรงหวงของดีอันใดไว้เลย จากบุคคลผู้เดินอย่างเที่ยงธรรม
12 ข้าแต่พระเจ้าจอมโยธา บุคคลที่วางใจในพระองค์ก็เป็นสุข

สดุดี 85
1 ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ได้ทรงโปรดปรานแผ่นดินของพระองค์ พระองค์ทรงให้ยาโคบกลับสู่สภาพดี
2 พระองค์ได้ทรงยกความบาปผิดของประชากร ของพระองค์เสีย พระองค์ทรงกลบเกลื่อนบาปทั้งสิ้นของเขา
3 พระองค์ได้ทรงนำพระพิโรธทั้งสิ้นของพระองค์กลับ พระองค์ทรงเคยหันจากความกริ้ว อันร้อนแรงของพระองค์
4 ข้าแต่พระเจ้าแห่งความรอดของ ข้าพระองค์ทั้งหลาย ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้กลับคืนอีก ขอทรงระงับความกริ้วจากข้าพระองค์ทั้งหลาย
5 พระองค์จะทรงกริ้วต่อข้าพระองค์ทั้งหลายเป็นนิตย์หรือ พระองค์จะทรงให้ความกริ้วของพระองค์ดำรงตลอด ทุกชั่วชาติพันธุ์หรือ
6 พระองค์จะไม่ทรงให้ข้าพระองค์ทั้งหลายฟื้นอีกหรือ เพื่อประชากรของพระองค์จะได้เปรมปรีดิ์ในพระองค์
7 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงสำแดงความรัก มั่นคงของพระองค์แก่ข้าพระองค์ทั้งหลาย และขอประทานความรอดของพระองค์แก่ข้าพระองค์ทั้งปวง
8 ขอให้ข้าพระองค์ได้ฟังความที่พระเจ้าจะตรัส เพราะพระองค์จะตรัสความสันติแก่ประชากรของพระองค์ แก่ธรรมิกชนของพระองค์ แต่อย่าให้เขาทั้งหลายหันกลับ ไปสู่ความโง่อีก
9 แน่ทีเดียวที่ความรอดของพระองค์อยู่ใกล้คนที่ เกรงกลัวพระองค์ เพื่อพระสิริจะอยู่ในแผ่นดินของข้าพระองค์ทั้งหลาย
10 ความรักมั่นคงและความสัตย์สุจริตจะพบกัน ความชอบธรรมและสันติภาพจะจุบกันและกัน
11 ความสัตย์สุจริตจะงอกขึ้นมาจากแผ่นดิน และความชอบธรรมจะมองลงมาจากฟ้าสวรรค์
12 เออ พระเจ้าจะประทานสิ่งที่ดีๆ และแผ่นดินของข้าพระองค์ทั้งหลายจะเกิดผล
13 ความชอบธรรมจะนำหน้าพระองค์ และกระทำให้รอยพระบาทของพระองค์เป็นทางเดิน

สดุดี 86
1 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเงี่ยพระกรรณตอบข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์ยากจนและขัดสน
2 ขอทรงสงวนชีวิตข้าพระองค์ไว้ เพราะข้าพระองค์เป็นธรรมิกชน ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ขอทรงช่วยผู้รับใช้ ของพระองค์ผู้วางใจในพระองค์
3 ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงพระกรุณาต่อข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์ร้องทูลต่อพระองค์วันยังค่ำ
4 ขอทรงให้จิตใจผู้รับใช้ของพระองค์ยินดี ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ ตั้งใจแน่วแน่ในพระองค์
5 ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะพระองค์ประเสริฐและทรงพร้อมที่จะประทานอภัย อุดมด้วยความรักมั่นคงต่อบรรดาผู้ร้องทูลพระองค์
6 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเงี่ยพระโสตฟังคำทูล อธิษฐานของข้าพระองค์ ขอทรงสดับเสียงร้องทูลวิงวอนของข้าพระองค์
7 ในวันลำบากของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ร้องทูลพระองค์ เพราะพระองค์ทรงตอบข้าพระองค์
8 ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ในบรรดาพระไม่มีผู้ใดเหมือนพระองค์ และไม่มีกิจการใดๆเหมือนพระราชกิจของพระองค์
9 ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า บรรดาประชาชาติที่พระองค์ทรงสร้าง จะมากราบลงต่อพระองค์ และจะเทิดทูนพระนามของพระองค์
10 เพราะพระองค์ใหญ่ยิ่งและทรงกระทำการอัศจรรย์ พระองค์แต่องค์เดียวทรงเป็นพระเจ้า
11 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงสอนพระมรรคา ของพระองค์แก่ข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะดำเนินในความจริงของพระองค์ ขอทรงสำรวมใจของข้าพระองค์ ให้ยำเกรงพระนามของพระองค์
12 ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์โมทนาพระคุณพระองค์ด้วยสิ้นสุดใจ และข้าพระองค์จะเทิดทูนพระนามของพระองค์เป็นนิตย์
13 เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ที่ทรงมีต่อ ข้าพระองค์นั้นใหญ่ยิ่งนัก และพระองค์ทรงช่วยกู้จิตวิญญาณของข้าพระองค์จาก ที่ลึกของแดนผู้ตาย
14 ข้าแต่พระเจ้า คนหยิ่งยโสได้ลุกขึ้นต่อสู้ข้าพระองค์ หมู่คนไร้ความปรานีเสาะชีวิตข้าพระองค์ เขามิได้ประดิษฐานพระองค์ไว้ตรงหน้าเขา
15 ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า แต่พระองค์ทรงเป็นพระเจ้ากอปรด้วยพระกรุณา และพระเมตตา ทรงกริ้วช้า และอุดมด้วยความรักมั่นคง และความสัตย์สุจริต
16 ขอทรงหันมาเมตตาข้าพระองค์ ขอประทานพระกำลังแก่ผู้รับใช้ของพระองค์ และขอทรงช่วยชีวิตบุตรชายของหญิงคนใช้ของพระองค์
17 ขอประทานหมายสำคัญแห่งความโปรดปรานของพระองค์ แก่ข้าพระองค์ เพื่อคนที่เกลียดชังข้าพระองค์จะเห็น และจะได้อาย ข้าแต่พระเจ้า เพราะพระองค์ได้ทรงช่วยข้าพระองค์และทรงเล้าโลม ข้าพระองค์

สดุดี 87
1 รากฐานของพระองค์ อยู่บนภูเขาศักดิ์สิทธิ์
2 พระเจ้าทรงรักประตูศิโยน มากยิ่งกว่าที่อาศัยแห่งใดใดของยาโคบ
3 โอ นครแห่งพระเจ้าเอ๋ย เขากล่าวสรรเสริญเธอ
4 ในบรรดาผู้ที่รู้จักเรา เราระบุชื่อราหับ และบาบิโลน ดูเถิด ฟีลิสเตีย ไทระ และเอธิโอเปีย เขากล่าวกันว่า "ผู้นี้เกิดที่นั่น"
5 และเขาจะพูดเรื่องศิโยนว่า "ผู้นี้และผู้นั้นเกิดในเมืองนั้น" เพราะองค์ผู้สูงสุดนั่นแหละจะสถาปนาเมืองนั้นไว้
6 ขณะที่พระเจ้าทรงจดชนชาติทั้งหลาย พระองค์ทรงบันทึกว่า "ผู้นี้เกิดที่นั่น"
7 นักร้องและนักเต้นรำกล่าวกันว่า "น้ำพุทั้งสิ้นของเราอยู่ในเธอ"

สดุดี 88
1 ข้าแต่พระเจ้า พระเจ้าแห่งความรอดของข้าพระองค์ เมื่อข้าพระองค์ร้องทูลต่อพระองค์ในกลางคืน
2 ขอคำอธิษฐานของข้าพระองค์มาจำเพาะเบื้อง พระพักตร์ของพระองค์ ขอทรงเงี่ยพระกรรณฟังคำร้องทูลของข้าพระองค์
3 เพราะจิตใจของข้าพระองค์ลำบากเต็มที และชีวิตของข้าพระองค์เข้าใกล้แดนผู้ตาย
4 เขานับข้าพระองค์ในบรรดาผู้ที่ลงไปยังปากแดน ข้าพระองค์เป็นเหมือนชายที่ไม่มีกำลัง
5 เหมือนคนที่เขาทิ้งไว้ท่ามกลางคนตาย เหมือนคนถูกฆ่าที่นอนอยู่ในหลุมศพ ที่พระองค์มิได้ทรงระลึกถึงอีก เพราะเขาทั้งหลายถูกพรากเสียจากพระหัตถ์ของพระองค์
6 พระองค์ทรงใส่ข้าพระองค์ไว้ในส่วนลึกของปากแดนผู้ตาย ในแดนที่มืดและลึก
7 พระพิโรธของพระองค์หนักอยู่บนข้าพระองค์ และพระองค์ทรงทับถมข้าพระองค์ด้วยคลื่น ทั้งสิ้นของพระองค์
8 พระองค์ทรงให้เพื่อนของข้าพระองค์เหินห่าง จากข้าพระองค์ พระองค์ทรงกระทำให้ข้าพระองค์เป็นที่น่า สยดสยองของเขาทั้งหลาย ข้าพระองค์ถูกขัง ข้าพระองค์จึงออกไปไม่ได้
9 นัยน์ตาของข้าพระองค์มัวไปเพราะความทุกข์ ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ร้องทูลพระองค์ทุกวัน ข้าพระองค์ชูมือขึ้นต่อพระองค์
10 พระองค์ทรงกระทำการอัศจรรย์เพื่อคนตายหรือ ชาวแดนผู้ตายลุกขึ้นสรรเสริญพระองค์ได้หรือ
11 เขาประกาศความรักมั่นคงของพระองค์ในหลุมศพหรือ หรือประกาศความสัตย์สุจริตในแดนพินาศหรือ
12 ในความมืดเขารู้จักการอัศจรรย์ของพระองค์หรือ ในแผ่นดินแห่งความหลงลืมเขารู้จัก การช่วยกู้ของพระองค์หรือ
13 ข้าแต่พระเจ้า แต่ข้าพระองค์ร้องทูลต่อพระองค์ ในเวลาเช้าคำอธิษฐานของข้าพระองค์ขึ้นไปหาพระองค์
14 ข้าแต่พระเจ้า ไฉนพระองค์ทรงเหวี่ยง ข้าพระองค์ออกไปเสีย ไฉนพระองค์ทรงซ่อนพระพักตร์เสียจากข้าพระองค์
15 ตั้งแต่เป็นอนุชนมา ข้าพระองค์ทุกข์ยากและใกล้ความตาย ข้าพระองค์ทนต่อความสยดสยองของพระองค์ ข้าพระองค์ อเนจอนาถ
16 พระพิโรธของพระองค์ กวาดไปเหนือข้าพระองค์ สิ่งที่น่ากลัวจากพระองค์ทำลายข้าพระองค์
17 มันล้อมข้าพระองค์ไว้รอบวันยังค่ำอย่างน้ำท่วม มันท่วมข้าพระองค์มิด
18 พระองค์ทรงให้คนรักและสหายห่างเหินจากข้าพระองค์ พวกเพื่อนของข้าพระองค์อยู่ในความมืด

สดุดี 89
1 ข้าพระองค์จะร้องเพลงถึงความรัก มั่นคงของพระเจ้าเป็นนิตย์ ด้วยปากของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ จะประกาศความสัตย์สุจริตของพระองค์ตลอดทุกชั่วชาติพันธุ์
2 ด้วยข้าพเจ้าได้กล่าวแล้วว่าความรักมั่นคงของ พระองค์จะตั้งอยู่เป็นนิตย์ พระองค์จะสถาปนาความสัตย์สุจริตของพระองค์ใน ฟ้าสวรรค์ทีเดียว
3 "เราได้กระทำพันธสัญญากับผู้ที่ถูกเลือกของเรา เราได้ปฏิญาณกับดาวิดผู้รับใช้ของเราว่า
4 'เราจะสถาปนาเชื้อสายของเจ้าไว้เป็นนิตย์ และจะสร้างบัลลังก์ของเจ้าไว้ทุกชั่ว ชาติพันธุ์'"
5 ข้าแต่พระเจ้า ขอฟ้าสวรรค์จง สรรเสริญการอัศจรรย์ของพระองค์ และสรรเสริญความสัตย์สุจริตของ พระองค์ในที่ประชุมของบรรดาท่านผู้บริสุทธิ์
6 เพราะผู้ใดเล่าที่ในฟ้าจะเปรียบกับพระเจ้าได้ ในบรรดาเทวชนผู้ใดจะเหมือนพระเจ้า
7 คือองค์พระเจ้าผู้เป็นที่เกรงกลัวในสภาของบรรดา ผู้บริสุทธิ์ ใหญ่ยิ่งและน่าเกรงขามเหนือกว่าทั้งสิ้นที่อยู่รอบพระองค์
8 ข้าแต่พระเจ้าจอมโยธา ข้าแต่พระเจ้า ผู้ใดจะทรงฤทธานุภาพเท่าเทียมพระองค์ ด้วยความสัตย์สุจริตของพระองค์รอบพระองค์
9 พระองค์ทรงปกครองการเดือดดาลของทะเล เมื่อคลื่นสูงขึ้นพระองค์ทรงให้สงบ
10 พระองค์ทรงขยี้ราหับเหมือนผู้ถูกฆ่า พระองค์ทรงกระจายศัตรูของพระองค์ ด้วยพระกรทรงฤทธิ์ของพระองค์
11 ฟ้าสวรรค์เป็นของพระองค์ แผ่นดินโลกเป็นของพระองค์ด้วย พระองค์ได้ทรงตั้งพิภพ และบรรดาสิ่งที่อยู่ในนั้น
12 ทิศเหนือและทิศใต้ พระองค์ก็ได้ทรงสร้าง ภูเขาทาโบร์กับภูเขาเฮอร์โมนสรรเสริญพระนาม ของพระองค์อย่างชื่นบาน
13 พระองค์มีพระกรอันทรงฤทธิ์ พระหัตถ์ของพระองค์ก็แข็งแรง พระหัตถ์ขวาของพระองค์ก็สูง
14 ความชอบธรรมและความยุติธรรมเป็น รากฐานแห่งบัลลังก์ของพระองค์ ความรักมั่นคง และความสัตย์สุจริตเดินนำหน้าพระองค์
15 ชนชาติที่รู้จักโห่ร้องอย่างชื่นบานก็เป็นสุข ข้าแต่พระเจ้า คือผู้ที่เดินในสว่างแห่งพระพักตร์ของพระองค์
16 ผู้เต้นโลดอยู่ในพระนามของพระองค์วันยังค่ำ และได้รับการเชิดชูโดยความชอบธรรมของพระองค์
17 เพราะพระองค์ทรงเป็นพระสิริแห่งกำลังของเขาทั้งหลาย แต่โดยความโปรดปรานของพระองค์ กำลังของข้าพระองค์ทั้งหลายจึงเพิ่มขึ้น
18 เพราะโล่ของเราทั้งหลายเป็นของพระเจ้า พระราชาของเราเป็นขององค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอล
19 ในกาลก่อน พระองค์ตรัสด้วยนิมิต แก่ธรรมิกชนของพระองค์และตรัสว่า "เราได้ยกชายหนุ่มคนหนึ่งเหนือชายฉกรรจ์ เราได้เชิดชูคนที่ถูกเลือกคนหนึ่งเหนือประชาชน
20 เราได้พบดาวิดผู้รับใช้ของเรา ด้วยน้ำมันบริสุทธิ์ของเรา เราได้เจิมเขาไว้ แล้ว
21 เพื่อว่ามือของเราจะอยู่กับเขาเป็นนิตย์ และแขนของเราจะเสริมกำลังของเขา
22 ศัตรูจะหลอกเขาไม่ได้ คนที่ประพฤติผิดจะข่มเขาไม่ได้
23 เราจะขยี้คู่อริของเขาต่อหน้าเขา และตีผู้ที่เกลียดเขาให้ล้มลง
24 ความสัตย์สุจริต และความรักมั่นคงของเราจะอยู่กับเขา และกำลังของเขาจะเป็นที่เชิดชูโดยนามของเรา
25 เราจะเอามือของเขาวางไว้บนทะเล และมือขวาของเขาบนแม่น้ำทั้งหลาย
26 เขาจะร้องต่อเราว่า 'พระองค์ทรงเป็นพระบิดาของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ และเป็นพระศิลา แห่งความรอดของข้าพระองค์'
27 และเราจะให้เขาเป็นบุตรหัวปี สูงที่สุดในบรรดาพระราชาแห่งแผ่นดินโลก
28 เราจะเก็บความรักมั่นคงของเราไว้ให้เขาเป็นนิตย์ และพันธสัญญาของเราจะตั้งมั่นคงอยู่เพื่อเขา
29 เราจะสถาปนาเชื้อสายของเขาไว้เป็นนิตย์ ทั้งบัลลังก์ของเขาให้ดำรงตราบเท่ากาลของฟ้าสวรรค์
30 ถ้าลูกหลานของเขาทิ้งกฎหมายของเรา และไม่ดำเนินตามระเบียบของเรา
31 ถ้าเขาทั้งหลายฝ่าฝืนกฤษฎีกาของเรา และมิได้รักษาบัญญัติของเรา
32 แล้วเราจะลงโทษการละเมิดของเขาด้วยไม้เรียว และความบาปผิดของเขาด้วยการเฆี่ยน
33 แต่จะไม่ถอนความรักมั่นคงของเราไปจากเขา หรือ ไม่จริงต่อความสัตย์สุจริตของเรา
34 เราจะไม่ฝ่าฝืนพันธสัญญาของเรา หรือพลิกแพลงถ้อยคำที่ออกไปจากริมฝีปากของเรา
35 เราปฏิญาณด้วยความบริสุทธิ์ของเราเด็ดขาด เราจะไม่มุสาต่อดาวิด
36 เชื้อสายของเขาจะดำรงอยู่เป็นนิตย์ บัลลังก์ของเขาจะยืนนานอย่างดวงอาทิตย์ต่อหน้าเรา
37 จะสถาปนาไว้อย่างดวงจันทร์เป็นนิตย์ และสักขีพยานในท้องฟ้าก็แน่นอน"
38 แต่บัดนี้ พระองค์ทรงได้เหวี่ยงออกไปและปฏิเสธ พระองค์ทรงพระพิโรธต่อผู้ที่เจิมไว้ของพระองค์
39 พระองค์ได้ทรงบอกเลิกพันธสัญญา กับผู้รับใช้ของพระองค์ พระองค์ทรงกระทำมงกุฎของท่านมลทินในผงคลีดิน
40 พระองค์ได้พังกำแพงของท่านทั้งสิ้น พระองค์ทรงให้ที่กำบังเข้มแข็งของท่านปรักหักพัง
41 คนทั้งปวงที่ผ่านไปก็ปล้นท่าน ท่านก็เป็นขี้ปากของเพื่อนบ้าน
42 พระองค์ทรงยกย่องมือขวาของคู่อริของท่าน พระองค์ทรงกระทำให้ศัตรูทั้งสิ้นของท่านเปรมปรีดิ์
43 จริงทีเดียว พระองค์ทรงหันคมดาบของท่าน และพระองค์มิได้ทรงกระทำให้ท่าน ตั้งมั่นอยู่ในสงคราม
44 พระองค์ได้ทรงกระทำให้สง่าของท่านเสื่อมสูญไป และทรงเหวี่ยงบัลลังก์ของท่านลงสู่พื้นดิน
45 พระองค์ทรงตัดวันวัยหนุ่มของท่านให้สั้น และทรงคลุมท่านไว้ด้วยความอาย
46 ข้าแต่พระเจ้า พระองค์จะซ่อนองค์อยู่นาน เท่าใด เป็นนิตย์หรือ พระพิโรธของพระองค์จะไหม้อยู่นานเท่าใด
47 ขอทรงระลึกว่า ช่วงชีวิตของข้าพระองค์เป็นอย่างไร เพราะว่าพระองค์ทรงนฤมิตสร้างพงศ์พันธุ์ของมนุษย์ มาเปล่าประโยชน์แท้ๆ
48 มนุษย์คนใดมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องเห็นความตาย ผู้ใดจะช่วยกู้วิญญาณจิตของตนจากมือของแดนผู้ตายได้
49 ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นเจ้า ความรักมั่นคง ในกาลก่อนของพระองค์อยู่ที่ไหน ซึ่งพระองค์ทรงปฏิญาณต่อดาวิด โดยความสัตย์สุจริตของพระองค์
50 ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงระลึกว่า ผู้รับใช้ของพระองค์ถูกด่าอย่างไร และข้าพระองค์รับความสบประมาท ของชนชาติทั้งหลายไว้ในอก ของข้าพระองค์อย่างไร
51 ข้าแต่พระเจ้า นั่นแหละศัตรูของพระองค์ได้เย้ยหยัน นั่นแหละเขาเย้ยรอยเท้าของผู้ที่เจิมไว้ของพระองค์
52 สาธุการแด่พระเจ้าเป็นนิตย์ อาเมน และ อาเมน

สดุดี 90
1 ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงเป็นที่อาศัยของข้าพระองค์ทั้งหลาย ตลอดทุกชั่วชาติพันธุ์
2 ก่อนที่ภูเขาทั้งหลายเกิดขึ้นมา ก่อนที่พระองค์ทรงให้กำเนิดแผ่นดินโลกและพิภพ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า ตั้งแต่นิรันดร์กาลถึงนิรันดร์กาล
3 พระองค์ทรงให้มนุษย์กลับเป็นผงคลี และตรัสว่า "ลูกหลานของมนุษย์เอ๋ย จงกลับเถิด"
4 เพราะพันปีในสายพระเนตรของพระองค์ เป็นเหมือนวานนี้ซึ่งผ่านไปแล้ว หรือเหมือนยามเดียวในกลางคืน
5 พระองค์ทรงกวาดมนุษย์ไปเสีย เขาเป็นเหมือนความฝัน เหมือนหญ้าที่งอกขึ้นใหม่ในเวลาเช้า
6 ในเวลาเช้ามันก็บานออกและขึ้นใหญ่ ครั้นเวลาเย็นก็ร่วงโรยและเหี่ยวไป
7 เพราะข้าพระองค์ทั้งหลายถูกความกริ้วของพระองค์ผลาญเสีย ข้าพระองค์ก็เดือดร้อนเพราะพระพิโรธของพระองค์
8 พระองค์ทรงตั้งความผิดบาปของ ข้าพระองค์ไว้ต่อพระพักตร์พระองค์ ทรงตั้งบาปลับๆของข้าพระองค์ไว้ ในสว่างแห่งพระพักตร์ของพระองค์
9 วันทั้งปวงของข้าพระองค์ทั้งหลายสิ้นไปใต้พระพิโรธ ของพระองค์ กำหนดปีของข้าพระองค์สิ้นสุดลงอย่างเสียงถอนหายใจ
10 กำหนดปีของข้าพระองค์คือเจ็ดสิบ หรือสุดแต่เรื่องกำลัง ก็ถึงแปดสิบ แต่ช่วงชีวิตนั้นมีแต่งานและความลำบาก ไม่ช้าก็สูญไปและข้าพระองค์ก็จากไป
11 ผู้ใดจะทราบถึงฤทธิ์ความกริ้วของพระองค์ และพระพิโรธของพระองค์ตามความเกรงกลัวพระองค์
12 ขอพระองค์ทรงสอนให้นับวันของข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์ทั้งหลายจะมีจิตใจที่มีปัญญา
13 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงหันมาเถิดพระเจ้าข้า หรือยังอีกนานเท่าใด ขอทรงมีความสงสารบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์
14 ขอทรงให้ข้าพระองค์ทั้งหลายอิ่มในเวลาเช้าด้วยความรัก มั่นคงของพระองค์ เพื่อข้าพระองค์ทั้งหลายจะได้เปรมปรีดิ์และยินดีตลอด วันเวลาของข้าพระองค์
15 ขอทรงให้ข้าพระองค์ทั้งหลายยินดีให้มากวัน เท่ากับที่พระองค์ได้ทรงให้ข้าพระองค์ทุกข์ยากนั้น และให้มากปีเท่ากับที่ข้าพระองค์ได้ประสบการร้าย
16 ขอให้พระราชกิจของพระองค์ปรากฏ แก่ผู้รับใช้ของพระองค์ และให้ความรุ่งโรจน์ของ พระองค์ปรากฏแก่ลูกหลานของเขา
17 ขอความโปรดปรานของพระเจ้าของข้าพระองค์อยู่ เหนือข้าพระองค์ทั้งหลาย ขอทรงสถาปนาหัตถกิจของข้าพระองค์เหนือข้าพระองค์ พระเจ้าข้า ขอพระองค์ทรงสถาปนาหัตถกิจของ ข้าพระองค์ทั้งหลาย

