Christian Siam

 

 

 

 

Christian Siam - เว็บสำหรับคนอยากรู้จักพระเจ้า

 
 :: สำหรับผู้สนใจพระเจ้า ::
Christian Siam คำถาม - คำตอบ
Christian Siam พระเยซูคือใคร
Christian Siam พระเยซูเกิดจริงหรือ?
Christian Siam เราเกิดมาทำไม
Christian Siam เราตายแล้วไปไหน
Christian Siam ทฤษฎีวิวัฒนาการ...จริง?
Christian Siam เป็นคริสเตียนได้อย่างไร
Christian Siam คำพยานชีวิต

Christian Siam
H O M E
:: สำหรับคริสเตียนใหม่ ::
:: สื่อคริสเตียนออนไลน์ ::
Christian Siam ทีวีคริสเตียน - CGNTV
Christian Siam มานาประจำวัน
Christian Siam วิทยุคริสเตียน
Christian Siam เพลงนมัสการพร้อมคอร์ด
Christian Siam เพลงจาก Youtube
 

                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN

         CHRISTIAN SIAM.COM
         CHRISTIAN SIAM.COM
         CHRISTIAN SIAM.COM

                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN
                   CHRISTIAN




web counter code

As of 8 Aug 08

มีคาห์

มีคาห์ 1
1 พระวจนะของพระเจ้าที่มาถึงมีคาห์ชาวเมืองโมเรเชท ในรัชกาลโยธาม อาหัส และเฮเซคียาห์ กษัตริย์แห่งประเทศยูดาห์ ซึ่งท่านได้เห็นเกี่ยวกับสะมาเรียและเยรูซาเล็ม
2 ชนชาติทั้งหลายเอ๋ย ทุกคนจงฟัง โอ พิภพเอ๋ย และสารพัดที่อยู่ในนั้นจงฟัง และให้พระเจ้าเป็นพยานกล่าวโทษท่าน คือพระเจ้าจากพระวิหารบริสุทธิ์ของพระองค์
3 เพราะ ดูเถิด พระเจ้าเสด็จออกจากสถานของพระองค์ และจะเสด็จลงมาทรงเหยียบย่ำที่สูงของพิภพ
4 ภูเขาจะละลายไปภายใต้พระองค์ และหุบเขาจะถูกผ่า เหมือนขี้ผึ้งหน้าไฟ เหมือนน้ำที่เทลงมาตามที่ชัน
5 เหตุการณ์ทั้งปวงเหล่านี้บังเกิดขึ้น เพราะการทรยศของยาโคบ และเพราะความบาปของพงศ์พันธุ์อิสราเอล การทรยศของยาโคบนั้นมาจากไหน สะมาเรียมิใช่หรือ บาปแห่งพงศ์พันธุ์ของยูดาห์มาจากไหน เยรูซาเล็มมิใช่หรือ
6 เหตุฉะนั้นเราจะกระทำสะมาเรีย ให้เป็นกองสิ่งปรักหักพังอยู่ในที่โล่ง เป็นที่สำหรับทำสวนองุ่น เราจะเทก้อนหินที่ใช้สร้างเมืองนั้นลงที่หุบเขา จะให้เห็นรากฐานของเมือง
7 รูปเคารพทั้งสิ้นของเมืองนั้นจะถูกทุบเป็นชิ้นๆ เครื่องถวายของเมืองนั้นจะถูกเผาเสียด้วยไฟ และรูปเคารพทั้งสิ้นของเมืองนั้น จะถูกทิ้งร้าง เพราะเมืองนั้นรวบรวมรูปเคารพ เหล่านี้มาโดยสินจ้างของการแพศยา และมันจะกลับเป็นสินจ้างของการแพศยา
8 เพราะเหตุนี้ข้าพเจ้าจึงโอดครวญและร่ำไห้ ข้าพเจ้าจะเปลือยกายเปลือยเท้าไปไหนๆ เสียงโอดครวญของข้าพเจ้าจะให้เหมือนเสียงหมาป่า และเสียงครวญครางเหมือนนกกระจอกเทศ
9 เพราะว่ารอยแผลของเมืองนั้นรักษาไม่หาย และได้ลามมาถึงยูดาห์ ได้มาถึงกระทั่งประตูเมืองแห่งประชากรของเรา คือถึงเยรูซาเล็ม
10 อย่าบอกเรื่องนี้ในเมืองกัท อย่าร้องไห้ไปเลย จงเกลือกกลิ้งตัวอยู่ในฝุ่น ในเมืองเบธเลอัฟราห์
11 ชาวเมืองชาฟีร์เอ๋ย จงผ่านไปตามทางของเจ้า ด้วยตัวเปลือยเปล่าและอับอาย ชาวเมืองศานันไม่ได้ออกมา การร่ำไห้ของเบธเอเซล จะเอาสถานที่ตั้งของมันไปเสียจากเจ้า
12 เพราะว่าชาวมาโรท คอยการช่วยกู้อยู่ด้วยความร้อนใจ เพราะภัยพิบัติได้ลงมาจากพระเจ้า ถึงประตูเมืองเยรูซาเล็ม
13 ชาวเมืองลาคีชเอ๋ย จงเทียมม้าเข้ากับรถรบ เจ้าเริ่มสร้างบาปกรรมให้แก่บุตรีของศิโยน เพราะได้พบการทรยศของอิสราเอลในเจ้า
14 เพราะฉะนั้น เจ้าจะต้องมอบของ ไว้อาลัยให้แก่โมเรเชท-กัท บรรดาเรือนของอัคซีบจะเป็นสิ่งอสัตย์ แก่บรรดากษัตริย์อิสราเอล
15 ชาวเมืองมาเรชาห์เอ๋ย เราจะนำผู้ชนะมาเหนือเจ้าอีก ศักดิ์ศรีของอิสราเอล จะมายังอดุลลัม
16 จงกล้อนผมและโกนหนวดโกนเคราเสีย เพื่อไว้ทุกข์ให้แก่ลูกรักที่พอใจของเจ้า จงทำตัวให้ล้านมากขึ้นเหมือนนกแร้ง เพราะเขาทั้งหลายจะจากเจ้าไปเป็นเชลย

