Christian Siam

 

 

 

 

Christian Siam - เว็บสำหรับคนอยากรู้จักพระเจ้า

 
 :: สำหรับผู้สนใจพระเจ้า ::
Christian Siam คำถาม - คำตอบ
Christian Siam พระเยซูคือใคร
Christian Siam พระเยซูเกิดจริงหรือ?
Christian Siam เราเกิดมาทำไม
Christian Siam เราตายแล้วไปไหน
Christian Siam ทฤษฎีวิวัฒนาการ...จริง?
Christian Siam เป็นคริสเตียนได้อย่างไร
Christian Siam คำพยานชีวิต

Christian Siam
H O M E
:: สำหรับคริสเตียนใหม่ ::
:: สื่อคริสเตียนออนไลน์ ::
Christian Siam ทีวีคริสเตียน - CGNTV
Christian Siam มานาประจำวัน
Christian Siam วิทยุคริสเตียน
Christian Siam เพลงนมัสการพร้อมคอร์ด
Christian Siam เพลงจาก Youtube
 

                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN

         CHRISTIAN SIAM.COM
         CHRISTIAN SIAM.COM
         CHRISTIAN SIAM.COM

                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN




web counter code

As of 8 Aug 08

เนหะมีย์

เนหะมีย์ 1
1 ถ้อยคำของเนหะมีย์ บุตรฮาคาลิยาห์ อยู่มาในเดือนคิสเลฟ ในปีที่ยี่สิบขณะที่ข้าพเจ้าอยู่ในสุสาเมืองป้อม
2 ฮานานีพี่น้องของข้าพเจ้าคนหนึ่งมาจาก ยูดาห์กับชายบางคน ข้าพเจ้าได้ไต่ถามถึงพวกยิวที่รอดตาย ผู้ซึ่งรอดพ้นจากการถูกกวาดไปเป็นเชลย และถามเรื่องเกี่ยวกับเยรูซาเล็ม
3 เขาทั้งหลายพูดกับข้าพเจ้าว่า "ผู้ที่รอดตายซึ่งอยู่ในมณฑล คือผู้ซึ่งรอดพ้นจากการถูกกวาดไปเป็นเชลย มีความลำบากและความอับอายมาก กำแพงเมืองเยรูซาเล็มก็พังลง และประตูเมืองก็ถูกไฟทำลายเสีย"
4 อยู่มาเมื่อข้าพเจ้าได้ยินถ้อยคำเหล่านี้ ข้าพเจ้าก็นั่งลงร้องไห้และโศกเศร้าอยู่หลายวัน ข้าพเจ้าอดอาหารและอธิษฐานต่อพระเจ้าแห่ง ฟ้าสวรรค์เรื่อยมา
5 ข้าพเจ้าทูลว่า "ข้าแต่พระเยโฮวาห์ พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์  พระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่ง และน่าเกรงกลัว ผู้ทรงรักษาพันธสัญญาและดำรง ความรักมั่นคงกับบรรดาผู้ที่รักพระองค์ และรักษาพระบัญญัติของพระองค์
6 ขอพระองค์ทรงเงี่ยพระกรรณฟัง และขอทรงลืมพระเนตรของพระองค์ดูอยู่ เพื่อจะทรงฟังคำอธิษฐานของผู้รับใช้ของพระองค์ ซึ่งข้าพระองค์ทูลอธิษฐานต่อพระองค์ ณบัดนี้ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อประชาชนอิสราเอลผู้รับใช้ของพระองค์ สารภาพบาปของประชาชนอิสราเอล ซึ่งข้าพระองค์ทั้งหลายได้กระทำบาปต่อพระองค์ ด้วยว่าข้าพระองค์กับตระกูลของข้าพระองค์ทำบาปแล้ว
7 ข้าพระองค์ทั้งหลายประพฤติเลวทรามมาก และมิได้รักษาพระบัญญัติ กฎเกณฑ์ และกฎหมายซึ่งพระองค์ได้ทรงบัญชา ไว้กับโมเสสผู้รับใช้ของพระองค์
8 ขอพระองค์ทรงระลึกถึงพระวจนะ ซึ่งพระองค์ได้บัญชาไว้กับโมเสสผู้รับใช้ของพระองค์ว่า 'ถ้าเจ้าทั้งหลายไม่ซื่อตรงต่อเรา เราจะกระจายเจ้าทั้งหลายไปในหมู่ชนชาติ ทั้งหลาย
9 ถ้าเจ้ากลับมาหาเรา และรักษาบัญญัติของเรา และประพฤติตาม ถึงแม้ว่าพวกเจ้ากระจัดกระจายไปอยู่ใต้ฟ้าที่ไกลที่สุด เราจะรวบรวมเจ้ามาจากที่นั่น และนำเจ้ามายังสถานที่ซึ่งเราได้เลือกไว้ เพื่อกระทำให้นามของเรา ดำรงอยู่ที่นั่น'
10 เขาเหล่านี้ เป็นผู้รับใช้และเป็นประชากรของพระองค์ ผู้ซึ่งพระองค์ได้ทรงไถ่ไว้ ด้วยฤทธานุภาพยิ่งใหญ่ของพระองค์ และด้วยพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระองค์
11 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเงี่ยพระกรรณฟังคำอธิษฐานของผู้รับใช้ของพระองค์ และต่อคำอธิษฐานของบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ ผู้ปีติยินดีที่ยำเกรงพระนามของพระองค์ ขอประทานความสำเร็จแก่ผู้รับใช้ของพระองค์ในวันนี้ และขอทรงโปรดให้เป็นที่ชอบในสายตาของชายคนนี้" ขณะนั้น ข้าพเจ้าเป็นพนักงานเชิญถ้วยเสวยของพระราชา

เนหะมีย์ 2
1 และอยู่มาในเดือนนิสาน ในปีที่ยี่สิบแห่งรัชกาลกษัตริย์อารทาเซอร์ซีส เมื่อเหล้าองุ่นจัดตั้งไว้ตรงพระพักตร์พระองค์ ข้าพเจ้าก็หยิบเหล้าองุ่นถวายพระราชา แต่ก่อนนี้ข้าพเจ้ามิได้โศกเศร้าต่อพระพักตร์พระองค์
2 และพระราชาตรัสกับข้าพเจ้าว่า "ทำไม หน้าของเจ้าเศร้าโศก เจ้าก็ไม่เจ็บไม่ป่วยมิใช่หรือ เห็นจะไม่มีอะไรนอกจากเศร้าใจ" และข้าพเจ้าก็กลัวยิ่งนัก
3 ข้าพเจ้าทูลพระราชาว่า "ขอพระราชาทรงพระเจริญเป็นนิตย์เถิด ไฉนหน้าของข้าพระบาทจะไม่โศกเศร้า เมื่อเมืองสถานที่ฝังศพของบรรพบุรุษของข้าพระบาท ร้างเปล่าอยู่ และประตูเมืองก็ถูกไฟทำลายเสีย"
4 แล้วพระราชาตรัสกับข้าพเจ้าว่า "เจ้าปรารถนาจะขออะไร" ข้าพเจ้าจึงอธิษฐานต่อพระเจ้าของฟ้าสวรรค์
5 และข้าพเจ้าทูลพระราชาว่า "ถ้าเป็นที่พอพระทัยพระราชา และถ้าผู้รับใช้ของฝ่าพระบาทเป็นที่ พอพระทัยในสายพระเนตรของฝ่าพระบาท ขอทรงใช้ข้าพระบาทให้ไปยังยูดาห์ ยังเมืองอันเป็นที่ฝังศพของบรรพบุรุษของข้าพระบาท เพื่อข้าพระบาทจะสร้างขึ้นใหม่"
6 และพระราชาตรัสกับข้าพเจ้า (มีพระราชินีประทับข้างพระองค์) ว่า "เจ้าจะไปนานสักเท่าใด เมื่อไรเจ้าจะกลับมา" จึงเป็นที่พอพระทัยพระราชาที่จะให้ข้าพเจ้าไป และข้าพเจ้าก็กำหนดเวลาให้พระองค์ทรงทราบ
7 และข้าพเจ้ากราบทูลพระราชาว่า "ถ้าเป็นที่พอพระทัยพระราชา ขอทรงโปรดมีพระราชสารให้ข้าพระบาทนำไปถึงผู้ว่า ราชการมณฑลฟากตะวันตกของแม่น้ำยูเฟรติส เพื่อเขาจะได้อนุญาตให้ข้าพระบาทผ่านไป จนข้าพระบาทจะไปถึงยูดาห์
8 และพระราชสารถึงอาสาฟเจ้าพนักงานป่าไม้หลวง เพื่อเขาจะได้ให้ไม้แก่ข้าพระบาท เพื่อทำวงกบประตู ป้อมของพระนิเวศ และทำกำแพงเมือง และเพื่อทำบ้านที่ข้าพระบาทจะได้เข้าอาศัย" พระราชาพระราชทานทุกสิ่งตามที่ข้าพเจ้าทูลขอ เพราะพระหัตถ์อันทรงพระคุณของพระเจ้าของข้าพเจ้าอยู่กับข้าพเจ้า
9 แล้วข้าพเจ้ามายังผู้ว่าราชการมณฑลฟากตะวันตก ของแม่น้ำยูเฟรติส และมอบพระราชสารของพระราชาให้แก่เขา อนึ่งพระราชาทรงจัดให้นายทหารและพลม้าไปกับข้าพเจ้าด้วย
10 แต่เมื่อสันบาลลัทชาวโฮโรนาอิมและโทบีอาห์ คนอัมโมนข้าราชการทราบเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ไม่พอใจเขาอย่างยิ่งที่ มีคนมาหาความสุขให้คนอิสราเอล
11 ข้าพเจ้าจึงมายังเยรูซาเล็มและพักอยู่ที่นั่นสามวัน
12 แล้วข้าพเจ้าลุกขึ้นในกลางคืน คือข้าพเจ้ากับบางคนที่อยู่กับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่ได้บอกผู้หนึ่งผู้ใดถึงเรื่องที่ พระเจ้าของข้าพเจ้าดลใจข้าพเจ้าให้กระทำเพื่อเยรูซาเล็ม ข้าพเจ้าไม่มีสัตว์อื่นกับข้าพเจ้านอกจากสัตว์ที่ข้าพเจ้าขี่อยู่
13 ในกลางคืนข้าพเจ้าออกไปทางประตูหุบเขา ถึงบ่อสุนัขจิ้งจอก และถึงประตูกองขยะ และข้าพเจ้าได้ตรวจดูกำแพงเยรูซาเล็มที่พัง และประตูเมืองที่ถูกไฟทำลาย
14 แล้วข้าพเจ้าก็เดินต่อไปยังประตูน้ำพุ ถึงสระหลวง แต่ไม่มีที่ที่จะให้สัตว์ซึ่งข้าพเจ้าขี่อยู่ผ่านไปได้
15 แล้วข้าพเจ้าขึ้นไปกลางคืนทางห้วยและตรวจดูกำแพง แล้วกลับมาเข้าทางประตูหุบเขากลับที่เดิม
16 ส่วนพวกเจ้าหน้าที่ก็ไม่ทราบว่าข้าพเจ้าไปไหน หรือข้าพเจ้าทำอะไร และข้าพเจ้าก็ยังไม่ได้บอกพวกยิว บรรดาปุโรหิตพวกขุนนาง พวกเจ้าหน้าที่ และคนอื่นๆ ที่จะรับผิดชอบการงาน
17 แล้วข้าพเจ้าพูดกับเขาทั้งหลายว่า "ท่านทั้งหลายเห็นแล้วว่าเราตกอยู่ในความลำบากอย่างไร ที่เยรูซาเล็มปรักหักพังลง และไฟไหม้ประตูเมืองเสียนั้น มาเถิด ให้เราสร้างกำแพงเยรูซาเล็มขึ้น เพื่อเราจะไม่ต้องอับอายขายหน้าอีก"
18 แล้วข้าพเจ้าบอกเขาถึงการที่พระหัตถ์ของ พระเจ้าอยู่กับข้าพเจ้า เพื่อยังผลดี ทั้งพระวจนะซึ่งพระราชาตรัสกับข้าพเจ้า และเขาทั้งหลายพูดว่า "ให้เราลุกขึ้นสร้างเถิด" เขาก็ปลงใจลงมือทำการดีนั้น
19 แต่เมื่อสันบาลลัท คนโฮโรนาอิมและโทบีอาห์ข้าราชการ คนอัมโมน กับเกเชมชาวอาหรับทราบเรื่อง เขาทั้งหลายเยาะเย้ยและดูถูกเรา พูดว่า "เจ้าทั้งหลายทำอะไรกันนี่ เจ้ากำลังกบฏต่อพระราชาหรือ"
20 แล้วข้าพเจ้าตอบเขาทั้งหลายว่า "พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์จะทรงให้เรากระทำสำเร็จ และเราทั้งหลายผู้รับใช้ของพระองค์จะลุกขึ้นสร้าง แต่ท่านทั้งหลายไม่มีส่วนหรือสิทธิหรืออนุสรณ์ในเยรูซาเล็ม"