สดุดี 91
1 ผู้ที่อาศัยอยู่ ณ ที่กำบังขององค์ผู้สูงสุด ผู้อยู่ในร่มเงาของผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์
2 จะทูลพระเจ้าว่า "ที่ลี้ภัยของข้าพระองค์และป้อมปราการของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ผู้ที่ข้าพระองค์ไว้วางใจ"
3 เพราะพระองค์จะทรงช่วยกู้ตัวท่านจากกับของพรานนก และจากโรคภัยอย่างร้ายแรงนั้น
4 พระองค์จะทรงปกท่านไว้ด้วยปีกของพระองค์ และท่านจะลี้ภัยอยู่ใต้ปีกของพระองค์ ความสัตย์สุจริตของพระองค์เป็นโล่และเป็นดั้ง
5 ท่านจะไม่กลัวความสยดสยองในกลางคืน หรือกลัวลูกธนูที่ปลิวไปในกลางวัน
6 หรือโรคภัยที่ไล่มาในความมืด หรือโรคซึ่งทำลายในเที่ยงวัน
7 พันคนจะล้มอยู่ที่ข้างๆท่าน หมื่นคนที่มือขวาของท่าน แต่ภัยนั้นจะไม่มาใกล้ท่าน
8 ท่านจะมองดูด้วยตาเท่านั้น และเห็นการตอบแทนแก่คนอธรรม
9 เพราะท่านได้กระทำให้พระเจ้าผู้เป็นที่ ลี้ภัยของข้าพเจ้า คือองค์ผู้สูงสุด เป็นที่อยู่ของท่าน
10 ไม่มีการร้ายใดๆจะตกมาบนท่าน ไม่มีภัยมาใกล้เต็นท์ของท่าน
11 เพราะพระองค์จะรับสั่งเหล่าทูตสวรรค์ ของพระองค์ในเรื่องท่าน ให้ระแวดระวังท่านในทางทั้งปวงของท่าน
12 เขาทั้งหลายจะเอามือประคองชูท่านไว้ เกรงว่าเท้าของท่านจะกระแทกหิน
13 ท่านจะเหยียบสิงห์และงูเห่า ท่านจะย่ำสิงห์หนุ่มและงู
14 เพราะเขาผูกพันกับเราด้วยความรัก เราจะช่วยกู้เขา เราจะป้องกันเขาไว้ เพราะเขารู้จักนามของเรา
15 เมื่อเขาร้องทูลเรา เราจะตอบเขา เราจะอยู่กับเขาในยามลำบาก เราจะช่วยเขาให้พ้นและให้เกียรติเขา
16 เราจะให้เขาอิ่มใจด้วยชีวิตยืนยาว และสำแดงความรอดของเราแก่เขา

สดุดี 92
1 เป็นการดีที่จะโมทนาพระคุณพระเจ้า ข้าแต่องค์ผู้สูงสุด ที่จะร้องเพลงสรรเสริญ พระนามของพระองค์
2 ที่จะประกาศความรักมั่นคงของพระองค์ในเวลาเช้า และความสัตย์สุจริตของพระองค์ในกลางคืน
3 เป็นเพลงด้วยพิณสิบสายและพิณใหญ่ และด้วยเสียงพิณเขาคู่
4 ข้าแต่พระเจ้า เพราะพระองค์ทรงกระทำให้ข้าพระองค์ ยินดีด้วยพระราชกิจของพระองค์ ข้าพระองค์ร้องเพลงด้วยความชื่นบาน เนื่องในพระราชกิจของพระองค์
5 ข้าแต่พระเจ้า พระราชกิจของพระองค์ใหญ่หลวงนัก พระดำริของพระองค์สุดลึกล้ำ
6 คนเขลาจะทราบไม่ได้ คนโฉดเข้าใจเรื่องนี้ไม่ได้
7 ว่า ถึงแม้คนอธรรมจะงอกขึ้นอย่างหญ้า และคนกระทำชั่วทั้งปวงเจริญขึ้น เขาทั้งหลายจะถูกทำลายเป็นนิตย์
8 ข้าแต่พระเจ้า แต่พระองค์ทรงอยู่บนที่สูงเป็นนิตย์
9 ข้าแต่พระเจ้า เพราะนี่แหละศัตรูของพระองค์ เพราะนี่แน่ะ ศัตรูของพระองค์จะพินาศ คนกระทำชั่วทั้งปวงจะต้องกระจัดกระจายไป
10 แต่พระองค์ทรงเชิดชูเขาของข้าพระองค์ อย่างกับเขาวัวกระทิง พระองค์ทรงเทน้ำมันใหม่บนข้าพระองค์
11 นัยน์ตาของข้าพระองค์ มองเห็นพวกศัตรูของข้าพระองค์แพ้ หูของข้าพระองค์ ได้ยินถึงความล่มจมของคนทำชั่วที่ ลุกขึ้นสู้ข้าพระองค์
12 คนชอบธรรม ก็งอกขึ้นอย่างต้นอินทผลัม เจริญขึ้นอย่างต้นสนสีดาร์ในเลบานอน
13 คนได้ปลูกมันไว้ในพระนิเวศของพระเจ้า มันเจริญขึ้นในบริเวณของพระเจ้าของเราทั้งหลาย
14 มันแก่แล้วก็ยังเกิดผล มันมีน้ำเลี้ยงเต็มและเขียวสดอยู่
15 เพื่อแสดงว่าพระเจ้านั้นเที่ยงธรรม พระองค์ทรงเป็นพระศิลาของข้าพระองค์ ในพระองค์ไม่มีความอธรรม

สดุดี 93
1 พระเจ้าทรงครอบครอง พระองค์ทรงสวมความยิ่งใหญ่ พระเจ้าทรงสวมฉลองพระองค์พระองค์ ทรงเอาพระกำลังคาดพระองค์ โลกได้สถาปนาไว้แล้ว มันจะไม่หวั่นไหว
2 พระที่นั่งของพระองค์ ได้สถาปนา ไว้แล้วตั้งแต่กาลดึกดำบรรพ์ พระองค์ดำรงอยู่ตั้งแต่นิรันดร์กาล
3 ข้าแต่พระเจ้า กระแสน้ำได้คะนอง กระแสน้ำคะนองเสียง กระแสน้ำคะนองเสียงกึกก้อง
4 พระเจ้าบนที่สูงนั้นทรงมหิทธิฤทธิ์ ยิ่งกว่าเสียงของน้ำมากหลาย ทรงมหิทธิฤทธิ์ยิ่งกว่าคลื่นทะเล
5 บรรดาพระโอวาทของพระองค์แน่นอนทีเดียว ข้าแต่พระเจ้า ความบริสุทธิ์เหมาะกับพระนิเวศของพระองค์เป็นนิตย์

สดุดี 94
1 ข้าแต่พระเจ้า พระเจ้าแห่งการแก้แค้น ข้าแต่พระเจ้าแห่งการแก้แค้นขอทรงทอแสงออกไป
2 ข้าแต่ผู้พิพากษาโลก ขอทรงลุกขึ้น ให้คนโอหังได้รับผลสนองอันสมกับเขา
3 ข้าแต่พระเจ้า คนอธรรมจะนานเท่าใด คนอธรรมจะลิงโลดอยู่นานเท่าใด
4 เขาพล่าม เขาพูดอย่างจองหอง คนกระทำชั่วทั้งปวง เขาโอ้อวด
5 ข้าแต่พระเจ้า เขาขยี้ประชากรของพระองค์ และทำมรดกของพระองค์ให้ทุกข์ยาก
6 เขาสังหารแม่ม่ายและคนต่างด้าว และกระทำฆาตกรรมลูกกำพร้า
7 และเขากล่าวว่า "พระเจ้าไม่แลเห็น พระเจ้าของยาโคบไม่หยั่งรู้"
8 คนเขลาที่สุดของประชาชนเอ๋ย จงเข้าใจเถิด คนโง่ทั้งหลาย เมื่อไรเจ้าจึงจะฉลาด
9 พระองค์ผู้ทรงปลูกหู พระองค์จะไม่ทรงได้ยินหรือ พระองค์ผู้ทรงปั้นตา พระองค์จะไม่ทรงเห็นหรือ
10 พระองค์ผู้ทรงตีสอนบรรดาประชาชาติ พระองค์จะไม่ทรงขนาบหรือ คือพระองค์ผู้ทรงสอนความรู้ให้มนุษย์
11 พระเจ้าทรงทราบความคิดของมนุษย์ ว่าเป็นแต่เพียงลมหายใจ
12 ข้าแต่พระเจ้า คนที่พระองค์ทรงตีสอนนั้น ก็เป็นสุข คือคนที่พระองค์ทรงสอนด้วยพระธรรมของพระองค์
13 เพื่อจะให้เขาพักจากวันลำบาก จนกว่าจะขุดบ่อไว้ให้คนอธรรม
14 เพราะพระเจ้าจะไม่ทอดทิ้งประชากรของพระองค์ พระองค์จะไม่ทรงสละมรดกของพระองค์
15 เพราะความยุติธรรมจะกลับไปหาความชอบธรรม และบรรดาคนเที่ยงธรรมในใจจะติดตามไป
16 ผู้ใดลุกขึ้นต่อต้านคนโหดร้ายแทนพระเจ้า ผู้ใดยืนต่อสู้คนกระทำความชั่วแทนพระเจ้า
17 ถ้าพระเจ้ามิใช่ความอุปถัมภ์ของข้าพเจ้า วิญญาณของข้าพเจ้าคงอยู่ในความสงัดในป่าช้า
18 เมื่อข้าพเจ้าได้คิดว่า "เท้าของข้าพลาด" ข้าแต่พระเจ้า ความรักมั่นคงของ พระองค์ยึดข้าพระองค์ไว้
19 เมื่อความกังวลในใจของข้าพระองค์มีมาก การเล้าโลมของพระองค์ก็หนุนจิตใจของ ข้าพระองค์ให้ชื่นบาน
20 ผู้ปกครองที่โหดร้ายจะร่วมมิตรกับพระองค์ได้หรือ คือผู้ที่ใช้กฎเกณฑ์ประกอบการชั่วร้าย
21 เขาทั้งหลายผูกมิตรกันต่อสู้ชีวิตของคนชอบธรรม และปรับโทษคนไร้ผิดถึงตาย
22 แต่พระเจ้าทรงเป็นที่กำบังเข้มแข็งของข้าพเจ้าแล้ว และพระเจ้าของข้าพเจ้าเป็นพระศิลา ที่ลี้ภัยของข้าพเจ้า
23 พระองค์จะทรงนำความบาปผิดของเขากลับมาสนองเขา และทรงผลาญเขาเสียเพราะความโหดร้ายของเขา พระเจ้าของเราจะทรงผลาญเขาเสีย

สดุดี 95
1 มาเถิด ให้เราทั้งหลายร้องเพลงถวายพระเจ้า ให้เรากระทำเสียงชื่นบานถวายพระศิลาแห่ง ความรอดของพวกเรา
2 ให้เราทั้งหลายเข้ามาอยู่เฉพาะเบื้องพระพักตร์ด้วยโมทนา ให้เรากระทำเสียงชื่นบานถวายพระองค์ด้วย บทเพลงสรรเสริญ
3 เพราะพระเยโฮวาห์ทรงเป็นพระเจ้าใหญ่ยิ่ง และทรงเป็นกษัตริย์ใหญ่ยิ่งเหนือพระทั้งหลาย
4 ที่ลึกของแผ่นดินโลกอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ ที่สูงของภูเขาเป็นของพระองค์ด้วย
5 ทะเลเป็นของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงสร้างมัน และพระหัตถ์ของพระองค์ทรงปั้นแผ่นดิน
6 มาเถิด ให้เรานมัสการและกราบลง ให้เราคุกเข่าลงต่อพระเจ้าผู้ทรงสร้างพวกเรา
7 เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของเรา และเราเป็นประชากรแห่งทุ่งหญ้าของพระองค์ และเป็นแกะแห่งพระหัตถ์ของพระองค์ วันนี้ จะใคร่ให้ท่านทั้งหลายฟังพระสุรเสียงของพระองค์
8 อย่าให้จิตใจเจ้ากระด้าง อย่างที่เมรีบาห์ อย่างวันที่มัสสา ในถิ่นทุรกันดาร
9 เมื่อบรรพบุรุษของเจ้าทดลองเรา และเอาเราเข้าพิสูจน์ ถึงแม้ว่าเขาเห็นกิจการของเรา
10 เราเกลียดชาติพันธุ์นั้นอยู่สี่สิบปี และว่า "เขาเป็นชนชาติที่มีใจมักหลงผิด เขาไม่นับถือทางของเรา"
11 เพราะฉะนั้นเราจึงปฏิญาณด้วยความกริ้วของ เราว่าเขาจะไม่ได้เข้าในที่ พำนักของเรา

สดุดี 96
1 จงร้องเพลงบทใหม่ถวายพระเจ้า แผ่นดินโลกทั้งสิ้นจงร้องเพลงถวายพระเจ้า
2 จงร้องเพลงถวายพระเจ้า สรรเสริญพระนามของพระองค์ จงประกาศความรอดของพระองค์ทุกๆวัน
3 จงเล่าถึงพระสิริของพระองค์ท่ามกลางบรรดาประชาชาติ ถึงการอัศจรรย์ของพระองค์ท่ามกลางบรรดาชนชาติทั้งหลาย
4 เพราะพระเจ้านั้นยิ่งใหญ่ และสมควรจะสรรเสริญอย่างยิ่ง พระองค์ทรงเป็นที่เกรงกลัวเหนือพระทั้งปวง
5 เพราะพระทั้งปวงของชนชาติทั้งหลายเป็นรูปเคารพ แต่พระเจ้าทรงสร้างฟ้าสวรรค์
6 เกียรติและความสูงส่ง มีอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์ กำลังและความงามอยู่ในสถานนมัสการของพระองค์
7 โอ ตระกูลของชนชาติทั้งหลายเอ๋ย จงถวายแด่พระเจ้า จงถวายพระสิริและกำลังแด่พระเจ้า
8 จงถวายพระสิริ ซึ่งควรแก่พระนามของพระองค์แด่พระเจ้า จงนำเครื่องบูชาและมายังบริเวณ พระนิเวศของพระองค์
9 จงประดับกายด้วยเครื่องบริสุทธิ์นมัสการ พระเจ้า ชาวโลกทั้งสิ้นเอ๋ย จงตัวสั่นต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์
10 จงพูดท่ามกลางบรรดาประชาชาติว่า "พระเจ้าทรงครอบครอง เออ พิภพถูกสถาปนาแล้ว จะไม่หวั่นไหวเลย พระองค์จะทรงพิพากษาชนชาติทั้งหลาย ด้วยความเที่ยงธรรม"
11 จงให้ฟ้าสวรรค์ยินดี และแผ่นดินโลกเปรมปรีดิ์ ให้ทะเลคำรน กับสิ่งทั้งปวงที่อยู่ในนั้น
12 ให้ทุ่งนาเริงโลด กับสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในนั้น แล้วต้นไม้ทั้งสิ้นของป่าไม้ จะร้องเพลงด้วยความชื่นบาน
13 เฉพาะพระพักตร์พระเจ้าเพราะพระองค์เสด็จมา ด้วยพระองค์เสด็จมาพิพากษาโลก พระองค์จะทรงพิพากษาโลกด้วยความชอบธรรม และชนชาติทั้งหลาย ด้วยความจริงของพระองค์

สดุดี 97
1 พระเจ้าทรงครอบครอง จงให้แผ่นดินโลกเปรมปรีดิ์ ให้แผ่นดินชายทะเลมากมายนั้นยินดี
2 เมฆและความมืดทึบอยู่รอบพระองค์ ความชอบธรรมและความยุติธรรมเป็น รากฐานแห่งบัลลังก์ของพระองค์
3 ไฟลุกอยู่ข้างหน้าพระองค์ และไหม้ปฏิปักษ์ของพระองค์รอบข้างเสีย
4 ฟ้าแลบของพระองค์กระทำให้พิภพสว่าง แผ่นดินโลกหวั่นและสั่นสะท้าน
5 ภูเขาละลายอย่างขี้ผึ้ง ต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า ต่อเบื้องพระพักตร์องค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งแผ่นดินโลกทั้งสิ้น
6 ฟ้าสวรรค์ป่าวร้องความชอบธรรมของพระองค์ และชนชาติทั้งหลายเห็นพระสิริของพระองค์
7 ให้ผู้นมัสการรูปเคารพทั้งสิ้นได้อาย คือผู้ที่อวดในพระเท็จของเขา ให้พระทั้งสิ้นกราบลงต่อพระองค์
8 ศิโยนได้ยินและยินดี และธิดาทั้งปวงของยูดาห์เปรมปรีดิ์ ข้าแต่พระเจ้า เพราะคำพิพากษาของพระองค์
9 ข้าแต่พระเจ้า เพราะพระองค์สูงสุดเหนือแผ่นดินโลกทั้งสิ้น พระองค์ทรงสูงเด่นกว่าพระทั้งปวงอย่างยิ่ง
10 ท่านผู้ที่รักพระเจ้า ก็เกลียดชังความชั่ว พระองค์ทรงอารักขาชีวิตธรรมิกชนของพระองค์ พระองค์ทรงช่วยกู้เขาจากมือของคนอธรรม
11 ความสว่างแจ้งขึ้นแก่คนชอบธรรม และความชื่นบานมีขึ้นแก่คนใจเที่ยงธรรม
12 ท่านผู้ชอบธรรมเอ๋ย จงเปรมปรีดิ์ในพระเจ้า และถวายโมทนาแด่พระนามบริสุทธิ์ของพระองค์

สดุดี 98
1 จงร้องเพลงบทใหม่ถวายพระเจ้า เพราะพระองค์ได้ทรงกระทำการอัศจรรย์ พระหัตถ์ขวาและพระกรบริสุทธิ์ของพระองค์ ได้นำความมีชัยมา
2 พระเจ้าทรงให้ความมีชัยของพระองค์ประจักษ์ พระองค์ทรงเผยการช่วยกู้ของพระองค์ใน สายตาของบรรดาประชาชาติ
3 พระองค์ทรงระลึกถึงความรักมั่นคงของพระองค์ และความสัตย์สุจริต ต่อวงศ์วานอิสราเอล ที่สุดปลายแผ่นดินโลกทั้งสิ้นได้เห็นชัยชนะของ พระเจ้าของเรา
4 ชาวโลกทั้งสิ้นเอ๋ย จงเปล่งเสียงชื่นบานถวายแด่พระเจ้า เปล่งเป็นเสียงเพลงชื่นบานและร้องเพลงสรรเสริญ
5 จงร้องเพลงสรรเสริญถวายพระเจ้าด้วยพิณเขาคู่ ด้วยพิณเขาคู่ คลอด้วยเสียงเพลง
6 ด้วยเสียงแตรและเสียงเป่าเขาสัตว์ จงกระทำเสียงชื่นบานถวายพระมหากษัตริย์ คือพระเจ้า
7 ให้ทะเลคำรน กับสิ่งทั้งปวงที่อยู่ในทะเลนั้น พิภพ และบรรดาผู้อาศัยอยู่ในนั้น
8 ให้กระแสน้ำตบมือของมัน ให้บรรดาเนินเขา ร้องเพลงด้วยความชื่นบานด้วยกัน
9 เฉพาะเบื้องพระพักตร์พระเจ้าเพราะพระองค์ เสด็จมาพิพากษาโลก พระองค์จะทรงพิพากษาโลกด้วยความชอบธรรม และชนชาติทั้งหลายด้วยความเที่ยงธรรม

สดุดี 99
1 พระเจ้าทรงครอบครอง ให้ชนชาติทั้งหลายตัวสั่น พระองค์ประทับเหนือเครูบ ให้แผ่นดินโลกหวั่นไหว
2 พระเจ้าใหญ่ยิ่งอยู่ในศิโยน พระองค์สูงเด่นอยู่เหนือประชาชาติทั้งปวง
3 ให้เขาสรรเสริญพระนามอันยิ่งใหญ่และน่าคร้าม กลัวของพระองค์ พระองค์ศักดิ์สิทธิ์
4 ข้าแต่กษัตริย์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ ผู้ทรงรักความยุติธรรม พระองค์ทรงสถาปนาความเที่ยงธรรม พระองค์ทรงประกอบความยุติธรรม และความชอบธรรมขึ้นในยาโคบ
5 จงยอพระเกียรติพระเจ้าของเรา นมัสการที่แท่นรองพระบาทของพระองค์ พระองค์บริสุทธิ์
6 โมเสสและอาโรนอยู่ในพวกปุโรหิตของพระองค์ ซามูเอลอยู่ในพวกที่ทูลออกพระนามของพระองค์ด้วย ท่านร้องทูลพระเจ้า และพระองค์ทรงตอบท่านเหล่านั้น
7 พระองค์ตรัสกับท่านที่ในเสาเมฆ ท่านทั้งปวงได้รักษาบรรดาพระโอวาทของพระองค์ และกฎเกณฑ์ที่พระองค์ประทานแก่ท่าน
8 ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย พระองค์ทรงตอบท่านเหล่านั้น พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ยกโทษท่านเหล่านั้น แต่ทรงเป็นผู้สนองการกระทำผิดของท่านเหล่านั้น
9 จงยอพระเกียรติพระเจ้าของเรา และนมัสการที่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ เพราะพระเจ้าของเราบริสุทธิ์

สดุดี 100
1 ชาวโลกทั้งสิ้นเอ๋ย จงเปล่งเสียง ชื่นบานถวายแด่พระเจ้า
2 จงปรนนิบัติพระเจ้า ด้วยความยินดี จงเข้ามาเฝ้าพระองค์ด้วยการร้องเพลง
3 จงรู้เถิดว่า พระเยโฮวาห์ทรงเป็นพระเจ้า คือพระองค์เองที่ทรงสร้างเราทั้งหลาย และเราก็เป็นของพระองค์ เราเป็นประชากรของพระองค์ เป็นแกะแห่งทุ่งหญ้าของพระองค์
4 จงเข้าประตูของพระองค์ด้วยการโมทนา และเข้าบริเวณพระนิเวศของพระองค์ด้วยการสรรเสริญ จงถวายโมทนาขอบพระคุณพระองค์ จงถวายสาธุการแด่พระนามของพระองค์
5 เพราะพระเจ้าประเสริฐ ความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์ และความสัตย์สุจริตของพระองค์ดำรงอยู่ทุกชั่วชาติพันธุ์

สดุดี 101
1 ข้าพระองค์จะร้องเพลงเรื่องความจงรักภักดี และความยุติธรรม ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์จะร้องเพลงถวายพระองค์
2 ข้าพระองค์จะเอาใจใส่ในมรรคาที่ดีรอบคอบ เมื่อไรพระองค์จะเสด็จมาหาข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะดำเนินด้วยใจซื่อสัตย์ ภายในเรือนของข้าพระองค์
3 ข้าพระองค์จะไม่ตั้งสิ่งใดๆที่ชั่วช้า ไว้ต่อหน้าต่อตาของข้าพระองค์ ข้าพระองค์เกลียดกิจการของผู้ที่บิดตะกูด กิจการนั้นจะไม่ติดข้าพระองค์
4 ข้าพระองค์จะอยู่ห่างไกลจากเรื่องใจแตก ข้าพระองค์จะไม่เอาเรื่องเอาราวกับความชั่วร้ายเลย
5 บุคคลที่ใส่ร้ายเพื่อนบ้านลับๆนั้น ข้าพระองค์จะทำลายเสีย คนที่เห่อเหิมและใจที่จองหอง ข้าพระองค์จะไม่ยอมทนด้วย
6 ข้าพระองค์จะมองหาคนที่ซื่อตรงในแผ่นดิน เพื่อเขาจะอาศัยอยู่กับข้าพระองค์ ผู้ใดดำเนินในทางที่ดีรอบคอบ ผู้นั้นจะปรนนิบัติข้าพระองค์
7 ผู้ที่ประพฤติหลอกลวง จะไม่ได้อาศัยอยู่ในเรือนของข้าพระองค์ คนใดที่อ้าปากพูดเท็จ จะไม่ยั่งยืนอยู่ต่อหน้าข้าพระองค์
8 ทุกๆเช้า ข้าพระองค์จะทำลายคนอธรรมทั้งสิ้นในแผ่นดิน ตัดผู้กระทำชั่วออกเสียให้หมดจากนครของพระเจ้า