มีคาห์ 2
1 วิบัติแก่ผู้ที่เตรียมการอธรรม และคิดกระทำความชั่วอยู่บนที่นอนของตน พอรุ่งขึ้นเช้าก็ออกไปกระทำ เพราะว่าการนั้นอยู่ในอำนาจมือของเขาที่จะกระทำได้
2 เขาโลภที่ดินแล้วก็ยึดเอาไป เขาโลภบ้านเรือนและก็ริบไปเสีย เขาบีบบังคับคนและบ้านเรือนของเขา และบีบคนกับมรดกของเขา
3 เพราะฉะนั้นพระเจ้าจึงตรัสดังนี้ว่า ดูเถิด เรากำลังเตรียมภัยให้ตกกับครอบครัวนี้ ซึ่งเจ้าจะหลบคอของเจ้าให้พ้นไปไม่ได้ และเจ้าจะเดินอย่างผึ่งผายไปไม่ได้ เพราะจะเป็นการวิบัติ
4 ในครั้งนั้นจะมีคนร้องขึ้นแทนเจ้า และจะร่ำไห้ด้วยการโอดครวญอย่างขมขื่น ว่า "พวกเราพินาศอย่างสิ้นเชิงแล้ว พระองค์ทรงเปลี่ยนที่ดินกรรมสิทธิ์แห่งชนชาติของข้า พระองค์ทรงถอนไปจากข้าเสียแล้วหนอ พระองค์ทรงแบ่งไร่นาของพวกเรา ให้แก่บรรดาคนที่จับกุมพวกเรา"
5 ดังนั้น เจ้าจะไม่มีใครจับฉลากแบ่งที่ดินกัน ในชุมชนแห่งพระเจ้า
6 เขาเทศนาว่า "อย่าเทศนา อย่าให้ผู้ใดเทศนาเรื่องเช่นนี้ ความอัปยศตามเราไม่ทันดอก"
7 โอ พงศ์พันธุ์ของยาโคบเอ๋ย ควรจะพูดอย่างนี้หรือไม่ พระวิญญาณของพระเจ้าหมดความอดทนแล้วหรือ สิ่งเหล่านี้เป็นการกระทำของพระองค์หรือ ถ้อยคำของเราไม่กระทำให้บังเกิดผลดี แก่ผู้ที่ประพฤติชอบธรรมหรือ
8 แต่เจ้าทั้งหลายลุกขึ้นต่อสู้ประชากร ของเราอย่างกับเป็นศัตรู เจ้าริบเอาเสื้อคลุมจากผู้ที่อยู่อย่างสงบ คือจากบรรดาผู้ที่ผ่านไปโดยไว้วางใจ ด้วยไม่นึกฝันว่าจะมีสงคราม
9 เจ้าขับไล่พวกผู้หญิงในประชากรของเราออกไป จากเรือนอันผาสุกของเขาทั้งหลาย เจ้าได้เอาศักดิ์ศรีของเราไปเสีย จากเด็กๆของเขาเป็นนิตย์
10 จงลุกขึ้นเดินไป เพราะที่นี่ไม่ใช่ที่พัก เพราะความไม่สะอาดซึ่งทำลาย ด้วยความพินาศอย่างทุกข์ระทม
11 หากคนใดจะเที่ยวไปพูดคำไร้สาระและคำมุสา ว่า "เราจะเทศนาให้ท่านฟังเรื่องเหล้าองุ่นและเมรัย" เขาคงจะเป็นนักเทศน์ของชนชาตินี้ได้ละ
12 โอ ยาโคบเอ๋ย เราจะรวบรวมเจ้าทั้งหลายเป็นแน่ เรารวบรวมคนอิสราเอลที่เหลืออยู่ และจะตั้งเขาไว้ด้วยกัน เหมือนฝูงแพะแกะอยู่ในคอก เหมือนฝูงสัตว์อยู่ในลานหญ้า คือคนมากมายเสียงดังเอิกเกริก
13 ผู้ที่ทะลวงออกได้จะขึ้นไปก่อนเขาทั้งหลาย เขาทั้งหลายจะทะลวงออกไปและผ่านออกประตูเมือง เขาจะออกไปทางนี้ พระราชาของเขาทั้งหลายเสด็จไปก่อน คือพระเจ้าทรงนำหน้าเขา