เนหะมีย์ 3
1 แล้วเอลียาชีบปุโรหิตใหญ่ได้ลุกขึ้นพร้อมกับพี่น้องของท่าน บรรดาปุโรหิตและเขาทั้งหลายได้สร้างประตูแกะ เขาได้ทำพิธีชำระให้บริสุทธิ์และได้ตั้งบานประตู เขาทั้งหลายได้ทำพิธีชำระให้บริสุทธิ์ จนถึงหอคอยศตพล ไกลไปจนถึงหอคอยฮานันเอล
2 และถัดท่านไป คนชาวเยรีโคก็ได้สร้างและถัดเขาไป ศักเกอร์บุตรอิมรีก็ได้สร้าง
3 และลูกหลานของหัสเสนาอาห์ ได้สร้างประตูปลา เขาได้วางวงกบและได้ตั้งบานประตู ติดลูกสลักและดาลประตู
4 ถัดเขาไป เมเรโมทบุตรอุรีอาห์ ผู้เป็นบุตรฮักโขสได้ซ่อมแซม และถัดเขาไป เมชุลลามบุตรเบเรคิยาห์ผู้เป็นบุตรเมเชซาเบลได้ซ่อมแซม และถัดเขาไป ซาโดกบุตรบาอานาได้ซ่อมแซม
5 และถัดเขาไป ชาวเทโคอาได้ซ่อมแซม แต่พวกขุนนางของเขาไม่ยอมเอาบ่ามารับงานของ พระเจ้าของเขาทั้งหลาย
6 และโยยาดาบุตรปาเสอาห์และเมชุลลามบุตร เบโสไดอาห์ได้ซ่อมแซมประตูเก่า เขาวางวงกบและตั้งบานประตู ติดลูกสลักและดาลประตู
7 และถัดเขาไป คือ เมลาติยาห์ชาวกิบโอนและยาโดนชาวเมโรโนท คนเมืองกิเบโอนและเมืองมิสปาห์ได้ซ่อมแซม ซึ่งอยู่ใต้ปกครองของเจ้าเมืองฟากตะวันตกของแม่น้ำยูเฟรติส
8 ถัดเขาไปคือ อุสซีเอล บุตรฮารฮายาห์ช่างทองได้ซ่อมแซม ถัดเขาไปคือ ฮานันยาห์ ช่างน้ำหอมคนหนึ่งได้ซ่อมแซม เขาบูรณะเยรูซาเล็มไกลไปจนถึงตอนกำแพงกว้าง
9 ถัดเขาไปคือ เรไฟยาห์บุตรเฮอร์ ผู้ปกครองแขวงครึ่งหนึ่งของเยรูซาเล็มได้ซ่อมแซม
10 ถัดเขาไปคือ เยดายาห์บุตรฮารุมัฟ ได้ซ่อมแซมตรงข้ามกับบ้านของเขา และถัดเขาไปคือ ฮัทธัช บุตรฮาชับเนยาห์ได้ซ่อมแซม
11 มัลคิยาห์บุตรฮาริม และหัสชูบบุตรปาหัทโมอับได้ซ่อมแซมอีกส่วนหนึ่ง และหอคอยเตาอบ
12 ถัดเขาไปคือ ชัลลูมบุตรฮัลโลเหช ผู้ปกครองแขวงครึ่งหนึ่งของเยรูซาเล็มได้ซ่อมแซม ทั้งตัวเขาและบุตรหญิงของเขา
13 ฮานูนและชาวเมืองศาโนอาห์ได้ซ่อมแซมประตูหุบเขา เขาสร้างประตูขึ้นใหม่และตั้งบานประตู ติดลูกสลักและดาลประตู และซ่อมแซมกำแพงระยะพันศอกไกลไปจนถึงประตูกองขยะ
14 มัลคิยาห์ บุตรเรคาบ ผู้ปกครองแขวงเบธฮัคเคเรม ได้ซ่อมประตูกองขยะ เขาสร้างและตั้งบานประตูติดลูกสลักและดาลประตู
15 ชัลลูม บุตรคลโฮเซห์ ผู้ปกครองแขวงมิสปาห์ ได้ซ่อมแซมประตูน้ำพุ ได้สร้างมุง และตั้งบานประตูติดลูกสลักและดาลประตู ท่านได้สร้างกำแพงสระเชลาห์ตรงไปทาง ราชอุทยานไกลไปจนถึงบันไดซึ่งลงไปจากนครดาวิด
16 ถัดเขาไป เนหะมีย์ บุตรอัสบูก ผู้ปกครองแขวงเบธซูร์ครึ่งหนึ่งได้ซ่อมแซม ไปจนถึงที่ตรงข้ามกับอุโมงค์ฝังศพของดาวิด ถึงสระขุดและถึงโรงทแกล้วทหาร
17 ถัดเขาไป คนเลวีได้ซ่อมแซม คือ เรฮูม บุตรบานี ถัดเขาไป คือ ฮาชานิยาห์ ผู้ปกครองแขวงเคอีลาห์ครึ่งหนึ่ง ได้ซ่อมแซมส่วนของเขา
18 ถัดเขาไป พี่น้องของเขาได้ซ่อมแซม คือบัฟวัย บุตรเฮนาดัด ผู้ปกครองแขวงเคอีลาห์ครึ่งหนึ่ง
19 ถัดเขาไปคือ เอเซอร์ บุตรเยชูอา ผู้ปกครองเมืองมิสปาห์ได้ซ่อมแซมอีกส่วนหนึ่ง ตรงข้ามกับทางขึ้นไปยังคลังอาวุธตรงที่มุมหักของกำแพง
20 ถัดเขาไปคือ บารุค บุตรศับบัย ได้ซ่อมแซมอย่างร้อนใจอีกส่วนหนึ่ง ตั้งแต่มุมหักของกำแพงจนถึงประตูเรือน ของเอลียาชีบปุโรหิตใหญ่
21 ถัดเขาไปคือ เมเรโมท บุตรอุรีอาห์ ผู้เป็นบุตรฮักโขส ได้ซ่อมแซมอีกส่วนหนึ่งตั้งแต่ประตูเรือน ของเอลียาชีบถึงปลายเรือนของเอลียาชีบ
22 ถัดเขาไปคือ บรรดาปุโรหิตชาวที่ราบได้ซ่อมแซม
23 ถัดเขาไปคือ เบนยามิน และหัสชูบได้ซ่อมแซมตรงข้ามกับบ้านของเขาทั้งหลาย ถัดเขาไปอาซิริยาห์ บุตรมาอาเสอาห์ผู้เป็นบุตรอานานิยาห์ได้ซ่อมแซม ข้างเรือนของเขาเอง
24 ถัดเขาไป คือ บินนุย บุตรฮานาดัดได้ซ่อมแซมอีกส่วนหนึ่ง ตั้งแต่บ้านของอาซาริยาห์ ถึงมุมหักของกำแพง
25 ปาลาลบุตรอุซัยได้ซ่อมแซมที่ตรงข้ามกับมุมหัก และหอคอยที่ยื่นจากพระราชวังหลังบนที่ลานทหารรักษา พระองค์ ถัดเขาไปคือ เปดายาห์บุตรปาโรช
26 และคนใช้ประจำพระวิหารอยู่ที่โอเฟล ได้ซ่อมแซมไปจนถึงที่ตรงข้ามกับประตูน้ำ ทางด้านตะวันออกและที่หอคอยยื่นออกไป
27 ถัดเขาไป ชาวเทโคอา ได้ซ่อมแซมอีกส่วนหนึ่งตรงข้ามกับหอคอยใหญ่ ที่ยื่นออกไปไกลไปจนถึงประตูเมืองโอเฟล
28 บรรดาปุโรหิตได้ซ่อมแซมเหนือประตูม้าขึ้นไป ต่างก็ซ่อมที่ตรงข้ามกับเรือนของตน
29 ถัดเขาไป ซาโดกบุตรอิมเมอร์ ได้ซ่อมแซมที่ตรงข้ามกับเรือนของเขา ถัดเขาไป เชไมอาห์ บุตรเชคานิยาห์คนเฝ้าประตูตะวันออกได้ซ่อมแซม
30 ถัดเขาไป ฮานันยาห์บุตรเชเลมิยาห์และฮานูนบุตรคนที่หกของศาลาฟ ได้ซ่อมแซมอีกส่วนหนึ่ง ถัดเขาไปคือ เมชุลลาม บุตรเบเรคิยาห์ได้ซ่อมแซมตรงข้ามกับห้องของเขา
31 ถัดเขาไป มัลคิยาห์ช่างทองคนหนึ่งได้ซ่อมแซมไกลไปจนถึงเรือน ของคนใช้ประจำพระวิหารและของพ่อค้า ตรงข้ามกับประตูตรวจพล จนถึงห้องชั้นบนที่มุม
32 และระหว่างห้องชั้นบนที่มุมกับประตูแกะนั้น บรรดาช่างทองและพ่อค้าได้ซ่อมแซม

เนหะมีย์ 4
1 ต่อมาเมื่อสันบาลลัททราบว่า เรากำลังก่อสร้างกำแพง เขาโกรธและเดือดดาลมาก และเขาเยาะเย้ยพวกยิว
2 และเขาพูดต่อหน้าพี่น้องของเขาและต่อหน้า กองทัพของสะมาเรียว่า "พวกยิวที่อ่อนแอเหล่านี้ทำอะไรกัน เขาจะซ่อมกันหรือ เขาจะทำสัตวบูชาหรือ เขาจะทำให้เสร็จในวันเดียวหรือ เขาจะกู้เอาหินที่ถูกเผาจากกองขยะมาใช้อีกหรือ"
3 โทบีอาห์คนอัมโมนอยู่ข้างๆท่าน และเขาพูดว่า "เออ สิ่งที่เขากำลังสร้างอยู่นั้น ถ้าสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งวิ่งขึ้นไป มันจะพังกำแพงหินของเขาลงมา"
4 ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลายขอทรงฟัง เพราะข้าพระองค์ทั้งหลายเป็นที่ดูถูกดูหมิ่น ขอทรงหันการเยาะเย้ยของเขาให้ตกบนศีรษะของเขาเอง และขอทรงมอบเขาไว้ให้ถูกปล้นบนแผ่นดินที่เขาจะไปเป็น เชลยนั้น
5 ขออย่าทรงปกปิดกรรมชั่วของเขาไว้ และขออย่าลบล้างบาปของเขาทั้งหลายจาก สายพระเนตรของพระองค์ เพราะเขาทั้งหลายได้ยั่วเย้าให้ทรงกริ้วต่อหน้า บรรดาผู้ก่อสร้าง
6 เราจึงสร้างกำแพงขึ้น และกำแพงทั้งสิ้นก็ต่อกันสูงครึ่งหนึ่งแล้ว เพราะประชาชนมีน้ำใจที่จะทำงาน
7 แต่เมื่อสันบาลลัทและโทบีอาห์กับชาวอาหรับ และคนอัมโมนและชาวอัศโดด ได้ยินว่าการซ่อมแซมกำแพงเยรูซาเล็มนั้น กำลังคืบหน้าต่อไป และกำลังปิดช่องโหว่ต่างๆ เขาทั้งหลายก็โกรธมาก
8 และเขาก็ปองร้ายกันจะมาสู้รบกับเยรูซาเล็ม และก่อการโกลาหลขึ้นในนั้น
9 แต่เราทั้งหลายได้อ้อนวอนต่อพระเจ้าของเรา และวางยามป้องกันเขาทั้งหลายทั้งกลางวันและกลางคืน
10 แต่ยูดาห์กล่าวว่า "เรี่ยวแรงของคนที่ขนของก็กำลังทรุดลง และมีสิ่งปรักหักพังมาก เราไม่สามารถซ่อมกำแพงได้"
11 และศัตรูของเรากล่าวว่า "เขาจะไม่รู้ไม่เห็นจนกว่าเราจะเข้ามาท่ามกลางเขา และฆ่าเขากับยับยั้งงานของเขา"
12 เมื่อพวกยิวที่อยู่ใกล้เขาทั้งหลายมาก็ได้ บอกเราตั้งสิบครั้งว่า "เขาจะลุกขึ้นมาต่อสู้เราจากที่อยู่ของเขาทุกแห่ง"
13 ข้าพเจ้าจึงตั้งประชาชนไว้ในส่วนที่ต่ำที่สุดข้างหลังกำแพง ในที่ช่องโหว่ ตามตระกูลของเขา โดยมีดาบ หอก และคันธนู
14 ข้าพเจ้ามองดู แล้วลุกขึ้นพูดกับขุนนางและเจ้าหน้าที่ทั้งหลาย กับคนนอกนั้นว่า "อย่ากลัวเขาเลย จงระลึกถึงพระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่งและน่าเกรงกลัว และต่อสู้เพื่อพี่น้องของท่าน บุตรชายบุตรหญิงของท่าน ภรรยาและเรือนของท่าน"
15 อยู่มาเมื่อศัตรูของเราได้ยินว่าเราทราบเรื่องแล้ว และพระเจ้าได้ทรงทำลายแผนงานของเขา เราต่างก็มายังกำแพงที่งานของตนทุกคน
16 ตั้งแต่วันนั้นมา ผู้รับใช้ของข้าพเจ้าครึ่งหนึ่งทำการก่อสร้าง อีกครึ่งหนึ่งถือหอก โล่ คันธนู และเสื้อเกราะ บรรดาประมุขทั้งหลายหนุนหลังพวกยูดาห์
17 ผู้ที่ก่อสร้างกำแพง และบรรดาผู้ที่ขนของก็ยกของขึ้น ทุกคนมือหนึ่งทำงาน อีกมือหนึ่งถืออาวุธไว้
18 ผู้ก่อสร้างทุกคนมีดาบคาดอยู่ที่สีข้างขณะที่เขาสร้าง ชายที่เป่าเขาสัตว์อยู่ข้างข้าพเจ้า
19 ข้าพเจ้าพูดกับขุนนางและเจ้าหน้าที่ทั้งปวงกับคนนอกนั้นว่า "การงานก็ใหญ่โตและกระจายกันไปมาก เพราะเราแยกกันอยู่บนกำแพงห่างจากกัน
20 เมื่อท่านทั้งหลายได้ยินเสียงเป่าเขาสัตว์อยู่ตรงไหน จงวิ่งกรูกันไปที่พวกเราพระเจ้าของ เราทั้งหลายจะทรงต่อสู้เพื่อพวกเรา"
21 เราจึงทำงานกัน พวกเราครึ่งหนึ่งถือหอกตั้งแต่ เช้ามืดจนดาวขึ้น
22 ครั้งนั้นข้าพเจ้าพูดกับประชาชนอีกว่า "ขอให้ผู้ชายทุกคนกับคนใช้ของเขาด้วย ค้างคืนเสียภายในเยรูซาเล็มเพื่อเขาจะ เป็นยามให้เราในกลางคืนและทำงานกลางวัน"
23 ข้าพเจ้า พี่น้องของข้าพเจ้า หรือคนใช้ของข้าพเจ้า หรือคนยามผู้ติดตามข้าพเจ้าก็ดี ไม่มีใครถอดเครื่องแต่งกายออก ต่างก็ถืออาวุธไว้