สดุดี 102
1 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงฟังคำอธิษฐานของข้าพระองค์ ขอเสียงร้องของข้าพระองค์มาถึงพระองค์
2 ขออย่าทรงซ่อนพระพักตร์ของพระองค์จากข้าพระองค์ ในวันทุกข์ใจของข้าพระองค์ ขอทรงเงี่ยพระกรรณฟังข้าพระองค์ ขอทรงตอบข้าพระองค์โดยเร็ว เมื่อข้าพระองค์ร้องทูลต่อพระองค์
3 เพราะวันของข้าพระองค์สิ้นไปอย่างควัน และกระดูกของข้าพระองค์ไหม้อย่างเตาไฟ
4 จิตใจของข้าพระองค์ถูกนาบเหมือนหญ้าและเหี่ยวไป ข้าพระองค์ลืมรับประทานอาหารของข้าพระองค์
5 เหตุด้วยเสียงร้องครางของข้าพระองค์ กระดูกของข้าพระองค์เกาะติดเนื้อของข้าพระองค์
6 ข้าพระองค์เป็นเหมือนนกกระทุงที่ในถิ่นทุรกันดาร ดุจนกเค้าแมวในที่ร้างเปล่า
7 ข้าพระองค์นอนไม่หลับ ข้าพระองค์เหมือนนกโดดเดี่ยวบนหลังคาเรือน
8 ศัตรูของข้าพระองค์เยาะหยันข้าพระองค์วันยังค่ำ ผู้ที่คลั่งใส่ข้าพระองค์ใช้ชื่อข้าพระองค์แช่ง
9 เพราะข้าพระองค์กินขี้เถ้าต่างอาหาร และเจือน้ำตาเข้ากับเครื่องดื่ม
10 เหตุด้วยความพิโรธและความกริ้วของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงชูข้าพระองค์ขึ้น และโยนข้าพระองค์ทิ้งไปเสีย
11 วันเวลาของข้าพระองค์เหมือนเงาเวลาเย็น ข้าพระองค์เหี่ยวไปเหมือนหญ้า
12 ข้าแต่พระเจ้า แต่พระองค์ประทับบนบัลลังก์เป็นนิตย์ พระนามของพระองค์ดำรงอยู่ ทุกชั่วชาติพันธุ์
13 พระองค์ทรงลุกขึ้นสงสารศิโยน เพราะถึงเวลาที่จะทรงพระกรุณาเธอ เออ เวลากำหนดมาถึงแล้ว
14 เพราะผู้รับใช้ของพระองค์รักซากก้อนหินของเธอนัก และสงสารผงคลีของเธอ
15 บรรดาประชาชาติจะกลัว พระนามของพระเจ้า และบรรดาพระราชาของแผ่นดินโลก กลัวพระสิริของพระองค์
16 เพราะพระเจ้าจะทรงสร้างศิโยน พระองค์จะทรงปรากฏด้วยพระสิริของพระองค์
17 พระองค์จะสนพระทัยในคำอธิษฐาน ของคนสิ้นเนื้อประดาตัว และจะไม่ทรงดูหมิ่นคำอธิษฐานของเขา
18 ขอบันทึกเรื่องนี้ไว้ให้ชาติพันธุ์ที่จะมีมา เพื่อประชาชนที่ยังจะทรงสร้างมานั้น จะได้สรรเสริญพระเจ้า
19 บันทึกว่า พระองค์ทอดพระเนตรลงมาจาก ที่สูงอันบริสุทธิ์ของพระองค์ จากฟ้าสวรรค์ พระเจ้าทอดพระเนตรแผ่นดินโลก
20 เพื่อทรงฟังเสียงร้องครางของเชลย เพื่อทรงปล่อยคนที่ต้องถึงตายให้เป็นอิสระ
21 เพื่อมนุษย์จะประกาศพระนามของพระเจ้าในศิโยน และกล่าวสรรเสริญพระองค์ในเยรูซาเล็ม
22 ขณะเมื่อชนชาติทั้งหลายรวบรวมกัน ทั้งบรรดาราชอาณาจักรเพื่อนมัสการพระเจ้า
23 พระองค์ทรงหักกำลังของข้าพเจ้ากลางทาง พระองค์ทรงกระทำให้วันเวลาของข้าพเจ้าสั้นเข้า
24 ข้าพเจ้าว่า "ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขออย่าทรงนำข้าพระองค์ไปเสีย ในกึ่งกลางวันเวลาของข้าพระองค์ พระองค์ ผู้ปีเดือนดำรงอยู่ตลอดทุกชั่วชาติพันธุ์"
25 เมื่อเดิมพระองค์ทรงวางรากฐานของแผ่นดินโลก และฟ้าสวรรค์เป็นพระหัตถกิจของพระองค์
26 สิ่งเหล่านี้จะพินาศ แต่พระองค์จะทรงดำรงอยู่ สิ่งเหล่านี้จะเก่าไปเหมือนเครื่องนุ่งห่ม พระองค์ทรงเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ เหมือนเสื้อผ้า แล้วมันก็สิ้นไป
27 แต่พระองค์ยังคงเดิม และปีเดือน ของพระองค์ไม่สิ้นสุด
28 ลูกหลานของบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ จะอยู่มั่นคง และพงศ์พันธุ์ของเขาจะได้รับการสถาปนาต่อเบื้อง พระพักตร์พระองค์

สดุดี 103
1 จิตใจของข้าเอ๋ย จงถวายสาธุการแด่พระเจ้า และทั้งสิ้นที่อยู่ภายในข้า จงถวายสาธุการแด่พระนามบริสุทธิ์ของพระองค์
2 จิตใจของข้าเอ๋ย จงถวายสาธุการแด่พระเจ้า และอย่าลืมพระราชกิจอันมีพระคุณทั้งสิ้นของพระองค์
3 ผู้ทรงอภัยความบาปผิดทั้งสิ้นของท่าน ผู้ทรงรักษาโรคทั้งสิ้นของท่าน
4 ผู้ทรงไถ่ชีวิตของท่านมาจากปากแดนผู้ตาย ผู้ทรงสวมความรักมั่นคงและพระกรุณาให้ท่าน
5 ผู้ทรงให้ท่านอิ่มด้วยของดี ตลอดชีวิตของท่าน วัยหนุ่มของท่านจึงกลับคืนมาใหม่อย่างวัยนกอินทรี
6 พระเจ้าทรงประกอบการแก้แทนและการยุติธรรม ให้แก่บรรดาผู้ที่ถูกบีบบังคับ
7 พระองค์ทรงสำแดงวิธีการของพระองค์แก่โมเสส พระราชกิจของพระองค์ แก่ประชาชนอิสราเอล
8 พระเจ้าทรงพระกรุณาและมีพระคุณ ทรงกริ้วช้าและอุดมด้วยความรักมั่นคง
9 พระองค์จะไม่ทรงปรักปรำเสมอ หรือทรงกริ้วอยู่เป็นนิตย์
10 พระองค์มิได้ทรงกระทำต่อเราตามเรื่องบาปของเรา หรือทรงสนองตามบาปผิดของเรา
11 เพราะว่าฟ้าสวรรค์สูงเหนือแผ่นดินเท่าใด ความรักมั่นคงของพระองค์ที่มีต่อบรรดาคนที่ เกรงกลัวพระองค์ก็ใหญ่ยิ่งเท่านั้น
12 ตะวันออกไกลจากตะวันตกเท่าใด พระองค์ทรงปลดการละเมิดของเราจากเราไปไกลเท่านั้น
13 บิดาสงสารบุตรของตนฉันใด พระเจ้าทรงสงสารบรรดาคนที่ยำเกรงพระองค์ฉันนั้น
14 เพราะพระองค์ทรงทราบโครงร่างของเรา พระองค์ทรงระลึกว่าเราเป็นแต่ผงคลี
15 ส่วนมนุษย์นั้น วันเวลาของเขาเหมือนหญ้า เขาเจริญขึ้นเหมือนดอกไม้ในทุ่งนา
16 เพราะลมพัดผ่านมันไป มันก็สูญเสีย และสถานที่ของมันไม่รู้จักมันอีก
17 แต่ความรักมั่นคงของพระเจ้านั้นดำรงอยู่ ตั้งแต่นิรันดร์กาลถึงนิรันดร์กาล ต่อผู้ที่ยำเกรงพระองค์ และความชอบธรรมของพระองค์ต่อหลานเหลน
18 ต่อบรรดาผู้ที่รักษาพันธสัญญาของพระองค์ และระลึกอยู่ที่จะกระทำตามข้อบังคับของพระองค์
19 พระเจ้าทรงสถาปนาบัลลังก์ของพระองค์ไว้ในฟ้าสวรรค์ และราชอาณาจักรของพระองค์ครองทุกสิ่งอยู่
20 ข้าแต่ท่านทั้งหลาย ผู้เป็นทูตสวรรค์ของพระองค์ จงถวายสาธุการแด่พระเจ้า ท่านผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ ผู้กระทำตามพระวจนะของพระองค์ และฟังเสียงพระวจนะของพระองค์
21 พลโยธาทั้งสิ้นของพระองค์ จงถวายสาธุการแด่พระเจ้า คือบรรดาผู้รับใช้ที่กระทำตามพระทัยพระองค์
22 พระราชกิจทั้งสิ้นของพระองค์ จงถวายสาธุการแด่พระเจ้า ในทุกสถานที่ ที่พระองค์ทรงครอบครองอยู่ จิตใจของข้าเอ๋ย จงถวายสาธุการแด่พระเจ้า

สดุดี 104
1 จิตใจของข้าเอ๋ย จงถวายสาธุการแด่พระองค์ ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ พระองค์ใหญ่ยิ่งนัก พระองค์ทรงเกียรติและความสูงส่งเป็นฉลองพระองค์
2 ผู้ทรงคลุมพระองค์ด้วยแสงสว่างดุจดังฉลองพระองค์ ผู้ทรงขึงฟ้าสวรรค์ออกดังขึงม่าน
3 ผู้ทรงวางคานของที่ประทับอันสูงของพระองค์ไว้ในน้ำ ผู้ทรงใช้เมฆเป็นราชรถ ผู้ทรงประทับไปบนปีกของลม
4 ผู้ทรงใช้ลมเป็นทูตสื่อสารของพระองค์ ไฟและเปลวเป็นผู้รับใช้ของพระองค์
5 พระองค์ทรงตั้งแผ่นดินโลกไว้บนรากฐานของมัน เพื่อมิให้มันหวั่นไหวเป็นนิตย์
6 พระองค์ทรงคลุมมันไว้ด้วยน้ำลึกอย่างด้วยเครื่องนุ่งห่ม น้ำอยู่เหนือภูเขา
7 เมื่อพระองค์ทรงขนาบ น้ำนั้นก็หนีไป พอได้ยินเสียงฟ้าร้องของพระองค์ มันก็วิ่งไป
8 (ภูเขาโผล่ขึ้นมา หุบเขาทรุดลงไป) ไปยังที่ซึ่งพระองค์ทรงกำหนดไว้ให้น้ำนั้น
9 พระองค์ทรงวางขอบเขตมิให้มันข้าม เพื่อมิให้มันคลุมแผ่นดินโลกอีก
10 พระองค์ทรงกระทำให้น้ำพุพลุ่งขึ้นมาในหุบเขา น้ำนั้นก็ไหลไประหว่างเขา
11 ให้บรรดาสัตว์ป่าได้ดื่ม และให้ลาป่าดับความกระหายของมัน
12 ที่ริมน้ำนั้น นกในอากาศจึงได้มีที่อาศัย มันร้องอยู่ท่ามกลางกิ่งไม้
13 พระองค์ทรงรดภูเขาจากที่ประทับอันสูงของพระองค์ แผ่นดินโลกก็อิ่มด้วยผลพระราชกิจของพระองค์
14 พระองค์ทรงให้หญ้างอกมาเพื่อสัตว์เลี้ยง และผัก ให้มนุษย์ได้ดูแล เพื่อเขาจะทำให้เกิดอาหารจากแผ่นดิน
15 และเหล้าองุ่น ซึ่งให้ใจมนุษย์ยินดี น้ำมัน เพื่อทำให้หน้าของเขาทอแสง และขนมปัง ซึ่งเสริมกำลังใจมนุษย์
16 บรรดาต้นไม้ของพระเจ้าได้อิ่มหนำ คือต้นสนสีดาร์แห่งเลบานอน ซึ่งพระองค์ได้ทรงปลูกไว้
17 นกสร้างรังของมันอยู่ในนั้น ส่วนนกยางนั้น ต้นสนสามใบ เป็นบ้านของมัน
18 ภูเขาสูงนั้นเป็นของเลียงผา หินเป็นที่ลี้ภัยของตัวกระจงผา
19 พระองค์ทรงจัดตั้งดวงจันทร์ให้กำหนดฤดู ดวงอาทิตย์รู้จักเวลาตกของมัน
20 พระองค์ทรงให้เกิดความมืดและเป็นกลางคืน เป็นสัตว์ของป่าไม้คลานออกมา
21 สิงห์หนุ่มคำรามหาเหยื่อของมัน และแสวงหาอาหารของมันจากพระเจ้า
22 เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นมันก็ไปเสีย ไปนอนอยู่ในที่ของมัน
23 มนุษย์ก็ออกไปทำงานของเขา ไปทำภารกิจของเขาจนเวลาเย็น
24 ข้าแต่พระเจ้า พระราชกิจของพระองค์มากมายจริงๆ พระองค์ทรงสร้างการงานนั้นทั้งสิ้นด้วยพระปัญญา แผ่นดินโลกมีสิ่งที่ทรงสร้างเต็มหมด
25 ทะเลอยู่ข้างโน้น ทั้งใหญ่และกว้าง ซึ่งในนั้นมีสิ่งเคลื่อนไหวนับไม่ถ้วน คือสัตว์ที่มีชีวิตทั้งเล็กและใหญ่
26 กำปั่นแล่นไปโน่นแน่ะ และเลวีอาธานที่พระองค์ สร้างไว้ให้เล่นในนั้น
27 สิ่งเหล่านี้แหงนหาพระองค์ เพื่อให้พระองค์ประทานอาหารแก่มันตามเวลา
28 เมื่อพระองค์ประทานให้ มันก็เก็บไป เมื่อพระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์ออก มันก็อิ่มหนำด้วยของดี
29 เมื่อพระองค์ทรงซ่อนพระพักตร์เสีย มันทั้งหลายก็ลำบากใจ เมื่อพระองค์ทรงเอาลมหายใจมันไปเสีย มันก็ตาย และกลับเป็นผงคลี
30 เมื่อพระองค์ทรงส่งวิญญาณของพระองค์ออกไป มัน ก็ถูกสร้างขึ้นมา และพระองค์ก็ทรงเปลี่ยนโฉมหน้าของพื้นดินเสียใหม่
31 ขอพระสิริของพระเจ้าดำรงอยู่เป็นนิตย์ ขอพระเจ้าทรงเปรมปรีดิ์ในบรรดา พระราชกิจของพระองค์
32 ผู้ทรงทอดพระเนตรโลก มันก็สั่นสะท้าน ผู้ทรงแตะต้องภูเขา มันก็มีควันขึ้นมา
33 ข้ามีชีวิตอยู่ตราบใด ข้าจะร้องเพลงถวายพระเจ้า ขณะข้ายังเป็นอยู่ ข้าจะร้องเพลงสดุดีถวายพระเจ้าของข้า
34 ขอการภาวนาของข้าเป็นสิ่งที่พอพระทัย ข้าเปรมปรีดิ์ในพระเจ้า
35 ขอคนบาปถูกผลาญเสียจากแผ่นดินโลก และขออย่าให้มีคนอธรรมอีกเลย จิตใจของข้าเอ๋ย จงถวายสาธุการแด่พระเจ้า จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด

สดุดี 105
1 จงโมทนาขอบพระคุณพระเจ้า จงร้องทูลออกพระนามพระองค์ จงให้บรรดาพระราชกิจของพระองค์แจ้งแก่ชนชาติทั้งหลาย
2 จงร้องเพลงถวายพระองค์ ร้องเพลงสดุดีถวายพระองค์ จงเล่าถึงการอัศจรรย์ทั้งสิ้นของพระองค์
3 จงอวดพระนามบริสุทธิ์ของพระองค์ ให้จิตใจของบรรดาผู้แสวงหาพระเจ้าเปรมปรีดิ์
4 จงแสวงหาพระเจ้า และพระกำลังของพระองค์ แสวงพระพักตร์ของพระองค์เรื่อยไป
5 จงระลึกถึงการอัศจรรย์ซึ่งพระองค์ทรงกระทำ การมหัศจรรย์และคำพิพากษาแห่งพระโอษฐ์ของพระองค์
6 นะ พงศ์พันธุ์ของอับราฮัม ผู้รับใช้ของพระองค์ เชื้อสายของยาโคบ ผู้เลือกสรรของพระองค์
7 พระองค์คือพระเจ้าของเรา คำพิพากษาของพระองค์อยู่ทั่วไปในแผ่นดินโลก
8 พระองค์ทรงจดจำพันธสัญญาของพระองค์อยู่เป็นนิตย์ คือพระวจนะที่พระองค์ทรงพระบัญชาไว้ตลอดชั่ว หนึ่งพันชาติพันธุ์
9 คือพันธสัญญาซึ่งพระองค์ทรงกระทำไว้กับ อับราฮัม พระสัญญาซึ่งทรงปฏิญาณไว้กับอิสอัค
10 ซึ่งพระองค์ทรงยืนยันอีกกับยาโคบให้เป็นกฎเกณฑ์ แก่อิสราเอล ให้เป็นพันธสัญญานิรันดร์
11 ว่า "เราจะให้แผ่นดินคานาอันแก่เจ้า" เป็นส่วนมรดกของเจ้าทั้งหลาย
12 เมื่อเขายังมีคนจำนวนน้อย จำนวนน้อยจริง ยังเป็นแต่คนอาศัยอยู่ในนั้น
13 พเนจรไปจากประชาชาตินี้ถึงประชาชาตินั้น จากราชอาณาจักรนี้ถึงอีกชนชาติหนึ่ง
14 พระองค์มิได้ทรงยอมให้ผู้ใดบีบบังคับเขา พระองค์ทรงขนาบพระราชาหลายองค์ด้วยเห็นแก่เขา
15 ว่า "อย่าแตะต้องบรรดาผู้ที่เราเจิมไว้ อย่าทำอันตรายแก่ผู้เผยพระวจนะทั้งหลายของ เรา"
16 เมื่อพระองค์ทรงเรียกการกันดารอาหาร ให้เกิดขึ้นที่แผ่นดิน และทรงทำลายอาหารที่บำรุงชีวิตเสีย สิ้น
17 พระองค์ทรงใช้ชายคนหนึ่งไปข้างหน้าเขา โยเซฟ ถูกขายไปเป็นทาส
18 เท้าของเขาเจ็บช้ำด้วยตรวน คอของเขาเข้าอยู่ในปลอกเหล็ก
19 จนกว่าสิ่งที่เขาบอกได้บังเกิดขึ้นจริง พระวจนะของพระเจ้าทดสอบเขา
20 พระราชาก็ทรงใช้ให้ไปปล่อยตัวเขา ผู้ปกครองของชนชาติทั้งหลายได้ปล่อยเขาเป็น อิสระ
21 พระราชาทรงตั้งเขาให้เป็นเจ้านายเหนือวังของพระองค์ เป็นผู้ปกครองกรรมสิทธิ์ของพระองค์
22 ให้สอนเจ้านายของพระองค์ตามชอบใจ และสอนสติปัญญาแก่ผู้อาวุโสของพระองค์
23 แล้วอิสราเอลได้มาที่อียิปต์ ยาโคบได้อาศัยอยู่ในแผ่นดินของฮาม
24 และพระเจ้าทรงกระทำให้ประชากรของ พระองค์มีลูกดก และทรงกระทำให้เขาแข็งแรงกว่าคู่อริของเขา
25 พระองค์ทรงหันใจเขาเหล่านั้นให้เกลียดประชากร ของพระองค์ ให้ใช้กลอุบายแก่ผู้รับใช้ของพระองค์
26 พระองค์ทรงใช้โมเสสผู้รับใช้ของพระองค์ และอาโรนผู้ที่พระองค์ทรงเลือกไว้
27 เขาทั้งสองกระทำหมายสำคัญท่ามกลางเขาทั้งหลาย ทำการอัศจรรย์ในแผ่นดินของฮาม
28 พระองค์ทรงใช้ความมืดมา กระทำให้แผ่นดินมืด เขาทั้งหลายมิได้กบฏต่อพระวจนะของพระองค์
29 พระองค์ทรงกระทำให้น้ำกลายเป็นเลือด และให้ปลาของเขาตาย
30 กบแห่กันมาที่แผ่นดินของเขา แม้ห้องในของพระราชาของเขาก็มี
31 พระองค์ตรัส และฝูงเหลือบก็มา และริ้นมีไปทั่วในแผ่นดินของเขา
32 พระองค์ประทานลูกเห็บแก่เขาแทนฝน และฟ้าผ่าทั่วแผ่นดินของเขา
33 พระองค์ทรงนาบเถาองุ่น และต้นมะเดื่อเทศของเขา และทรงฟาดต้นไม้ในประเทศของเขาให้หัก
34 พระองค์ตรัส และตั๊กแตนวัยบินก็มา และตั๊กแตนวัยกระโดดมานับไม่ถ้วน
35 มากินพืชในแผ่นดินของเขาหมด และกินผลแห่งดินของเขาสิ้น
36 พระองค์ทรงสังหารลูกหัวปีในแผ่นดินของเขา คือผลแรกแห่งกำลังของเขา
37 แล้วพระองค์ทรงนำอิสราเอลออกไป พร้อมกับเงินและทองคำ และไม่มีสักคนหนึ่งในเผ่าของพระองค์สะดุด
38 เมื่อเขาพรากจากไป อียิปต์ก็ยินดี เพราะความครั่นคร้ามต่ออิสราเอล ได้ตกอยู่บนเขา
39 พระองค์ทรงกางเมฆเป็นเครื่องกำบัง และไฟให้ความสว่างเวลากลางคืน
40 เขาทั้งหลายร้องขอ และพระองค์ทรงนำนกคุ่มมา และประทานอาหารจากฟ้าให้เขาอย่างอุดม
41 พระองค์ทรงเปิดหิน และน้ำก็ไหลออกมา มันไหลไปเป็นแม่น้ำในที่แห้งแล้ง
42 เพราะพระองค์ทรงระลึกถึงสัญญาบริสุทธิ์ของพระองค์ และอับราฮัมผู้รับใช้ของพระองค์
43 พระองค์จึงทรงนำประชากรของพระองค์ ออกมาด้วยความชื่นบาน ทรงนำผู้ที่เลือกสรรไว้นั้นด้วยการร้องเพลง
44 และพระองค์ประทานแผ่นดินของบรรดา ประชาชาติให้แก่เขา และเขาได้ผลงานของชาติทั้งหลายเป็นกรรมสิทธิ์
45 เพื่อเขาจะรักษากฎเกณฑ์ของพระองค์ และถือปฏิบัติพระธรรมของพระองค์ จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด

สดุดี 106
1 จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด จงโมทนาขอบพระคุณพระเจ้าเพราะพระองค์ประเสริฐ เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็น นิตย์
2 ผู้ใดจะพรรณนาถึงพระราชกิจอันทรงมหิทธิฤทธิ์ ของพระเจ้า หรือแสดงถึงพระเกียรติของพระองค์อย่างครบถ้วนได้
3 บรรดาผู้ที่ประพฤติความยุติธรรมก็เป็นสุข คือผู้ที่กระทำความชอบธรรมตลอดเวลา
4 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงระลึกถึงข้าพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงโปรดปราน ประชากรของพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงช่วยกู้เขา ขอทรงช่วยข้าพระองค์ด้วย
5 เพื่อข้าพระองค์จะเห็นความเจริญรุ่งเรืองของบรรดาผู้ เลือกสรรของพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะเปรมปรีดิ์ในความยินดีแห่งประชาชาติ ของพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะอวดได้ร่วมกับมรดกของพระองค์
6 ทั้งข้าพระองค์ทั้งหลายและบรรพบุรุษของ ข้าพระองค์ได้กระทำบาปแล้ว ข้าพระองค์ทั้งหลายได้กระทำความบาปผิด ข้าพระองค์ทั้งหลายได้กระทำอย่างอธรรม
7 บรรพบุรุษของข้าพระองค์ทั้งหลาย เมื่อท่านอยู่ในอียิปต์ ท่านมิได้สนใจในการอัศจรรย์ของพระองค์ ท่านมิได้ระลึกถึงความมั่นคงอันอุดมของพระองค์ แต่ได้กบฏที่ทะเล ที่ทะเลแดง
8 ถึงกระนั้นพระองค์ยังทรงช่วยท่านเพราะเห็นแก่ พระนามของพระองค์ เพื่อพระองค์จะให้ทราบถึงมหิทธานุภาพของพระองค์
9 พระองค์ทรงขนาบทะเลแดง มันก็แห้งไป และพระองค์ทรงนำท่านข้ามที่ลึกอย่าง กับเดินข้ามถิ่นทุรกันดาร
10 พระองค์จึงทรงช่วยท่านให้พ้นมือของผู้ที่เกลียดชังท่าน และช่วยกู้ท่านให้พ้นจากเงื้อมมือของศัตรู
11 และน้ำท่วมปฏิปักษ์ของท่าน เขาไม่เหลือสักคนเดียว
12 แล้วท่านเชื่อพระวจนะของพระองค์ ท่านร้องเพลงยอพระเกียรติพระองค์
13 แต่ไม่ช้าท่านก็ลืมพระราชกิจของพระองค์เสีย ท่านไม่คอยพระดำรัสปรึกษาของพระองค์
14 แต่ในถิ่นทุรกันดารนั้นท่านมีความอยากอย่างรุนแรง และได้ทดลองพระเจ้าในที่แห้งแล้ง
15 พระองค์ทรงประทานสิ่งที่ท่านขอ แต่ทรงใช้โรคผอมแห้งมา ท่ามกลางท่าน
16 เมื่อคนในค่ายริษยาโมเสส และอาโรน คนบริสุทธิ์ของพระเจ้า
17 พื้นแผ่นดินอ้าปากกลืนดาธาน และทับคณะอาบีรามเสีย
18 ไฟระเบิดในคณะของท่าน และเปลวเพลิงผลาญคนอธรรมเสีย
19 ท่านได้สร้างลูกโคในโฮเรบ และนมัสการรูปเคารพหล่อ
20 ท่านเอาพระสิริของพระเจ้าแลกกับ รูปของวัวที่กินหญ้า
21 ท่านลืมพระเจ้า พระผู้ช่วยของท่าน ผู้ได้ทรงกระทำพระราชกิจใหญ่โตในอียิปต์
22 ทำการอัศจรรย์ในแผ่นดินของฮาม และสิ่งน่าคร้ามกลัวที่ทะเลแดง
23 เพราะฉะนั้นพระองค์ตรัสว่าจะทำลายท่านเสีย ดีแต่โมเสสผู้เลือกสรรของพระองค์ ได้มายืนเฝ้าทัดทานพระองค์ เพื่อหันพระพิโรธของพระองค์เสียจากการทำลาย
24 แล้วท่านก็ดูถูกแผ่นดินอันร่มรื่นนั้น ไม่มีความเชื่อในพระสัญญาของพระองค์
25 ท่านบ่นอยู่ในเต็นท์ของท่าน และไม่ฟังพระสุรเสียงของพระเจ้า
26 เพราะฉะนั้น พระองค์ทรงยกพระหัตถ์ ของพระองค์ปฏิญาณต่อท่าน ว่าจะทำให้ท่านล้มตายในถิ่นทุรกันดาร
27 และจะกระจายเชื้อสายของท่านไป ท่ามกลางประชาชาติ หว่านเขาไปทั่วประเทศทั้งหลาย
28 แล้วท่านก็ไปติดพันอยู่กับบาอัลแห่งเมืองเพโอร์ และรับประทานเครื่องสัตวบูชา ที่บูชาพระตาย
29 ท่านยั่วเย้าพระองค์ให้ทรงกริ้วด้วยการกระทำของท่าน และโรคระบาดเกิดขึ้นท่ามกลางท่าน
30 แล้วฟีเนหัสได้ยืนขึ้นจัดการลงโทษ และโรคระบาดนั้นก็หยุด
31 ที่เขาทำนั้นพระองค์ทรงนับว่าเป็นความชอบธรรมแก่เขา ตลอดทุกชั่วชาติพันธุ์สืบต่อไป เป็นนิตย์
32 ท่านทำให้พระองค์กริ้วที่น้ำเมรีบาห์ เพราะเรื่องของท่านนี้ โมเสสก็พลอยเสียหายด้วย
33 เพราะท่านทำให้จิตใจโมเสสขมขื่น และริมฝีปากของเขาพูดถ้อยคำหุนหัน
34 ท่านมิได้ทำลายชนชาติทั้งหลาย ตามที่พระเจ้าทรงบัญชาท่านไว้
35 แต่ท่านได้ปะปนกับประชาชาติเหล่านั้น และหัดทำอย่างที่เขาทำกัน
36 ท่านปรนนิบัติรูปเคารพของเขา ซึ่งกลายเป็นบ่วงสำหรับท่าน
37 ท่านฆ่าบุตรชายและบุตรหญิงของท่าน ถวายเป็นเครื่องสักการบูชาแก่ปีศาจ
38 ท่านเทโลหิตผู้ไร้ผิดออกมา คือโลหิตบุตรชายบุตรหญิงของท่าน ผู้ซึ่งท่านได้ฆ่าเป็นเครื่องสักการบูชาแก่ รูปเคารพแห่งคานาอัน แผ่นดินก็มลทินไปด้วยโลหิต
39 ท่านจึงเป็นคนไม่สะอาดด้วยการกระทำของท่าน และประพฤติเยี่ยงโสเภณีในการกระทำของท่าน
40 แล้วความกริ้วของพระเจ้า ก็พลุ่งขึ้นต่อ ประชากรของพระองค์ และพระองค์ทรงรังเกียจมรดกของพระองค์
41 พระองค์ทรงมอบท่านไว้ในมือประชาชาติต่างๆ บรรดาผู้ที่เกลียดท่านจึงปกครองเหนือท่าน
42 ศัตรูของท่านได้บีบบังคับท่าน และท่านตกไปอยู่ใต้อำนาจของเขา
43 พระองค์ทรงช่วยกู้ท่านหลายครั้ง แต่ท่านมักกบฏในจุดประสงค์ของท่าน และถูกเหยียดลงด้วยความบาปผิดของท่าน
44 ถึงอย่างไร เมื่อพระองค์สดับเสียงร้องทูลของท่าน พระองค์ทรงสนพระทัย ในความทุกข์ใจของท่าน
45 เพื่อเห็นแก่ท่าน พระองค์ทรงระลึกถึงพันธสัญญาของพระองค์ และกลับทรงกรุณาตามความรักมั่นคงอันอุดมของพระองค์
46 พระองค์ทรงให้ท่านได้รับความสงสาร จากบรรดาผู้ที่ได้ยึดท่านไปเป็นเชลย
47 ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย ขอทรงช่วยข้าพระองค์ทั้งหลายให้รอด และขอทรงรวบรวมข้าพระองค์ทั้งหลาย จากท่ามกลางประชาชาติต่างๆ เพื่อข้าพระองค์ทั้งหลายจะโมทนา ขอบพระคุณพระนามบริสุทธิ์ของพระองค์ และเริงโลดในการสรรเสริญพระองค์
48 จงถวายสาธุการแด่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของอิสราเอล แต่นิรันดร์กาลจนถึงนิรันดร์กาล และขอประชาชนทั้งปวงกล่าวว่า"อาเมน" จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด

สดุดี 107
1 จงโมทนาขอบพระคุณพระเจ้า เพราะพระองค์ประเสริฐ เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
2 ให้ผู้ที่พระเจ้าทรงไถ่ไว้แล้วกล่าวดังนั้นเถิด คือผู้ที่พระองค์ทรงไถ่ไว้จากมือของปรปักษ์
3 และรวบรวมเข้ามาจากแผ่นดินทั้งหลาย จากตะวันออก และจากตะวันตก จากเหนือและจากใต้
4 บ้างก็พเนจรอยู่ในป่าในที่แห้งแล้ง หาไม่พบทางที่จะเข้านคร ซึ่งพอจะอาศัยได้
5 หิวโหยและกระหาย จิตใจของเขาก็อ่อนระอาไปในตัวเขา
6 แล้วในความยากลำบากของเขา เมื่อเขาร้องทูลพระเจ้า พระองค์ทรงช่วยกู้เขาจากความทุกข์ใจของเขา
7 พระองค์ทรงนำเขาไปในทางตรง จนเขามาถึงนครซึ่งพอจะอาศัยได้
8 ให้เขาขอบพระคุณพระเจ้า เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ เพราะการอัศจรรย์ของพระองค์ที่มีต่อบุตรของมนุษย์
9 เพราะผู้ที่กระหาย พระองค์ทรงให้เขาอิ่ม และผู้ที่หิว พระองค์ทรงให้เขาหนำใจด้วยของดี
10 บ้างก็นั่งอยู่ในความมืดและเงามัจจุราช ถูกขังอยู่ด้วยความทุกข์ยากและติดตรวน
11 เพราะเขากบฏต่อพระวจนะของพระเจ้า และหยามคำปรึกษาขององค์ผู้สูงสุด
12 พระองค์ทรงกระทำจิตใจ ของเขาทั้งหลายให้ถ่อมลงด้วยงานหนัก เขาล้มลงและไม่มีใครช่วย
13 แล้วในความยากลำบากของเขา เมื่อเขาร้องทูลพระเจ้า พระองค์ทรงให้เขารอดจากความทุกข์ใจของเขา
14 พระองค์ทรงนำเขาออกมาจากความมืดและเงามัจจุราช และทรงระเบิดพันธนะของเขาให้ขาดสะบั้น
15 ให้เขาขอบพระคุณพระเจ้าเพราะความรักมั่นคง ของพระองค์ เพราะการอัศจรรย์ของพระองค์ที่มีต่อบุตรของมนุษย์
16 เพราะพระองค์ทรงพังประตูทองสัมฤทธิ์ และทรงตัดซี่ลูกกรงเหล็กเสีย
17 บ้างก็เป็นคนโง่ เพราะทางบาปของเขา และเพราะความผิดบาปของเขา เขาต้องทนความทุกข์ยาก
18 เขารังเกียจอาหารทุกชนิด และเข้าไปใกล้ประตูความตาย
19 แล้วในความยากลำบากของเขา เมื่อเขาร้องทูลพระเจ้า พระองค์ทรงให้เขารอดจากความทุกข์ใจของเขา
20 พระองค์ทรงใช้พระวจนะของพระองค์ไปรักษาเขา และทรงช่วยกู้เขาจากหลุมของเขา
21 ให้เขาขอบพระคุณพระเจ้าเพราะความรักมั่นคงของ พระองค์ เพราะการอัศจรรย์ของพระองค์ที่มีอยู่ต่อบุตรของมนุษย์
22 และให้เขาถวายเครื่องสักการบูชาโมทนาพระคุณ และเล่าราชกิจของพระองค์ด้วยร้องเพลงอย่างชื่นบาน
23 บ้างก็ลงเรือไปในทะเล ทำอาชีพอยู่บนน้ำกว้างใหญ่
24 เขาได้เห็นพระราชกิจของพระเจ้า คือการอัศจรรย์ในที่น้ำลึก
25 เพราะพระองค์ทรงบัญชา และทรงให้เกิดลมพายุซึ่ง ให้คลื่นทะเลกำเริบ
26 คนเหล่านั้นถูกซัดขึ้นไปสู่ท้องฟ้า และลงไปสู่ที่ลึก ใจของเขาฝ่อไปในเหตุการร้ายของเขา
27 เขาถลาและโซเซไปอย่างคนเมา และสิ้นปัญญาลง
28 แล้วในความยากลำบากของเขา เมื่อเขาร้องทูลพระเจ้า พระองค์ทรงช่วยนำเขาออกจากความทุกข์ใจของเขา
29 พระองค์ทรงกระทำให้พายุสงบลง และคลื่นทะเลก็นิ่ง
30 แล้วเขาก็ยินดีเพราะเขามีความเงียบ และพระองค์ทรงนำเขามายังท่า ที่เขาปรารถนา
31 ให้เขาขอบพระคุณพระเจ้า เพราะความรักมั่นคง ของพระองค์ เพราะการอัศจรรย์ของพระองค์ที่มีต่อบุตรของมนุษย์
32 ให้เขายอพระเกียรติพระองค์ในชุมนุมประชาชน และสรรเสริญพระองค์ในที่ประชุมของผู้อาวุโส
33 พระองค์ทรงเปลี่ยนแม่น้ำให้เป็นถิ่นทุรกันดาร น้ำพุให้เป็นดินแห้งผาก
34 แผ่นดินที่มีผลดกให้เป็นที่ร้างเปล่าและเค็ม เพราะเหตุความโหดร้ายของชาวเมือง
35 พระองค์ทรงเปลี่ยนถิ่นทุรกันดารให้เป็นสระน้ำ แผ่นดินแห้งผากให้เป็นน้ำพุ
36 และพระองค์ทรงให้คนหิวโหยอาศัยที่นั่น และเขาสถาปนานครซึ่งพอจะอาศัยได้
37 เขาหว่านนา และปลูกสวนองุ่น และได้ผลดกมาก
38 โดยพระพรของพระองค์เขาทั้งหลายทวีผลมากยิ่ง และพระองค์มิได้ทรงให้วัวของเขาลดจำนวนลง
39 เมื่อเขาถูกทำให้น้อยลงและถูกเหยียดให้ต่ำ โดยการบีบบังคับกับความยากลำบากและความโศกเศร้า
40 พระองค์ทรงเทความดูหมิ่นลงบนเจ้านาย ทรงกระทำให้เขาพเนจรไปในที่ร้างเปล่าที่ไม่มีหนทาง
41 แต่พระองค์ทรงยกคนขัดสนขึ้นจากความทุกข์ยาก และกระทำให้ตระกูลของเขามากอย่างฝูงแพะแกะ
42 คนเที่ยงธรรมเห็นและยินดี และความโหดร้ายทั้งปวงก็ปิดปากของมัน
43 ผู้ใดฉลาดก็ให้เขาฟังสิ่งเหล่านี้ ให้เขาพิจารณาถึงความรักมั่นคงของพระเจ้า

สดุดี 108
1 ข้าแต่พระเจ้า จิตใจของข้าพระองค์มั่นคง ข้าพระองค์จะร้องเพลง ข้าพระองค์จะร้องเพลงสดุดี ด้วยจิตใจของข้าพระองค์
2 พิณใหญ่และพิณเขาคู่เอ๋ย ตื่นเถิด ข้าพเจ้าจะปลุกอรุณ
3 ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์จะถวายโมทนา พระคุณพระองค์ท่ามกลางประชาชาติ ข้าพระองค์จะร้องเพลงสรรเสริญพระองค์ ท่ามกลางชนชาติทั้งหลาย
4 เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ใหญ่ยิ่งเหนือฟ้าสวรรค์ ความสัตย์ของพระองค์สูงถึงเมฆ
5 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเป็นที่เชิดชูเหนือฟ้าสวรรค์ ขอพระสิริของพระองค์อยู่ทั่วแผ่นดินโลก
6 ขอประทานชัยชนะโดยพระหัตถ์ขวาของพระองค์ และทรงตอบข้าพระองค์ เพื่อว่าผู้ที่พระองค์ทรงรักจะได้รับการช่วยกู้
7 พระเจ้าได้ตรัสในสถานนมัสการของพระองค์ว่า "เราจะแบ่งเมืองเชเคมด้วยความยินดี และแบ่งหุบเขาเมืองสุคคทออก
8 กิเลอาดเป็นของเรา มนัสเสห์เป็นของเรา เอฟราอิมเป็นที่กันศีรษะของเรา ยูดาห์เป็นคทาของเรา
9 โมอับเป็นอ่างล้างชำระของเรา เราเหวี่ยงรองเท้าของเราลงบนเอโดม เราโห่ร้องด้วยความมีชัยเหนือฟีลิสเตีย"
10 ผู้ใดจะนำข้าพเจ้าเข้าไปในนครที่มีป้อม ผู้ใดจะนำข้าพเจ้าไปยังเอโดม
11 ข้าแต่พระเจ้า พระองค์มิได้ทรงทอดทิ้งข้าพระองค์ทั้งหลายแล้วหรือ ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ไม่ทรงออกไปกับกองทัพของ ข้าพระองค์ทั้งหลายแล้วละ
12 ขอประทานความช่วยเหลือเพื่อต่อต้านศัตรู เพราะความช่วยเหลือของมนุษย์ก็ไร้ผล
13 โดยพึ่งในพระเจ้า ข้าพเจ้าทั้งหลายจะทำอย่างเข้มแข็ง พระองค์เองทรงเป็นผู้เหยียบคู่อริของข้าพเจ้าทั้งหลายลง

สดุดี 109
1 ข้าแต่พระเจ้า ผู้ซึ่งข้าพระองค์สรรเสริญ ขออย่าทรงนิ่งเสีย
2 เพราะปากที่อธรรมและหลอกลวงอ้าใส่ข้าพระองค์อยู่แล้ว ได้พูดปรักปรำข้าพระองค์ด้วยลิ้นมุสา
3 เขาทั้งหลายล้อมข้าพระองค์ไว้ด้วยถ้อยคำเกลียดชัง และโจมตีข้าพระองค์อย่างไร้เหตุ
4 เขาฟ้องข้าพระองค์แทนความรักของข้าพระองค์ ส่วนข้าพระองค์ได้อธิษฐานเท่านั้น
5 เขาตอบแทนข้าพระองค์ด้วยความชั่วแทนความดี และความเกลียดชังแทนความรักของข้าพระองค์
6 ขอทรงตั้งคนอธรรมปรักปรำเขา และให้โจทก์ฟ้องเขาให้เป็นคดี
7 เมื่อพิจารณาคดี ก็ให้เขาปรากฏว่าเป็นผู้กระทำผิด และให้คำอธิษฐานของเขาไร้ผล
8 ขอให้วันเวลาของเขาน้อย ขอให้อีกผู้หนึ่งมายึดตำแหน่งของเขา
9 ขอให้ลูกของเขากำพร้าพ่อ และภรรยาของเขาเป็นม่าย
10 ขอให้ลูกของเขาต้องพเนจรขอทานไป ขอให้เขาถูกขับไล่ไปจากที่ปรักหักพังซึ่งเขาอาศัยอยู่
11 ขอให้เจ้าหนี้มายึดของทั้งสิ้นที่เขามีอยู่ ขอคนต่างถิ่นมาปล้นผลงานของเขาไป
12 ขออย่าให้ผู้ใดเอ็นดูเขา อย่าให้ผู้ใดสงสารลูกกำพร้าของเขา
13 ขอให้วงศ์วานของเขาถูกตัดออก ขอให้สกุลของเขาสิ้นไปในอีกชั่วชีวิตหนึ่ง
14 ขอให้ความบาปผิดของบรรพบุรุษของเขายังเป็นที่จำ ได้อยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้า อย่าให้บาปของมารดาเขาลบเลือนไป
15 ขอให้บาปนั้นอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้าเป็นนิตย์ เพื่อพระองค์จะทรงตัดอนุสรณ์ของเขาเหล่านั้นเสีย จากแผ่นดินโลก
16 เพราะเขาไม่จดจำที่จะแสดงความเอ็นดู แต่ไล่ข่มเหงคนจนและคนขัดสน และคนใจท้อเพื่อจะฆ่าเสีย
17 เขารักที่จะแช่ง ขอให้คำแช่งตกบนเขา เขาไม่ชอบการให้พร ขอพรจงห่างไกลจากเขา
18 เขาเอาการแช่งห่มต่างเสื้อผ้าของเขา ขอให้ซึมเข้าไปในกายของเขาอย่างน้ำ ขอให้ซึมเข้าไปในกระดูกของเขาอย่างน้ำมัน
19 ให้เหมือนเครื่องแต่งกายที่คลุมเขาอยู่ เหมือนเข็มขัดที่คาดเขาไว้เสมอ
20 ทั้งนี้ขอให้เป็นบำเหน็จจากพระเจ้า แก่โจทก์ของข้าพระองค์ แก่ผู้ที่กล่าวร้ายต่อชีวิตของข้าพระองค์
21 ข้าแต่พระเจ้า พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอทรงกระทำเพื่อข้าพระองค์โดยเห็นแก่ พระนามของพระองค์ เพราะว่าความรักมั่นคงของพระองค์นั้นประเสริฐ ขอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์
22 เพราะข้าพระองค์ยากจนและขัดสน และจิตใจของข้าพระองค์ก็บาดเจ็บอยู่ภายใน
23 ข้าพระองค์สิ้นสุดไปแล้วอย่างเงาตอนเย็น ข้าพระองค์ถูกสลัดออกเหมือนตั๊กแตน
24 เข่าของข้าพระองค์ก็อ่อนเปลี้ยเพราะการอดอาหาร ร่างกายของข้าพระองค์ก็ซูบผอมไป
25 ข้าพระองค์เป็นขี้ปากของเขา เมื่อเขาเห็นข้าพระองค์ เขาก็ สั่นศีรษะ
26 ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอทรงช่วยข้าพระองค์ ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้รอดตามความรักมั่นคงของ พระองค์
27 ขอให้เขาทราบว่านี่เป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ได้ทรงกระทำการนี้
28 ให้เขาแช่งไป แต่ขอพระองค์ทรงอำนวยพระพร ขอให้ผู้ที่ลุกขึ้นสู้ข้าพระองค์ได้อาย ขอให้ผู้รับใช้ของพระองค์ยินดี
29 ขอให้โจทก์ของข้าพระองค์ห่มความอัปยศ ขอให้ความอับอายสวมกายเขาอย่างเสื้อคลุม
30 ด้วยปากของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะโมทนา ขอบพระคุณพระเจ้าเป็นอย่างมาก ข้าพเจ้าจะสรรเสริญพระองค์ท่ามกลางคนมากหลาย
31 เพราะพระองค์ประทับขวามือของคนขัดสน เพื่อทรงช่วยเขาให้พ้นจากคนที่ปรับโทษเขานั้น

สดุดี 110
1 พระเจ้าตรัสกับพระองค์ผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าว่า "จงนั่งที่ข้างขวาของเรา จนกว่าเราจะกระทำให้ศัตรูของเจ้าเป็นแท่นรองเท้า ของเจ้า"
2 พระเจ้าทรงใช้คทาทรงฤทธิ์ของพระองค์ท่านไปจากศิโยน จงครอบครองท่ามกลางศัตรูของพระองค์ท่านเถิด
3 ชนชาติของพระองค์ท่านจะสมัครถวายตัวของเขาด้วย ความเต็มใจ ในวันที่พระองค์ท่านนำพลโยธาของพระองค์ท่านไป บนภูเขาบริสุทธิ์ จากครรภ์ของอรุโณทัย น้ำค้างแห่งวัยหนุ่มเป็นของพระองค์ท่าน
4 พระเจ้าทรงปฏิญาณแล้ว และจะไม่เปลี่ยนพระทัยของพระองค์ "เจ้าเป็นปุโรหิตเป็นนิตย์ ตามอย่างของเมลคีเซเดค"
5 องค์พระผู้เป็นเจ้าประทับข้างขวาหัตถ์ของพระองค์ท่าน พระองค์ทรงทลายบรรดาพระราชา ในวันที่ทรงพระพิโรธ
6 พระองค์ทรงกระทำการพิพากษาท่ามกลางประชาชาติ ให้ซากศพเต็มไปหมด พระองค์จะทรงทลายผู้เป็นประมุข ทั่วแผ่นดินโลกอันกว้างขวาง
7 พระองค์ท่านจะทรงดื่มจากลำธารข้างทาง ฉะนั้นพระองค์ท่านจะทรงผงกพระเศียรขึ้น

สดุดี 111
1 จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด ข้าพเจ้าจะโมทนาพระคุณพระเจ้า ด้วยสิ้นสุดใจของข้าพเจ้า ในคณะผู้เที่ยงธรรม ในชุมนุมชน
2 บรรดาพระราชกิจของพระเจ้าใหญ่ยิ่ง เป็นที่ค้นคว้าของทุกคนที่พอใจ
3 พระราชกิจของพระองค์สูงส่งและมีเกียรติ และความชอบธรรมของพระองค์ดำรงอยู่เป็นนิตย์
4 พระองค์ได้ทรงให้พระราชกิจอัศจรรย์ ของพระองค์เป็นที่จดจำ พระเจ้าทรงมีพระคุณและทรงพระกรุณา
5 พระองค์ประทานอาหารให้ผู้ที่เกรงกลัวพระองค์ พระองค์ทรงจดจำพันธสัญญาของพระองค์เสมอ
6 พระองค์ได้ทรงสำแดงฤทธานุภาพ แห่งพระราชกิจของพระองค์ แก่ประชากรของพระองค์ ในการที่ประทานมรดกของบรรดาประชาชาติแก่เขา
7 พระหัตถกิจของพระองค์นั้นสุจริตและยุติธรรม และข้อบังคับของพระองค์ก็ไว้ใจได้
8 สถาปนาอยู่เป็นนิจกาล และประกอบความสัตย์สุจริตกับความเที่ยงธรรม
9 พระองค์ทรงใช้การไถ่ให้มายังประชากรของพระองค์ พระองค์ทรงบัญชาพันธสัญญาของพระองค์เป็นนิตย์ พระนามของพระองค์ศักดิ์สิทธิ์และน่าคร้ามกลัวจริงๆ
10 ความยำเกรงพระเจ้าเป็นที่เริ่มต้นของ สติปัญญา บรรดาผู้ที่ปฏิบัติตามก็ได้ความเข้าใจดี การสรรเสริญพระเจ้า ดำรงอยู่เป็นนิตย์

สดุดี 112
1 จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด คนที่เกรงกลัวพระเจ้าก็เป็นสุข คือผู้ปีติยินดีเป็นอันมากในพระบัญญัติของพระองค์
2 เชื้อสายของเขาจะทรงอานุภาพในแผ่นดิน พวกคนเที่ยงธรรมจะรับพระพร
3 ทรัพย์ศฤงคารและความมั่งคั่งมีอยู่ในเรือนของเขา และความชอบธรรมของเขาดำรงอยู่เป็นนิตย์
4 ความสว่างจะโผล่ขึ้นมาในความมืดให้คนเที่ยงธรรม พระองค์ทรงมีพระคุณ ทรงพระกรุณาและทรงชอบธรรม
5 คนที่แสดงความเมตตาคุณและให้ยืม ก็อยู่เย็นเป็นสุข คือผู้ที่ดำเนินการของเขาด้วยความยุติธรรม
6 เพราะคนชอบธรรมจะไม่ถดถอย คนจะระลึกถึงเขาอยู่เป็นนิตย์
7 เขาไม่กลัวข่าวร้าย จิตใจของเขายึดแน่น วางใจในพระเจ้า
8 จิตใจของเขาแน่วแน่เขาจะไม่กลัว จนกว่าจะเห็นความประสงค์ต่อศัตรูของเขาสำเร็จ
9 เขาแจกจ่าย เขาได้ให้แก่คนยากจน ความชอบธรรมของเขาดำรงเป็นนิตย์ ศักดิ์ของเขาจะได้รับเกียรติ
10 คนอธรรมเห็นเข้าก็โกรธ เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันแล้วละลายไป ความปรารถนาของคนอธรรมนั้นศูนย์เปล่า

สดุดี 113
1 จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด บรรดาผู้รับใช้ของพระเจ้าเอ๋ย จงสรรเสริญเถิด จงสรรเสริญพระนามพระเจ้า
2 สาธุการแด่พระนามของพระเจ้า ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปเป็นนิตย์
3 ตั้งแต่ที่ดวงอาทิตย์ขึ้นจนถึงที่ดวงอาทิตย์ตก พระนามของพระเจ้าเป็นที่สรรเสริญ
4 พระเจ้าประทับอยู่สูงเหนือประชาชาติทั้งปวง และพระสิริของพระองค์สูงเหนือฟ้าสวรรค์
5 ไม่มีพระใดเป็นเหมือนพระเจ้าของเรา ผู้ประทับบนที่สูง
6 ผู้ทอดพระเนตรลงมาที่ต่ำ เหนือฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก
7 พระองค์ทรงยกคนยากจนขึ้นมาจากผงคลี และทรงยกคนขัดสนขึ้นมาจากกองขี้เถ้า
8 เพื่อให้เขานั่งกับบรรดาเจ้านาย กับบรรดาเจ้านายแห่งชนชาติของพระองค์
9 พระองค์โปรดให้หญิงหมันมีบ้านอยู่ เป็นแม่ที่ชื่นบานมีบุตร จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด

สดุดี 114
1 เมื่ออิสราเอลออกไปจากอียิปต์ คือพงศ์พันธุ์ของยาโคบไปจากชนชาติต่างภาษา
2 ยูดาห์กลายเป็นสถานนมัสการของพระองค์ อิสราเอลเป็นอาณาจักรของพระองค์
3 ทะเลมองแล้วหนี จอร์แดนหันกลับ
4 ภูเขากระโดดเหมือนแกะผู้ เนินเขากระโดดเหมือนลูกแกะ
5 เป็นอะไรนะ ทะเลเอ๋ย เจ้าจึงหนี แม่น้ำจอร์แดนเอ๋ย เจ้าจึงหันกลับ
6 ภูเขาเอ๋ย เจ้าจึงกระโดดเหมือนแกะผู้ เนินเขาเอ๋ย เจ้าจึงกระโดดเหมือนลูกแกะ
7 แผ่นดินเอ๋ย สั่นเทิ้มเถิด ต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า ต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้าของยาโคบ
8 ผู้ให้หินเป็นสระน้ำ หินเหล็กไฟเป็นน้ำพุ