มีคาห์ 3
1 และข้าพเจ้ากล่าวว่า ท่านทั้งหลายผู้เป็นประมุขของยาโคบ คือบรรดาผู้ครอบครองพงศ์พันธุ์อิสราเอล จงฟัง ท่านทั้งหลายต้องทราบความยุติธรรมไม่ใช่หรือ
2 ท่านทั้งหลายผู้เกลียดชังความดีและรักความชั่ว ผู้ที่ฉีกหนังออกจากประชาชนของเรา และฉีกเนื้อออกจากกระดูกของเขาทั้งหลาย
3 ผู้ที่กินเนื้อแห่งชนชาติของเรา และถลกหนังออกจากตัวเขาทั้งหลาย และหักกระดูกของเขาเป็นท่อนๆ และสับเป็นชิ้นๆเหมือนเนื้อที่อยู่ในหม้อ เหมือนเนื้อที่อยู่ในหม้อทะนน
4 แล้วเขาจะร้องทุกข์ต่อพระเจ้า แต่พระองค์จะไม่ทรงตอบเขา คราวนั้นพระองค์จะทรงซ่อนพระพักตร์เสียจากเขาทั้งหลาย เพราะเขาได้สร้างการชั่วไว้
5 พระเจ้าตรัสเกี่ยวด้วยเรื่องผู้เผยพระวจนะ ผู้ที่นำชนชาติของข้าพเจ้าให้หลงไป ผู้ที่ร้องว่า "จงเป็นสุขเถิด" เมื่อเขามีอะไรรับประทาน แต่เขาประกาศสงคราม ต่อผู้ที่ไม่ยื่นอะไรใส่ปากของเขา
6 เพราะฉะนั้น จะเป็นกลางคืนแก่เจ้าปราศจากนิมิต และความมืดทึบจะบังเกิดแก่เจ้าปราศจากการทำนาย สำหรับพวกผู้เผยพระวจนะนี้ ดวงอาทิตย์จะตกไป และกลางวันก็จะมืดอยู่เหนือเขา
7 ผู้เห็นนิมิตจะขายหน้า ผู้ทำนายจะอับอาย เขาทั้งหลายจะปิดปากด้วยกันหมด เพราะว่าไม่มีคำตอบมาจากพระเจ้า
8 แต่สำหรับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเต็มด้วยฤทธิ์เดช คือด้วยพระวิญญาณของพระเจ้า และทั้งความยุติธรรมกับกำลัง ที่จะประกาศการทรยศของยาโคบแก่เขาเอง และประกาศบาปของอิสราเอลแก่เขาเอง
9 ท่านทั้งหลายผู้เป็นประมุขแห่งพงศ์พันธุ์ของยาโคบ คือผู้ครอบครองพงศ์พันธุ์อิสราเอล จงฟังข้อความนี้ คือท่านผู้ชังความยุติธรรม และผู้แปรความเที่ยงธรรมให้ปรวนไป
10 ผู้สร้างศิโยนด้วยโลหิต และสร้างเยรูซาเล็มด้วยความผิด
11 ผู้เป็นประมุขของเมืองนี้ตัดสินความด้วยเห็นแก่สินบน ปุโรหิตของเธอสั่งสอนด้วยเห็นแก่สินจ้าง ผู้เผยพระวจนะของเธอทำนายด้วยเห็นแก่เงิน ถึงกระนั้นเขาทั้งหลายยังอิงพระเจ้าและกล่าวว่า "พระเจ้าทรงสถิตท่ามกลางเรามิใช่หรือ ไม่มีความชั่วอย่างไรเกิดขึ้นแก่เราได้"
12 ด้วยเหตุนี้แหละ เพราะเจ้านี่เอง ศิโยนจะต้องถูกไถเหมือนไถนา เยรูซาเล็มจะกลายเป็นกองสิ่งปรักหักพัง และภูเขาแห่งพระนิเวศจะเป็นที่สูงซึ่ง มีต้นไม้