เนหะมีย์ 5
1 มีเสียงร้องของประชาชนและของภรรยาของเขาอย่าง เกรียวกราวกล่าวโทษพี่น้องพวกยิว
2 เพราะมีคนที่กล่าวว่า "เรามากคนด้วยกัน ทั้งบุตรชายและบุตรหญิงของเรา ขอให้เราได้ข้าวเพื่อเราจะได้รับประทานและมีชีวิตอยู่ได้"
3 และมีคนกล่าวว่า "เราต้องจำนำไร่นาของเรา สวนองุ่นของเรา และบ้านเรือนของเรา เพื่อจะได้ข้าว เพราะเหตุการกันดารอาหาร"
4 และคนอื่นๆกล่าวว่า "เราได้ขอยืมเงินมาเป็นค่าภาษีถวายกษัตริย์ โดยจำนำนาและสวนองุ่นของเรา
5 เนื้อของเราเป็นเหมือนเนื้อพี่น้องของเรา ลูกของเราก็เหมือนลูกของเขา แต่เราก็ยังให้บุตรชายและบุตรหญิงของเราเป็นทาส บุตรหญิงของเราบางคนเป็นทาสแล้ว และเราช่วยเขาไม่ได้ เพราะคนอื่นยึดนาและสวนองุ่นของเรา"
6 เมื่อข้าพเจ้าได้ยินเสียงร้องของเขาและถ้อยคำของเขา ข้าพเจ้าก็โกรธมาก
7 ข้าพเจ้าตรึกตรองแล้วก็นำความนี้ไปกล่าวหาพวกขุนนางและเจ้าหน้าที่ ข้าพเจ้าพูดกับเขาว่า "ท่านทั้งหลายต่างคนต่างได้ให้ยืมเงินโดยเรียกของ ประกันจากพี่น้องของตน" และข้าพเจ้าก็เรียกชุมนุมใหญ่มาสู้กับเขา
8 และข้าพเจ้ากล่าวแก่เขาว่า "เราได้ไถ่พวกยิวพี่น้องของเราผู้ถูก ขายไปต่างประเทศคืนมา ตามแต่เราจะสามารถทำได้ แต่ท่านกลับขายพี่น้องของท่าน เพื่อเขาจะได้ถูกขายให้แก่พวกเรา" คนทั้งหลายก็นิ่งอยู่ พูดไม่ออก
9 ข้าพเจ้าจึงว่า "สิ่งที่ท่านทั้งหลายทำอยู่นั้นไม่ดี ไม่ควรที่ท่านจะดำเนินในความยำเกรง พระเจ้าของเราทั้งหลาย เพื่อป้องกันการเยาะเย้ยของประชาชาติเหล่านั้น ซึ่งเป็นศัตรูของเราดอกหรือ
10 ยิ่งกว่านั้นอีก ข้าพเจ้ากับพี่น้องของข้าพเจ้าและคนใช้ของข้าพเจ้าให้ เขายืมเงินและยืมข้าว ให้เราเลิกการให้ยืมโดยเรียกของประกันนั้นเสียเถิด
11 ในวันนี้ ขอจงคืนนา สวนองุ่น สวนมะกอกเทศ และเรือนของเขา และส่วนร้อยของเงิน ข้าว เหล้าองุ่น และน้ำมัน ซึ่งท่านได้รีดเอาจากเขานั้นเสีย"
12 แล้วเขาทั้งหลายพูดว่า "เราจะคืนสิ่งเหล่านี้ และจะไม่เรียกร้องสิ่งใดๆจากเขาทั้งหลาย เราจะกระทำตามที่ท่านพูด" และข้าพเจ้าก็เรียกบรรดาปุโรหิตมา และให้ปุโรหิตเอาคำสาบานจากเขาทั้งหลายว่า เขาจะกระทำตามที่เขาสัญญาแล้วนั้น
13 ข้าพเจ้าก็สลัดพกของข้าพเจ้าด้วย และพูดว่า "ดังนั้นแหละ ถ้าคนใดมิได้กระทำตามสัญญานี้ ขอพระเจ้าทรงสลัดเขาเสียจากเรือนของเขา และจากการงานของเขา ให้เขาถูกสลัดออกแล้วไปตัวเปล่า" และชุมนุมชนทั้งปวงกล่าวว่า "อาเมน" และได้สรรเสริญพระเจ้า แล้วประชาชนก็ได้กระทำตามที่เขาได้สัญญาไว้
14 ยิ่งกว่านั้นอีก ตั้งแต่เวลาที่ข้าพเจ้าได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ว่า ราชการในแผ่นดินยูดาห์ ตั้งแต่ปีที่ยี่สิบจนปีที่สามสิบสองแห่งรัชกาล อารทาเซอร์ซีสพระราชา สิบสองปีด้วยกัน ข้าพเจ้าหรือพี่น้องของข้าพเจ้ามิได้รับประทาน อาหารของตำแหน่งผู้ว่าราชการ
15 ผู้ว่าราชการคนที่อยู่ก่อนข้าพเจ้าได้เบียดเบียนประชาชน ได้เอาเงินเป็นค่าอาหารและเหล้าองุ่นไปจากเขา วันละสี่สิบเชเขล แม้ข้าราชการของท่านก็ได้ใช้อำนาจเหนือประชาชน แต่ข้าพเจ้ามิได้กระทำเช่นนั้น เพราะความยำเกรงพระเจ้า
16 ข้าพเจ้ายังยึดงานสร้างกำแพงนี้อยู่ และมิได้หาที่ดินเลย และคนใช้ของข้าพเจ้าทั้งสิ้นก็ได้ชุมนุมกันทำงานกันที่นั่น
17 ยิ่งกว่านั้น ข้าพเจ้ามีคนหนึ่งร้อยห้าสิบร่วมสำรับกับข้าพเจ้า คือพวกยิวและเจ้าหน้าที่นอกเหนือจากบรรดา ผู้ที่มาอยู่กับเราทั้งหลายจากประชาชาติผู้ซึ่งอยู่รอบเรา
18 สิ่งที่เตรียมไว้ในวันหนึ่งๆ มีวัวตัวหนึ่ง และแกะที่คัดเลือกแล้วหกตัว เป็ด ไก่ เขาก็จัดไว้ให้ข้าพเจ้าด้วยในทุกๆสิบวัน เหล้าองุ่นมากมายหลายถุงหนัง แม้จะมากอย่างนี้ ข้าพเจ้ามิได้เรียกร้องเอาส่วนอาหารของ ตำแหน่งผู้ว่าราชการ เพราะว่าการปรนนิบัตินั้นหนักหน้าชนชาตินี้อยู่แล้ว
19 ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอทรงระลึกถึงสิ่งที่ข้าพระองค์ได้กระทำเพื่อชนชาตินี้ ให้เกิดผลดีเถิด

เนหะมีย์ 6
1 อยู่มาเมื่อมีรายงานให้สันบาลลัท โทบีอาห์และเกเชมชาวอาหรับกับศัตรูอื่นๆ ของเราทั้งหลายทราบว่าข้าพเจ้าได้ก่อกำแพง และไม่มีช่องโหว่เหลืออยู่ (แม้ว่าจนวันนั้นข้าพเจ้ายังไม่ได้ตั้งบานประตูที่ประตูเมือง)
2 สันบาลลัทกับเกเชมใช้ให้มาหาข้าพเจ้าว่า "ขอเชิญมาพบกันในชนบทแห่งหนึ่งในที่ราบโอโน" แต่เขาทั้งหลายเจตนาจะทำอันตรายข้าพเจ้า
3 ข้าพเจ้าก็ใช้ผู้สื่อสารไปหาเขาว่า "ข้าพเจ้ากำลังทำงานใหญ่ ลงมาไม่ได้ ทำไมจะให้งานหยุดเสียในขณะที่ข้าพเจ้าทิ้ง งานลงมาหาท่าน"
4 แล้วเขาใช้ให้มาหาข้าพเจ้าอย่างนี้สี่ครั้ง ข้าพเจ้าก็ตอบเขาไปทำนองเดียวกัน
5 สันบาลลัทได้ส่งคนของท่านมา หาข้าพเจ้าในทำนองเดียวกันเป็นครั้งที่ห้า ถือจดหมายเปิดผนึกมา
6 ในนั้นมีเขียนไว้ว่า "เขากล่าวกันในท่ามกลางประชาชาติทั้งหลาย และเกเชมก็กล่าวด้วยว่า ท่านและพวกยิวเจตนาจะกบฏ เหตุนั้นแหละท่านจึงสร้างกำแพง และท่านปรารถนาจะเป็นพระราชาตามถ้อยคำนี้
7 และท่านได้แต่งตั้งผู้เผยพระวจนะไว้ให้ ป่าวร้องเกี่ยวกับตัวท่านในเยรูซาเล็มว่า 'มีพระราชาในยูดาห์' บัดนี้จะได้รายงานให้พระราชาทรงทราบตามถ้อยคำเหล่านี้ เหตุฉะนั้นขอเชิญท่านมาหารือด้วยกัน"
8 แล้วข้าพเจ้าก็ใช้ให้ไปหาเขากล่าวว่า "สิ่งที่ท่านกล่าวมานั้นเราไม่ได้กระทำกันเลย ท่านเสกสรรค์ขึ้นตามใจของท่านเอง"
9 เพราะเขาทั้งหลายต้องการที่จะให้เราตกใจคิดว่า "มือของเขาจะผละจากงานไปเสีย และงานจะได้ไม่สำเร็จ" แต่ข้าแต่พระเจ้า บัดนี้ขอพระองค์ทรงเสริมกำลังมือของข้าพระองค์
10 และข้าพเจ้าเข้าไปในเรือนของเชไมอาห์ บุตรเดไลยาห์ ผู้เป็นบุตรเมเหทาเบล ผู้ที่เก็บตัวอยู่ เขาพูดว่า "ให้เราไปพบกันในพระนิเวศของพระเจ้าในพระวิหาร ให้เราปิดประตูพระวิหารเสีย เพราะเขาทั้งหลายจะมาฆ่าท่าน เวลากลางคืนเขาจะมาฆ่าท่านเสีย"
11 แต่ข้าพเจ้าว่า "คนอย่างข้าพเจ้าจะหนีหรือ และคนอย่างข้าพเจ้าจะเข้าไปอยู่ในพระวิหาร และมีชีวิตอยู่ได้หรือ ข้าพเจ้าไม่ไป"
12 ข้าพเจ้าเข้าใจและเห็นว่า พระเจ้ามิได้ทรงใช้เขา แต่เขาได้เผยพระวจนะใส่ร้ายข้าพเจ้า เพราะโทบีอาห์และสันบาลลัทได้จ้างเขา
13 เขาทั้งสองได้จ้างเขามาด้วยหวังจะให้ ข้าพเจ้ากลัวและกระทำเช่นนั้น จะได้บาปและเขาจะมีเรื่องป้ายร้ายข้าพเจ้า เพื่อจะเยาะเย้ยข้าพเจ้า
14 ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ขอพระองค์ทรงระลึก ถึงโทบีอาห์และสันบาลลัท ตามสิ่งเหล่านี้ที่เขาได้กระทำ ทั้งโนอัดยาห์หญิงผู้เผยพระวจนะและผู้เผยพระวจนะอื่นๆ ซึ่งต้องการให้ข้าพระองค์กลัว
15 กำแพงจึงสำเร็จในวันที่ยี่สิบห้าเดือนเอลูล ในห้าสิบสองวัน
16 และอยู่มา เมื่อศัตรูทั้งสิ้นของเราทั้งหลายได้ยิน ประชาชาติทั้งปวงรอบเราก็กลัวและเขาก็น้อยเนื้อต่ำใจ เพราะเขาทั้งหลายหยั่งรู้ว่างานนี้ที่ได้สำเร็จไปก็ด้วย พระเจ้าของเราทรงช่วยเหลือ
17 ยิ่งกว่านั้นอีก ในครั้งนั้นขุนนางทั้งหลายของยูดาห์ก็ ได้ส่งจดหมายไปถึงโทบีอาห์ และจดหมายของโทบีอาห์ก็มาถึงเขา
18 เพราะมีหลายคนในยูดาห์ได้ผูกพัน กับเขาไว้ด้วยคำสาบาน เพราะเขาเป็นบุตรเขยของเชคานิยาห์ ผู้เป็นบุตรอาราห์ และเยโฮฮานันบุตรของเขาก็ได้รับบุตรหญิงของเมชุลลาม ผู้เป็นบุตรเบเรคิยาห์เป็นภรรยาของตน
19 เขาทั้งหลายพูดถึงความดีของโทบีอาห์ต่อหน้าข้าพเจ้าด้วย และรายงานคำของข้าพเจ้าไปให้เขา และโทบีอาห์ก็ได้ส่งจดหมายมาให้ข้าพเจ้า เพื่อให้กลัว