สดุดี 115
1 ข้าแต่พระเจ้า มิใช่แก่เหล่าข้าพระองค์ มิใช่แก่เหล่าข้าพระองค์ พระเจ้าข้า แต่ขอถวายพระสิริแด่พระนามของพระองค์ เพราะเห็นแก่ความรักมั่นคงของพระองค์ และความสัตย์สุจริตของพระองค์
2 ทำไมบรรดาประชาชาติจะกล่าวว่า "พระเจ้าของเขาทั้งหลายอยู่ไหนเล่า"
3 แต่พระเจ้าของเราทั้งหลายอยู่ในฟ้าสวรรค์ สิ่งใดที่พระองค์พอพระทัยพระองค์ก็ทรงกระทำ
4 รูปเคารพของคนเหล่านั้นเป็นเงินและทองคำ เป็นหัตถกรรมของมนุษย์
5 รูปเหล่านั้นมีปาก แต่พูดไม่ได้ มีตา แต่ดูไม่ได้
6 มีหู แต่ฟังไม่ได้ยิน มีจมูก แต่ดมไม่ได้
7 มีมือ แต่คลำไม่ได้ มีเท้า แต่เดินไม่ได้ รูปเหล่านั้นทำเสียงในคอไม่ได้
8 ผู้ที่ทำรูปเหล่านั้นจะเป็นเหมือนรูปเหล่านั้น เออ บรรดาผู้ที่วางใจในรูปเหล่านั้น ก็เช่นกัน
9 อิสราเอลเอ๋ย จงวางใจในพระเจ้าเถิด พระองค์ทรงเป็นความอุปถัมภ์และเป็นโล่ของเขาทั้งหลาย
10 พงศ์พันธุ์อาโรนเอ๋ย จงวางใจในพระเจ้าเถิด พระองค์ทรงเป็นความอุปถัมภ์และเป็นโล่ของเขาทั้งหลาย
11 ท่านผู้เกรงกลัวพระเจ้าเอ๋ย จงวางใจในพระเจ้าเถิด พระองค์ทรงเป็นความอุปถัมภ์และเป็นโล่ของเขาทั้งหลาย
12 พระเจ้าทรงเป็นห่วงเราทั้งหลาย พระองค์ทรงอำนวยพระพร พระองค์ทรงอำนวยพระพรแก่พงศ์พันธุ์อิสราเอล พระองค์ทรงอำนวยพระพรแก่พงศ์พันธุ์อาโรน
13 พระองค์จะทรงอำนวยพระพรแก่บรรดา ผู้ที่ยำเกรงพระเจ้า ทั้งผู้น้อยและผู้ใหญ่
14 ขอพระเจ้าให้ท่านเพิ่มพูนขึ้น ทั้งท่านและลูกหลานของท่าน
15 ขอท่านรับพระพรจากพระเจ้า ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก
16 ฟ้าสวรรค์เป็นฟ้าสวรรค์ของพระเจ้า แต่พระองค์ประทานแผ่นดินโลกให้แก่บุตรของมนุษย์
17 คนตายไม่สรรเสริญพระเจ้า หรือผู้ที่ลงไปสู่ที่สงัดก็เช่นนั้น
18 แต่เราทั้งหลายจะสรรเสริญพระเจ้า ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปเป็นนิตย์ จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด

สดุดี 116
1 ข้าพเจ้ารักพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงฟังเสียงและ คำวิงวอนของข้าพเจ้า
2 พระองค์ทรงเงี่ยพระกรรณฟังข้าพเจ้า เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจะทูลพระองค์ ตราบเท่าที่ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่
3 บ่วงของความตายดักอยู่ล้อมข้าพเจ้า ความเจ็บปวดแห่งแดนผู้ตายจับข้าพเจ้าไว้ ข้าพเจ้าประสบความทุกข์ใจและความระทม
4 แล้วข้าพเจ้าร้องทูลออกพระนามพระเจ้าว่า "ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงช่วยชีวิตข้าพระองค์ให้รอด"
5 พระเจ้าทรงพระกรุณาและชอบธรรม พระเจ้าของเราทั้งหลายกอปรด้วยพระเมตตา
6 พระเจ้าทรงสงวนคนรู้น้อยไว้ เมื่อข้าพเจ้าตกต่ำ พระองค์ทรงช่วยข้าพเจ้าให้รอด
7 จิตใจของข้าพเจ้าเอ๋ย กลับไปสู่ที่พักของเจ้าเถิด เพราะพระเจ้าทรงโปรดปรานเจ้ามากแล้ว
8 เพราะพระองค์ทรงช่วยกู้ข้าพระองค์จากมัจจุราช ช่วยนัยน์ตาข้าพระองค์จากน้ำตา ช่วยเท้าข้าพระองค์จากการล้ม
9 ข้าพเจ้าดำเนินอยู่เฉพาะเบื้องพระพักตร์พระเจ้า ในดินแดนของคนเป็น
10 ข้าพเจ้ายังเชื่ออยู่ แม้เมื่อข้าพเจ้าว่า "ข้าพเจ้าได้รับความทุกข์ยากใหญ่ยิ่ง"
11 ข้าพเจ้ากล่าวในเวลาตกใจว่า "คนเรานี้เป็นคนโกหกทั้งนั้น"
12 ข้าพเจ้าจะเอาอะไรตอบแทนพระเจ้าได้ เนื่องจากบรรดาพระราชกิจ อันมีพระคุณต่อข้าพเจ้า
13 ข้าพเจ้าจะยกถ้วยแห่งความรอด และร้องทูลออกพระนามพระเจ้า
14 ข้าพเจ้าจะแก้บนของข้าพเจ้าแด่พระเจ้า ต่อหน้าประชาชนทั้งปวงของพระองค์
15 มรณกรรมแห่งธรรมิกชนของพระองค์ สำคัญในสายพระเนตรพระเจ้า
16 ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์เป็นผู้รับใช้ของ พระองค์ พระเจ้าข้า ข้าพระองค์เป็นผู้รับใช้ของพระองค์ เป็นบุตรชายของหญิงคนใช้ของพระองค์ พระองค์ทรงแก้พันธนะของข้าพระองค์
17 ข้าพระองค์จะถวายเครื่องสักการ บูชาโมทนาพระคุณแด่พระองค์ และร้องทูลออกพระนามของพระเจ้า
18 ข้าพเจ้าจะแก้บนของข้าพเจ้า แด่พระเจ้า ต่อหน้าประชาชนทั้งปวงของพระองค์
19 ในบริเวณพระนิเวศของพระเจ้า เยรูซาเล็มเอ๋ย ในท่ามกลางเธอ จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด

สดุดี 117
1 ประชาชาติทั้งปวงเอ๋ย จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด ชนชาติทั้งหลายเอ๋ย จงยกย่องพระองค์เถิด
2 เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ที่มีต่อเรานั้นใหญ่หลวง และความสัตย์สุจริตของพระเจ้าดำรงเป็นนิตย์ จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด

สดุดี 118
1 จงโมทนาขอบพระคุณพระเจ้า เพราะพระองค์ประเสริฐ เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรง เป็นนิตย์
2 ให้อิสราเอลกล่าวเถิดว่า "ความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์"
3 ให้พงศ์พันธุ์อาโรนกล่าวเถิดว่า "ความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์"
4 ให้บรรดาผู้ที่ยำเกรงพระเจ้ากล่าวเถิดว่า "ความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์"
5 ข้าพเจ้าได้ร้องทูลพระเจ้า จากที่คับแค้นใจของข้าพเจ้า พระเจ้าทรงตอบข้าพเจ้าและประทานความโล่งใจแก่ข้าพเจ้า
6 มีพระเจ้าอยู่ฝ่ายข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่กลัว มนุษย์จะทำอะไรแก่ข้าพเจ้าได้เล่า
7 พระเจ้าทรงอยู่ฝ่ายข้าพเจ้า เป็นผู้ทรงช่วยข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามองเห็นคนที่เกลียดข้าพเจ้าแพ้
8 เข้าลี้ภัยอยู่ในพระเจ้า ก็ดีกว่า ที่จะเชื่อใจในมนุษย์
9 เข้าลี้ภัยอยู่ในพระเจ้า ก็ดีกว่า ที่จะเชื่อใจในเจ้านาย
10 ประชาชาติทั้งหลายได้ล้อมข้าพเจ้า ข้าพเจ้าห้ำหั่นเขา ออกในพระนามพระเจ้า
11 เขาทั้งหลายได้ล้อมข้าพเจ้า ล้อมรอบข้าพเจ้า ข้าพเจ้าห้ำหั่นเขาออก ในพระนามพระเจ้า
12 เขาได้ล้อมข้าพเจ้าเหมือนผึ้ง เขาทั้งหลายดับเสียแล้ว เหมือนเปลวไฟหนาม ข้าพเจ้าห้ำหั่นเขาออก ในพระนามพระเจ้า
13 ข้าพเจ้าถูกผลักอย่างหนัก ข้าพเจ้ากำลังจะล้ม แต่พระเจ้าทรงช่วยข้าพเจ้า
14 พระเจ้าทรงเป็นกำลังและบทเพลงของข้าพเจ้า พระเจ้าทรงมาเป็นความรอดของ ข้าพเจ้า
15 ฟังซิ เสียงยินดีและไชโย ในเต็นท์ของผู้ชอบธรรมว่า "พระหัตถ์ขวาของพระเจ้าห้าวหาญนัก
16 พระหัตถ์ขวาของพระเจ้า เป็นที่เชิดชู พระหัตถ์ขวาของพระเจ้า ห้าวหาญนัก"
17 ข้าพเจ้าจะไม่ตาย แต่ข้าพเจ้าจะเป็นอยู่ และประกาศพระราชกิจของพระเจ้า
18 พระเจ้าทรงตีสอนข้าพเจ้าอย่างหนัก แต่พระองค์ไม่ทรงมอบข้าพเจ้าไว้กับมัจจุราช
19 ขอเปิดประตูความชอบธรรมให้ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะเข้าประตูนั้นไป และถวายโมทนาพระคุณพระเจ้า
20 นี่คือประตูของพระเจ้า คนชอบธรรมจะเข้าไปทางนี้
21 ข้าพระองค์โมทนาพระคุณพระองค์ เพราะพระองค์ทรงตอบข้าพระองค์ และมาเป็นความรอดของข้าพระองค์
22 ศิลาซึ่งช่างก่อได้ทอดทิ้งเสีย ได้เป็นศิลามุมเอกแล้ว
23 การนี้เป็นมาจากพระเจ้า เป็นการมหัศจรรย์ประจักษ์ตาเรา
24 นี่เป็นวันซึ่งพระเจ้า ได้ทรงสร้าง ให้เราเปรมปรีดิ์และยินดีในวันนั้น
25 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้รอดเถิด ข้าแต่พระเจ้า ขอประทานความสำเร็จแก่ข้าพระองค์ ทั้งหลายเถิด
26 ขอท่านผู้เข้ามาในพระนามของพระเจ้า จงได้รับพระพร ข้าพเจ้าทั้งหลายอวยพรท่านทั้งหลายจากพระนิเวศของพระเจ้า
27 พระเยโฮวาห์ทรงเป็นพระเจ้า และพระประทานความสว่างแก่เรา จงเริ่มเทศกาลด้วยกิ่งไม้ ไปถึงเชิงงอนของแท่นบูชา
28 พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์ และข้าพระองค์จะถวายโมทนาแก่พระองค์ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะเชิดชูพระองค์
29 จงโมทนาขอบพระคุณพระเจ้าเพราะพระองค์ประเสริฐ เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์