มีคาห์ 4
1 ในยุคหลังจะเป็นดังนี้ คือภูเขาแห่งพระนิเวศของพระเจ้า จะถูกสถาปนาขึ้นให้สูงที่สุดในจำพวกภูเขาทั้งหลาย และจะถูกยกขึ้นให้เหนือบรรดาเนินเขา ชนชาติทั้งหลายจะหลั่งไหลเข้ามาหา
2 และประชาชาติเป็นอันมากจะมากล่าวว่า "มาเถิด ให้เราขึ้นไปยังภูเขาของพระเจ้า ยังพระนิเวศแห่งพระเจ้าของยาโคบ เพื่อพระองค์จะทรงสอนวิถีของพระองค์แก่เรา และเพื่อเราจะเดินในมรรคาของพระองค์" เพราะว่าพระธรรมจะออกมาจากศิโยน และพระวจนะของพระเจ้าจะออกมาจากเยรูซาเล็ม
3 พระองค์จะทรงวินิจฉัยระหว่างชนชาติทั้งหลายเป็นอันมาก และจะทรงตัดสินเพื่อบรรดาประชาชาติอันแข็งแรงที่ อยู่ไกลออกไป และเขาทั้งหลายจะตีดาบของเขาให้เป็นผาลไถนา และหอกของเขาให้เป็นขอลิด ประชาชาติจะไม่ยกดาบต่อสู้กันอีก เขาจะไม่ศึกษายุทธศาสตร์อีกต่อไป
4 แต่ต่างก็นั่งอยู่ใต้ซุ้มองุ่นและใต้ต้นมะเดื่อของตน และจะไม่มีใครมากระทำให้เขาสะดุ้งกลัว เพราะพระโอษฐ์ของพระเจ้าจอมโยธาได้ตรัสอย่างนี้แล้ว
5 ด้วยว่าบรรดาชนชาติทั้งหลายต่างก็ดำเนิน ในนามแห่งพระของตน แต่เราจะดำเนินในพระนามของ พระเยโฮวาห์พระเจ้าของเรา เป็นนิตย์สืบๆไป
6 พระเจ้าตรัสว่า ในคราวนั้น เราจะรวบรวมคนขาพิการ และจะรวบรวมบรรดาผู้ที่ถูกขับไล่ไป และบรรดาผู้ที่เราได้ให้ทุกข์ใจ
7 คนที่ขาพิการนั้น เราจะให้เป็นคนที่เหลืออยู่ คนที่ถูกทิ้งไปนั้นเราจะให้เป็นชนชาติที่เข้มแข็ง และพระเจ้าจะทรงปกครองเหนือเขาที่ภูเขาศิโยน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนชั่วกัลปาวสาน
8 โอ หอคอยที่เฝ้าฝูงสัตว์เอ๋ย เจ้าผู้เป็นเนินเขาบุตรีศิโยน ราชอำนาจจะมาสู่เจ้า อาณาจักรดั้งเดิมจะกลับมา คือราชอาณาจักรแห่งบุตรีเยรูซาเล็ม
9 เออ ทำไมเจ้าร้องไห้เสียงดัง ไม่มีกษัตริย์ปกครองเจ้าหรือ ที่ปรึกษาของเจ้าพินาศเสียแล้วหรือ เจ้าจึงเจ็บปวดรวดร้าวอย่างกับหญิงจะคลอดบุตร
10 โอ บุตรีศิโยนเอ๋ย จงบิดตัวและโอดครวญไปเถิด อย่างกับหญิงจะคลอดบุตร เพราะบัดนี้เจ้าจะต้องออกไปจากนคร ไปพักอยู่ตามไร่นา เจ้าจะต้องไปยังบาบิโลน จะมีผู้ช่วยกู้เจ้าณที่นั่น พระเจ้าจะทรงไถ่เจ้าณที่นั่น ให้พ้นจากมือศัตรูของเจ้า
11 บัดนี้ ประชาชาติมากหลาย ได้ชุมนุมต่อสู้เจ้า กล่าวว่า "จงให้มันหมดความศักดิ์สิทธิ์ ให้ตาของเราเพ่งดูศิโยน"
12 แต่เขาทั้งหลายไม่ทราบ ถึงพระดำริของพระเจ้า เขาทั้งหลายไม่เข้าใจในแผนการของพระองค์ ที่พระองค์ทรงรวบรวมเขาทั้งหลายเข้ามา ดังรวมฟ่อนข้าวไว้ที่ลานนวดข้าว
13 โอ บุตรีศิโยนเอ๋ย จงลุกขึ้นและนวดเถิด เพราะว่าเราจะทำเขาของเจ้าให้เป็นเหล็ก และกีบเท้าของเจ้าให้เป็นทองสัมฤทธิ์ และเจ้าจะตีชนชาติทั้งหลายเป็นอันมากให้เป็นชิ้นๆ และเจ้าจะมอบสิ่งที่ได้มาถวายแด่พระเจ้า มอบสมบัติของเขาทั้งหลายแด่พระเจ้าแห่งพิภพจบสิ้น