เนหะมีย์ 7
1 เมื่อสร้างกำแพงเสร็จ ข้าพเจ้าก็ตั้งบานประตู และผู้เฝ้าประตู นักร้องเพลง และแต่งตั้งคนเลวีไว้
2 ข้าพเจ้ามอบให้ฮานานีพี่น้องของข้าพเจ้า และฮานันยาห์ผู้ว่าการป้อมเป็นผู้ดูแลเยรูซาเล็ม เพราะเขาสัตย์ซื่อและเป็นคนยำเกรงพระเจ้ามากกว่าคนอื่นๆอยู่
3 ข้าพเจ้าพูดกับเขาว่า "อย่าให้ประตูเมืองเยรูซาเล็มเปิดจนกว่าแดดจะร้อน และเมื่อเขายืนเฝ้ายามอยู่ ก็ให้ปิดและเอาดาลกั้นไว้ จงแต่งตั้งยามจากชาวเยรูซาเล็ม ต่างก็ประจำที่ของเขา และต่างก็อยู่ยามตรงข้ามเรือนของเขา"
4 เมืองนั้นกว้างและใหญ่ แต่คนภายในน้อยและบ้านช่องก็ยังไม่ได้สร้าง
5 แล้วพระเจ้าทรงดลใจข้าพเจ้าให้เรียกชุมนุมพวกขุนนาง และเจ้าหน้าที่และประชาชนเพื่อจะขึ้นทะเบียน สำมะโนครัวเชื้อสาย ข้าพเจ้าพบหนังสือสำมะโนครัวเชื้อสายของ คนที่ขึ้นมาครั้งก่อน ข้าพเจ้าเห็นเขียนไว้ว่า
6 ต่อไปนี้ เป็นประชาชนแห่งมณฑลที่ขึ้นมาจากการ เป็นเชลยในพวกที่ถูกกวาดไป ซึ่งเนบูคัดเนสซาร์พระราชาแห่งบาบิโลนได้กวาดไป เขาทั้งหลายกลับมายังเยรูซาเล็มและยูดาห์ต่างกลับ ยังหัวเมืองของตน
7 เขาทั้งหลายที่กลับมากับเศรุบบาเบล เยชูอา เนหะมีย์ อาซาริยาห์ ราอามิยาห์ นาหะมานี โมรเดคัย บิลชาน มิสเปเรท บิกวัย เนฮูม บาอานาห์ จำนวนประชากรอิสราเอล คือ
8 พงศ์พันธุ์ปาโรช สองพันหนึ่งร้อยเจ็ดสิบสองคน
9 พงศ์พันธุ์เชฟาทิยาห์ สามร้อยเจ็ดสิบสองคน
10 พงศ์พันธุ์อาราห์ หกร้อยห้าสิบสองคน
11 พงศ์พันธุ์ปาหัทโมอับ คือพงศ์พันธุ์ของเยชูอา และโยอาบ สองพันแปดร้อยสิบแปดคน
12 พงศ์พันธุ์เอลาม หนึ่งพันสองร้อยห้าสิบสี่คน
13 พงศ์พันธุ์ศัทธู แปดร้อยสี่สิบห้าคน
14 พงศ์พันธุ์ศักคัย เจ็ดร้อยหกสิบคน
15 พงศ์พันธุ์บินนุย หกร้อยสี่สิบแปดคน
16 พงศ์พันธุ์บาบัย หกร้อยยี่สิบแปดคน
17 พงศ์พันธุ์อัสกาด สองพันสามร้อยยี่สิบสองคน
18 พงศ์พันธุ์อาโดนีคัม หกร้อยหกสิบเจ็ดคน
19 พงศ์พันธุ์บิกวัย สองพันหกสิบเจ็ดคน
20 พงศ์พันธุ์อาดีน หกร้อยห้าสิบห้าคน
21 พงศ์พันธุ์อาเทอร์ คือเฮเซคียาห์ เก้าสิบแปดคน
22 พงศ์พันธุ์ฮาชูม สามร้อยยี่สิบแปดคน
23 พงศ์พันธุ์เบไซ สามร้อยยี่สิบสี่คน
24 พงศ์พันธุ์ฮาริฟ หนึ่งร้อยสิบสองคน
25 พงศ์พันธุ์กิเบโอน เก้าสิบห้าคน
26 คนชาวเบธเลเฮมและเนโทฟาห์หนึ่งร้อยแปดสิบแปดคน
27 คนชาวอานาโธท หนึ่งร้อยยี่สิบแปดคน
28 คนชาวเบธอัสมาเวท สี่สิบสองคน
29 คนชาวคีริยาทเยอาริม เคฟีราห์และเบเอโรท เจ็ดร้อยสี่สิบสามคน
30 คนชาวรามาห์และเกบา หกร้อยยี่สิบเอ็ดคน
31 คนชาวมิคมาส หนึ่งร้อยยี่สิบสองคน
32 คนชาวเบธเอลและอัย หนึ่งร้อยยี่สิบสามคน
33 คนชาวเนโบอีกแห่งหนึ่ง ห้าสิบสองคน
34 พงศ์พันธุ์เอลามอีกคนหนึ่ง หนึ่งพันสองร้อยห้าสิบสี่คน
35 พงศ์พันธุ์ฮาริม สามร้อยยี่สิบคน
36 พงศ์พันธุ์ชาวเยรีโค สามร้อยสี่สิบห้าคน
37 พงศ์พันธุ์ชาวโลด ชาวฮาดิดและชาวโอโน เจ็ดร้อยยี่สิบเอ็ดคน
38 พงศ์พันธุ์ชาวเสนาอาห์ สามพันเก้าร้อยสามสิบคน
39 บรรดาปุโรหิต พงศ์พันธุ์เยดายาห์ คือเชื้อสายของเยชูอา เก้าร้อยเจ็ดสิบสามคน
40 พงศ์พันธุ์อิมเมอร์ หนึ่งพันห้าสิบสองคน
41 พงศ์พันธุ์ปาชเฮอร์ หนึ่งพันสองร้อยสี่สิบเจ็ดคน
42 พงศ์พันธุ์ฮาริม หนึ่งพันสิบเจ็ดคน
43 คนเลวีคือ พงศ์พันธุ์เยชูอา คือ ของขัดมีเอลแห่งพงศ์พันธุ์โฮเดวาห์ เจ็ดสิบสี่คน
44 บรรดานักร้องคือ พงศ์พันธุ์อาสาฟ หนึ่งร้อยสี่สิบแปดคน
45 คนเฝ้าประตู คือ พงศ์พันธุ์ชัลลูม พงศ์พันธุ์อาเทอร์ พงศ์พันธุ์ทัลโมน พงศ์พันธุ์อักขูบ พงศ์พันธุ์ฮาทิธา พงศ์พันธุ์โชบัย หนึ่งร้อยสามสิบแปดคน
46 คนใช้ประจำพระวิหารคือ พงศ์พันธุ์ศีหะ พงศ์พันธุ์ฮาสูฟา พงศ์พันธุ์ทับบาโอท
47 พงศ์พันธุ์เคโรส พงศ์พันธุ์สีอา พงศ์พันธุ์พาโดน
48 พงศ์พันธุ์เลบานา พงศ์พันธุ์ฮากาบา พงศ์พันธุ์ชัลมัย
49 พงศ์พันธุ์ฮานัน พงศ์พันธุ์กิดเดล พงศ์พันธุ์กาฮาร์
50 พงศ์พันธุ์เรอายาห์ พงศ์พันธุ์เรซีน พงศ์พันธุ์เนโคดา
51 พงศ์พันธุ์กัสซาม พงศ์พันธุ์อุสซา พงศ์พันธุ์ปาเสอาห์
52 พงศ์พันธุ์เบสัย พงศ์พันธุ์เมอูนิม พงศ์พันธุ์เนฟิสิม
53 พงศ์พันธุ์บัคบูค พงศ์พันธุ์ฮาคูฟา พงศ์พันธุ์ฮารฮูร
54 พงศ์พันธุ์บัสลีท พงศ์พันธุ์เมหิดา พงศ์พันธุ์ฮารชา
55 พงศ์พันธุ์บารโขส พงศ์พันธุ์สิเสรา พงศ์พันธุ์เทมาห์
56 พงศ์พันธุ์เนซิยาห์ พงศ์พันธุ์ฮาทิฟา
57 พงศ์พันธุ์ผู้รับใช้ของซาโลมอน พงศ์พันธุ์โสทัย พงศ์พันธุ์โสเฟเรท พงศ์พันธุ์เปรีดา
58 พงศ์พันธุ์ยาอาลา พงศ์พันธุ์ดารโคน พงศ์พันธุ์กิดเดล
59 พงศ์พันธุ์เชฟาทิยาห์ พงศ์พันธุ์ฮัทธิล พงศ์พันธุ์โปเคเรทหัสซาบาอิม  พงศ์พันธุ์อาโมน
60 คนใช้ประจำพระวิหารทั้งสิ้นและพงศ์พันธุ์ แห่งข้าราชการของซาโลมอน มีสามร้อยเก้าสิบสองคน
61 ต่อไปนี้ เป็นบรรดาคนที่ขึ้นมาจากเทลเมลาห์ เทลฮารชา เครูบ อัดโดนและอิมเมอร์ แต่เขาพิสูจน์ตระกูลของเขา หรือเชื้อวงศ์ของเขาไม่ได้ว่าเขาเป็นคนอิสราเอลหรือไม่
62 คือ พงศ์พันธุ์เดลายาห์ พงศ์พันธุ์โทบีอาห์ พงศ์พันธุ์เนโคดา หกร้อยสี่สิบสองคน
63 จากบรรดาปุโรหิตด้วยคือ พงศ์พันธุ์โฮบายาห์ พงศ์พันธุ์ฮักโขส พงศ์พันธุ์บารซิลลัย (ผู้มีภรรยาคนหนึ่งเป็นบุตรหญิงของบารซิลลัยคนกิเลอาด จึงได้ชื่อตามนั้น)
64 คนเหล่านี้หาการลงทะเบียนของ เขาในทะเบียนสำมะโนครัวเชื้อสาย แต่หาไม่พบจึงถือว่าเป็นคนธรรมดา และถูกตัดออกจากพวกปุโรหิต
65 ผู้ว่าราชการเมืองสั่งเขามิให้รับอาหารบริสุทธิ์ที่สุด จนกว่าจะมีปุโรหิตที่จะปรึกษากับอูริมและ ทูมมิม เสียก่อน
66 ชุมนุมชนทั้งหมดด้วยกันมี สี่หมื่นสองพันสามร้อยหกสิบคน
67 นอกเหนือจากคนใช้ชายหญิงของเขา ซึ่งมีอยู่เจ็ดพันสามร้อยสามสิบเจ็ดคน และเขามีนักร้องสองร้อยสี่สิบห้าคนทั้งชายและหญิง
68 ม้าของเขามีเจ็ดร้อยสามสิบหกตัว ล่อสองร้อยสี่สิบห้าตัว
69 อูฐสี่ร้อยสามสิบห้าตัว และลาหกพันเจ็ดร้อยยี่สิบตัว
70 หัวหน้าตระกูลบางคนได้ถวายให้แก่งาน ผู้ว่าราชการถวายเข้าพระคลังเป็นทองคำหนึ่งพันดาริค  ชามห้าสิบลูก เสื้อปุโรหิตห้าร้อยสามสิบตัว
71 และหัวหน้าตระกูลบางคนถวายให้แก่พระคลังของ งานเป็นทองคำสองหมื่นดาริค เงินสองพันสองร้อยมาเน
72 และสิ่งที่ประชาชนส่วนที่เหลือถวายนั้น มี ทองคำสองหมื่นดาริค เงินสองพันมาเน และเสื้อปุโรหิตหกสิบเจ็ดตัว
73 ดังนั้นบรรดาปุโรหิต คนเลวี คนเฝ้าประตู นักร้อง ประชาชนบางคน คนใช้ประจำพระวิหารและคนอิสราเอลทั้งปวงอาศัยอยู่ในหัวเมืองของตน เมื่อถึงเดือนที่เจ็ด คนอิสราเอลอยู่ในหัวเมืองของเขาทั้งหลาย