สดุดี 119
1 บรรดาผู้ที่ดีรอบคอบในทางของเขาก็เป็นสุข คือผู้ที่ดำเนินตามพระธรรมของพระเจ้า
2 ผู้ที่รักษาบรรดาพระโอวาทของพระองค์ก็เป็นสุข คือผู้ที่แสวงหาพระองค์ด้วยสุดใจ
3 ผู้ที่ไม่กระทำผิด แต่เดินตามบรรดาพระมรรคาของพระองค์
4 พระองค์ได้ทรงตั้งข้อบังคับของพระองค์ไว้ ให้เราทั้งหลายปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
5 โอ ขอให้ทางทั้งหลายของข้าพระองค์มั่นคง ในการรักษากฎเกณฑ์ของพระองค์
6 แล้วข้าพระองค์จะไม่ได้รับความอาย โดยจดจ่ออยู่ที่พระบัญญัติทั้งสิ้นของพระองค์
7 ข้าพระองค์จะสรรเสริญพระองค์ด้วยใจเที่ยงตรง เมื่อข้าพระองค์เรียนรู้กฎหมายอันชอบธรรมของพระองค์
8 ข้าพระองค์จะถือกฎเกณฑ์ของพระองค์ ขออย่าทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสียอย่างสิ้นเชิงเลย
9 หนุ่มๆจะรักษาทางของตนให้บริสุทธิ์ได้อย่างไร โดยระแวดระวังตามพระวจนะของพระองค์
10 ข้าพระองค์แสวงพระองค์ด้วยสุดใจของข้าพระองค์ ขออย่าให้ข้าพระองค์หลงไปจากพระบัญญัติของพระองค์
11 ข้าพระองค์ได้สะสมพระดำรัสของ พระองค์ไว้ในใจของข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะไม่ทำบาปต่อพระองค์
12 ข้าแต่พระเจ้า สาธุการแด่พระองค์ ขอทรงสอนกฎเกณฑ์ของพระองค์แก่ข้าพระองค์
13 ข้าพระองค์จะประกาศด้วยริมฝีปากของข้าพระองค์ ถึงบรรดากฎหมายแห่งพระโอษฐ์ของพระองค์
14 ข้าพระองค์ปีติยินดีในทางแห่งบรรดา พระโอวาทของพระองค์ มากเท่ากับในความมั่งคั่งทั้งสิ้น
15 ข้าพระองค์จะภาวนาข้อบังคับของพระองค์ และจับตาของข้าพระองค์อยู่ที่วิถีทั้งหลายของพระองค์
16 ข้าพระองค์จะปีติยินดีในกฎเกณฑ์ของพระองค์ ข้าพระองค์จะไม่ลืมพระวจนะของพระองค์
17 ขอทรงโปรดปรานผู้รับใช้ของพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะมีชีวิตและจะถือพระวจนะของพระองค์
18 ขอเบิกตาข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะเห็น สิ่งมหัศจรรย์จากพระธรรมของพระองค์
19 ข้าพระองค์เป็นคนพเนจรบนแผ่นดินโลก ขออย่าทรงซ่อนพระบัญญัติของ พระองค์จากข้าพระองค์เสีย
20 จิตใจของข้าพระองค์เร่าร้อนด้วยคำนึงถึง กฎหมายของพระองค์ตลอดเวลา
21 พระองค์ทรงขนาบคนยโส คนถูกสาป ผู้เตลิดไปจากพระบัญญัติของพระองค์
22 ขอทรงนำการด่าและการประมาทไปจากข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์ได้รักษาบรรดาพระโอวาทของพระองค์
23 แม้เจ้านายนั่งปรึกษากันต่อสู้ข้าพระองค์ ผู้รับใช้ของพระองค์จะภาวนากฎเกณฑ์ของพระองค์
24 บรรดาพระโอวาทของพระองค์ เป็นความปีติยินดีของข้าพระองค์ เป็นที่ปรึกษาของข้าพระองค์
25 จิตใจของข้าพระองค์ติดผงคลี ขอทรงสงวนชีวิตของข้าพระองค์ตามพระวจนะของพระองค์
26 ข้าพระองค์ได้ทูลถึงทางของข้าพระองค์ และพระองค์ทรงตอบข้าพระองค์ ขอทรงสอนกฎเกณฑ์ของพระองค์แก่ข้าพระองค์
27 ขอทรงกระทำให้ข้าพระองค์เข้าใจทาง ข้อบังคับของพระองค์ และข้าพระองค์จะภาวนาถึงพระราชกิจ มหัศจรรย์ของพระองค์
28 จิตใจของข้าพระองค์ละลายไปด้วยความโศก ขอทรงเสริมกำลังข้าพระองค์ตามพระวจนะของพระองค์
29 ขอทรงให้ทางเทียมเท็จไกลจากข้าพระองค์ และขอโปรดประทานพระธรรมของพระองค์แก่ข้าพระองค์
30 ข้าพระองค์ได้เลือกทางความสัตย์ซื่อ ข้าพระองค์ตั้งกฎหมายของพระองค์ไว้ตรงหน้าข้าพระองค์
31 ข้าพระองค์ผูกพันอยู่กับบรรดาพระโอวาทของพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า ขออย่าให้ข้าพระองค์ขายหน้า
32 ข้าพระองค์จะวิ่งในทางพระบัญญัติของพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงขยายความเข้าใจของข้าพระองค์
33 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงสอนทางกฎเกณฑ์ของ พระองค์แก่ข้าพระองค์ และข้าพระองค์จะรักษาทางนั้นไว้จนสุดปลาย
34 ขอประทานความเข้าใจแก่ข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะรักษาพระธรรมของพระองค์ไว้ และปฏิบัติด้วยสุดใจของข้าพระองค์
35 ขอโปรดให้ข้าพระองค์ไปในมรรคา พระบัญญัติของพระองค์ เพราะข้าพระองค์ยินดีในมรรคานั้น
36 ขอทรงโน้มใจข้าพระองค์ในบรรดา พระโอวาทของพระองค์ และมิใช่ในทางโลกกำไร
37 ขอทรงหันนัยน์ตาของข้าพระองค์ไปจาก การมองดูสิ่งอนิจจัง และขอทรงสงวนชีวิตของข้าพระองค์ใน พระมรรคาของพระองค์
38 ขอทรงยืนยันพระสัญญาของพระองค์ กับผู้รับใช้ของพระองค์ เพื่อให้เกรงกลัวพระองค์
39 ขอทรงหันการเยาะเย้ยซึ่งข้าพระองค์ ครั่นคร้ามนั้นไปเสีย เพราะกฎหมายของพระองค์นั้นดี
40 ดูเถิด ข้าพระองค์คำนึงถึงข้อบังคับของพระองค์ โดยความชอบธรรมของพระองค์ ขอทรงสงวนชีวิตของข้าพระองค์
41 ข้าแต่พระเจ้า ขอความรักมั่นคง ของพระองค์มาถึงข้าพระองค์ คือความรอดของพระองค์ ตามพระสัญญาของพระองค์
42 แล้วข้าพระองค์จะมีคำตอบแก่ผู้ที่เยาะเย้ยข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์วางใจในพระวจนะของพระองค์
43 ขออย่าทรงนำพระวจนะแห่งความจริงออกไปจากปากข้าพระองค์อย่างสิ้นเชิง เพราะความหวังของข้าพระองค์อยู่ในกฎหมายของพระองค์
44 ข้าพระองค์จะปฏิบัติพระธรรมของพระองค์สืบๆไปเป็นนิจกาล
45 และข้าพระองค์จะเดินอย่างเสรี เพราะข้าพระองค์ได้แสวงข้อบังคับของพระองค์
46 ข้าพระองค์จะพูดถึงพระโอวาทของ พระองค์ต่อเบื้องพระพักตร์บรรดาพระราชา และจะไม่ขายหน้า
47 เพราะข้าพระองค์ปีติยินดีในพระบัญญัติของพระองค์ ซึ่งข้าพระองค์รัก
48 ข้าพระองค์เคารพพระบัญญัติของพระองค์ซึ่งข้าพระองค์รัก และข้าพระองค์จะภาวนากฎเกณฑ์ของพระองค์
49 ขอทรงระลึกถึงพระวจนะของพระองค์ที่มีต่อผู้รับใช้ของพระองค์ ซึ่งพระองค์ทรงกระทำให้ข้าพระองค์หวังอยู่นั้น
50 นี่คือการเล้าโลมในความทุกข์ยากของข้าพระองค์ คือพระสัญญาของพระองค์ให้ชีวิตแก่ข้าพระองค์
51 คนโอหังเย้ยหยันข้าพระองค์ยิ่งนัก แต่ข้าพระองค์ไม่หันเสียจากพระธรรมของพระองค์
52 เมื่อข้าพระองค์คิดถึงกฎหมายของพระองค์แต่โบราณกาล ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ได้รับความเล้าโลมใจ
53 ความกริ้วอันเร่าร้อนฉวยข้าพระองค์ไว้ เพราะเหตุคนอธรรม ผู้ละทิ้งพระธรรมของพระองค์
54 กฎเกณฑ์ของพระองค์ได้เป็นบทเพลงของข้าพระองค์ ในเรือนที่ข้าพระองค์อาศัยอยู่นั้น
55 ข้าแต่พระเจ้า ในกลางคืนข้าพระองค์ ระลึกถึงพระนามของพระองค์ และปฏิบัติตามพระธรรมของพระองค์
56 พระพรนี้ได้ตกมายังข้าพระองค์ คือที่ข้าพระองค์รักษาข้อบังคับของพระองค์ไว้
57 พระเจ้าทรงเป็นส่วนของข้าพระองค์ ข้าพระองค์สัญญาที่จะปฏิบัติตามพระวจนะของพระองค์
58 ข้าพระองค์วอนขอความโปรดปราน ของพระองค์ด้วยสิ้นสุดใจของข้าพระองค์ ขอทรงกรุณาแก่ข้าพระองค์ตาม พระดำรัสของพระองค์
59 เมื่อข้าพระองค์คิดถึงทางทั้งหลายของข้าพระองค์ ข้าพระองค์หันเท้าของข้าพระองค์ไปสู่บรรดา พระโอวาทของพระองค์
60 ข้าพระองค์รีบไม่ล่าช้า ที่จะปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระองค์
61 แม้บ่วงของคนอธรรมดักข้าพระองค์ ข้าพระองค์ไม่ลืมพระธรรมของพระองค์
62 พอเที่ยงคืน ข้าพระองค์ลุกขึ้นโมทนาพระคุณพระองค์ เนื่องด้วยกฎหมายอันชอบธรรมของพระองค์
63 ข้าพระองค์เป็นเพื่อนกับทุกคนผู้ยำเกรงพระองค์ กับผู้ที่ปฏิบัติตามข้อบังคับของพระองค์
64 ข้าแต่พระเจ้า แผ่นดินโลกเต็มด้วยความรัก มั่นคงของพระองค์ ขอทรงสอนกฎเกณฑ์ของพระองค์แก่ข้าพระองค์
65 พระองค์ได้ทรงกระทำดีต่อผู้รับใช้ของพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า ตามพระวจนะของพระองค์
66 ขอทรงสอนปฏิภาณและความรู้แก่ข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์เชื่อถือพระบัญญัติของพระองค์
67 ก่อนที่ข้าพระองค์ทุกข์ยาก ข้าพระองค์หลงเจิ่น แต่บัดนี้ข้าพระองค์ปฏิบัติตามพระวจนะของพระองค์
68 พระองค์ประเสริฐ และทรงกระทำการดี ขอทรงสอนกฎเกณฑ์ของพระองค์แก่ข้าพระองค์
69 คนโอหังป้ายความเท็จใส่ข้าพระองค์ แต่ข้าพระองค์ปฏิบัติตามข้อบังคับของพระองค์ด้วยสุดใจ
70 จิตใจของเขาทั้งหลายต่ำช้าเหมือนไขมัน แต่ข้าพระองค์ปีติยินดีในพระธรรมของพระองค์
71 ดีแล้วที่ข้าพระองค์ทุกข์ยาก เพื่อข้าพระองค์จะเรียนรู้ถึงกฎเกณฑ์ของพระองค์
72 สำหรับข้าพระองค์ พระธรรมแห่งพระโอษฐ์ของพระองค์ ก็ดีกว่าทองคำและเงินพันๆแท่ง
73 พระหัตถ์ของพระองค์ได้สร้างและสถาปนาข้าพระองค์ ขอประทานความเข้าใจแก่ข้าพระองค์เพื่อข้าพระองค์ จะเรียนรู้พระบัญญัติของพระองค์
74 บรรดาผู้เกรงกลัวพระองค์จะเห็น ข้าพระองค์และเปรมปรีดิ์ เพราะว่าข้าพระองค์ได้หวังในพระวจนะของพระองค์
75 ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ทราบว่าการพิพากษาของพระองค์นั้น ถูกต้องแล้ว และทราบว่าด้วยความซื่อตรงพระองค์ทรงให้ข้าพระองค์ทุกข์ยาก
76 ขอความรักมั่นคงของพระองค์เป็นที่เล้าโลมข้าพระองค์ ตามพระดำรัสของพระองค์ที่มีแก่ผู้รับใช้ของพระองค์
77 ขอพระกรุณาของพระองค์มายังข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะเป็นอยู่ เพราะพระธรรมของพระองค์เป็นความปีติยินดีของข้าพระองค์
78 ขอทรงให้คนโอหังได้รับความอาย เพราะว่าเขาได้คว่ำข้าพระองค์ด้วยความเท็จ ฝ่ายข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะภาวนาข้อบังคับของพระองค์
79 ขอให้บรรดาผู้ที่ยำเกรงพระองค์หันกลับมายัง ข้าพระองค์ เพื่อเขาจะทราบถึงบรรดาพระโอวาทของพระองค์
80 ขอให้จิตใจข้าพระองค์ไร้ตำหนิ ในเรื่องกฎเกณฑ์ของพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะไม่ต้องขายหน้า
81 จิตใจของข้าพระองค์อ่อนระโหยคอยความรอดของพระองค์ ข้าพระองค์หวังในพระวจนะของพระองค์
82 นัยน์ตาของข้าพระองค์มัวมืดไป ด้วยคอยพระดำรัสของพระองค์ ข้าพระองค์ทูลถามว่า "เมื่อไรพระองค์จะทรงเล้าโลมข้าพระองค์"
83 เพราะว่าข้าพระองค์เป็นเหมือนถุงหนังเหล้าองุ่นถูกรมควัน แต่ข้าพระองค์ยังไม่ลืมกฎเกณฑ์ของพระองค์
84 ผู้รับใช้ของพระองค์ต้องทนอยู่นานเท่าไร พระองค์จะทรงกระทำการพิพากษาบรรดา ผู้ข่มเหงข้าพระองค์เมื่อไร
85 คนโอหังได้ขุดหลุมพรางดักข้าพระองค์ ซึ่งไม่สอดคล้องกับพระธรรมของพระองค์
86 พระบัญญัติของพระองค์ทั้งสิ้นแน่นอน เขาข่มเหงข้าพระองค์ด้วยความเท็จ ขอทรงช่วย ข้าพระองค์ด้วย
87 เขาเกือบจะทำให้ข้าพระองค์ดับชีพไปจาก แผ่นดินโลกแล้ว แต่ข้าพระองค์ไม่ทอดทิ้งข้อบังคับของพระองค์
88 ขอทรงสงวนชีวิตข้าพระองค์ไว้ด้วยความรัก มั่นคงของพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะปฏิบัติตามพระโอวาทแห่ง พระโอษฐ์ของพระองค์
89 ข้าแต่พระเจ้า พระวจนะของพระองค์ ปักแน่นอยู่ในสวรรค์เป็นนิตย์
90 ความซื่อตรงของพระองค์ดำรงอยู่ทุกชั่วชาติพันธุ์ พระองค์ทรงสถาปนาแผ่นดินโลกและมันก็ตั้งอยู่
91 โดยกฎหมายของพระองค์สิ่งเหล่านี้ตั้งมั่นอยู่ทุกวันนี้ เพราะของทุกสิ่งเป็นผู้รับใช้ของพระองค์
92 ถ้าพระธรรมของพระองค์ไม่เป็นที่ปีติยินดีของข้าพระองค์ ข้าพระองค์คงพินาศแล้วในความ ทุกข์ยากของข้าพระองค์
93 ข้าพระองค์จะไม่ลืมข้อบังคับของพระองค์เลย เพราะพระองค์ทรงสงวนชีวิตของ ข้าพระองค์โดยข้อบังคับนั้น
94 ข้าพระองค์เป็นของพระองค์ ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้รอด เพราะข้าพระองค์ได้แสวงข้อบังคับของพระองค์
95 คนอธรรมซุ่มคอยทำลายข้าพระองค์ แต่ข้าพระองค์พิจารณาพระโอวาทของพระองค์
96 ข้าพระองค์เคยเห็นขอบเขตของความสำเร็จทั้งสิ้นแล้ว แต่พระบัญญัติของพระองค์กว้างขวางเหลือเกิน
97 แหม ข้าพระองค์รักพระธรรมของพระองค์จริงๆ เป็นคำภาวนาของข้าพระองค์วันยังค่ำ
98 พระบัญญัติของพระองค์กระทำให้ ข้าพระองค์ฉลาดกว่าศัตรูของข้าพระองค์ เพราะพระบัญญัตินั้นอยู่กับข้าพระองค์เสมอ
99 ข้าพระองค์มีความเข้าใจมากกว่าบรรดา ครูของข้าพระองค์ เพราะบรรดาพระโอวาทของพระองค์เป็น คำภาวนาของข้าพระองค์
100 ข้าพระองค์เข้าใจมากกว่าคนสูงอายุ เพราะข้าพระองค์รักษาข้อบังคับของพระองค์
101 ข้าพระองค์รั้งเท้าข้าพระองค์ไว้จากวิถีชั่วทุกอย่าง เพื่อปฏิบัติตามพระวจนะของพระองค์
102 ข้าพระองค์มิได้เลี่ยงจากกฎหมายของพระองค์ เพราะพระองค์ได้ทรงสอนข้าพระองค์
103 พระดำรัสของพระองค์นั้น ข้าพระองค์ชิมแล้วหวานจริงๆ หวานกว่าน้ำผึ้งเมื่อถึงปากข้าพระองค์
104 ข้าพระองค์ได้ความเข้าใจโดยข้อบังคับของพระองค์ เพราะฉะนั้นข้าพระองค์เกลียดชังวิถีเท็จทุกอย่าง
105 พระวจนะของพระองค์เป็นโคมสำหรับเท้าของข้าพระองค์ และเป็นความสว่างแก่มรรคาของข้าพระองค์
106 ข้าพระองค์ได้ตั้งสัตย์สาบานและยืนยันไว้ว่า จะปฏิบัติตามกฎหมายอันชอบธรรมของพระองค์
107 ข้าพระองค์ทุกข์ยากอย่างหนัก ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงสงวนชีวิตของข้าพระองค์ตาม พระวจนะของพระองค์
108 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงรับคำสักการบูชาด้วย ปากของข้าพระองค์ และขอสอนกฎหมายของพระองค์แก่ข้าพระองค์
109 ชีวิตของข้าพระองค์อยู่ในอันตราย แต่ข้าพระองค์ไม่ลืมพระธรรมของพระองค์
110 คนอธรรมวางกับดักข้าพระองค์ แต่ข้าพระองค์ไม่หลงเจิ่นจากข้อบังคับของพระองค์
111 บรรดาพระโอวาทของพระองค์ ข้าพระองค์รับไว้เป็นมรดกเป็นนิตย์ พระเจ้าข้า เป็นความชื่นบานแก่ใจข้าพระองค์
112 ข้าพระองค์โน้ม จิตใจข้าพระองค์ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของพระองค์ เป็นนิตย์จนอวสาน
113 ข้าพระองค์เกลียดชังคนสองใจ แต่ข้าพระองค์รักพระธรรมของพระองค์
114 พระองค์ทรงเป็นที่ซ่อนและเป็นโล่ของข้าพระองค์ ข้าพระองค์หวังในพระวจนะของพระองค์
115 แน่ะ เจ้าคนทำชั่ว ไปเสียจากข้า เพื่อข้าจะรักษาพระบัญญัติของพระเจ้าของข้า
116 ขอทรงประคองข้าพระองค์ไว้ ตามพระดำรัสของพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะเป็นอยู่ และอย่าให้ข้าพระองค์ขายหน้าในความหวังของข้าพระองค์
117 ขอทรงชูข้าพระองค์ขึ้น เพื่อข้าพระองค์จะปลอดภัย และมีความนับถือกฎเกณฑ์ของพระองค์สืบๆไป
118 พระองค์ทรงตะเพิดบรรดาคนที่ หลงเจิ่นจากกฎเกณฑ์ของพระองค์ พระเจ้าข้า กุศโลบายของเขาไร้ผล
119 พระองค์ทรงทิ้งบรรดาคนอธรรมของแผ่นดินโลกเหมือน ทิ้งขี้แร่ เพราะฉะนั้นข้าพระองค์รักบรรดาพระโอวาทของพระองค์
120 เนื้อหนังข้าพระองค์สั่นเทิ้ม เพราะเกรงกลัวพระองค์ และข้าพระองค์กลัวคำพิพากษาของพระองค์
121 ข้าพระองค์ได้กระทำสิ่งที่ยุติธรรมและถูกต้อง ขออย่าทรงละข้าพระองค์แก่ผู้บีบบังคับข้าพระองค์
122 ขอทรงเป็นประกันเพื่อช่วยผู้รับใช้ของพระองค์ ขออย่าทรงให้คนโอหังบีบบังคับข้าพระองค์
123 นัยน์ตาของข้าพระองค์มัวมืดไป ด้วยคอยความรอดของพระองค์ และคอยพระดำรัสชอบธรรมของพระองค์สำเร็จ
124 ขอทรงกระทำแก่ผู้รับใช้ของพระองค์ตามความรัก มั่นคงของพระองค์ และขอทรงสอนกฎเกณฑ์ของพระองค์แก่ข้าพระองค์
125 ข้าพระองค์เป็นผู้รับใช้ของพระองค์ ขอประทานความ เข้าใจแก่ข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะรู้ถึงบรรดาพระโอวาทของพระองค์
126 เป็นเวลาที่พระเจ้าควรทรงจัดการ เพราะเขาหักพระธรรมของพระองค์
127 เพราะฉะนั้นข้าพระองค์รักพระบัญญัติของพระองค์ ยิ่งกว่าทองคำ ยิ่งกว่าทองคำนพคุณ
128 เพราะฉะนั้นข้าพระองค์ใช้ข้อบังคับของพระองค์ทั้งสิ้น นำย่างเท้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์เกลียดมรรคาทุจริตทุกทาง
129 บรรดาพระโอวาทของพระองค์ประหลาดนัก เพราะฉะนั้นจิตใจของข้าพระองค์จึงรักษาไว้
130 การคลี่คลายพระวจนะของพระองค์ให้ความสว่าง ทั้งให้ความเข้าใจแก่คนรู้น้อย
131 ข้าพระองค์หอบจนอ้าปาก เพราะข้าพระองค์กระหายพระบัญญัติของพระองค์
132 ขอทรงหันมาหาข้าพระองค์และมีพระกรุณา ต่อข้าพระองค์ ดังที่พระองค์ทรงเคยกระทำต่อผู้ที่รักพระนาม ของพระองค์
133 ขอทรงให้ย่างเท้าของข้าพระองค์มั่นคงอยู่ใน พระดำรัสของพระองค์ ขออย่าทรงให้ความบาปผิดใดๆมีอำนาจเหนือข้าพระองค์
134 ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นการบีบบังคับของมนุษย์ เพื่อข้าพระองค์จะปฏิบัติตามข้อบังคับของพระองค์
135 ขอทรงกระทำให้พระพักตร์ของพระองค์ทอแสง มาที่ผู้รับใช้ของพระองค์ และขอทรงสอนกฎเกณฑ์ของพระองค์แก่ข้าพระองค์
136 ข้าพระองค์น้ำตาไหลพรั่งพรู เพราะคนไม่ปฏิบัติตามพระธรรมของพระองค์
137 ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ชอบธรรม และคำพิพากษาของพระองค์ก็ถูกต้อง
138 พระองค์ทรงกำหนดบรรดาพระโอวาทของพระองค์ ไว้เนื่องในความชอบธรรม และในความสัตย์สุจริตทั้งสิ้น
139 ความเร่าร้อนของข้าพระองค์ เผาข้าพระองค์อยู่ เพราะคู่อริของข้าพระองค์ลืมพระวจนะของพระองค์
140 พระดำรัสของพระองค์นั้นทดลองดีแล้ว และผู้รับใช้ของพระองค์รักพระดำรัสนั้น
141 ข้าพระองค์ต่ำต้อยและเป็นที่ดูถูก แต่ข้าพระองค์ไม่ลืมข้อบังคับของพระองค์
142 ความชอบธรรมของพระองค์ชอบธรรมอยู่เป็นนิตย์ และพระธรรมของพระองค์เป็นความจริง
143 ความทุกข์ยากลำบากและความแสนระทมได้มาสู่ ข้าพระองค์ แต่พระบัญญัติของพระองค์เป็นความปีติยินดีของข้าพระองค์
144 บรรดาพระโอวาทของพระองค์ชอบธรรมเป็นนิตย์ ขอประทานความเข้าใจแก่ข้าพระองค์เพื่อข้าพระองค์ จะดำรงชีวิตอยู่
145 ข้าพระองค์ร้องทูลด้วยสิ้นสุดใจของ ข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงตอบข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะรักษากฎเกณฑ์ของพระองค์
146 ข้าพระองค์ร้องทูลพระองค์ ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้รอด เพื่อข้าพระองค์จะปฏิบัติตามบรรดาพระโอวาทของ พระองค์
147 ข้าพระองค์ตื่นขึ้นก่อนอรุณ ทูลขอความช่วยเหลือ ข้าพระองค์หวังอยู่ในพระวจนะของพระองค์
148 นัยน์ตาของข้าพระองค์ตื่นอยู่ก่อนถึงยาม ทุกยามในกลางคืน เพื่อภาวนาพระดำรัสของพระองค์
149 ขอทรงฟังเสียงข้าพระองค์ ด้วยความรักมั่นคงของพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงสงวนชีวิตของข้าพระองค์ไว้ตามกฎหมายของพระองค์
150 ผู้ข่มเหงข้าพระองค์ด้วยการมุ่งร้ายเข้ามาใกล้แล้ว เขาอยู่ห่างไกลจากพระธรรมของพระองค์
151 ข้าแต่พระเจ้า แต่พระองค์ทรงสถิตใกล้ และพระบัญญัติทั้งสิ้นของพระองค์ก็จริง
152 ข้าพระองค์ทราบนานแล้วจากบรรดา พระโอวาทของพระองค์ ว่าพระองค์ทรงตั้งไว้เป็นนิตย์
153 ขอทอดพระเนตรความทุกข์ยากของข้าพระองค์ และขอทรงช่วยข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์มิได้ลืมพระธรรมของพระองค์
154 ขอทรงแก้คดีของข้าพระองค์และขอทรงไถ่ข้าพระองค์ ขอทรงสงวนชีวิตของข้าพระองค์ตามพระดำรัสของพระองค์
155 ความรอดนั้นอยู่ห่างไกลจากคนอธรรม เพราะเขาไม่แสวงกฎเกณฑ์ของพระองค์
156 ข้าแต่พระเจ้า พระกรุณาของพระองค์ใหญ่หลวงนัก ขอทรงสงวนชีวิตของข้าพระองค์ไว้ตามกฎหมายของพระองค์
157 ผู้ข่มเหงและปรปักษ์ของข้าพระองค์มีมากมาย แต่ข้าพระองค์ไม่หันเหไปจากบรรดาพระโอวาท ของพระองค์
158 ข้าพระองค์มองดูคนทรยศด้วยความชิงชัง เพราะเขาไม่ปฏิบัติตามพระดำรัสของพระองค์
159 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงพิเคราะห์ว่าข้าพระองค์รัก ข้อบังคับของพระองค์มากเท่าใด ขอทรงสงวนชีวิตของข้าพระองค์ไว้ตามความรักมั่นคง ของพระองค์
160 สาระสำคัญแห่งพระวจนะของพระองค์ คือความจริง และกฎหมายอันชอบธรรมของพระองค์ทุกข้อ ดำรงอยู่เป็นนิตย์
161 เจ้านายได้ข่มเหงข้าพระองค์โดยปราศจากเหตุ แต่จิตใจของข้าพระองค์ตะลึงพรึงเพริดเพราะ พระวจนะของพระองค์
162 ข้าพระองค์เปรมปรีดิ์เพราะพระดำรัสของพระองค์ อย่างผู้ซึ่งพบของที่ถูกริบมาเป็นอันมาก
163 ข้าพระองค์เกลียดและสะอิดสะเอียนต่อความเท็จ แต่ข้าพระองค์รักพระธรรมของพระองค์
164 ข้าพระองค์สรรเสริญพระองค์ วันละเจ็ดครั้ง เหตุเรื่องกฎหมายอันชอบธรรม ของพระองค์
165 บุคคลเหล่านั้นที่รักพระธรรม ของพระองค์ มีสันติภาพใหญ่ยิ่ง ไม่มีสิ่งใดกระทำให้เขาสะดุดได้
166 ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์หวังในความรอดของพระองค์ และข้าพระองค์ทำตามพระบัญญัติของพระองค์
167 จิตใจของข้าพระองค์ปฏิบัติตาม บรรดาพระโอวาทของพระองค์ ข้าพระองค์รักพระโอวาทนั้นมากยิ่ง
168 ข้าพระองค์ปฏิบัติตามข้อบังคับและบรรดา พระโอวาทของพระองค์ เพราะทางทั้งสิ้นของข้าพระองค์อยู่ต่อเบื้อง พระพักตร์พระองค์
169 ข้าแต่พระเจ้า ขอเสียงร้องทูลของข้าพระองค์ขึ้นมาต่อ เบื้องพระพักตร์พระองค์ ขอประทานความเข้าใจแก่ข้าพระองค์ ตามพระวจนะของพระองค์
170 ขอคำวิงวอนของข้าพระองค์ขึ้นมาต่อเบื้อง พระพักตร์พระองค์ ขอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์ตามพระดำรัสของพระองค์
171 ริมฝีปากของข้าพระองค์จะเทคำสรรเสริญออกมา ที่พระองค์ทรงสอนกฎเกณฑ์ของ พระองค์แก่ข้าพระองค์
172 ลิ้นของข้าพระองค์จะร้องเพลงเรื่อง พระดำรัสของพระองค์ เพราะพระบัญญัติทั้งสิ้นของพระองค์ชอบธรรม
173 ขอพระหัตถ์ของพระองค์พร้อมที่จะช่วยข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์ได้เลือกข้อบังคับของพระองค์
174 ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์กระหายความรอดของพระองค์ และพระธรรมของพระองค์เป็นความปีติยินดีของข้าพระองค์
175 ขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์มีชีวิตอยู่ เพื่อข้าพระองค์จะสรรเสริญพระองค์ และให้กฎหมายของพระองค์ช่วยข้าพระองค์
176 ข้าพระองค์หลงเจิ่นดังแกะที่หายไป ขอทรงเสาะผู้รับใช้ของพระองค์ เพราะข้าพระองค์ไม่ลืมพระบัญญัติของพระองค์

สดุดี 120
1 เมื่อข้าพเจ้าทุกข์ใจ ข้าพเจ้าได้ร้องทูลต่อพระเจ้า และพระองค์ทรงตอบข้าพเจ้า
2 คือทูลว่า "ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์ ให้พ้นจากริมฝีปากมุสา จากลิ้นที่หลอกลวง"
3 แน่ะ ลิ้นหลอกลวงเอ๋ย จะประทานสิ่งใดแก่เจ้า และจะเพิ่มเติมอะไรให้เจ้าอีก
4 ลูกธนูคมของนักรบ กับถ่านไม้ซากที่ลุกโพลง น่ะซี
5 วิบัติแก่ข้าพเจ้า ที่ข้าพเจ้าอาศัยกับชนเมเชค ที่พักอยู่ท่ามกลางเต็นท์ของคนเคดาร์
6 ข้าพเจ้าพักอยู่ท่ามกลางผู้เกลียดศานติ นานจนเกินไปแล้ว
7 ข้าพเจ้าชอบศานติ แต่เมื่อข้าพเจ้าพูด เขาหนุนสงคราม

สดุดี 121
1 ข้าพเจ้าเงยหน้าดูภูเขา ความอุปถัมภ์ของข้าพเจ้ามาจากไหน
2 ความอุปถัมภ์ของข้าพเจ้ามาจากพระเจ้า ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก
3 พระองค์จะไม่ให้เท้าของท่านพลาดไป พระองค์ผู้ทรงอารักขาท่านจะไม่เคลิ้มไป
4 ดูเถิด พระองค์ผู้ทรงอารักขาอิสราเอล จะไม่ทรงหลับสนิทหรือนิทรา
5 พระเจ้าทรงเป็นผู้อารักขาท่าน พระเจ้าทรงเป็นที่กำบังที่ข้างขวามือของท่าน
6 ดวงอาทิตย์จะไม่โจมตีท่านในเวลากลางวัน หรือดวงจันทร์ในเวลากลางคืน
7 พระเจ้าจะทรงอารักขาท่านให้พ้นภยันตรายทั้งสิ้น พระองค์จะทรงอารักขาชีวิตของท่าน
8 พระเจ้าจะทรงอารักขาการเข้าออกของท่าน ตั้งแต่กาลบัดนี้สืบไปเป็นนิตย์

สดุดี 122
1 ข้าพเจ้ายินดี เมื่อเขากล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า "ให้เราไปยังพระนิเวศพระเจ้าเถิด"
2 เยรูซาเล็มเอ๋ย เท้าของพวกข้าพเจ้า กำลังยืนอยู่ภายในประตูกำแพงของเธอ
3 เยรูซาเล็มเอ๋ย เขาสร้างไว้เป็นนคร ซึ่งประสานแน่นไว้ด้วยกัน
4 เป็นที่ที่บรรดาเผ่าต่างๆขึ้นไป คือบรรดาเผ่าของพระเจ้า ดังที่ได้กำหนดไว้แก่อิสราเอล ให้ถวายโมทนาแก่พระนามของพระเจ้า
5 พระที่นั่งสำหรับการพิพากษาได้ตั้งอยู่ที่นั่น คือพระที่นั่งของพระราชวงศ์ดาวิด
6 จงอธิษฐานขอสันติภาพให้แก่เยรูซาเล็มว่า "ขอบรรดาผู้ที่รักเธอจงจำเริญ
7 ขอสันติภาพจงมีอยู่ภายในกำแพงของเธอ และให้ความปลอดภัยอยู่ภายในวังของเธอ"
8 เพื่อเห็นแก่พี่น้องและมิตรสหาย ข้าพเจ้าจะพูดว่า "สันติภาพจงมีอยู่ภายในเธอ"
9 เพื่อเห็นแก่พระนิเวศของพระเจ้าของเรา ข้าพเจ้าจะหาความดีให้เธอ

สดุดี 123
1 ข้าแต่พระองค์ผู้ประทับในฟ้าสวรรค์ ข้าพระองค์เงยหน้าดูพระองค์
2 ดูเถิด ตาของผู้รับใช้มองดูมือนายของตนฉันใด และตาของสาวใช้มองดูมือนายหญิงของตนฉันใด ตาของข้าพเจ้าทั้งหลาย มองดู พระเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย จนกว่าพระองค์จะมีพระกรุณาต่อข้าพเจ้าทั้งหลายฉันนั้น
3 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงพระกรุณาต่อพวกข้าพระองค์ ขอทรงพระกรุณาต่อพวกข้าพระองค์เถิดพระเจ้าข้า เพราะพวกข้าพระองค์เอือมระอาความหมิ่นประมาท
4 จิตใจของข้าพระองค์ทั้งหลายเอือม ระอาการเยาะเย้ยของคนที่อยู่สบาย คือการหมิ่นประมาทของคนเย่อหยิ่ง

สดุดี 124
1 "ถ้าพระเจ้า มิได้ทรงสถิตฝ่ายพวกเรา" เออ ขอให้อิสราเอลกล่าวว่า
2 "ถ้าพระเจ้า มิได้ทรงสถิตฝ่ายพวกเรา เมื่อคนลุกขึ้นต่อสู้เรา
3 แล้วเขาจะกลืนเราเสียทั้งเป็น เมื่อความโกรธของเขาพลุ่งขึ้นต่อเรา
4 แล้วน้ำทั้งหลายจะท่วมพวกเรา กระแสน้ำจะไหลอยู่เหนือเรา
5 แล้วน้ำที่กำเริบ จะไหลท่วมเราไป"
6 สาธุการแด่พระเจ้า ผู้มิได้ทรงให้เราเป็นเหยื่อฟันเขาเหล่านั้น
7 เรารอดไปอย่างนกจากกับของพรานนก กับก็หัก และเราได้หนีรอดไป
8 ความอุปถัมภ์ของเราอยู่ในพระนามของพระเจ้า ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก

สดุดี 125
1 บรรดาผู้ที่วางใจในพระเจ้าก็เหมือนภูเขาศิโยน ซึ่งไม่หวั่นไหว แต่ดำรงอยู่เป็นนิตย์
2 ภูเขาอยู่รอบเยรูซาเล็มฉันใด พระเจ้าทรงอยู่รอบประชากรของพระองค์ ตั้งแต่เวลานี้สืบต่อไปเป็นนิตย์ฉันนั้น
3 เพราะคทาของความอธรรมจะไม่พักอยู่ เหนือแผ่นดินที่ตกเป็นส่วนของคนชอบธรรม เกรงว่าคนชอบธรรมจะยื่นมือออกกระทำความผิด
4 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงประกอบการดีต่อผู้ทำดี และต่อผู้เที่ยงธรรมในจิตใจของเขา
5 แต่บรรดาผู้ที่หันเข้าหาทางคดของเขา พระเจ้าจะทรงพาเขาไปพร้อมกับคนทำชั่ว ขอสันติภาพจงมีอยู่ในอิสราเอล

สดุดี 126
1 เมื่อพระเจ้าทรงให้ศิโยนกลับสู่สภาพดี เราก็เป็นเหมือนคนที่ฝันไป
2 ปากของเราได้หัวเราะเต็มที่ และลิ้นของเราได้เปล่งเสียงโห่ร้องอย่างชื่นบาน แล้วเขาได้พูดกันท่ามกลางประชาชาติว่า "พระเจ้าทรงกระทำการมโหฬารให้เขา"
3 พระเจ้าทรงกระทำการมโหฬารให้เรา เรามีความยินดี
4 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงให้ข้าพระองค์ทั้งหลายกลับสู่สภาพดี อย่างทางน้ำไหลที่ในเนเกบ
5 ขอให้บรรดาผู้ที่หว่านด้วยน้ำตา ได้เกี่ยวด้วยเสียงโห่ร้องอย่างชื่นบาน
6 ผู้ที่ร้องไห้ออกไป หอบหิ้วเมล็ดพืชเพื่อจะหว่าน จะกลับบ้านด้วยเสียงโห่ร้องอย่างชื่นบาน นำฟ่อนข้าวของตนมาด้วย

สดุดี 127
1 ถ้าพระเจ้ามิได้ทรงสร้างบ้าน บรรดาผู้ที่สร้างก็เหนื่อยเปล่า ถ้าพระเจ้ามิได้ทรงเฝ้าอยู่เหนือนคร คนยามตื่นอยู่ก็เหนื่อยเปล่า
2 เป็นการเหนื่อยเปล่า ที่ท่านลุกขึ้นแต่เช้ามืด นอนดึก และกระหืดกระหอบกินอาหาร เพราะพระองค์ประทานแก่ผู้ที่รักของพระองค์ ให้หลับสบาย
3 นี่แน่ะ บุตรทั้งหลายเป็นมรดกจากพระเจ้า ผลิตผลของครรภ์เป็นรางวัล
4 บุตรทั้งหลายที่เกิดเมื่อเขายังหนุ่ม ก็เหมือนลูกธนูในมือนักรบ
5 ชายใดๆที่มีลูกธนูเต็มแล่ง ก็เป็นสุข เขาจะไม่ต้องละอายเมื่อเขาสู้ศัตรูของเขาที่ประตูเมือง