มีคาห์ 5
1 โอ กองทัพทหารเอ๋ย บัดนี้เจ้าจงกรีดหนังของเจ้า ศัตรูมาล้อมเราทั้งหลายไว้ เขาเอาไม้ตีแก้ม ของผู้ปกครองอิสราเอล
2 โอ เบธเลเฮม เอฟราธาห์ แต่เจ้า ผู้เป็นหน่วยเล็กในบรรดาตระกูลของยูดาห์ จากเจ้าจะมีผู้หนึ่งออกมาเพื่อเรา เป็นผู้ที่จะปกครองในอิสราเอล ดั้งเดิมของท่านมาจากสมัยเก่า จากสมัยโบราณกาล
3 ดังนั้น พระองค์จะทรงมอบเขาไว้จนถึงเวลา ที่หญิงผู้เจ็บครรภ์จะคลอดบุตร แล้วบรรดาพี่น้องที่เหลืออยู่จะกลับมา ยังคนอิสราเอล
4 และพระองค์จะทรงยืนมั่น ทรงเลี้ยงฝูงแกะของพระองค์ด้วยพระกำลังแห่งพระเจ้า ด้วยสง่าราศีแห่งพระนามพระเยโฮวาห์พระเจ้าของ พระองค์ และเขาทั้งหลายอยู่ได้ เพราะบัดนี้พระองค์จะทรงเป็นใหญ่ ตลอดจนถึงที่สุดท้ายปลายพิภพ
5 นี่ จะเป็นสันติสุข คือเมื่อชาวอัสซีเรียจะยกเข้ามาในแผ่นดินของเรา และเหยียบย่ำดินของเรา เราจะยกผู้เลี้ยงแกะเจ็ดคน และเจ้านายแปดคนมาต่อต้านเขา
6 เขาทั้งหลายจะปกครองแผ่นดินอัสซีเรียด้วยดาบ และปกครองแผ่นดินนิมโรด ด้วยดาบที่ชักออก และท่านจะช่วยกู้เราให้พ้นจากชาวอัสซีเรีย เมื่อชาวอัสซีเรียยกเข้ามาในแผ่นดินของเรา และเหยียบย่ำภายในเขตแดนของเรา
7 แล้วเผ่ายาโคบที่เหลืออยู่ จะอยู่ท่ามกลางชนชาติทั้งหลายเป็นอันมาก เหมือนน้ำค้างจากพระเจ้า เหมือนห่าฝนที่ตกบนหญ้า ซึ่งไม่อยู่คอยมนุษย์ หรือคอยเหล่าบุตรของมนุษย์
8 และเผ่ายาโคบที่เหลืออยู่ จะอยู่ท่ามกลางประชาชาติ ในท่ามกลางชนชาติทั้งหลายเป็นอันมาก ดังสิงห์อยู่ท่ามกลางสัตว์เดียรัจฉานในป่า ดังสิงห์หนุ่มอยู่ท่ามกลางฝูงแพะแกะ ซึ่งเมื่อมันผ่านไป มันก็เหยียบย่ำลง และฉีกเสีย ไม่มีใครช่วยกู้ได้
9 เจ้าจะยกมือขึ้นเหนือศัตรูของเจ้า และข้าศึกทั้งสิ้นของเจ้าจะถูกตัดขาดออกไป
10 พระเจ้าตรัสว่า ในวันนั้น เราจะกำจัดม้าของเจ้าให้หมดไปจากท่ามกลางเจ้า และจะทำลายรถรบของเจ้า
11 และเราจะกำจัดเมืองให้หมดไปจากแผ่นดินของเจ้า และโค่นที่กำบังเข้มแข็งของเจ้าทั้งสิ้น
12 เราจะกำจัดวิทยาคมให้หมดไปจากมือของเจ้า เจ้าจะไม่มีหมอผีอีกต่อไป
13 เราจะกำจัดรูปเคารพของเจ้าเสีย และทำลายเสาศักดิ์สิทธิ์จากท่ามกลางเจ้า เจ้าจะมิได้กราบลง ไหว้ผลงานของมือของเจ้าอีกต่อไป
14 เราจะถอนอาเชริม ของเจ้าเสียจากท่ามกลางเจ้า และทำลายเมืองของเจ้าเสีย
15 เราจะแก้แค้นเพราะความโกรธและความกริ้ว ต่อประชาชาติซึ่งไม่เชื่อฟัง