เนหะมีย์ 8
1 ประชาชนทั้งปวงได้ชุมนุม พร้อมหน้ากันที่ลานเมืองหน้าประตูน้ำ และเขาบอกเอสราธรรมาจารย์ ให้นำหนังสือธรรมบัญญัติของโมเสส ซึ่งพระเจ้าทรงบัญชาแก่อิสราเอลนั้นมา
2 เอสราปุโรหิตได้นำธรรมบัญญัติมาหน้าชุมนุมชน ทั้งชายและหญิงและบรรดาผู้ที่ฟังเข้าใจได้ณวันต้น ของเดือนที่เจ็ด
3 และท่านหันหน้าไปทางลานเมืองหน้าประตูน้ำ อ่านตั้งแต่เช้าตรู่จนเที่ยงวัน ต่อหน้าผู้ชายผู้หญิงกับบรรดาผู้ที่ฟังเข้าใจได้ และประชาชนก็ตะแคงหูฟังพระธรรม
4 เอสราธรรมาจารย์ยืนอยู่บนแท่นไม้ ซึ่งเขาทำไว้เพื่อการนี้ ข้างๆท่านมีมัททีธิยาห์ เชมา อานายาห์ อุรีอาห์ ฮิลคียาห์และมาอาเสอาห์ยืนอยู่ข้างขวามือของท่าน กับมีเปดายาห์ มิชาเอล มัลคิยาห์ ฮาชูม ฮัชบัดดานาห์ เศคาริยาห์และเมชุลลามอยู่ข้างซ้ายมือของท่าน
5 และเอสราได้เปิดหนังสือต่อหน้าประชาชนทั้งปวง เพราะท่านอยู่สูงกว่าประชาชน เมื่อท่านเปิดหนังสือประชาชนก็ยืนขึ้น
6 เอสราสรรเสริญพระเยโฮวาห์ พระเจ้าใหญ่ยิ่ง และประชาชนทั้งปวง ตอบว่า "อาเมน อาเมน" พร้อมกับยกมือขึ้นและเขาทั้งหลายโน้มตัวลงนมัสการพระเจ้า ซบหน้าลงถึงดิน
7 อนึ่งเยชูอา บานี เชเรบิยาห์ ยามีน อักขูบ ชับเบธัย โฮดียาห์ มาอาเสอาห์ เคลิทา อาซาริยาห์ โยซาบาด ฮานัน เปไลยาห์ พวกคนเลวี ได้ช่วยประชาชนให้เข้าใจธรรมบัญญัติ ฝ่ายประชาชนก็ยังอยู่ในที่ของตน
8 และเขาทั้งหลายอ่านจากหนังสือ จากธรรมบัญญัติของพระเจ้าเป็นตอนๆ และเขาก็แปลความ ประชาชนจึงเข้าใจข้อความที่อ่านนั้น
9 และเนหะมีย์ที่เป็นผู้ว่าราชการและเอสราปุโรหิต และธรรมาจารย์ และคนเลวี ผู้สอนประชาชนได้พูดกับประชาชนทั้งปวงว่า "วันนี้เป็นวันบริสุทธิ์แด่พระเยโฮวาห์ พระเจ้าของท่านทั้งหลาย อย่าคร่ำครวญหรือร้องไห้" เพราะประชาชนได้ร้องไห้เมื่อเขา ได้ยินถ้อยคำของธรรมบัญญัติ
10 แล้วท่านพูดกับเขาทั้งหลายว่า "ไปเถิด ไปรับประทานไขมันและดื่มน้ำหวาน และส่งส่วนอาหารไปให้คนที่ไม่มีอะไรเตรียมไว้ เพราะว่าวันนี้เป็นวันบริสุทธิ์แด่องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา อย่าโศกเศร้าเลย เพราะความชื่นบานของตนในพระเจ้าเป็นกำลังของท่าน"
11 บรรดาคนเลวีจึงให้ประชาชนเงียบ กล่าวว่า "จงนิ่งเสีย เพราะวันนี้เป็นวันบริสุทธิ์อย่าทุกข์โศกเลย"
12 และประชาชนทั้งปวงจึงไปกินและดื่มและส่งส่วนอาหาร เปรมปรีดิ์กันเป็นที่ยิ่ง เพราะเขาทั้งหลายเข้าใจถ้อยคำซึ่งประกาศให้เขาฟังนั้น
13 ณวันที่สอง หัวหน้าของตระกูลแห่งประชาชนทั้งปวง พร้อมกับบรรดาปุโรหิตและคนเลวีมาหาเอสรา ธรรมาจารย์พร้อมกัน เพื่อจะศึกษาถ้อยคำของธรรมบัญญัติ
14 และเขาเห็นเขียนไว้ในธรรมบัญญัติว่า พระเจ้าได้ทรงบัญชาโดยทางโมเสสว่า ประชาชนอิสราเอลควรจะอยู่เพิงระหว่างเทศกาลเลี้ยง ในเดือนที่เจ็ด
15 และเขาควรจะประกาศและป่าวร้องในหัวเมืองทั้งปวง และในเยรูซาเล็มว่า "จงออกไปที่ภูเขาและนำกิ่งมะกอกเทศ กิ่งกระบก กิ่งต้นน้ำมันเขียว ใบอินทผลัมและกิ่งไม้ใบดกอื่นๆ เพื่อทำเพิง ดังที่ได้เขียนไว้"
16 ประชาชนจึงออกไป เอากิ่งไม้เหล่านั้นมา และทำเพิงสำหรับตัวต่างอยู่บนหลังคาบ้านของตน และตามลานบ้านของตน และในลานพระนิเวศของพระเจ้า และในลานเมืองที่ประตูน้ำ และในลานเมืองที่ประตูเอฟราอิม
17 และชุมนุมชนทั้งปวง ผู้ได้กลับมาจากการเป็นเชลยได้ทำเพิงและพักอยู่ในเพิง เขามีความเปรมปรีดิ์ยิ่งนัก เพราะตั้งแต่สมัยของเยชูอาบุตรนูน ถึงวันนั้นประชาชนอิสราเอลไม่ได้กระทำเลย
18 และทุกวันท่านอ่านธรรมบัญญัติของพระเจ้า ตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย เขาถือเทศกาลเลี้ยงอยู่เจ็ดวัน และในวันที่แปดมีการชุมนุมตามพิธีตามกฎหมาย

เนหะมีย์ 9
1 ในวันที่ยี่สิบสี่เดือนนี้ประชาชนอิสราเอลได้ ชุมนุมกันถืออดอาหาร และนุ่งห่มผ้ากระสอบ และเอาดินใส่ศีรษะ
2 และคนอิสราเอลได้แยกตนออกจากชนต่างชาติ และยืนสารภาพบาปของตน และสารภาพกรรมชั่วแห่งบรรพบุรุษของเขา
3 และเขาลุกขึ้นในที่ของเขา และอ่านธรรมบัญญัติของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเขา อยู่สามชั่วโมง อีกสามชั่วโมงเขาสารภาพและนมัสการพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของเขาทั้งหลาย
4 เยชูอา บานี ขัดมีเอล เชบานิยาห์ บุนนี เชเรบิยาห์ บานีและเคนานี ได้ยืนขึ้นที่บันไดของคนเลวี และเขาได้ร้องด้วยเสียงดังต่อพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของเขา
5 แล้วคนเลวี เยชูอา ขัดมีเอล บานี ฮาชับเนยาห์ เชเรบิยาห์ โฮดียาห์ เชบานิยาห์ และเปธาหิยาห์ กล่าวว่า "จงยืนขึ้นและสรรเสริญพระเยโฮวาห์พระเจ้าของ ท่านทั้งหลายตั้งแต่นิรันดร์กาลจนนิรันดร์กาล" สาธุการแด่พระนามอันรุ่งโรจน์ของพระองค์ ซึ่งยิ่งใหญ่เหนือการโมทนาและการสรรเสริญทั้งปวง
6 พระองค์คือพระเยโฮวาห์ พระองค์องค์เดียว พระองค์ได้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์ ฟ้าสวรรค์อันสูงสุดพร้อมกับบริวารทั้งสิ้นของฟ้าสวรรค์นั้น แผ่นดินโลกและบรรดาสิ่งที่อยู่ในนั้น ทะเลและบรรดาสิ่งที่อยู่ในนั้น และพระองค์ทรงรักษาสิ่งทั้งปวงเหล่านั้นไว้ และบริวารของฟ้าสวรรค์ได้นมัสการพระองค์
7 พระองค์คือพระเยโฮวาห์ พระเจ้าผู้ทรงเลือกอับราม และทรงนำท่านออกมาจากเมืองเออร์ แห่งประเทศเคลเดีย และทรงประทานนามท่านว่าอับราฮัม
8 และพระองค์ทรงเห็นว่าน้ำใจของท่านซื่อสัตย์ต่อพระองค์ และพระองค์ได้ทรงกระทำพันธสัญญากับท่าน ที่จะประทานแผ่นดินของคนคานาอัน คนฮิตไทต์ คนอาโมไรต์ คนเปริสซี คนเยบุสและคนเกอร์กาชี ให้แก่ เชื้อสายของท่าน และพระองค์ทรงกระทำให้พันธสัญญาของพระองค์สำเร็จ เพราะพระองค์ชอบธรรม
9 "และพระองค์ทอดพระเนตรความทุกข์ใจของบรรพบุรุษของ ข้าพระองค์ในอียิปต์ และฟังเสียงร้องทุกข์ของ เขาทั้งหลายที่ทะเลแดง
10 และพระองค์ทรงกระทำหมายสำคัญและการอัศจรรย์สู้ ฟาโรห์และข้าราชการทั้งสิ้น และต่อประชาชนทั้งสิ้นแห่งแผ่นดินของ ฟาโรห์ เพราะพระองค์ทรงทราบว่า เขาทั้งหลายได้ประพฤติอย่างหยิ่งยโสต่อบรรพบุรุษของ ข้าพระองค์และพระนามของพระองค์ก็ลือไป ดังทุกวันนี้
11 และพระองค์ได้ทรงแยกทะเลต่อหน้าเขาทั้งหลาย เขาจึงเดินไปกลางทะเลบนดินแห้ง และพระองค์ได้ทรงเหวี่ยงผู้ไล่ตามเขาทั้งหลายลง ในที่ลึกอย่างกับทรงเหวี่ยงหินลงไปในมหาสมุทร
12 ยิ่งกว่านั้นอีก พระองค์ทรงนำเขาในกลางวันด้วยเสาเมฆ และในกลางคืนด้วยเสาเพลิง เพื่อให้แสงแก่เขาในทางที่เขาควรจะไป
13 พระองค์เสด็จลงมาบนภูเขาซีนายและตรัสกับเขาจากฟ้าสวรรค์ และประทานกฎหมายอันชอบและธรรมบัญญัติที่แท้ กฎเกณฑ์และพระบัญญัติที่ดีแก่เขา
14 และพระองค์ทรงให้เขาทราบถึงวัน สะบาโตบริสุทธิ์ของพระองค์ และทรงตราพระบัญญัติกฎเกณฑ์และธรรมบัญญัติทาง โมเสสผู้รับใช้ของพระองค์
15 พระองค์ประทานอาหารแก่เขาจากฟ้าสวรรค์แก้ ความหิว และทรงนำน้ำออกมาจากศิลาให้เขาแก้กระหาย และพระองค์ทรงสั่งให้เขาเข้าไปยึดแผ่นดินซึ่ง พระองค์ทรงปฏิญาณว่า จะประทานให้เขานั้น
16 "แต่เขาทั้งหลาย คือ บรรพบุรุษของข้าพระองค์ทั้งหลายได้ประพฤติอย่างหยิ่งยโส และแข็งคอของเขาเสียมิได้เชื่อฟังพระบัญญัติของพระองค์
17 เขาทั้งหลายปฏิเสธไม่เชื่อฟัง และไม่เอาใจใส่ในการอัศจรรย์ซึ่งพระองค์ทรงประกอบ ขึ้นท่ามกลางเขา แต่เขาแข็งคอของเขา และได้แต่งตั้งหัวหน้าเพื่อจะกลับไปสู่ความเป็นทาส เขาในอียิปต์ แต่พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าพร้อมที่จะทรงให้อภัย มีพระทัยเมตตาและกรุณา ทรงพระพิโรธช้า และทรงอุดมด้วยความรักมั่นคง และมิได้ทรงละทิ้งเขาทั้งหลาย
18 แม้ว่าเขาทั้งหลายได้สร้างรูปโคหล่อไว้สำหรับตัว และกล่าวว่า 'นี่คือพระเจ้าของเรา ผู้ทรงนำเราขึ้นมาจากอียิปต์' และได้กระทำการหมิ่นประมาทอย่างใหญ่หลวง
19 ด้วยพระกรุณาซับซ้อนของพระองค์ พระองค์ก็มิได้ทรงละทิ้งเขาในถิ่นทุรกันดาร เสาเมฆซึ่งนำเขาในกลางวันมิได้พรากจากเขาไป หรือเสาเพลิงในกลางคืนซึ่งให้แสงแก่เขาตามทาง ซึ่งเขาควรจะไปก็มิได้ขาดไป
20 พระองค์ประทานพระวิญญาณให้สั่งสอนเขา และมิได้ทรงยับยั้งมานา ของพระองค์เสียจากปากของเขาทั้งหลายและประทาน น้ำแก้กระหายของเขา
21 เออ พระองค์ทรงชุบเลี้ยงเขาทั้งหลายในถิ่นทุรกันดารสี่สิบปี และเขามิได้ขาดสิ่งใดเลย เสื้อผ้าของเขาไม่ขาดวิ่น และเท้าของเขามิได้บวม
22 และยิ่งกว่านั้นอีก พระองค์ทรงมอบราชอาณาจักรและชนชาติทั้งหลาย แก่เขาและทรงปันให้เขาตามเขตแดน เขาจึงได้ยึดแผ่นดินแห่งสิโหนกษัตริย์แห่งเมืองเฮชโบน และแผ่นดินของโอกกษัตริย์แห่งเมืองบาชาน
23 พระองค์ทรงทวีเชื้อสายของเขาอย่างดวงดาวแห่ง ฟ้าสวรรค์ และพระองค์ทรงนำเขาเข้าไปในแผ่นดิน ซึ่งพระองค์ตรัสสั่งบรรพบุรุษของเขาให้ เข้าไปยึดนั้น
24 เชื้อสายเหล่านั้นจึงเข้าไปและยึดแผ่นดินนั้น พระองค์ทรงปราบปรามชาวแผ่นดินนั้น คือคนคานาอันให้พ้นหน้าเขาและทรงมอบเขาทั้งหลาย ไว้ในมือของเขา พร้อมกับพระราชาและชนชาติทั้งหลายแห่งแผ่นดินนั้น ให้ได้กระทำแก่คนเหล่านั้นตามชอบใจเขา
25 และเขาจึงเข้ายึดหัวเมืองที่มีป้อมและแผ่นดินอุดม และถือกรรมสิทธิ์เรือนซึ่งเต็มด้วยของดีทั้งปวง ทั้งที่ขังน้ำซึ่งสกัดไว้ สวนองุ่น สวนมะกอกเทศ และต้นไม้ผลมากมาย เขาจึงได้กินอิ่มจนอ้วน และปีติยินดีในพระคุณยิ่งของพระองค์
26 "ถึงกระนั้นก็ดี เขาดื้อและได้กบฏต่อพระองค์ เหวี่ยงธรรมบัญญัติของพระองค์ไว้เบื้องหลัง และได้ฆ่าผู้เผยพระวจนะของพระองค์ ผู้ซึ่งได้ตักเตือนเขาเพื่อให้เขากลับมาหาพระองค์ และเขากระทำการหมิ่นประมาทอย่างใหญ่หลวง
27 เพราะฉะนั้นพระองค์ทรงมอบเขาไว้ในมือศัตรูของเขา ผู้ซึ่งกระทำให้เขาทนทุกข์และในเวลาแห่งการทนทุกข์ ของเขานั้น เขาร้องทูลต่อพระองค์ และพระองค์ทรงฟังเขาจากฟ้าสวรรค์ พระองค์ได้ประทานบรรดาผู้ช่วยแก่เขา ผู้ได้ช่วยเขาให้พ้นจากมือศัตรูของเขา ตามพระกรุณาซับซ้อนของพระองค์
28 แต่เมื่อเขาพักสงบแล้ว เขาก็กระทำความชั่วต่อพระพักตร์พระองค์อีก พระองค์จึงทรงสละเขาไว้ในมือศัตรูของเขา ศัตรูจึงได้ปกครองเขา ถึงกระนั้นเมื่อเขาหันมาร้องทูลต่อพระองค์ พระองค์ทรงฟังเขาจากฟ้าสวรรค์และพระองค์ทรงช่วยกู้ เขาไว้หลายครั้งหลายหน ตามพระกรุณาของพระองค์
29 และพระองค์ทรงตักเตือนเขา เพื่อว่าจะทรงหันเขาให้กลับมาสู่ธรรมบัญญัติของพระองค์ แต่เขาก็ยังประพฤติอย่างเย่อหยิ่งอวดดี ไม่ยอมเชื่อฟังพระบัญญัติของพระองค์ แต่ได้กระทำผิดต่อกฎหมายของพระองค์ (อันเป็นข้อปฏิบัติซึ่งมนุษย์จะดำรงชีพอยู่ได้) และได้หันบ่าดื้อและคอแข็งเข้าสู้และมิได้เชื่อฟัง
30 พระองค์ทรงอดทนกับเขาอยู่หลายปี และทรงเตือนเขาด้วยพระวิญญาณของพระองค์ทาง ผู้เผยพระวจนะของพระองค์ เขาก็ยังไม่เงี่ยหูฟัง เพราะฉะนั้นพระองค์จึงทรงมอบเขาไว้ในมือของชนชาติ ทั้งหลายแห่งแผ่นดินนั้น
31 ถึงกระนั้นด้วยพระกรุณาซับซ้อนของพระองค์ พระองค์มิได้ทรงกระทำให้เขาพินาศหรือละทิ้งเขาเสีย เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงพระเมตตาและพระกรุณา
32 "ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย ซึ่งเป็นพระเจ้าใหญ่ยิ่ง ทรงฤทธิ์และน่าเกรงกลัว ผู้ทรงรักษาพันธสัญญาและความรักมั่นคง ฉะนั้นขอพระองค์อย่าทรงเห็นว่า ความทุกข์ยากลำบากทั้งสิ้นนั้นเป็นแต่สิ่งเล็กน้อย ซึ่งบังเกิดขึ้นกับข้าพระองค์ทั้งหลาย กับบรรดาพระราชาของข้าพระองค์กับบรรดาเจ้านาย บรรดาปุโรหิต บรรดาผู้เผยพระวจนะ บรรพบุรุษและชนชาติของพระองค์ทั้งสิ้น ตั้งแต่สมัยพระราชา อัสซีเรีย จนถึงวันนี้
33 แต่ในบรรดาสิ่งที่เกิดขึ้นแก่ข้าพระองค์ทั้งหลาย พระองค์ยุติธรรม เพราะพระองค์ทรงประกอบกิจอย่างเที่ยงตรง แต่ข้าพระองค์ทั้งหลายประพฤติอย่างอธรรม
34 บรรดาพระราชา เจ้านาย ปุโรหิตและบรรพบุรุษของข้าพระองค์ทั้งหลาย มิได้รักษาธรรมบัญญัติหรือเชื่อฟังพระบัญญัติของพระองค์ และพระโอวาทของพระองค์ซึ่งพระองค์ทรงเตือนเขา
35 เพราะเขาทั้งหลายมิได้ปรนนิบัติพระองค์ใน ราชอาณาจักรของเขา แม้พระคุณยิ่งของพระองค์ พระองค์ทรงประทานแก่เขาและแผ่นดินที่ใหญ่อุดม พระองค์ทรงยกให้แก่เขา และเขามิได้หันกลับจากการชั่วร้ายของเขา
36 ดูเถิด วันนี้ข้าพระองค์ทั้งหลายเป็นทาส เป็นทาสในแผ่นดินที่พระองค์ประทานแก่บรรพบุรุษของ ข้าพระองค์ทั้งหลาย เพื่อให้ได้รับประทานพืชผลกับของอันดีของมัน
37 และผลิตผลอันมากมายของแผ่นดินนั้นก็ตกแก่พระราชา ผู้ที่พระองค์ทรงตั้งไว้เหนือข้าพระองค์ทั้งหลายด้วยเหตุ บาปของข้าพระองค์ทั้งหลาย เขาทั้งหลายมีอำนาจเหนือร่างกายและเหนือฝูงสัตว์ของ ข้าพระองค์ทั้งหลายตามความพอใจของเขาทั้งหลาย และข้าพระองค์ทั้งหลายทุกข์นัก"
38 เหตุสิ่งเหล่านี้เราทั้งหลายจึงกระทำพันธสัญญามั่นคง และบันทึกไว้ เจ้านาย คนเลวีและปุโรหิตของเราทั้งหลาย จึงประทับตราของเขาไว้