สดุดี 128
1 ทุกคนที่เกรงกลัวพระเจ้า ก็เป็นสุข คือผู้ที่ดำเนินในมรรคาของพระองค์
2 เมื่อท่านกินผลน้ำมือของท่าน ท่านจะเป็นสุข และท่านจะเจริญ
3 ภรรยาของท่านจะเป็นอย่างเถาองุ่นลูกดก อยู่ภายในเรือนของท่าน เด็กๆของท่านจะเป็นเหมือนหน่อมะกอกเทศ รอบสำรับของท่าน
4 ดั่งนี้แหละ คนที่ยำเกรงพระเจ้าจะได้รับพระพร
5 ขอพระเจ้าทรงอำนวยพระพรท่านจากศิโยน ขอให้ท่านเห็นความเจริญของเยรูซาเล็ม ตลอดวันเวลาชีวิตของท่าน
6 ขอให้ท่านเห็นแก่ลูกหลานของท่าน ขอให้สันติภาพมีอยู่ในอิสราเอล

สดุดี 129
1 "เขาได้ให้ข้าพเจ้าทุกข์ยากอย่างหนักตั้งแต่หนุ่มๆมา" ให้อิสราเอลกล่าวเถิดว่า
2 "เขาได้ให้ข้าพเจ้าทุกข์ยากอย่างหนัก ตั้งแต่หนุ่มๆมา แต่เขายังเอาชนะข้าพเจ้าไม่ได้
3 คนที่ไถก็ได้ไถบนหลังข้าพเจ้า เขาทำรอยไถของเขาให้ยาว"
4 พระเจ้าชอบธรรม พระองค์ทรงตัดเครื่องจำจองของคนอธรรม
5 ขอให้บรรดาผู้ที่เกลียดชังศิโยน ได้ขายหน้าและต้องถอยกลับไป
6 ให้เขาเป็นเหมือนหญ้าที่งอกบนหลังคาเรือน ซึ่งเหี่ยวแห้งไปก่อนมันโตขึ้น
7 ซึ่งคนเกี่ยวไม่เก็บใส่มือ หรือคนที่มัดฟ่อนไม่เก็บไว้ที่อกของเขา
8 ทั้งให้คนที่ผ่านไปไม่พูดว่า "ขอพระพรของพระเจ้าอยู่บนท่านทั้งหลาย เราอวยพรท่านทั้งหลายในพระนามพระเจ้า"

สดุดี 130
1 ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ร้องทูลพระองค์จากที่ลึก
2 ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงฟังเสียงของข้าพระองค์ ขอทรงเงี่ยพระโสต ฟังเสียงคำวิงวอนของข้าพระองค์
3 ข้าแต่พระเจ้า ถ้าพระองค์จะทรงหมายความบาปผิดไว้ องค์พระผู้เป็นเจ้าเจ้าข้า ผู้ใดจะยืนอยู่ได้
4 แต่พระองค์มีการอภัย เพื่อเขาจะยำเกรงพระองค์
5 ข้าพเจ้าคอยพระเจ้า จิตใจของข้าพเจ้าคอยอยู่ และข้าพเจ้าหวังในพระวจนะของพระองค์
6 จิตใจของข้าพเจ้าคอยองค์พระผู้เป็นเจ้า ยิ่งกว่าคนยามคอยเวลารุ่งเช้า ยิ่งกว่าคนยามคอยเวลารุ่งเช้า
7 อิสราเอลเอ๋ย จงหวังใจในพระเจ้า เพราะในพระเจ้ามีความรักมั่นคง และในพระองค์มีการไถ่อย่างสมบูรณ์
8 และพระองค์จะทรงไถ่อิสราเอล จากความบาปผิดทั้งสิ้นของเขา

สดุดี 131
1 ข้าแต่พระเจ้า จิตใจของข้าพระองค์มิได้เห่อเหิม และนัยน์ตาของข้าพระองค์มิได้ยโส ข้าพระองค์มิได้ไปยุ่งกับเรื่องใหญ่โต หรือเรื่องอัศจรรย์เกินตัวของข้าพระองค์
2 แต่ข้าพระองค์ได้สงบและระงับจิตใจของข้าพระองค์ อย่างเด็กที่หย่านมแล้วสงบอยู่ที่อกมารดาของตน จิตใจของข้าพระองค์สงบอยู่ภายในข้าพระองค์ เหมือนอย่างเด็กที่หย่านมแล้ว
3 อิสราเอลเอ๋ย จงหวังใจในพระเจ้า ตั้งแต่กาลบัดนี้สืบไปเป็นนิตย์

สดุดี 132
1 ข้าแต่พระเจ้า ด้วยทรงเห็นแก่ดาวิด ขอทรงระลึกถึง ว่าท่านได้ทนลำบากยากเข็ญเท่าใด
2 ว่า ท่านได้ปฏิญาณต่อพระเจ้าอย่างไร และได้บนตัวไว้ต่อองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ของยาโคบว่า
3 "ข้าพระองค์จะไม่เข้าบ้าน หรือเข้านอน
4 ข้าพระองค์จะไม่ให้นัยน์ตาของข้าพระองค์หลับ หรือให้หนังตาเคลิ้มไป
5 จนกว่าข้าพระองค์จะหาสถานที่สำหรับพระเจ้าได้ คือที่ประทับขององค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ของยาโคบ"
6 นี่แน่ะ เราได้ยินเรื่องนี้ในเอฟราธา เราได้พบสิ่งนี้ในนาของยาอาร
7 "ให้เราไปยังที่ประทับของพระองค์ ให้เรานมัสการที่รองพระบาทของพระองค์"
8 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงลุกขึ้นเสด็จไปยังที่ พำนักของพระองค์ ทั้งพระองค์และหีบแห่งอานุภาพของพระองค์
9 ขอปุโรหิตของพระองค์สวมความชอบธรรม และให้ธรรมิกชนของพระองค์โห่ร้องด้วยความชื่นบาน
10 เพราะเห็นแก่ดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์ ขออย่าทรงเมินพระพักตร์หนีจากผู้ที่พระองค์ทรงเจิมไว้นั้น
11 พระเจ้าทรงสาบานกับดาวิด อันเป็นสัจจะ ซึ่งพระองค์จะไม่ทรงหันกลับ คือว่า "เราจะตั้งบุตรชายจากร่างกายของเจ้า ไว้บนบัลลังก์ของเจ้า
12 ถ้าบรรดาบุตรของเจ้าปฏิบัติตามพันธสัญญาของเรา และบรรดาพระโอวาทของเรา ซึ่งเราจะสอนเขา เหล่าบุตรของเขาทั้งหลายด้วยเช่นกัน จะนั่งบนบัลลังก์ของเจ้าเป็นนิตย์"
13 เพราะพระเจ้าทรงเลือกศิโยน พระองค์มีพระประสงค์จะให้เป็นที่ประทับของพระองค์
14 ตรัสว่า "นี่เป็นที่พำนักของเราเป็นนิตย์ เราจะอยู่ที่นี่ เพราะปรารถนาเช่นนั้น
15 เราจะอำนวยพรอย่างมากมายแก่เสบียงของเมืองนี้ เราจะให้คนจนของเมืองนี้อิ่มด้วยขนมปัง
16 เราจะเอาความรอดห่มปุโรหิตของเมืองนั้น และธรรมิกชนของเมืองนั้นจะโห่ร้องด้วยความชื่นบาน
17 ณที่นั้นเราจะกระทำให้มีเขาหนึ่งงอกขึ้นมาสำหรับ ดาวิด เราได้เตรียมประทีปดวงหนึ่งสำหรับผู้รับเจิมของ เรา
18 เราจะเอาความอายห่มศัตรูของท่าน แต่มงกุฎของท่านจะแวววับอยู่บน ท่าน"

สดุดี 133
1 ดูเถิด ซึ่งพี่น้องอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ก็เป็นการดี และน่าชื่นใจมากสักเท่าใด
2 เหมือนน้ำมันประเสริฐอยู่บนศีรษะไหลอาบลงมาบนหนวดเครา บนหนวดเคราของอาโรน ไหลอาบลงมาบนคอเสื้อของท่าน
3 เหมือนน้ำค้างของภูเขาเฮอร์โมน ซึ่งตกลงบนเทือกเขาศิโยน เพราะว่าพระเจ้าทรงบังคับบัญชา พระพรที่นั่น คือชีวิตจำเริญเป็นนิตย์

สดุดี 134
1 มาเถิด มาถวายสาธุการแด่พระเจ้า บรรดาท่านผู้รับใช้ทั้งสิ้นของพระเจ้า ผู้ยืนอยู่ในพระนิเวศของพระเจ้าในกลางคืน
2 จงยกมือของท่านขึ้นตรงต่อสถานนมัสการ และถวายสาธุการแด่พระเจ้า
3 ขอพระเจ้าทรงอำนวยพระพรท่านจากศิโยน คือพระองค์ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก

สดุดี 135
1 จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด จงสรรเสริญพระนามของพระเจ้า บรรดาผู้รับใช้ของพระเจ้าเอ๋ย จงถวายสรรเสริญ
2 ท่านที่ยืนอยู่ในพระนิเวศของพระเจ้า ที่ในบริเวณพระนิเวศของพระเจ้าของเรา
3 จงสรรเสริญพระเจ้า เพราะพระเจ้าประเสริฐ จงร้องเพลงถวายพระนามของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงพระเมตตา
4 เพราะพระเจ้าทรงเลือกยาโคบไว้สำหรับพระองค์เอง เลือกอิสราเอลไว้เป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์
5 เพราะข้าพเจ้าทราบว่าพระเจ้าใหญ่ยิ่ง และองค์พระผู้เป็นเจ้าของเราใหญ่ยิ่งกว่าพระอื่นทั้งสิ้น
6 พระเจ้าพอพระทัยสิ่งใด พระองค์ก็ทรงกระทำ ในฟ้าสวรรค์และบนแผ่นดินโลก ในทะเลและที่น้ำลึกทั้งสิ้น
7 พระองค์ทรงกระทำให้เมฆลอยขึ้นมาจาก ที่สุดปลายแผ่นดินโลก ผู้ทรงกระทำฟ้าแลบให้แก่ฝน และทรงนำลมออกมาจากคลังของพระองค์
8 พระองค์คือผู้ทรงสังหารลูกหัวปีของอียิปต์ ทั้งของคนและของสัตว์
9 อียิปต์เอ๋ย ผู้ทรงให้หมายสำคัญและการอัศจรรย์ท่ามกลางเจ้า ให้ต่อสู้กับฟาโรห์และบรรดาข้าราชการของท่าน
10 พระองค์คือผู้ทรงตีประชาชาติเป็นอันมาก และทรงสังหารกษัตริย์ผู้ทรงฤทธิ์
11 คือสิโหน พระราชาของคนอาโมไรต์ และโอก พระราชาของบาชาน และบรรดาราชอาณาจักรแห่งคานาอัน
12 และประทานแผ่นดินของเขาทั้งหลายให้เป็นมรดก เป็นมรดกแก่อิสราเอล ประชากรของพระองค์
13 ข้าแต่พระเจ้า พระนามของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์ ข้าแต่พระเจ้า พระนามเลื่องลือของ พระองค์นั้นดำรงอยู่ทุกชั่วชาติพันธุ์
14 เพราะพระเจ้าจะทรงแก้แทนประชากรของพระองค์ และทรงกลับพระทัยในเรื่องบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์
15 รูปเคารพของบรรดาประชาชาติเป็นเงินและทองคำ เป็นหัตถกรรมของมนุษย์
16 รูปเหล่านั้นมีปาก แต่พูดไม่ได้ มีตา แต่ดูไม่ได้
17 มีหู แต่ฟังไม่ได้ ทั้งไม่มีลมหายใจในปากของรูปนั้น
18 ผู้ที่ทำรูปนั้นจะเหมือนรูปเหล่านั้น เออ บรรดาผู้ที่วางใจในรูปนั้น ก็เช่นกัน
19 พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย จงถวายสาธุการแด่พระเจ้า พงศ์พันธุ์อาโรนเอ๋ย จงถวายสาธุการแด่พระเจ้า
20 พงศ์พันธุ์เลวีเอ๋ย จงถวายสาธุการแด่พระเจ้า ท่านที่ยำเกรงพระเจ้า จงถวายสาธุการแด่พระเจ้า
21 สาธุการแด่พระเจ้าจากศิโยน พระองค์ผู้ทรงพำนักอยู่ในเยรูซาเล็ม จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด

สดุดี 136
1 จงโมทนาขอบพระคุณพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงพระคุณ เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็น นิตย์
2 จงโมทนาขอบพระคุณพระเจ้าผู้เหนือพระทั้งหลาย เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
3 จงโมทนาขอบพระคุณถวายแด่พระองค์ ผู้เป็นเจ้าเหนือเจ้าทั้งหลาย เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
4 ถวายแด่พระองค์ ผู้ทรงกระทำการมหัศจรรย์ ทั้งหลายแต่องค์เดียว เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
5 ถวายแด่พระองค์ ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์ ด้วยความเข้าใจ เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
6 ถวายแด่พระองค์ ผู้ทรงกางแผ่นดินโลกออก เหนือน้ำทั้งหลาย เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
7 ถวายแด่พระองค์ ผู้ทรงสร้างดวงสว่างใหญ่ๆ เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
8 สร้างดวงอาทิตย์ให้ครองกลางวัน เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
9 ดวงจันทร์และดาวทั้งหลายให้ครองกลางคืน เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
10 ถวายแด่พระองค์ ผู้ทรงตีอียิปต์ทางบรรดาลูก หัวปี เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
11 และทรงนำอิสราเอลออกมาจากท่ามกลาง เขา เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
12 ด้วยพระหัตถ์เข้มแข็งและพระกรที่เหยียดออก เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
13 ถวายแด่พระองค์ ผู้ทรงแบ่งทะเลแดงออกจากกัน เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
14 และทรงให้อิสราเอลผ่านไปท่ามกลางทะเลนั้น เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
15 แต่ทรงคว่ำฟาโรห์และกองทัพของท่านเสีย ในทะเลแดง เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
16 ถวายแด่พระองค์ ผู้ทรงนำประชากรของ พระองค์ไปในถิ่นทุรกันดาร เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
17 ถวายแด่พระองค์ ผู้ทรงตีพระมหาราชาทั้งหลาย เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
18 และทรงสังหารพระราชาพระนามอุโฆษ เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
19 มีสิโหน พระราชาของคนอาโมไรต์ เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
20 และโอก พระราชาแห่งเมืองบาชาน เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
21 และประทานแผ่นดินของเขาให้เป็นมรดก เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
22 ให้เป็นมรดกแก่อิสราเอลผู้รับใช้ของพระองค์ เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
23 คือพระองค์นี่เอง ผู้ทรงระลึกถึงเราในฐานะต่ำต้อยของเรา เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
24 และทรงช่วยเราให้รอดพ้นจากศัตรูของเรา เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
25 พระองค์ผู้ประทานอาหารแก่เนื้อหนังทั้งปวง เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
26 จงโมทนาขอบพระคุณพระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์

สดุดี 137
1 ณ ริมฝั่งลำน้ำแห่งบาบิโลนเรานั่งลง เมื่อได้ระลึกถึงศิโยนเราก็ร่ำไห้
2 เราแขวนพิณเขาคู่ของเรา ไว้ที่ต้นไค้
3 เพราะที่นั่นผู้ที่นำไปเป็นเชลย ต้องการให้เราร้องเพลง และผู้ที่มัดพาเรา ต้องการให้สนุกสนาน เขาว่า "จงร้องเพลงศิโยนสักบทหนึ่งให้เราฟัง"
4 เราจะร้องเพลงของพระเจ้าได้อย่างไร ที่ในแผ่นดินต่างด้าว
5 เยรูซาเล็มเอ๋ย ถ้าข้าพเจ้าลืมเธอ ก็ขอให้มือขวาของข้าพเจ้าลืมฝีมือเสีย
6 ขอให้ลิ้นของข้าพเจ้าเกาะติดเพดานปากของข้าพเจ้า ถ้าว่าข้าพเจ้าไม่ระลึกถึงเธอ ถ้าว่าข้าพเจ้ามิได้ตั้งเยรูซาเล็ม ไว้เหนือความชื่นบานอันสูงที่สุดของข้าพเจ้า
7 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงระลึกถึงวันเยรูซาเล็มแตก โดยถือโทษคนเอโดมผู้ที่พูดว่า "จงทลายเสีย จงทลายเสีย ลงไปจนถึงรากฐานของมัน"
8 ธิดาแห่งบาบิโลนเอ๋ย ซึ่งจะต้องล้างผลาญเสีย ความสุขจงมีแก่ผู้ที่ สนองเจ้าให้สมกับที่เจ้าได้กระทำกับเรา
9 ความสุขจงมีแก่ผู้ที่เอาลูกเด็กเล็กแดงของเจ้า เหวี่ยงกระแทกลงกับก้อนหิน

สดุดี 138
1 ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์จะ ถวายโมทนาขอบพระคุณพระองค์ ด้วยสิ้นสุดใจของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะร้องเพลงสดุดีถวาย พระองค์ต่อหน้าบรรดาพระ
2 ข้าพระองค์กราบลงตรงมายังพระวิหารศักดิ์สิทธิ์ ของพระองค์ และถวายโมทนาพระคุณแก่พระนามของพระองค์ เพราะความรักมั่นคงและความสัตย์สุจริตของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงเชิดชูพระนามและพระวจนะของ พระองค์เหนือสารพัด
3 ในวันที่ข้าพระองค์ร้องทูล พระองค์ได้ทรงตอบข้าพระองค์ พระองค์ทรงเพิ่มกำลังจิตใจของข้าพระองค์
4 ข้าแต่พระเจ้า บรรดาพระราชาแห่ง แผ่นดินโลกจะสรรเสริญพระองค์ เพราะท่านเหล่านั้นได้ยินพระวจนะแห่งพระโอษฐ์ของพระองค์
5 และท่านเหล่านั้นจะร้องเพลงถึงพระมรรคาของพระเจ้า เพราะพระสิริของพระเจ้านั้นใหญ่หลวง
6 ถึงแม้พระเจ้านั้นสูงยิ่ง พระองค์ก็ทรงเห็นแก่คนต่ำต้อย แต่พระองค์ทรงทราบคนโอหังได้แต่ไกล
7 แม้ข้าพระองค์เดินอยู่กลางความลำบากยากเย็น พระองค์ทรงสงวนชีวิตข้าพระองค์ไว้ พระองค์ทรงเหยียดพระหัตถ์ของพระองค์ออกต่อต้าน ความพิโรธของศัตรูของข้าพระองค์ และพระหัตถ์ขวาของพระองค์ก็ช่วยกู้ข้าพระองค์
8 พระเจ้าจะทรงให้สำเร็จพระประสงค์ของพระองค์แก่ข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า ความรักมั่นคงของ พระองค์ดำรงเป็นนิตย์ ขออย่าทรงละทิ้งพระหัตถกิจของพระองค์

สดุดี 139
1 ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ได้ทรงตรวจสอบข้าพระองค์ และทรงรู้จักข้าพระองค์
2 เมื่อข้าพระองค์นั่งลงและลุกขึ้น พระองค์ทรงทราบ พระองค์ทรงประจักษ์ในความคิดของ ข้าพระองค์ได้แต่ไกล
3 พระองค์ทรงค้นวิถีของข้าพระองค์และการ นอนของข้าพระองค์ และทรงคุ้นเคยกับทางทั้งสิ้นของข้าพระองค์
4 ข้าแต่พระเจ้า แม้ก่อนที่ลิ้นของข้าพระองค์จะพูด พระองค์ก็ทรงทราบความเสียหมดแล้ว
5 พระองค์ทรงล้อมข้าพระองค์อยู่ทั้งข้างหลังและข้างหน้า และทรงวางพระหัตถ์บนข้าพระองค์
6 ความรู้อย่างนี้อัศจรรย์เกินข้าพระองค์ สูงนัก ข้าพระองค์เอื้อมไม่ถึง
7 ข้าพระองค์จะไปไหน ให้พ้นพระวิญญาณของพระองค์ได้ หรือข้าพระองค์จะหนีไปไหนให้พ้นพระพักตร์ของพระองค์
8 ถ้าข้าพระองค์ขึ้นไปยังสวรรค์ พระองค์ทรงสถิตที่นั่น ถ้าข้าพระองค์จะทำที่นอนไว้ในแดน ผู้ตาย พระองค์ทรงสถิตที่นั่น
9 ถ้าข้าพระองค์จะติดปีกแสงอรุณ และอาศัยอยู่ที่ส่วนของทะเลไกลโพ้น
10 แม้ถึงที่นั่น พระหัตถ์ของพระองค์จะนำข้าพระองค์ และพระหัตถ์ขวาของพระองค์จะยึดข้าพระองค์ไว้
11 ถ้าข้าพระองค์จะว่า "ขอเพียงความมืด จงบังข้าไว้ และจงให้ความสว่างรอบข้าเป็นกลางคืน"
12 สำหรับพระองค์ แม้ความมืดก็ไม่มืด กลางคืนก็แจ้งอย่างกลางวัน ความมืดเป็นอย่างความสว่าง
13 เพราะพระองค์ทรงปั้นส่วนภายในของข้าพระองค์ พระองค์ทรงทอข้าพระองค์เข้าด้วยกัน ในครรภ์มารดาของข้าพระองค์
14 ข้าพระองค์โมทนาพระคุณ พระองค์เพราะพระองค์ทรงกระทำ ให้ข้าพระองค์แปลกประหลาดอย่างน่ากลัว พระราชกิจของพระองค์อัศจรรย์ พระองค์ทรงทราบข้าพระองค์ดี
15 เมื่อข้าพระองค์ถูกสร้างอยู่ในที่ลับลี้ ประดิษฐ์ขึ้นมา ณ ภายในที่ลึกแห่งโลก โครงร่างของข้าพระองค์ไม่ปิดบังไว้จากพระองค์
16 พระเนตรของพระองค์ทรงเห็นส่วนประกอบของข้าพระองค์ วันทั้งหลายทุกๆวันที่กำหนดให้ข้าพระองค์นั้น ก็ทรงจารึกไว้ในพระตำรับของพระองค์ เมื่อครั้งยังไม่เกิดวันนั้นเลย
17 ข้าแต่พระเจ้า พระดำริของ พระองค์ประเสริฐแก่ข้าพระองค์จริงๆ รวมกันเข้าก็ไพศาลนักหนา
18 ถ้าข้าพระองค์จะนับก็มากกว่าเม็ดทราย เมื่อข้าพระองค์ตื่นขึ้น ข้าพระองค์ก็จะยังอยู่กับพระองค์
19 ข้าแต่พระเจ้า อยากให้พระองค์สังหารคนชั่วเสีย และอยากให้คนกระหายเลือดพรากไปจากข้าพระองค์
20 คนที่กล่าวต่อต้านพระองค์ด้วยมุ่งร้าย ผู้ซึ่งยกตนขึ้นต่อสู้พระองค์เพื่อความชั่ว
21 ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์มิได้เกลียดผู้ที่เกลียด พระองค์หรือ และข้าพระองค์มิได้สะอิดสะเอียนคนเหล่านั้นผู้ลุกขึ้น ต่อสู้พระองค์ดอกหรือ
22 ข้าพระองค์เกลียดเขาเข้ากระดูกดำ และนับเขาเป็นศัตรูของข้าพระองค์
23 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงค้นดูข้าพระองค์และทรงทราบ จิตใจของข้าพระองค์ ขอทรงลองข้าพระองค์และทรงทราบความคิดของข้าพระองค์
24 และทอดพระเนตรว่ามีทางชั่วใดๆ ในข้าพระองค์หรือไม่ และขอทรงนำข้าพระองค์ไปในมรรคานิรันดร์

สดุดี 140
1 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์จากคนชั่วร้าย ขอทรงสงวนข้าพระองค์ไว้จากคนทารุณ
2 ผู้คิดปองร้ายอยู่ในจิตใจของเขา และก่อกวนต่อเนื่องกันให้มีสงครามขึ้น
3 เขาทำลิ้นของเขาให้คมเหมือนลิ้นงู และภายใต้ริมฝีปากของเขามีพิษ ของงูหางไหม้
4 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงระแวดระวังข้าพระองค์ ไว้ให้พ้นจากมือของคนอธรรม ขอทรงสงวนข้าพระองค์ไว้จากคนทารุณ ผู้คิดแผนการพลิกเท้าของข้าพระองค์
5 คนโอหังได้ซ่อนกับดักข้าพระองค์และวางบ่วงไว้ ที่ข้างทาง เขากางตาข่าย เขาตั้งบ่วงแร้วดักข้าพระองค์
6 ข้าพเจ้าทูลพระเจ้าว่า "พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของ ข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเงี่ยพระกรรณฟังคำทูลวิงวอน ของข้าพระองค์
7 ข้าแต่พระเจ้า ผู้ช่วยกู้เข้มแข็งของข้าพระองค์ พระองค์ทรงคลุมศีรษะข้าพระองค์ไว้ในยามศึก
8 ข้าแต่พระเจ้า ขออย่าทรงอนุมัติตามความ ปรารถนาของคนอธรรม อย่าให้การคิดปองร้ายของเขาคืบหน้าไป เกลือกว่าเขาจะยกตัวขึ้น
9 ฝ่ายศีรษะของคนที่ล้อมข้าพระองค์ไว้นั้น ขอให้ความสาระแนแห่งริมฝีปากของเขาท่วมเขา
10 ขอให้ถ่านที่ลุกอยู่ตกใส่เขา ขอให้เขาถูกทิ้งในไฟลงไปในบ่อ ไม่ให้ลุกขึ้นมาอีก
11 ขออย่าให้เขาตั้งคนส่อเสียดไว้ในแผ่นดิน ขอให้ความร้ายล่าคนทารุณจนได้"
12 ข้าพเจ้าทราบว่า พระเจ้าทรงกระทำความ เที่ยงธรรมให้แก่ผู้ที่ทุกข์ยาก และทรงจัดความยุติธรรมให้แก่คนขัดสน
13 แน่นอนทีเดียว ที่คนชอบธรรมจะถวายโมทนา ขอบพระคุณพระนามของพระองค์ คนเที่ยงธรรมจะอาศัยอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์