มีคาห์ 6
1 จงสดับฟังสิ่งที่พระเจ้าตรัส จงลุกขึ้นแถลงคดีของเจ้าต่อภูเขาทั้งหลาย จงให้เนินเขาฟังเสียงของเจ้า
2 ภูเขาทั้งหลาย ทั้งรากฐานที่ทนทานของพิภพเอ๋ย จงฟังคดีของพระเจ้าเถิด เพราะว่าพระเจ้าทรงมีคดีกับประชากรของพระองค์ และพระองค์จะทรงสู้ความกับอิสราเอล
3 "โอ ประชากรของเรา เราได้กระทำอะไรแก่เจ้า เราได้ให้เจ้าอ่อนเพลียในกรณีใด จงตอบมา
4 ด้วยว่าเราได้นำเจ้าขึ้นมาจากแผ่นดิน อียิปต์ และไถ่เจ้ามาจากเรือนทาส และเราใช้ให้โมเสส อาโรน และมิเรียม นำหน้าเจ้าไป
5 โอ ประชากรของเราเอ๋ย จงระลึกว่าบาลาค กษัตริย์โมอับคิดอุบายประการใด และบาลาอัมบุตรเบโอร์ได้ตอบเขาอย่างไร จากชิทธีมถึงกิลกาล มีอะไรเกิดขึ้น เพื่อเจ้าจะได้ทราบพระราชกิจการช่วยกู้ของพระเจ้า"
6 "ข้าพเจ้าจะนำอะไรเข้ามาเฝ้าพระเจ้า และกราบไหว้พระเจ้าเบื้องสูง ควรข้าพเจ้าเข้าเฝ้าพระองค์ด้วยเครื่องเผาบูชาหรือ ด้วยลูกวัวอายุหนึ่งขวบหลายตัวหรือ
7 พระเจ้าจะทรงพอพระทัยการถวายแกะเป็นพันๆตัว และธารน้ำมันหลายหมื่นสายหรือ ควรที่ข้าพเจ้าจะถวายบุตรหัวปีชำระการ ทรยศของข้าพเจ้าหรือ คือถวายลูกของข้าพเจ้าชำระบาปแห่งวิญญาณของข้าพเจ้า"
8 มนุษย์เอ๋ย พระองค์ทรงสำแดงแก่เจ้าแล้วว่าอะไรดี และพระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรจากเจ้า นอกจากให้กระทำความยุติธรรมและรักสัจกรุณา และดำเนินชีวิตด้วยความถ่อมใจไปกับพระเจ้าของเจ้า
9 พระสุรเสียงของพระเจ้าประกาศแก่นครนั้น (ที่จะยำเกรงพระนามของพระองค์ ก็เป็นสติปัญญาแท้) "โอ เผ่าชนและชุมนุมชนแห่งนครนั้นเอ๋ย จงฟังเถิด
10 เราจะลืมทรัพย์สมบัติที่ได้มาจากการชั่วร้าย ซึ่งมีในเรือนของคนอธรรม และเครื่องตวงขี้ฉ้อที่ต้องถูกแช่งสาปนั้นได้หรือ
11 เราจะถือชายที่มีตาชั่งขี้ฉ้อ และมีถุงเต็มด้วยลูกตุ้มขี้โกงว่าไม่มีความผิดได้หรือ
12 บรรดาคนมั่งมีของเจ้าก็เต็มไปด้วยความทารุณ และชาวเมืองของเจ้าก็พูดมุสา และลิ้นของเขาก็ล่อลวงอยู่ในปากของเขา
13 เพราะฉะนั้นเราจึงได้เริ่มเฆี่ยนเจ้า กระทำให้เจ้าเริศร้างไปเพราะบาปของเจ้า
14 เจ้าจะรับประทาน แต่จะไม่รู้จักอิ่ม และส่วนภายในของเจ้าก็จะมีแต่ความหิว เจ้าจะเก็บไว้ แต่ก็ไม่สั่งสม อะไรที่เจ้าสั่งสม เราก็จะให้แก่ดาบ
15 เจ้าจะหว่าน แต่เจ้าจะไม่ได้เกี่ยว เจ้าจะย่ำบีบมะกอกเทศ แต่จะไม่ได้ชโลมตัวเองด้วยน้ำมัน เจ้าจะย่ำองุ่น แต่จะไม่ได้ดื่มเหล้าองุ่น
16 เพราะเจ้าได้รักษากฎเกณฑ์ของอมรี และกระทำตามอย่างพงศ์พันธุ์ของ อาหับ และเจ้าได้ดำเนินตามแผนการของเขาทั้งสอง เพื่อเราจะกระทำเจ้าให้เป็นที่เริศร้าง และชาวนครของเจ้าจะเป็นที่เย้ยหยัน และเจ้าจะรับการหมิ่นประมาทจากชนชาติของเรา