เนหะมีย์ 10
1 บรรดาผู้ที่ประทับตราของเขาไว้คือ เนหะมีย์ผู้ว่าราชการ ผู้เป็นบุตรฮาคาลิยาห์ เศเดคียาห์
2 เสไรอาห์ อาซาริยาห์ เยเรมีย์
3 ปาชเฮอร์ อามาริยาห์ มัลคิยาห์
4 ฮัทธัช เชบานิยาห์ มัลลูค
5 ฮาริม เมเรโมท โอบาดีห์
6 ดาเนียล กินเนโธน บารุค
7 เมชุลลาม อาบียาห์ มิยามิน
8 มาอาซิยาห์ บิลกัย เชไมอาห์ คนเหล่านี้เป็นปุโรหิต
9 และคนเลวีคือ เยชูอา ผู้เป็นบุตรอาซันยาห์ บินนุยพงศ์พันธุ์เฮนาดัด ขัดมีเอล
10 และพี่น้องของเขา เชบานิยาห์ โฮดียาห์ เคลิทา เปเลยาห์ ฮานัน
11 มีคา เรโหบ ฮาชาบิยาห์
12 ศักเกอร์ เชเรบิยาห์ เชบานิยาห์
13 โฮดียาห์ บานี เบนินู
14 บรรดาหัวหน้าของประชาชน คือ ปาโรส ปาหัทโมอับ เอลาม ศัทธู บานี
15 บุนนี อัสกาด เบบัย
16 อาโดนียาห์ บิกวัย อาดีน
17 อาเทอร์ เฮเซคียาห์ อัสซูร์
18 โฮดียาห์ ฮาชูม เบไซ
19 ฮาริฟ อานาโธท เนบัย
20 มักปีอาช เมชุลลาม เฮซีร์
21 เมเชซาเบล ศาโดก ยาดดูวา
22 เปลาทีอาห์ ฮานัน อานายาห์
23 โฮเชยา ฮานันยาห์ หัสชูบ
24 ฮัลโลเหช ปิลหา โชเบก
25 เรฮูม ฮาชับนาห์ มาอาเสอาห์
26 อาหิอาห์ ฮานัน อานัน
27 มัลลูค ฮาริม บาอานาห์
28 ส่วนประชาชนนอกนั้น บรรดาปุโรหิต คนเลวี คนเฝ้าประตู นักร้อง คนใช้ประจำพระวิหาร และคนทั้งปวงผู้ได้แยกตัวออกจากชนชาติทั้งหลายของ แผ่นดินเหล่านั้น มาถือธรรมบัญญัติของพระเจ้า ทั้งภรรยาของเขาบุตรชายบุตรหญิงของเขา และคนทั้งปวงผู้มีความรู้และความเข้าใจ
29 ได้สมทบกับพี่น้องของเขา กับขุนนางของเขา ได้เข้าในการสาบานและปฏิญาณที่จะดำเนินตาม ธรรมบัญญัติของพระเจ้า ซึ่งทรงมอบไว้กับโมเสสผู้รับใช้ของพระเจ้า และที่จะปฏิบัติและกระทำตามพระบัญญัติของพระเยโฮวาห์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา และตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ของพระองค์
30 และที่เราทั้งหลายจะไม่ยกบุตรหญิงของเราให้แก่ ชนชาติทั้งหลายของแผ่นดินนั้น และไม่รับบุตรหญิงของเขาทั้งหลายให้แก่ บุตรชายของเรา
31 และถ้าชนชาติทั้งหลายของแผ่นดินนั้นนำเครื่องใช้ หรือข้าวอย่างใดๆ มาขายในวันสะบาโตเราจะไม่ซื้อจากเขาในวัน สะบาโตหรือในวันบริสุทธิ์ และเราจะไม่เก็บผลของปีที่เจ็ด และไม่เก็บหนี้สินทุกอย่าง
32 และเราทั้งหลายกำหนดไว้ว่า จะให้คิดกับตัวเราเป็นรายปี ให้เสียคนละจำนวนหนึ่งส่วนสามเชเขล เพื่อการปรนนิบัติในพระนิเวศของพระเจ้าของ เรา
33 คือให้เป็นราคาขนมปังตั้งถวาย ธัญญบูชาเนืองนิตย์ เครื่องเผาบูชาเนืองนิตย์ สำหรับสะบาโตต่างๆ วันขึ้นหนึ่งค่ำ เทศกาลเลี้ยงต่างๆ สิ่งของบริสุทธิ์ และเครื่องบูชาไถ่บาป เพื่อทำการลบมลทินบาปของพวกอิสราเอล สำหรับงานทุกอย่างในพระนิเวศของพระเจ้าของเราทั้งหลาย
34 เราได้จับฉลากด้วย คือบรรดาปุโรหิต คนเลวี และประชาชนทั้งหลายเพื่อเอาฟืนถวาย นำเข้ามาในพระนิเวศของพระเจ้าของเรา ตามตระกูลของเรา ตามเวลากำหนดเป็นปีๆไป เพื่อเผาบนแท่นบูชาแห่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเรา ตามที่บันทึกไว้ในธรรมบัญญัติ
35 เราผูกมัดตัวเราไว้ที่จะนำผลแรกแห่งที่ดินของเรา และผลแรกของผลต้นไม้ทั้งสิ้นทุกปี มายังพระนิเวศของพระเจ้า
36 และจะนำบุตรชายหัวปี และสัตว์หัวปีของเรา ตามที่บันทึกไว้ในธรรมบัญญัติและลูกหัวปีแห่งฝูงวัว และฝูงแพะแกะของเรามายังพระนิเวศของพระเจ้าของเรา ยังปุโรหิต ผู้ปรนนิบัติอยู่ในพระนิเวศแห่งพระเจ้าของเรา
37 และที่จะนำยอดแป้งเปียกของเรา สิ่งบริจาคของเรา ผลไม้ของต้นไม้ทุกต้น เหล้าองุ่นใหม่และน้ำมัน มายังบรรดาปุโรหิต มายังห้องพระนิเวศของพระเจ้าของเราและที่จะนำ ทศางค์จากแผ่นดิน ของเรามาให้คนเลวี เพราะคนเลวีเป็นผู้เก็บทศางค์จากหัวเมืองชนบททั้งสิ้นของเรา
38 และปุโรหิต พงศ์พันธุ์ของอาโรน จะอยู่กับคนเลวี เมื่อคนเลวีได้รับ ทศางค์ และคนเลวีจะนำทศางค์ของทศางค์ มายังพระนิเวศของพระเจ้าของเรา มายังห้อง ยังคลังพัสดุ
39 เพราะประชาชนอิสราเอลและพงศ์พันธุ์เลวีจะนำส่วนบริจาค คือ ข้าว เหล้าองุ่นใหม่และน้ำมัน มายังห้องซึ่งเป็นที่เก็บเครื่องใช้ของสถานนมัสการ และที่อยู่ของปุโรหิตผู้ปรนนิบัติและคนเฝ้าประตูและนักร้อง เราจะไม่เพิกเฉยต่อพระนิเวศของพระเจ้าของเรา