สดุดี 141
1 ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ร้องทูลต่อ พระองค์ ขอทรงรีบตอบข้าพระองค์ ขอทรงเงี่ยพระกรรณฟังเสียงข้าพระองค์ เมื่อข้าพระองค์ร้องทูลพระองค์
2 ขอให้คำอธิษฐานของข้าพระองค์เป็นดัง เครื่องหอม ต่อพระพักตร์พระองค์ และที่ข้าพระองค์ยกมือขึ้นอธิษฐาน เป็นดังเครื่องสัตวบูชาเวลาเย็น
3 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงตั้งยามเฝ้าปากของข้าพระองค์ ขอรักษาประตูริมฝีปากของข้าพระองค์
4 ขออย่าให้จิตใจข้าพระองค์เอนเอียงไปหาความชั่วใดๆ หรือให้ข้าพระองค์สาละวนอยู่กับการชั่วร้าย ร่วมกับคนที่ทำความบาปผิด และขออย่าให้ข้าพระองค์กินของโอชะของเขา
5 ขอให้คนชอบธรรมตีข้าพระองค์ด้วยความเมตตา และติเตือนข้าพระองค์ น้ำมันดีอย่างนั้นอย่าให้ศีรษะข้าพระองค์ปฏิเสธเลย เพราะข้าพระองค์ยังอธิษฐานต่อสู้ความอธรรมของเขา ทั้งหลายอยู่
6 ผู้พิพากษาทั้งหลายของเขาถูกโยนลงที่หน้าผา และคนจะได้ยินถ้อยคำของข้าพระองค์ว่าเป็น ถ้อยคำไพเราะ
7 เหมือนสิ่งหนึ่งแตกและหักอยู่บนแผ่นดินฉันใด กระดูกของเขาเหล่านั้นก็กระจายที่ปากแดนผู้ตายฉันนั้น
8 ข้าแต่พระเจ้า ตาของข้าพระองค์เพ่งตรงพระองค์ ข้าพระองค์ลี้ภัยในพระองค์ขออย่าให้ข้าพระองค์ขาดใจ
9 ขอพระองค์ทรงให้ข้าพระองค์ พ้นจากกับซึ่งเขาวางดักข้าพระองค์ไว้ และจากบ่วงแร้วของผู้กระทำชั่ว
10 ขอให้คนอธรรมตกไปด้วยกันในข่ายของตนเอง แต่ขอให้ข้าพระองค์ผ่านพ้นไป

สดุดี 142
1 ข้าพเจ้าร้องทูลพระเจ้า ด้วยเสียงของข้าพเจ้า ด้วยเสียงของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าวิงวอนต่อพระเจ้า
2 ข้าพเจ้าหลั่งคำคร่ำครวญของข้าพเจ้าออกมาต่อ เบื้องพระพักตร์พระองค์ ข้าพเจ้าทูลเรื่องความลำบากยากเย็นของข้าพเจ้า ต่อพระองค์
3 เมื่อใจของข้าพระองค์อ่อนระอา พระองค์ทรงทราบทางของข้าพระองค์ ในวิถีที่ข้าพระองค์เดินไป เขาซ่อนกับไว้ดักข้าพระองค์
4 ขอพระองค์ทรงมองทางขวาและทอดพระเนตร เพราะไม่มีใครสังเกตดูข้าพระองค์ ข้าพระองค์ไม่มีที่หลบภัย ไม่มีใครเอาใจใส่ข้าพระองค์
5 ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ร้องทูลต่อพระองค์ ข้าพระองค์ว่า พระองค์ทรงเป็นที่ลี้ภัยของข้าพระองค์ เป็นส่วนของข้าพระองค์ในแผ่นดินของคนเป็น
6 ขอทรงฟังคำร้องทูลของข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์ตกต่ำมากนัก ขอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์ให้พ้นจากผู้ข่มเหงข้าพระองค์ เพราะเขาแข็งแรงเกินกำลังข้าพระองค์
7 ขอทรงพาข้าพระองค์ออกจากคุก เพื่อข้าพระองค์จะโมทนาพระคุณแด่พระนามของพระองค์ คนชอบธรรมจะล้อมข้าพระองค์ไว้ เพราะพระองค์จะทรงกระทำอย่างดีแก่ข้าพระองค์

สดุดี 143
1 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงฟังคำอธิษฐานของข้าพระองค์ ขอทรงเงี่ยพระกรรณสดับคำวิงวอนของข้าพระองค์ ขอทรงตอบข้าพระองค์ตามความสัตย์สุจริตของพระองค์ ตามความชอบธรรมของพระองค์
2 ขออย่าทรงตัดสินผู้รับใช้ของพระองค์ เพราะไม่มีคนเป็นคนใดที่ชอบธรรม ต่อพระพักตร์พระองค์
3 เพราะศัตรูไล่กวดข้าพระองค์ มันขยี้ชีวิตข้าพระองค์ลงถึงดิน มันได้กระทำให้ข้าพระองค์นั่งในที่มืด เหมือนคนที่ตายนานแล้ว
4 เพราะฉะนั้นใจของข้าพระองค์อ่อนระอาอยู่ในข้าพระองค์ จิตใจภายในข้าพระองค์ก็กลัวลาน
5 ข้าพระองค์ระลึกถึงสมัยเก่าก่อนได้ ข้าพระองค์ภาวนาถึงทุกสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำ ข้าพระองค์รำพึงถึงพระหัตถกิจของพระองค์
6 ข้าพระองค์เหยียดแขนออกไปสู่พระองค์ จิตใจของข้าพระองค์กระหายหา พระองค์อย่างแผ่นดินที่แห้งผาก
7 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงรีบตอบข้าพระองค์ ใจข้าพระองค์ฝ่อไปแล้ว ขออย่าทรงซ่อนพระพักตร์ของพระองค์ไว้จากข้าพระองค์ เกรงว่าข้าพระองค์จะเหมือนคนเหล่านั้นที่ลงไปยัง ปากแดนผู้ตาย
8 ขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์ได้ยิน ถึงความรักมั่นคงของพระองค์ในเวลาเช้า เพราะข้าพระองค์วางใจในพระองค์ ขอทรงสอนข้าพระองค์ถึงทางที่ควรไป เพราะข้าพระองค์ตั้งใจแน่วแน่ในพระองค์
9 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงช่วยกู้ข้า พระองค์จากศัตรูของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ได้ซ่อนตัวอยู่กับพระองค์
10 ขอทรงสอนให้ข้าพระองค์ทำตามพระทัยของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์ ขอพระวิญญาณประเสริฐของพระองค์ ทรงนำข้าพระองค์ไปตามวิถีราบ
11 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงสงวนชีวิต ข้าพระองค์ไว้ เพราะเห็นแก่ พระนามของพระองค์ ขอทรงนำข้าพระองค์ออกมาจากความยากลำบากตาม ความชอบธรรมของพระองค์
12 และขอทรงตัดศัตรูของข้าพระองค์ออกไปตาม ความรักมั่นคงของพระองค์ และขอทรงทำลายบรรดาผู้ที่ข่มใจข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์เป็นผู้รับใช้ของพระองค์

สดุดี 144
1 สาธุการแด่พระเจ้า พระศิลาของข้าพเจ้า ผู้ทรงฝึกมือของข้าพเจ้าให้ทำสงคราม และนิ้วมือของข้าพเจ้าให้ทำศึก
2 ทรงเป็นความรักมั่นคง และป้อมปราการ เป็นที่กำบังเข้มแข็ง และเป็นผู้ช่วยกู้ของข้าพเจ้า เป็นโล่ของข้าพเจ้า และเป็นผู้ซึ่งข้าพเจ้า ลี้ภัยในพระองค์ ผู้ทรงปราบชนชาติทั้งหลายไว้ใต้ข้าพเจ้า
3 ข้าแต่พระเจ้า มนุษย์เป็นอะไรเล่า ซึ่งพระองค์ทรงเอาพระทัยใส่เขา หรือบุตรของมนุษย์เป็นอะไร ซึ่งพระองค์ทรงคิดถึงเขา
4 มนุษย์เหมือนลมหายใจ วันเวลาของเขาเหมือนเงาที่ผ่านไป
5 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงโน้มฟ้าสวรรค์ของพระองค์ และขอเสด็จลงมาแตะต้องภูเขา เพื่อให้มันมีควันขึ้น
6 ขอทรงพุ่งฟ้าผ่าออกมาและกระจายเขาไป ขอให้ลูกธนูของพระองค์ ให้เขาแตกหนีไป
7 ขอทรงเหยียดพระหัตถ์ของพระองค์จากที่สูง ขอทรงช่วยและกู้ข้าพระองค์ให้พ้นจากน้ำมากหลาย ให้พ้นจากมือของชนต่างด้าว
8 ผู้ซึ่งปากของเขาพูดเท็จ และซึ่งมือขวาของเขาเป็นมือขวาแห่งความมุสา
9 ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์จะร้องเพลงบท ใหม่ถวายแด่พระองค์ ข้าพระองค์จะดีดพิณสิบสายถวายพระองค์
10 ผู้ประทานชัยแก่พระราชา ผู้ทรงช่วยดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์ให้รอด
11 ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นจากดาบทมิฬ และขอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์จากมือคนต่างด้าว ผู้ซึ่งปากของเขาพูดเท็จ และซึ่งมือขวาของเขาเป็นมือขวาแห่งความมุสา
12 ข้าพเจ้าทั้งหลายผู้ซึ่งบรรดาบุตรชายของข้าพเจ้า เมื่อเขายังหนุ่มๆอยู่เป็นเหมือนต้นไม้โตเต็มขนาด ซึ่งบรรดาบุตรหญิงของข้าพเจ้าเป็นเหมือนเสาหัวมุม สลักออกมาตามแบบพระราชวัง
13 ซึ่งยุ้งฉางของข้าพเจ้าทั้งหลายเต็ม มีของบรรจุอยู่ทุกอย่าง ซึ่งแกะของข้าพเจ้าทั้งหลาย มีลูกตั้งพันตั้งหมื่นที่ในทุ่งของข้าพเจ้า
14 ซึ่งสัตว์ใช้ของข้าพเจ้ามีท้องมากมาย ไม่มีใครพังเข้ามา ไม่มีออกไป และซึ่งไม่มีเสียงร้องทุกข์ในถนนหนทางของข้าพเจ้า
15 ชนชาติผู้มีพระพรอย่างนี้หลั่งลงมาถึง ก็เป็นสุข ชนชาติซึ่งพระเจ้าของเขาคือ พระเยโฮวาห์ ก็เป็นสุข

สดุดี 145
1 ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ พระมหาราชา ข้าพระองค์จะเยินยอพระองค์ ถวายสาธุการแด่พระนามของพระองค์เป็นนิจกาล
2 ข้าพระองค์จะถวายสาธุการแด่พระองค์ทุกๆวัน สรรเสริญพระนามของพระองค์เป็นนิจกาล
3 พระเจ้านั้นยิ่งใหญ่ และสมควรจะสรรเสริญอย่างยิ่ง ความใหญ่ยิ่งของพระองค์นั้นเหลือจะหยั่งรู้
4 คนชั่วอายุหนึ่งจะสรรเสริญพระราชกิจของพระองค์ ให้คนอีกชั่วอายุหนึ่งฟัง และประกาศกิจการอันทรงอานุภาพของพระองค์
5 ข้าพระองค์จะภาวนาถึงสง่าราศี อันรุ่งโรจน์ของความสูงส่งของพระองค์ และถึงพระราชกิจอัศจรรย์ของพระองค์
6 มนุษย์จะกล่าวถึงอานุภาพแห่งกิจการอันน่าเกรงขาม ของพระองค์ และข้าพระองค์จะเล่าถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์
7 เขาทั้งหลายจะโฆษณาข่าวเลื่องลือถึงคุณ ความดีอันอุดมของพระองค์ออกมา และจะร้องเพลงถึงความชอบธรรมของพระองค์
8 พระเจ้าทรงพระเมตตากรุณา ทรงกริ้วช้าและมีความรักมั่นคงอย่างอุดม
9 พระเจ้าทรงดีต่อทุกคน และความรักเอ็นดูของพระองค์มีอยู่เหนือพระราชกิจ ทั้งสิ้นของพระองค์
10 ข้าแต่พระเจ้า พระราชกิจทั้งสิ้นของพระองค์จะถวายโมทนาขอบพระคุณพระองค์ และธรรมิกชนทั้งสิ้นของพระองค์จะถวาย สาธุการแด่พระองค์
11 เขาทั้งหลายจะพูดถึงพระสิริแห่ง ราชอาณาจักรของพระองค์ และเล่าถึงฤทธานุภาพของพระองค์
12 เพื่อให้กิจการอันทรงอานุภาพของพระองค์ และสง่าราศีอันรุ่งโรจน์แห่งราชอาณาจักรของพระองค์ แจ้งแก่บรรดาบุตรของมนุษย์
13 ราชอาณาจักรของพระองค์เป็นราชอาณาจักรนิรันดร์ และแผ่นดินของพระองค์ดำรงอยู่ตลอดทุกชั่วชาติพันธุ์ พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อตามพระวจนะทั้งสิ้นของพระองค์ และทรงพระเมตตาตามกิจการทั้งสิ้นของพระองค์
14 พระเจ้าทรงชูทุกคนที่กำลังจะล้มลง และทรงยกทุกคนที่โน้มตัวลงให้ลุกขึ้น
15 นัยน์ตาทั้งปวงมองดูพระองค์ และพระองค์ประทานอาหารให้ตามเวลา
16 พระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์ของพระองค์ พระองค์ทรงให้สัตว์โลกทุกอย่างอิ่มตามความปรารถนา
17 พระเจ้าทรงชอบธรรมตามทางทั้งสิ้นของพระองค์ และทรงเอ็นดูในการกระทำทั้งสิ้นของพระองค์
18 พระเจ้าทรงสถิตใกล้ทุกคนที่ร้องทูลพระองค์ ทุกคนที่ร้องทูลพระองค์ด้วยใจจริง
19 พระองค์ทรงโปรดตามความปรารถนาของบรรดาผู้ ที่ยำเกรงพระองค์ พระองค์ทรงฟังเสียงร้องทูลของเขาด้วย และทรง ช่วยเขาให้รอด
20 พระเจ้าทรงสงวนทุกคนที่รักพระองค์ไว้ แต่บรรดาคนอธรรม พระองค์จะทรงทำลาย
21 ปากของข้าพเจ้าจะกล่าวสรรเสริญพระเจ้า และให้บรรดาเนื้อหนังทั้งสิ้นถวายสาธุการ แด่พระนามบริสุทธิ์ของพระองค์เป็นนิจกาล

สดุดี 146
1 จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด จิตใจของข้าพเจ้าเอ๋ย จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด
2 ข้าพเจ้าจะสรรเสริญพระเจ้า ตราบเท่าที่ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่ ข้าพเจ้าจะร้องเพลงสดุดีถวายพระเจ้าของข้าพเจ้า ขณะที่ข้าพเจ้ายังเป็นอยู่
3 อย่าวางใจในเจ้านาย ในบุตรของมนุษย์ ซึ่งไม่มีความช่วยเหลืออยู่ในตัวเขา
4 เมื่อลมหายใจของเขาพรากไป เขาก็กลับคืนเป็นดิน ในวันเดียวกันนั้นความคิดของเขาก็พินาศ
5 คนที่ผู้อุปถัมภ์ของเขาคือพระเจ้าของยาโคบ ก็เป็นสุข คือผู้ที่ความหวังของเขาอยู่ในพระเจ้าของเขา
6 ผู้ได้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก ทะเลและบรรดาสิ่งของที่อยู่ในนั้น ผู้รักษาความสัตย์สุจริตไว้เป็นนิตย์
7 ผู้ทรงประกอบความยุติธรรม ให้แก่คนที่ถูกบีบบังคับ ผู้ประทานอาหารแก่คนที่หิว พระเจ้าทรงปล่อยผู้ถูกคุมขังให้เป็นอิสระ พระเจ้าทรงเบิกตาของคนตาบอด
8 พระเจ้าทรงยกคนที่ตกต่ำให้ลุกขึ้น พระเจ้าทรงรักคนชอบธรรม
9 พระเจ้าทรงเฝ้าดูคนต่างด้าว พระองค์ทรงชูลูกกำพร้าพ่อและหญิงม่าย แต่พระองค์ทรงพลิกทางของคนอธรรม
10 พระเจ้าทรงครอบครองเป็นนิตย์ ศิโยนเอ๋ย พระเจ้าของเธอจะทรงครอบครองทุกชั่วชาติพันธุ์ จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด

สดุดี 147
1 จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด เป็นการดีที่จะร้องเพลงถวายสดุดี แด่พระเจ้าของเรา เพราะพระองค์ทรงพระเมตตาและ บทเพลงถวายสรรเสริญก็เหมาะสม
2 พระเจ้าทรงก่อสร้างเยรูซาเล็มขึ้น พระองค์ทรงรวบรวมคนอิสราเอลที่ต้องกระจัดกระจายไป
3 พระองค์ทรงรักษาคนที่ชอกช้ำระกำใจ และทรงพันผูกบาดแผลของเขา
4 พระองค์ทรงนับจำนวนดาว พระองค์ทรงตั้งชื่อมันทุกดวง
5 องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราใหญ่ยิ่งและทรงฤทธานุภาพอุดม ความเข้าใจของพระองค์นั้นวัดไม่ได้
6 พระเจ้าทรงชูผู้ที่ถูกเหยียบย่ำขึ้น พระองค์ทรงเหวี่ยงคนอธรรมลงถึงดิน
7 จงร้องเพลงโมทนาพระคุณถวายพระเจ้า จงดีดพิณเขาคู่ถวายพระเจ้าของเรา
8 พระองค์ทรงคลุมฟ้าสวรรค์ด้วยเมฆ พระองค์ทรงเตรียมฝนให้แก่แผ่นดินโลก พระองค์ทรงกระทำให้หญ้างอกบนภูเขา
9 พระองค์ประทานอาหารแก่สัตว์ และแก่ลูกกาที่ร้อง
10 ความปีติยินดีของพระองค์มิได้อยู่ที่กำลังของม้า หรือความปรีดีของพระองค์อยู่ที่ขาของมนุษย์
11 แต่พระเจ้าทรงปรีดีในคนที่ยำเกรงพระองค์ และในคนที่ความหวังของเขาอยู่ในความรัก มั่นคงของพระองค์
12 เยรูซาเล็มเอ๋ย จงยกย่องพระเจ้า ศิโยนเอ๋ย จงถวายสรรเสริญแด่พระเจ้าของเธอ
13 เพราะพระองค์ทรงเสริมกำลังดาลประตูของเธอ พระองค์ทรงอำนวยพระพรบุตรทั้งหลายที่อยู่ภายในเธอ
14 พระองค์ทรงกระทำสันติภาพในเขตแดนของเธอ ทรงให้เธออิ่มด้วยข้าวสาลีที่ดีที่สุด
15 พระองค์ทรงใช้พระบัญญัติ ของพระองค์ออกไปยังแผ่นดินโลก พระวจนะของพระองค์ไปเร็ว
16 พระองค์ประทานหิมะอย่างปุยขนแกะ ทรงหว่านน้ำค้างแข็งขาวอย่างขี้เถ้า
17 พระองค์ทรงโยนน้ำแข็งของพระองค์เป็นก้อนๆ ใครจะทนทานความหนาวของพระองค์ได้
18 พระองค์ทรงใช้พระวจนะของพระองค์ ออกไป และละลายมันเสีย พระองค์ทรงให้ลมพัด และน้ำก็ไหล
19 พระองค์ทรงสำแดงพระวจนะของพระองค์แก่ยาโคบ กฎเกณฑ์และกฎหมายของพระองค์แก่อิสราเอล
20 พระองค์มิได้ทรงประกอบการเช่นนี้ แก่ประชาชาติอื่นใด เขาไม่รู้จักกฎหมายของพระองค์ จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด

สดุดี 148
1 จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด จงสรรเสริญพระเจ้าจากฟ้าสวรรค์ จงสรรเสริญพระองค์ในที่สูง
2 ทูตสวรรค์ทั้งหลายของพระองค์ จงสรรเสริญพระองค์ พลโยธาของพระองค์ จงสรรเสริญพระองค์
3 ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ จงสรรเสริญพระองค์ บรรดาดาวที่ส่องแสง จงสรรเสริญพระองค์
4 ฟ้าสวรรค์ที่สูงสุด จงสรรเสริญพระองค์ ทั้งน้ำทั้งหลายเหนือฟ้าสวรรค์
5 ให้สิ่งเหล่านั้นสรรเสริญพระนามพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงบัญชา สิ่งเหล่านั้น ก็ถูกเนรมิตขึ้นมา
6 และพระองค์ทรงสถาปนามันไว้เป็นนิจกาล พระองค์ทรงกำหนดเขตซึ่งมันข้ามไปไม่ได้
7 จงสรรเสริญพระเจ้าจากแผ่นดินโลก นะเจ้าสัตว์ทะเลขนาดใหญ่และที่น้ำลึกทั้งปวง
8 ไฟกับลูกเห็บ หิมะกับหมอก ลมพายุ กระทำตามพระบัญชาของพระองค์
9 บรรดาภูเขาและเนินเขาทั้งปวง ต้นไม้มีผลและไม้สนสีดาร์ทั้งปวง
10 สัตว์ป่าและสัตว์ใช้ทั้งปวง สัตว์เลื้อยคลานและนกที่บินได้
11 บรรดาพระราชาของแผ่นดินโลกและชนชาติทั้งหลาย เจ้านายและผู้ครอบครองทั้งปวงของแผ่นดินโลก
12 และคนหนุ่มกับทั้งสาว คนแก่และเด็ก
13 ให้ทั้งหลายเหล่านี้สรรเสริญพระนามพระเจ้า เพราะพระนามของพระองค์เท่านั้นที่ควรเยินยอ พระสิริของพระองค์อยู่เหนือแผ่นดินโลกและฟ้าสวรรค์
14 พระองค์ทรงชูเกียรติให้ประชากรของพระองค์ ผู้ทรงเป็นที่สรรเสริญของบรรดาธรรมิกชนของพระองค์ ของชนชาติอิสราเอลผู้อยู่ใกล้พระองค์ จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด

สดุดี 149
1 จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด จงร้องเพลงบทใหม่ถวายพระเจ้า ร้องบทสรรเสริญถวายพระองค์ ในชุมนุมธรรมิกชน
2 ให้อิสราเอลยินดีในผู้สร้างของเขา ให้บุตรทั้งหลายของศิโยนเปรมปรีดิ์ ในพระราชาของเขา
3 ให้เขาสรรเสริญพระนามของพระองค์ด้วยเต้นรำ ถวายเพลงแด่พระองค์ด้วยรำมะนา และพิณเขาคู่
4 เพราะพระเจ้าทรงปรีดีในประชากรของพระองค์ พระองค์ทรงประดับชัยให้แก่คนใจถ่อม
5 ให้ธรรมิกชนลิงโลดในชัยเกียรติ ให้เขาร้องเพลงด้วยความชื่นบาน บนที่นอนของเขา
6 ให้การสดุดีอย่างสูงแด่พระเจ้าอยู่ในลำคอของเขา และให้ดาบสองคมอยู่ในมือของเขา
7 เพื่อทำการแก้แค้นบรรดาประชาชาติ และทำการลงโทษชนชาติทั้งหลาย
8 เพื่อเอาตรวนล่ามบรรดาพระราชาของเขา และเอาเครื่องเหล็กจำจองล่ามบรรดาเจ้านายของเขา
9 เพื่อจะกระทำแก่เขาตามคำพิพากษาที่บันทึกไว้แล้ว นี่เป็นเกียรติแก่บรรดาธรรมิกชนของพระองค์ จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด

สดุดี 150
1 จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด จงสรรเสริญพระเจ้า ในสถานนมัสการของพระองค์ จงสรรเสริญพระองค์ในพื้นฟ้า อันอานุภาพของพระองค์
2 จงสรรเสริญพระองค์ เพราะกิจการ อันอานุภาพของพระองค์ จงสรรเสริญพระองค์ ตามความยิ่งใหญ่อย่างมากของพระองค์
3 จงสรรเสริญพระองค์ด้วยเสียงแตร จงสรรเสริญพระองค์ด้วยพิณเขาคู่ และพิณใหญ่
4 จงสรรเสริญพระองค์ด้วยรำมะนา และการเต้นรำ จงสรรเสริญพระองค์ด้วยเครื่องสาย และปี่
5 จงสรรเสริญพระองค์ด้วยเสียงฉิ่ง จงสรรเสริญพระองค์ด้วยเสียงฉาบ
6 จงให้ทุกสิ่งที่หายใจ สรรเสริญพระเจ้า จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด


 © Copyright 2009. Christian Siam.com