มีคาห์ 7
1 วิบัติแก่ข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าเป็นเหมือน คนที่พบว่าเขาเก็บผลในฤดูร้อนหมดแล้ว และเล็มผลจากเถาองุ่นหมดแล้ว ไม่มีพวงองุ่นรับประทาน ไม่มีผลมะเดื่อที่สุกรุ่นแรกให้สมใจปรารถนาของข้าพเจ้า
2 ธรรมิกชนสูญหายไปจากโลก จะหาคนซื่อตรงท่ามกลางมนุษย์สักคนก็ไม่มี ต่างก็ซุ่มคอยจะเอาโลหิตกัน ต่างก็เอาตาข่ายดักพี่น้องของตน
3 มือของเขาคอยจ้องแต่สิ่งที่ชั่ว เพื่อจะกระทำด้วยความขยัน เจ้านายและผู้พิพากษาขอสินบน และคนใหญ่คนโตก็เอ่ยถึงความ ปรารถนาชั่วแห่งจิตใจของเขา ต่างก็สานสิ่งเหล่านี้เข้าด้วยกัน
4 คนที่ดีที่สุดของเขาก็เหมือนต้นหนามควัด คนที่ซื่อตรงที่สุดของเขาก็เหมือนรั้วหนาม วาระแห่งนายยามของเจ้าทั้งหลาย คือวันที่จะลงโทษเจ้า มาถึงแล้ว บัดนี้ ความยุ่งเหยิงของเขาก็อยู่ใกล้เต็มที
5 อย่าวางใจเพื่อนบ้านอย่านอนใจในสหาย จงเฝ้าประตูปากของเจ้า อย่าเผยแก่เธอที่อยู่ในอ้อมอกของเจ้า
6 เพราะว่าลูกชายดูหมิ่นพ่อ และลูกสาวลุกขึ้นต่อสู้แม่ของเธอ ลูกสะใภ้ต่อสู้แม่ผัว ศัตรูของใครๆ ก็คือคนที่อยู่ร่วมเรือนของเขาเอง
7 แต่สำหรับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะมองดูพระเจ้า ข้าพเจ้าจะเฝ้าคอยพระเจ้าแห่งความรอดของข้าพเจ้า พระเจ้าของข้าพเจ้าจะทรงฟังข้าพเจ้า
8 ศัตรูของข้าเอ๋ย อย่าเปรมปรีดิ์เย้ยข้าเลย เมื่อข้าล้มลง ข้าจะลุกขึ้นอีก เมื่อข้านั่งอยู่ในความมืด พระเจ้าจะทรงเป็นความสว่างแก่ข้า
9 ข้าพเจ้าจะทนต่อพระพิโรธของพระเจ้า เพราะว่าข้าพเจ้ากระทำบาปต่อพระองค์ ข้าพเจ้าจะทนจนกว่าพระองค์จะทรงแก้คดีของข้าพเจ้า และกระทำการตัดสินเพื่อข้าพเจ้า พระองค์จะทรงนำข้าพเจ้าไปยังความสว่าง และข้าพเจ้าจะเห็นการช่วยกู้ของพระองค์