เนหะมีย์ 11
1 พวกประมุขของประชาชนอาศัยอยู่ในเยรูซาเล็ม และประชาชนนอกนั้นจับฉลากกัน เพื่อจะนำเอาคนส่วนหนึ่งในสิบส่วนให้เข้าไปอยู่ในเยรูซาเล็มนครบริสุทธิ์ ฝ่ายอีกเก้าส่วนสิบนั้นให้อยู่ในหัวเมืองต่างๆ
2 และประชาชนได้โมทนาแก่บรรดาผู้ที่ สมัครใจไปอยู่ในเยรูซาเล็ม
3 ต่อไปนี้เป็นหัวหน้ามณฑลที่มาอาศัยอยู่ในเยรูซาเล็ม แต่ในหัวเมืองของประเทศยูดาห์ ต่างคนต่างอาศัยอยู่ในที่ดินของตน ในหัวเมืองของตนคืออิสราเอล บรรดาปุโรหิต คนเลวี คนใช้ประจำพระวิหารและเชื้อสายข้าราชการของซาโลมอน
4 บางคนในพงศ์พันธุ์ของยูดาห์และพงศ์พันธุ์ของ เบนยามิน อาศัยอยู่ในเยรูซาเล็ม พงศ์พันธุ์ของยูดาห์มี อาธายาห์บุตรอุสซียาห์ ผู้เป็นบุตรเศคาริยาห์ ผู้เป็นบุตรอามาริยาห์ ผู้เป็นบุตรเชฟาทิยาห์ ผู้เป็นบุตรมาหะลาเลล แห่งพงศ์พันธุ์เปเรศ
5 และมาอาเสอาห์ บุตรบารุค ผู้เป็นบุตรคลโฮเซห์ ผู้เป็นบุตรฮาซายาห์ ผู้เป็นบุตรอาดายาห์ ผู้เป็นบุตรโยยาริบ ผู้เป็นบุตรเศคาริยาห์ ผู้เป็นบุตรชาวชิโลห์
6 เชื้อสายของเปเรศทั้งสิ้นที่อาศัยอยู่ในเยรูซาเล็ม มีคนเก่งกล้า สี่ร้อยหกสิบแปดคน
7 และต่อไปนี้ เป็นพงศ์พันธุ์เบนยามินคือ สัลลู บุตรเมชุลลาม ผู้เป็นบุตรโยเอด ผู้เป็นบุตรเปดายาห์ ผู้เป็นบุตรโคลายาห์ ผู้เป็นบุตรมาอาเสอาห์ ผู้เป็นบุตรอิธีเอล ผู้เป็นบุตรเยชายาห์
8 และถัดเขาไปคือ กับบัย สัลลัย มีเก้าร้อยยี่สิบแปดคน
9 โยเอลบุตรศิครีเป็นผู้ดูแลเขาทั้งหลาย และเหนือเมืองนั้นยูดาห์บุตรหัสเสนูอาห์เป็นที่สอง
10 จากบรรดาปุโรหิตคือ เยดายาห์ บุตรโยยาริบ ยาดีน
11 เสไรยาห์ บุตรฮิลคียาห์ ผู้เป็นบุตรเมชุลลาม ผู้เป็นบุตรศาโดก ผู้เป็นบุตรเมราโยท ผู้เป็นบุตรอาหิทูบ ผู้ปกครองพระนิเวศของพระเจ้า
12 และพี่น้องของเขาที่ทำงานอยู่ในพระนิเวศ มีแปดร้อยยี่สิบสองคน และอาดายาห์บุตรเยโรฮัม ผู้เป็นบุตรเปไลยาห์ ผู้เป็นบุตรอัมซี ผู้เป็นบุตรเศคาริยาห์ ผู้เป็นบุตรปาชเฮอร์ ผู้เป็นบุตรมัลคียาห์
13 และพี่น้องของเขา หัวหน้าของตระกูล มีสองร้อยสี่สิบสองคนและอามาชสัยบุตรอาซาเรล ผู้เป็นบุตรอัคซัย ผู้เป็นบุตรเมชิลเลโมท ผู้เป็นบุตรอิมเมอร์
14 และพี่น้องของเขา เป็นทแกล้วทหารมีหนึ่งร้อยยี่สิบแปดคน ผู้ดูแลของเขา คือ ศับดีเอล บุตรฮักเกโดลิม
15 จากคนเลวี คือ เชไมอาห์ บุตรหัสชูบ ผู้เป็นบุตรอัสรีคัม ผู้เป็นบุตรฮาชาบิยาห์ ผู้เป็นบุตรบุนนี
16 และชับเบธัยกับโยซาบาด จากพวกหัวหน้าของคนเลวี ผู้ควบคุมการงานภายนอกพระนิเวศของพระเจ้า
17 และมัทธานิยาห์ บุตรมีคาห์ ผู้เป็นบุตรศับดี ผู้เป็นบุตรอาสาฟ ผู้เป็นหัวหน้าในการเริ่มต้นการโมทนาในการอธิษฐาน และบัคบูคิยาห์เป็นที่สองในหมู่พี่น้องของเขา และอับดาบุตรชัมมุวา ผู้เป็นบุตรกาลาล ผู้เป็นบุตรเยดูธูน
18 คนเลวีทั้งหมดในนครบริสุทธิ์มีสองร้อยแปดสิบสี่คน
19 คนเฝ้าประตูมีอักขูบ ตัลโมนและพี่น้องของเขา ผู้เฝ้าบรรดาประตูมีหนึ่งร้อยเจ็ดสิบสองคน
20 คนอิสราเอลนอกนั้น ที่เป็นพวกปุโรหิตและคนเลวี อยู่ในหัวเมืองทั้งสิ้นของยูดาห์ ทุกคนอยู่ในที่ดินมรดก ของเขา
21 แต่คนใช้ประจำพระวิหารอยู่ที่โอเฟล และศีหะกับกิชปา ควบคุมคนใช้ประจำพระวิหาร
22 ผู้ดูแลคนเลวีในเยรูซาเล็มคือ อุสซี บุตรบานี ผู้เป็นบุตรฮาชาบิยาห์ ผู้เป็นบุตรมัทธานิยาห์ ผู้เป็นบุตรมีคาแห่งพงศ์พันธุ์อาสาฟ นักร้องดูแลการงานพระนิเวศของพระเจ้า
23 เพราะมีพระบัญชาจากพระราชาถึงเรื่องเขา และมีของปันส่วนที่ได้ตกลงกันไว้สำหรับนักร้อง ตามที่ต้องการทุกๆวัน
24 และเปธาหิยาห์บุตรเมเชซาเบล พงศ์พันธุ์เศ-ราห์ บุตรยูดาห์ เป็นสนองโอษฐ์ของพระราชาในเรื่องกิจการต่างๆ อันเกี่ยวกับประชาชน
25 ส่วนที่ชนบทและไร่นาของชนบทเหล่านั้น ประชาชนพวกยูดาห์บางคนอาศัยอยู่ในคีริยาทอารบา และชนบทของเมืองนั้น และในดีโบนกับชนบทของเมืองนั้น และในเยขับเซเอล กับชนบทของเมืองนั้น
26 และในเยชูอา กับในโมลาดาห์ และเบธเปเลต
27 ในฮาซารชูอาล ในเบเออร์เชบากับชนบทของเมืองนั้น
28 ใน ศิกลาก ในเมโคนาห์กับชนบทของเมืองนั้น
29 ในเอนริมโมน ในโศราห์ ในยารมูท
30 ศาโนอาห์ อดุลลัมและชนบทของเมืองนั้น ลาคีชและไร่นาของเมืองนั้น อาเซคาห์กับชนบทของเมืองนั้น เขาจึงตั้งค่ายจากเบเออร์เชบาถึงหุบเขาฮินโนม
31 ประชาชนเบนยามินอยู่ ต่อจากเกบาไปด้วยที่มิคมาช ที่อัยยา เบธเอลและชนบทของเมืองนั้น
32 ที่อานาโธท นบ อานานิยาห์
33 ฮาโซร์ รามา กิททาอิม
34 ฮาดิด เสโบอิม เนบัลลัท
35 ลด และโอโน หุบเขาของพวกช่างฝีมือ
36 และบางส่วนของคนเลวีในยูดาห์ก็ สมทบเข้ากับเบนยามิน

เนหะมีย์ 12
1 ต่อไปนี้เป็นปุโรหิตและคนเลวีที่ขึ้นมากับเศรุบบาเบล บุตรเชอัลทิเอลและกับเยชูอา คือเสไรอาห์ เยเรมีย์ เอสรา
2 อามาริยาห์ มัลลูค ฮัทธัช
3 เชคานิยาห์ เรฮูม เมเรโมท
4 อิดโด กินเนธอย อาบียาห์
5 มิยามิน มาอาดียาห์ บิลกาห์
6 เชไมอาห์ โยยาริบ เยดายาห์
7 สัลลู อาโมค ฮิลคียาห์ เยดายาห์ คนเหล่านี้เป็นหัวหน้าของปุโรหิต และพี่น้องของเขาในสมัยของเยชูอา
8 คนเลวี คือ เยชูอา บินนุย ขัดมีเอล เชเรบิยาห์ ยูดาห์ และมัทธานิยาห์ ผู้ซึ่งดูแลการเพลงโมทนาพร้อมกับ พี่น้องของเขา
9 และบัคบูคิยาห์ กับอุนโนพี่น้องของเขา ยืนอยู่ตรงกันข้ามในการปรนนิบัติ
10 และเยชูอา เป็นบิดาของโยยาคิม โยยาคิมเป็นบิดาของเอลียาชีบ เอลียาชีบเป็นบิดาของโยยาดา
11 โยยาดาเป็นบิดาของโยนาธาน และโยนาธานเป็นบิดาของยาดดูวา
12 และในรัชกาลโยยาคิม มี ปุโรหิตผู้เป็นหัวหน้าตระกูลคือ ตระกูลเสไรอาห์มีเมรายาห์ ตระกูลเยเรมีย์ มี ฮานานิยาห์
13 ตระกูลเอสรา มี เมชุลลาม ตระกูลอามาริยาห์ มี เยโฮฮานัน
14 ตระกูลมัลลูคี มี โยนาธาน ตระกูลเชบานิยาห์ มี โยเซฟ
15 ตระกูลฮาริม มี อัดนา ตระกูลเมราโยท มี เฮลคาย
16 ตระกูลอิดโด มี เศคาริยาห์ ตระกูลกินเนโธน มี เมชุลลาม
17 ตระกูลอาบียาห์ มี ศิครี ตระกูลมินยามิน ตระกูลโมอัดยาห์ มี ปิลทัย
18 ตระกูลบิลกาห์ มี ชัมมุวา ตระกูลเชไมอาห์ มี เยโฮนาธัน
19 และตระกูลโยยาริบ มี มัทเธนัย ตระกูลเยดายาห์ มี อุสซี
20 ตระกูลศัลลัย มี คาลลัย ตระกูลอาโมค มี เอเบอร์
21 ตระกูลฮิลคียาห์ มี ฮาชาบิยาห์ ตระกูลเยดายาห์ มี เนธันเอล
22 ส่วนคนเลวีในสมัยของเอลียาชีบ โยยาดา โยฮานัน และยาดดูวา ชื่อหัวหน้าของตระกูลมีบันทึกไว้ทั้งบรรดาปุโรหิต จนถึงรัชสมัยของดาริอัสคนเปอร์เซีย
23 พงศ์พันธุ์เลวี หัวหน้าของตระกูล มีบันทึกไว้ในหนังสือพงศาวดาร จนสมัยของโยฮานัน บุตรเอลียาชีบ
24 และหัวหน้าของคนเลวีคือ ฮาชาบิยาห์ เชเรบิยาห์ และเยชูอาบุตรขัดมีเอล กับญาติพี่น้องของเขาอยู่ตรงกันข้ามที่จะสรรเสริญ และโมทนาพระคุณ ตามบัญญัติของดาวิดคนของพระเจ้า เป็นยามๆไป
25 มัทธานิยาห์ บัคบูคิยาห์ โอบาดีห์ เมชุลลาม ตัลโมน และอักขูบ เป็นคนเฝ้าประตู ยืนเฝ้าอยู่ที่โรงพัสดุของประตู
26 คนเหล่านี้อยู่ในสมัยของโยยาคิม บุตรเยชูอา ผู้เป็นบุตรโยซาดัก และในสมัยของเนหะมีย์ผู้ว่าราชการ กับในสมัยของเอสราปุโรหิต และธรรมาจารย์
27 คราวเมื่อทำพิธีมอบถวายกำแพงเยรูซาเล็ม เขาได้แสวงหาคนเลวีตามที่ของเขาทั่วทุกแห่ง เพื่อจะนำเขามาที่เยรูซาเล็ม เพื่อฉลองมอบถวายด้วยความยินดี ด้วยการโมทนา และด้วยการร้องเพลง ด้วยฉาบ พิณใหญ่ และพิณเขาคู่
28 พงศ์พันธุ์พวกนักร้องได้รวมกันมาจากมณฑล รอบเยรูซาเล็ม และจากชนบทของชาวเนโทฟาห์
29 ทั้งมาจากเบธกิลกาล และจากเขตเกบา และอัสมาเวท เพราะบรรดานักร้องได้สร้างชนบทของตนรอบเยรูซาเล็ม
30 บรรดาปุโรหิตและคนเลวีได้ชำระตนให้บริสุทธิ์ และเขาทั้งหลายได้ชำระประชาชน และประตูเมืองกับกำแพงให้บริสุทธิ์
31 แล้วข้าพเจ้าได้นำเจ้านายแห่งยูดาห์ขึ้นบนกำแพง และแต่งตั้งให้คณะใหญ่สองคณะเป็นผู้กล่าวโมทนา และเดินเป็นกระบวนแห่ คณะหนึ่งไปทางขวาขึ้นไปบนกำแพงจนถึงประตูกองขยะ
32 และถัดเขาไป มี โฮชายาห์ และเจ้านายแห่งยูดาห์ครึ่งหนึ่ง
33 กับอาซาริยาห์ เอสรา เมชุลลาม
34 ยูดาห์ เบนยามิน เชไมอาห์ และเยเรมีย์
35 และพวกปุโรหิตบางคนที่มีแตร คือ เศคาริยาห์ บุตรโยนาธาน ผู้เป็นบุตรเชไมอาห์ ผู้เป็นบุตรมัทธานิยาห์ ผู้เป็นบุตรมีคายาห์ ผู้เป็นบุตรศักเกอร์ ผู้เป็นบุตรอาสาฟ
36 กับญาติพี่น้องของเขา คือ เชไมอาห์ อาซาเรล มิลาลัย กิลาลัย มาอัย เนธันเอลและยูดาห์ ฮานานี พร้อมกับเครื่องดนตรีของดาวิดคนของพระเจ้า และเอสราธรรมาจารย์ได้เดินนำหน้าเขา
37 ที่ประตูน้ำพุ เขาทั้งหลายเดินตรงไปขึ้นบันไดของนครดาวิด ที่ทางขึ้นกำแพง เหนือพระราชวังของดาวิดถึงประตูน้ำทางทิศตะวันออก
38 อีกคณะหนึ่งที่กล่าวคำโมทนาเดินไปทางซ้าย และข้าพเจ้าตามเขาไปพร้อมกับประชาชนครึ่งหนึ่ง บนกำแพงเหนือหอคอยเตาไฟ ถึงกำแพงกว้าง
39 และเหนือประตูเอฟราอิมและทางประตูเก่า และทางประตูปลาและหอคอยฮานันเอล และหอคอยศตพล ถึงประตูแกะ และเขามาหยุดอยู่ที่ประตูยาม
40 คณะทั้งสองผู้กล่าวคำโมทนาได้มายืนอยู่ ที่พระนิเวศของพระเจ้า ทั้งข้าพเจ้าและเจ้าหน้าที่ครึ่งหนึ่งอยู่กับข้าพเจ้า
41 กับปุโรหิตที่ถือแตร คือ เอลียาคิม มาอาเสอาห์ มินยามิน มีคายาห์ เอลีโอนัย เศคาริยาห์ กับฮานันยาห์
42 และมาอาเสอาห์ เชไมอาห์ เอเลอาซาร์ อุสซี เยโฮฮานัน มัลคิยาห์ เอลามและเอเซอร์ และบรรดานักร้องได้ร้องเพลง มี ยิสรายาห์เป็นหัวหน้าของเขา
43 และเขาทั้งหลายได้ถวายเครื่องสัตวบูชาใหญ่โตในวันนั้น และเปรมปรีดิ์เพราะพระเจ้าทรงกระทำให้เขาเปรมปรีดิ์ด้วย ความชื่นบานใหญ่ยิ่ง พวกผู้หญิงและเด็กๆ ก็เปรมปรีดิ์ด้วย และความชื่นบานของเยรูซาเล็มก็ได้ยินไปไกล และคนเลวี
44 ในวันนั้น เขาแต่งตั้งคนให้ดูแลห้องสำหรับพัสดุ ของบริจาค ผลไม้รุ่นแรก ทศางค์ ให้รวบรวมสิ่งซึ่งกำหนดไว้ ในกฎหมายสำหรับปุโรหิตและคนเลวีเข้ามาไว้ในนั้น ตามไร่นาในหัวเมืองเหล่านั้น เพราะยูดาห์เปรมปรีดิ์ด้วยเรื่องบรรดาปุโรหิต และคนเลวีผู้ปรนนิบัติอยู่นั้น
45 และเขาทั้งหลายได้ทำการ ปรนนิบัติพระเจ้าของเขาและทำ การชำระให้บริสุทธิ์ อย่างกับพวกนักร้อง และพวกเฝ้าประตู ได้กระทำตามพระบัญชาของดาวิด และของซาโลมอนราชโอรสของพระองค์
46 เพราะในสมัยดาวิดและอาสาฟ ในดึกดำบรรพ์นั้นมีหัวหน้าพวกนักร้องและมีบทเพลงสรรเสริญ และบทเพลงโมทนาพระคุณพระเจ้า
47 และอิสราเอลทั้งปวงในสมัยของเศรุบบาเบลและใน สมัยของเนหะมีย์ ได้ให้ปันส่วนตามต้องการทุกวันแก่นักร้องและคนเฝ้าประตู และเขาได้กันส่วนของคนเลวีไว้ต่างหาก และคนเลวีได้กันส่วนของพงศ์พันธุ์อาโรนไว้ต่างหาก