10 แล้วศัตรูของข้าพเจ้าจะเห็น และความอับอายจะทับถมเธอ ที่กล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า "พระเยโฮวาห์ พระเจ้าของเจ้าอยู่ที่ไหน" ตาของข้าพเจ้าจะเพ่งดูเธอให้สาแก่ใจ คราวนี้เธอจะถูกย่ำลงเหมือนเลนที่ในถนน
11 วันที่จะสร้างกำแพงเมืองของเจ้า ในวันนั้น เขตแดนของเจ้าจะขยายออกไป
12 ในวันนั้น เขาจะมาหาเจ้า คือมาจากที่ระหว่างอัสซีเรียกับอียิปต์ และจากระหว่างอียิปต์กับแม่น้ำ จากระหว่างทะเลนี้กับทะเลโน้น และจากระหว่างภูเขานี้กับภูเขาโน้น
13 แต่แผ่นดินจะเริศร้าง เพราะชาวแผ่นดินเป็นเหตุ เนื่องด้วยผลแห่งการกระทำของเขา
14 ขอทรงเลี้ยงดูประชากรของพระองค์อย่าง เลี้ยงแกะด้วยคทาของพระองค์ คือฝูงประชากรที่เป็นมรดกของพระองค์ ผู้อาศัยโดดเดี่ยวอยู่ในป่า ในท่ามกลางแผ่นดินที่เป็นสวน ขอทรงให้เขาหากินอยู่ในบาชานและกิเลอาด อย่างในโบราณกาล
15 ดังในสมัยเมื่อเจ้าออกจากแผ่นดินอียิปต์ เราจะสำแดงสิ่งอัศจรรย์แก่เขา
16 ประชาชาติทั้งหลายจะแลเห็นและอับอาย ด้วยอานุภาพทั้งสิ้นของเขาทั้งหลาย เขาทั้งหลายจะเอามือปิดปากไว้ และหูของเขาจะหนวกไป
17 เขาทั้งหลายจะเลียผงคลีเหมือนอย่างงู เหมือนสัตว์เลื้อยคลานบนแผ่นดิน เขาจะตัวสั่นออกมาจากที่กำบังเข้มแข็งของเขา เขาจะตระหนกตกใจออกมาหา พระเยโฮวาห์พระเจ้าของเรา เนื่องด้วยพระองค์ เขาทั้งหลายจะกลัว
18 ใครเล่าจะเป็นพระเจ้าเสมอเหมือนพระองค์ผู้ทรงยกโทษ และทรงให้อภัยการทรยศ แก่คนที่เหลืออยู่อันเป็นมรดกของพระองค์ พระองค์มิได้ทรงถือพระพิโรธเนืองนิตย์ เพราะว่าพระองค์ทรงพอพระทัยในความรักมั่นคง
19 พระองค์ทรงเมตตาเราทั้งหลายอีก พระองค์จะทรงเหยียบความผิดของเราไว้ พระองค์จะทรงเหวี่ยงบาปทั้งหลายของเรา ลงไปในที่ลึกของทะเล
20 พระองค์จะทรงสำแดงความเที่ยงตรงให้ประจักษ์แก่ยาโคบ และความรักมั่นคงต่ออับราฮัม ดังที่พระองค์ทรงปฏิญาณต่อบรรพบุรุษของเรา ตั้งแต่สมัยโบราณกาล


 © Copyright 2009. Christian Siam.com