เนหะมีย์ 13
1 ในวันนั้น เขาอ่านหนังสือของโมเสสให้ประชาชนฟัง และเขาพบที่มีเขียนไว้ว่า ไม่ควรให้คนอัมโมนหรือคนโมอับเข้าไปในที่ชุมนุม ของพระเจ้าเป็นนิตย์
2 เพราะเขามิได้เอาอาหารและน้ำมาต้อนรับคนอิสราเอล แต่ได้จ้างบาลาอัมให้มาต่อต้านและแช่งเขา แต่พระเจ้าของเราทรงเปลี่ยนคำแช่งเป็นพร
3 และอยู่มาเมื่อประชาชนได้ยินธรรมบัญญัติ เขาก็แยกอิสราเอลออกเสียจากเชื้อสายคนต่างด้าว
4 ก่อนหน้านี้ เอลียาชีบปุโรหิตผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดูแลห้องใน พระนิเวศของพระเจ้าของเรา และผู้เกี่ยวพันกับโทบีอาห์
5 ได้จัดห้องใหญ่ห้องหนึ่งให้โทบีอาห์ เป็นห้องที่แต่ก่อนใช้เก็บธัญญบูชา กำยาน เครื่องใช้ต่างๆ และทศางค์ที่เป็นข้าว เหล้าองุ่นใหม่และน้ำมัน ซึ่งเขาให้ไว้ตามบัญญัติให้แก่คนเลวี นักร้อง คนเฝ้าประตูและของบริจาคสำหรับปุโรหิต
6 เมื่อเกิดเรื่องนี้ข้าพเจ้ามิได้อยู่ในเยรูซาเล็ม เพราะในปีที่สามสิบสองแห่งรัชกาลอารทาเซอร์ซีส พระราชาแห่งบาบิโลนนั้น ข้าพเจ้าได้ไปเฝ้าพระราชา และต่อมาข้าพเจ้าก็ทูลลาพระราชา
7 และมายังเยรูซาเล็ม แล้วข้าพเจ้าจึงทราบความชั่วร้ายซึ่งเอลียาชีบ ได้กระทำเพื่อโทบีอาห์ คือ จัดห้องภายในบริเวณพระนิเวศของพระเจ้าให้เขา
8 ข้าพเจ้าโกรธนัก และข้าพเจ้าก็โยนเครื่องแต่งเรือนทั้งสิ้นของ โทบีอาห์ออกเสียจากห้อง
9 แล้วข้าพเจ้าสั่งให้เขาชำระห้อง และข้าพเจ้าก็นำเครื่องใช้ประจำพระนิเวศของพระเจ้า ทั้งธัญญบูชากับกำยานกลับมาไว้ที่นั่นอีก
10 และข้าพเจ้ายังทราบอีกว่า ส่วนของคนเลวีนั้น เขาก็ไม่ได้มอบให้ เพราะฉะนั้น คนเลวีและนักร้องผู้ปฏิบัติการงาน ต่างก็หนีกลับไปยังไร่นาของตน
11 ข้าพเจ้าจึงต่อว่าเจ้าหน้าที่และพูดว่า "ทำไมจึงทอดทิ้งพระนิเวศของพระเจ้าเสีย" ข้าพเจ้าจึงรวบรวมเขากลับมา และตั้งเขาไว้ตามตำแหน่งของเขาอีก
12 และยูดาห์ทั้งปวงได้นำทศางค์ที่เป็นข้าว เหล้าองุ่นใหม่ และน้ำมันเข้ามายังเรือนพัสดุ
13 ข้าพเจ้าได้แต่งตั้งคนให้ดูแลเรือนพัสดุ คือเชเลมิยาห์ปุโรหิต ศาโดกธรรมาจารย์และเปดายาห์แห่งคนเลวี และผู้ช่วยของเขา คือ ฮานันบุตรศักเกอร์ผู้เป็นบุตรมัทธานิยาห์ เพราะนับได้ว่าเขาซื่อสัตย์ และหน้าที่ของเขา คือ แจกจ่ายแก่พวกพี่น้อง
14 ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ เกี่ยวกับเรื่องนี้ขอทรงระลึกถึงข้าพระองค์ และขออย่าทรงลบล้างการที่ดีทั้งหลายของ ข้าพระองค์ที่ข้าพระองค์ได้กระทำ เพื่อพระนิเวศของพระเจ้าของข้าพระองค์ และเพื่อการปรนนิบัติในที่นั้น
15 ครั้งนั้นในยูดาห์ ข้าพเจ้าเห็นคนย่ำเหล้าองุ่นใน วันสะบาโต และนำฟ่อนข้าวเข้ามาบรรทุกหลังลา ทั้งเหล้าองุ่น ผลองุ่น มะเดื่อ และภาระทุกอย่าง ซึ่งเขานำมายังเยรูซาเล็มในวันสะบาโต ข้าพเจ้าได้ตักเตือนเขาในวันที่เขาทั้งหลายขายอาหาร
16 และมีคนชาวไทระอาศัยอยู่ในเมืองได้นำปลาและ สินค้าทุกอย่างเข้ามาขายในวันสะบาโตแก่ประชาชนยูดาห์ และในเยรูซาเล็ม
17 แล้วข้าพเจ้าได้ต่อว่าพวกขุนนางแห่ง ยูดาห์ และพูดกับเขาว่า "ทำไมท่านทั้งหลายกระทำความชั่วร้ายเช่นนี้ กระทำให้วันสะบาโตเป็นมลทิน
18 บรรพบุรุษของท่านมิได้กระทำเช่นนี้หรือ และพระเจ้าของเรามิได้ทรงนำเหตุร้ายนี้ทั้งสิ้น ให้ตกอยู่บนเราและบนเมืองนี้หรือ ท่านยังจะนำพระพิโรธยิ่งกว่านั้นมาเหนืออิสราเอล ด้วยการกระทำให้สะบาโตเป็นมลทิน"
19 และอยู่มาพอเริ่มมืดที่ประตูเมือง เยรูซาเล็มก่อนวันสะบาโต ข้าพเจ้าได้บัญชาให้ปิดประตูเมือง และสั่งว่า ไม่ให้เปิดจนกว่าจะพ้นวันสะบาโตแล้ว และข้าพเจ้าก็ตั้งข้าราชการบางคนของข้าพเจ้า ให้ดูแลประตูเมือง ว่าไม่ให้นำภาระสิ่งใดเข้ามาในวันสะบาโต
20 แล้วพวกพ่อค้าและพวกขายสินค้าทุกชนิดค้างอยู่นอก เยรูซาเล็มหนหนึ่ง หรือสองหน
21 ข้าพเจ้าได้ตักเตือนเขา และพูดกับเขาว่า "ทำไมท่านมานอนอยู่ข้างกำแพงเมือง ถ้าท่านทำอีกข้าพเจ้าจะจับท่าน" ตั้งแต่คราวนั้นมาเขาก็ไม่มาอีกในวันสะบาโต
22 และข้าพเจ้าบัญชาคนเลวีให้ชำระตัวเขาและมา เฝ้าประตูเมือง เพื่อรักษาวันสะบาโตให้บริสุทธิ์ ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงระลึกถึงความชอบของข้าพระองค์ในเรื่องนี้ และขอทรงไว้ชีวิตข้าพระองค์ตามความยิ่งใหญ่แห่ง ความรักมั่นคงของพระองค์
23 ในสมัยนั้นข้าพเจ้าได้เห็นพวกยิว ผู้ได้แต่งงานกับหญิงชาวอัชโดด อัมโมน และโมอับ
24 และเด็กของเขาครึ่งหนึ่งพูดภาษาอัชโดด เขาพูดภาษายูดาห์ไม่ได้ แต่พูดภาษาชนชาติของเขาแต่ละพวก
25 ข้าพเจ้าได้โต้แย้งกับเขา และแช่งเขา และตีเขาบางคนและดึงผมของเขาออก และข้าพเจ้ากระทำให้เขาปฏิญาณในพระนามของพระเจ้า ด้วยข้าพเจ้ากล่าวว่า "เจ้าทั้งหลายอย่ายกบุตรหญิงของเจ้าให้แก่บุตรชายของเขา หรือรับบุตรหญิงของเขาให้แก่บุตรชายของเจ้า หรือตัวเจ้าเอง
26 ซาโลมอนพระราชาแห่งอิสราเอล มิได้ทำบาปด้วยเรื่องหญิงอย่างนี้หรือ ท่ามกลางหลายประชาชาติ ไม่มีพระราชาใดเหมือนพระองค์ และพระเจ้าของพระองค์ก็ทรงรักพระองค์ และพระเจ้าทรงกระทำให้พระองค์เป็นพระราชา เหนืออิสราเอลทั้งปวง ถึงกระนั้นก็ดี แม้เป็นพระองค์หญิงต่างชาติก็เป็นเหตุให้พระองค์ทรง ทำบาป
27 ควรหรือที่เราจะฟังเจ้าและกระทำความ ชั่วร้ายใหญ่ยิ่งนี้ทั้งสิ้น และประพฤติทรยศต่อพระเจ้าของเราด้วยการแต่งงาน กับหญิงต่างชาติ"
28 บุตรชายคนหนึ่งของเยโฮยาดา ผู้เป็นบุตรเอลียาชีบปุโรหิตใหญ่ เป็นบุตรเขยของสันบาลลัท ชาวโฮโรนาอิม เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงขับไล่เขาไปเสียจากข้าพเจ้า
29 ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอทรงระลึกถึงเขาทั้งหลาย เพราะว่าเขาทั้งหลายได้กระทำให้การเป็นปุโรหิต และพันธสัญญาของพวกปุโรหิตและคนเลวีเป็นมลทิน
30 ดังนี้แหละ ข้าพเจ้าได้ชำระเขาจากต่างด้าวทุกอย่าง และข้าพเจ้าได้ตั้งหน้าที่ของบรรดาปุโรหิตและคนเลวี ต่างก็ประจำงานของตน
31 ข้าพเจ้าได้จัดให้หาฟืนถวายตามเวลากำหนดและสำหรับ ผลรุ่นแรกด้วย ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอทรงระลึกถึงข้าพระองค์ให้เกิดผลดีเถิด


 © Copyright 2009. Christian Siam.com